ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน [ Login สมัครสมาชิกบอร์ดคลิกที่นี่ ]
 
..........เจ้าหลวงคำแดงและกระเช้าดอยหลวง โดย สมพล โชคดีศรีสวัสดิ์..........
หน้ารวมทุกกระดานข่าว -> ดอยเชียงดาว ( ดอยหลวงเชียงดาว )
ความเห็นทั้งหมด: 1
กำลังแสดงหน้าที่ 1 / 1 หน้า
9 7 [ 1 ] 8 :
ผู้โพสต์
ข้อความ
เกรียงไกร
แขกรับเชิญ
เมื่อ: 18 ก.ย. 2547 เวลา 22:43 น.
     


เมื่อไม่นานมานี้ชาวเชียงดาวร่วมกันจัดพิธีไหว้สาอารักษ์เจ้าหลวงคำแดง พร้อมกับจัดสืบชะตาเมืองเชียงดาว ณ ศาลเจ้าหลวงคำแดง บ้านแก่งปันเต๊า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมกันนั้นยังมีการล่ารายชื่อผีเพื่อคัดค้านการสร้างกระเช้าขึ้นดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่อีกด้วย

สำหรับคนทั่วไปที่มิได้ใกล้ชิดกับท้องถิ่นอาจจะมองว่าเป็นความงมงาย ไร้สาระ แต่สำหรับชาวเชียงดาวแล้ว เจ้าหลวงคำแดงมีความหมายยิ่งนัก

เรื่องราวของเจ้าหลวงคำแดงไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดๆ แต่เกี่ยวพันกับความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนาในหลายเรื่อง นับเป็นประวัติศาสตร์บอกเล่าที่มีการเล่าต่อๆ กันไป รวมทั้งการดัดแปลงเป็นวรรณกรรม รวมถึงบทกลอนเพื่อใช้ในการขับซอ จึงมีเรื่องราวอภินิหารของเจ้าหลวงคำแดงมากมายและแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่แก่นเรื่องไม่แตกต่างกัน

ตำนานเจ้าหลวงคำแดง

ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร แห่งสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาตำนานเจ้าหลวงคำแดง ค้นคว้าเรื่องราวของเจ้าหลวงคำแดงจากเอกสารใบลานจากวัดต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ หนังสือประชุมตำนานล้านนาไทย

ตำนานเชียงใหม่ปางเดิมกล่าวถึง เจ้าชายสุวรรณคำแดง เป็นกษัตริย์องค์แรกในดินแดนล้านนาที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง มีชีวิตอยู่ในช่วง 1,000 ปีก่อนที่ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ว่าพญามังรายเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนาในปี พ.ศ. 1839

เจ้าชายสุวรรณคำแดงมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับถ้ำเชียงดาวเมื่อครั้งที่ไล่ต้อนเนื้อทรายทองมาจนถึงหน้าถ้ำ แต่ไม่พบเนื้อทรายทองแต่พบสาวงามชื่อนางอินเหลา แล้วทั้งสองก็ได้ครองคู่กัน หลังจากนั้นเจ้าชายสุวรรณคำแดงยังต้องตามหาเนื้อทรายทองต่อไป จนกระทั่งมาถึงที่ราบลุ่มน้ำระมิงค์ ฤาษีจึงแนะนำให้สร้างเมือง ซึ่งมีชื่อว่าเมืองล้านนา หลังจากสร้างเมืองเสร็จกษัตริย์ล้านนาจึงกลับไปหานางอินเหลาและอยู่ร่วมกันในถ้ำเชียงดาว

ในส่วนนี้เจ้าหลวงคำแดงจึงมีฐานะเป็นปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาและเป็นหัวหน้าผีอารักษ์หรือผีบ้านผีเมืองแห่งอาณาจักรล้านนา โดยมีอ่างสลุง ซึ่งเป็นพื้นที่ยอดดอยหลวงที่มีลักษณะเป็นอ่างเป็นที่ประชุมของผีอารักษ์ ดังนั้นการไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตามประเพณีล้านนาจึงต้องมีการบูชาถึงเจ้าหลวงคำแดง

