กระทู้ที่ 78657: ใบเมเบิ้ลมีกี่แบบคะ?
โดย: nunoi เมื่อ: 27 ธ.ค. 2549 เวลา 22:26 น.

เคยเห็นเมเบิ้ลมี 5 แฉกบาง  3 แฉกบางอ่ะคะ  บางทีใบเป็นหยักเล็กๆ  มันมีกี่พันธุ์เหรอคะ ...ใครรู้ช่วยบอกหน่อยค่ะ


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: ประพนธ์ เมื่อ: 28 ธ.ค. 2549 เวลา 14:11 น.
ภาพลายเส้นประกอบการเรียนจาก www.life.uiuc.edu ผมพยายามเจาะไปให้ถึงข้อมูลเรื่อง เมเปิล อินเตอร์เนตก็ไม่เป็นใจ จึงยกหูถามน้องบางคน เขาเล่ามาสั้นๆครับ ว่า เมเปิลนั้น จัดเป็นพืชกลุ่มใหญ่เรียกว่า Aceraceae [ Maple family] ในโลกนี้มีหลายชนิด มีทั้งที่เป็นไม้ยืนต้น และ ไม้พุ่ม.. ในเมืองไทยเราพบ 5 - 7 ชนิด เท่าที่มีรายงานในปัจจุบัน กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเรามักเรียกว่า ต้นก่วม ซึ่งมี สองถึงสามก่วมครับ.. พวกนี้เป็น เมเปิลเช่นกัน แต่ ใบไม่มีหยัก ไม่มีแฉก .. ออกจะคล้ายใบมะม่วงครับ ประมาณนั้น อีกพวก เป็นแบบที่คุณเห็นครับ ตามป่าดิบเขา เช่น ที่ภูกระดึง ภูหลวง ฯ พวกนี้มีใบเป็นแฉกเช่นที่เราคุ้นเคยครับ เมื่อใบแก่จะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสวยงาม บางคนก็เรียก ต้นไฟเดือนห้า... พวกมีแฉกนี้ ในป่าเมืองไทย มี 2 ชนิดมั๊งครับ.. ใน หนึ่งต้น มีทั้งใบ 3 แฉก และ 5 แฉก.. ปนกัน และ จากการสังเกตุของ นักวิจัย เขามักพบว่า ต้นเมเปิลป่านี้ ถ้า ต้นไหน เป็นใบ 3 แฉกแล้ว ก็มัก จะสามแฉกทั้งต้น ส่วนต้นไหน เป็น 5 แฉกแล้ว ก็อาจพบ ใบสามแฉก ปะปนไปด้วย... เป็นความผันแปรตามปรกติครับ ไม่แปลก นี่คือ เมเปิลป่า ในประเทศไทยครับ.. ส่วนเมเปิลอีกมากมายที่เราพบตามดอยต่างๆทางเหนือ.. โดยมากเป็น เมเปิล นำเข้าจากต่างประเทศครับ เพื่อปลูกประดับ มีทั้งที่มาจาก ญี่ปุ่น - ไต้หวัน - จีน ฯ ถ้าไม่รีบ ผมจะให้เพื่อนอีกคน ซึ่งเขาศึกษาไม้กลุ่มนี้โดยตรง มาตอบให้อย่างละเอียดครับ.. ขณะนี้เขากลับบ้านที่ต่างจังหวัด และ ไม่ได้ใช้ internet จนกว่าจะหลังปีใหม่ ขอบคุณในคำถาม และ จะพยายามหาข้อมูลมาให้อีกครับ

ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: Color เมื่อ: 28 ธ.ค. 2549 เวลา 14:40 น.

 เก่งจริง...ตาประพนธ์

แล้วก็วันนี้ net ไม่เป็นใจจริงๆ สงสัยเคเบิ้ลใต้น้ำที่ใต้หวันยังซ่อมไม่เสร็จ


ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: nunoi เมื่อ: 28 ธ.ค. 2549 เวลา 20:22 น.