เรื่องราวอีกชุดหนึ่งของเจ้าหลวงคำแดง ปรากฎในพุทธตำนานที่แต่งขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาถึงสมัยของของพระเจ้าสามฝั่งแกน (พ.ศ.1866-1985) เรื่องพระเจ้าเลียบโลก ด้วยฤทธานุภาพทรงเหาะเหิรเดินอากาศมายังดินแดนล้านนา “พระพุทธเจ้าเสด็จไปถึงฝั่งแม่น้ำปิง ประทับรอยพระบาทไว้บนหินก้อนหนึ่งที่ผาสะแกง ในเขต อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเสด็จไปทางอากาศ แล้วชี้ไปที่ดอยแห่งหนึ่ง และทำนายว่าศาสนาจะมารุ่งเรืองในเมืองเชียงดาว จะบังเกิดมีอารามของพระยาคำแดง”

พร้อมทั้งมีตำนานเกี่ยวกับดอยหลวงเชียงดาวและถ้ำเชียงดาว โดยตำนานอ่างสรงฉบับวัดสันป่าข่อย คัดลอกไว้ในปี พ.ศ.2431 หรือเมื่อ 116 ปีที่แล้ว แปลเป็นไทยได้ ดังนี้

“ศรีสวัสดี ที่นี้จักกล่าวยังตำนานนิทานปางเมื่อพระพุทธเจ้าแห่งเรานิพพานไปแล้ว ยังเมืองกุฉินาราแล อรหันตาเจ้าทั้งหลาย 500 ตนก็เอายังธาตุพระเจ้ามาไว้ยังดอยสรงที่นี้ เลยได้ชื่อว่าอ่างสรงเชียงดาว พระยาอินทร์ พระยาพรหม และเทวดาเจ้าทั้งหลาย ก็จิ่งจักแปงก่อสร้างยังมหาเจดีย์ทองคำหลัง 1 แล้วด้วยทองคำทั้งแท่ง สูงได้ 3 คาวุตมาบรรจุไว้ยังพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า แล้วอรหันตาเจ้าทั้งหลาย 500 ตนก็เลยนิพพานในถ้ำที่นั้น ยามนั้นยังมีพระยาตน 1 ชื่อว่าอานันทราชา กินเมืองเชียงดาวที่นั้น ก็ได้ส่งสการสรีระคาบยังอรหันตาเจ้าทั้งหลาย 500 ตน อันได้นิพพานไปนั้นทุกองค์…”

และอารยันตคุปต์ เขียนในปี พ.ศ.2495 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกับที่ปรากฏรวมอยู่ในเอกสารใบลานเรื่องตำนานอ่างสรงเชียงดาว ต้นฉบับเป็นของวัดสันป่าข่อย จ.เชียงใหม่ ต้นฉบับเป็นของวัดแสนฝาง จ.เชียงใหม่ และต้นฉบับเป็นของวัดป่าแดด จงเชียงใหม่ ว่า “ภายในถ้ำนั้น พรหมฤาษีผู้วิเศษได้เรียกประชุมอินทร์พรหมยมนาค เนรมิตของวิเศษหลายอย่างคือ พระพุทธรูปทองคำ พระเจดีย์ทองคำ ต้นโพธิ์วิเศษ ช้างวิเศษ ดาบวิเศษ ผ้าทิพย์ อาหารทิพย์ สิ่งของเหล่านี้นัยว่ามีไว้สำหรับพระยาธรรมิกราช ผู้จะมาเกิดในวันข้างหน้า โดยพระอิศวรสั่งให้เทวยักษ์ตนหนึ่ง คือเจ้าหลวงคำแดง หรือ เจ้าสุวรรณคำแดง เป็นผู้ดูแลรักษาไว้”

เจ้าหลวงคำแดงเป็นที่นับถือศรัทธาอย่างมากของคนในท้องถิ่นล้านนา ดาบตำรวจ เรวัตร กิติวุฒิกร ชาวเชียงดาว ยืนยันชัดเจนว่า ชาวบ้านไปเป็นทหาร ไปรบก็จะระลึกนึกถึง บนบานขอเจ้าหลวงคำแดงช่วยรักษาคุ้มครอง ชาวบ้านนั่งรถผ่านก็ยกมือขึ้นกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัย และแม้แต่ที่พะเยา เชียงราย ลำปาง เมื่อไหว้สาเทวดา ผีบ้านผีเรือน ก็จะต้องอธิษฐานถึงเจ้าหลวงคำแดง

ความเชื่อเรื่องเจ้าหลวงคำแดงยังแพร่ไปถึงชนเผ่าลีซู บ้านนาเลาใหม่ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ดอยหลวงเชียงดาวมีการจัดพิธีกรรมบูชาก่อนทำการเพาะปลูกข้าวไร่

และยังมีเรื่องเล่าล่าสุดอีกว่า เมื่อครั้งที่นายปลอดประสพ สุรัสสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั่งเฮลิคอปเตอร์มาสำรวจอ่างสลุง หรือยอดดอยหลวงเชียงดาว ปรากฎว่า ฮ ลงจอดไม่ได้เพราะมีแรงดันอากาศ จนต้องเปลี่ยนที่จอด ชาวบ้านเชื่อกันว่าคณะสำรวจของนายปลอดประสพกำลังถูกอำนาจศักดิ์สิทธิ์ท้าทายเข้าแล้ว ไม่ว่านายปลอดประสพจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

เจ้าหลวงคำแดงและกระเช้าลอยฟ้า

อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์ แสดงทัศนะว่า เจ้าหลวงคำแดง หนึ่ง มีอยู่จริง เป็นความจริงที่มีอยู่ในวัฒนธรรม และแพร่หลายความเชื่อของเจ้าหลวงคำแดง ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะล้านนา แต่เป็นความเชื่อร่วมของล้านช้าง-ล้านนา ทางฝั่งโขงก็เรียกเจ้าพ่อคำแดง ซึ่งมักปรากฎรูปเป็นพญานาคในแม่น้ำโขง

ความเชื่อเรื่องเจ้าหลวงคำแดง เป็นความเชื่อ เป็นอำนาจ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกอัตตลักษณ์ความเป็นคนในภูมิภาคนี้ ถูกนำมาใช้เมื่อเผชิญกับอำนาจที่มีอยู่อย่างหลากหลายในขณะนั้น จึงดึงเอาอัตตลักษณ์ที่บอกว่าเป็นพวกเรา เป็นเรา ต่างจากคนอื่น ดังนั้นอำนาจสัญลักษณ์แยกกันไม่ได้

เมื่อนำมาเชื่อมกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือ กระแสการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และรวมถึงการกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรให้ชุมชน แต่อำนาจรัฐบาลชุดปัจจุบันยิ่งพยายามรวมอำนาจให้มากขึ้น โดยอ้างว่าเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ และก็ปรากฎในหลายรูปแบบ เช่น ผู้ว่าฯ ซีอีโอ แต่แท้จริงคือรับคำสั่งจากซีอีโอใหญ่ (นายกรัฐมนตรี) มาทำให้เสร็จ เช่น ต้องสร้างกระเช้าขึ้นดอยหลวงให้เสร็จในเวลาเท่านั้นเท่านี้

ภายใต้รัฐบาลนี้ไม่มีทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยทางอื่นได้ ไม่ว่าภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการค้าส่งออก เมื่อฟื้นไม่ขึ้นก็ผลักดันการท่องเที่ยว ทำให้เกิดลักษณะการใช้อำนาจภายใต้นโยบายการท่องเที่ยว โดยกำหนดให้สถานที่ทุกแห่งเป็นที่ท่องเที่ยว ดอยหลวงเชียงดาวจึงเป็นสินค้าหนึ่งในบรรดาสินค้าหลากหลาย

ท่ามกลางแรงบีบทางการเมืองที่จะต้องสร้างกระเช้าดอยหลวงให้ได้เช่นนี้ ทำให้ประชาชน กลุ่มนักอนุรักษ์รู้สึกว่าไม่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ ความรู้สึกบีบคั้นนี้ทำให้เกิดขบวนการรักษ์ดอยเชียงดาวขึ้นมา เพื่อต้านกระแสรวบอำนาจในเชิงนโยบาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องหารูปแบบการต่อสู้ที่หลากหลายเช่นการหาข้อมูลด้านชีวภาพ ความหลากหลายทางพันธุ์พืชที่โดดเด่น มีเฉพาะที่พื้นที่เชียงดาว และข้อมูลเหล่านั้นยังไม่มีอำนาจในการต่อรองเพียงพอ รัฐบาลไม่รับฟัง ดังนั้นอำนาจต่อรองที่เหลืออยู่ของคนท้องถิ่นคือ อำนาจวัฒนธรรมความเชื่อ

ความเชื่อเรื่องเจ้าหลวงคำแดงจึงเป็นความเชื่อที่รวบรวมความเชื่อท้องถิ่น ให้หันมามองเรื่องเชียงดาว การเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นไปเป็นสินค้า เมื่อความเชื่อนั้นถูกยกเป็นความรู้ จะสามารถใช้เป็นอำนาจในการเจรจาต่อรอง ยืนหยัดต่อสู้การรวบอำนาจของรัฐบาล ดังนั้นความเชื่อเรื่องเจ้าหลวงคำแดงเป็นความจริงทางสังคม วัฒนธรรม และแปลงเป็นความรู้ และใช้เป็นอำนาจในการต่อสู้ต่อไป

ย้อนไปถึงความคิดของนายปลอดประสพที่เคยปรารถกับนักข่าวว่า ตนเองจะสร้างสถูปเจ้าหลวงคำแดงให้ชาวบ้าน ในวงเล็บยังไงก็ขอสร้างกระเช้าดอยหลวงด้วย นี่อาจจะเป็นกลยุทธ์ผูกใจมวลชนให้เห็นด้วยเพื่อลดทอนความคิดว่าโครงการกระเช้าลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนท้องถิ่นล้านนาแล้วว่าจะเชื่อนายปลอดประสพหรือเปล่า ? .

หมายเหตุ

โครงการสร้างกระเช้าดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มาจากแนวคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนมีนาคม 2546 โดยระบุว่าจะทำให้เชียงใหม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเทียบเท่ากับจ.ภูเก็ตคือปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันเชียงใหม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียงแค่ 38,000-40,000 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น

ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีการใช้งบประมาณ 3 ล้านบาทจากกรมอุทยานแห่งชาติว่าจ้างบริษัทจากประเทศออสเตรียศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

ทั้งนี้ดอยหลวงเชียงดาวเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีสถานภาพเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการสงวนและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บนดอยหลวงเชียงดาวมีลักษณะเป็นสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ (Subalpine Vegetation) ซึ่งหมายถึงพืชล้มลุกขึ้นสลับกับพืชพุ่มเตี้ยในระดับความสูงเกิน 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สังคมพืชกึ่งอัลไพน์นี้พบเป็นจำนวนมากที่ดอยหลวงเชียงดาว และนอกจากนี้ยังมีพืชเฉพาะถิ่นที่ไม่สามารถพบได้ที่ใดในประเทศไทย จะมีเฉพาะที่ดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น เช่น กุหลาบดอยเชียงดาว ค้อดอยเชียงดาว ดอกหรีดเชียงดาว คำปองหลวงและกล้วยไม้สิรินทร ซึ่งเป็นกล้วยไม้พันธุ์ใหม่ของโลกที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้

จาก สำนักข่าวประชาธรรม 18-24 กรกฎาคม 2547

Tell a Friend Print Print Lite Add Favorite Delete
 
ใส้เดือนดิน
แขกรับเชิญ
ความคิดเห็นที่ 1 || โพสต์เมื่อ: 19 ก.ย. 2547 เวลา 16:23 น.
   

ผมอ้างข้อมูลในกระทู้นี้
ลงในเวปใหม่ที่ผมกำลังจะทำขึ้นเพื่อดอยหลวงเชียงดาวโดยเฉพาะได้รึเปล่าครับ
ต้องทำอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณมากครับ
02 02

Back to Top
 
ความเห็นทั้งหมด: 1
กำลังแสดงหน้าที่ 1 / 1 หน้า
9 7 [ 1 ] 8 :
 

จองโรงแรมทั่วไทยกับ Hotel2Thailand คลิกได้ที่นี่เลย

จองโรงแรมทั่วไทยกับ Agoda คลิกได้ที่นี่เลย