ขอบคุณ คุณประพนธ์สำหรับคำตอบนะคะ ..เยี่ยมมากเลยค่ะ ....  ไปป่าคราวหน้าจะลองสังเกตต้นที่มี 5 แฉกดู ว่ามี 3 แฉกด้วยป่าว....แต่ว่า...ไม่รู้ว่าจะทันใบเมเบิ้ลแดงอยู่รึป่าวสิ ...  


ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: ระมาด เมื่อ: 5 ม.ค. 2550 เวลา 05:52 น.
แล้วเมเปิ้ล พันธุ์ไหน ชนิดไหนกันละครับ ที่เขาเอามาทำ น้ำเชื่อม น้ำหอม......กลิ่นเมเปิ้ล รสเมเปิ้ล นะครับ

ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: Color เมื่อ: 5 ม.ค. 2550 เวลา 09:26 น.

สวัสดีค่ะ พี่ระมาด  มาถามคำถามแบบนี้ Color พอรู้อยู่บ้าง...

คือว่ามันอย่างนี้...ไอ้น้ำเชื่อม น้ำหวานกลิ่นเมเปิ้ลน่ะ ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า... Maple Syrup เอาไว้ราดกินกะแพนเค้ก หรือวาฟเฟิ้ลตอนเช้าๆ จริงๆ แล้วก็ราดได้บนทุกๆ อย่างเหมือนน้ำผึ้งนั่นแหละค่ะ

ที่มาของ Maple Syrup นั้น ก็มาจากยางของต้นเมเปิ้ลนั่นเอง ที่นำมาเคี่ยวจนข้นเหนียวหนืด กลายเป็นน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ซึ่งน้ำยางของต้นเมเปิ้ล 40 ลิตรจะเคี่ยวจนได้น้ำเชื่อมประมาณ 1 ลิตร

พื้นที่ที่ผลิต Maple Syrup มากที่สุดในโลกคือ ประเทศแคนาดาฝั่ง Quebec เรียกได้ว่าประเทศนี้ผลิตน้ำเชื่อมเมเปิ้ลประมาณ 80%ของทั้งตลาดโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บนธงชาติของประเทศแคนาดามีสัญลักษณ์ใบเมเปิ้ลก็เป็นได้

การเก็บเกี่ยวน้ำยางเมเปิ้ลนั้น จะเริ่มเก็บเกี่ยวกันในปลายฤดูหนาวเข้า ฤดูใบไม้ผลิ คือประมาณเดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้าคืนไหนหนาวเข้าจุดเยือกแข็งแล้วตอนเช้าอุ่นขึ้น มักจะให้ผลผลิตดี คือน้ำยางจะไหลได้ดีนั่นเอง ซึ่งต้นเมเปิ้ลต้นหนึ่งๆ จะให้ผลผลิตประมาณ 40 ลิตรในเวลา 4-6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวน้ำยางเมเปิ้ลนั่นเอง

ขนาดของต้นเมเปิ้ลที่สามารถเก็บเกี่ยวได้นั้น ต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ความสูงระดับหน้าอกเท่ากับ 25 เซ็นติเมตร ส่วนการเก็บน้ำยางนั้น ใช้การ "เจาะรู" เข้าที่ลำต้นแล้วสอดสายยางเข้าไปเพื่อให้น้ำยางไหลออกมา ซึ่งรูที่เจาะแล้วจะใช้ได้แค่ฤดูกาลเดียว ปีหน้าต้องเจาะรูใหม่ เนื่องจากต้นเมเปิ้ลจะปิดแผลของตัวมันเองทำให้น้ำยางไม่ไหลออกมาจากรูเดิม

<-- ต้นนี้โดนเจาะ 2 รูค่ะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ Maple Syrup มีข้อมูลการแบ่งเกรดของน้ำเชื่อมเมเปิ้ลด้วยค่ะ ว่าที่ไหนเจ๋งสุด

จากที่ Color เคยได้กินมา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบน้ำเชื่อม, น้ำตาล, หรือลูกกวาด...มั๊น...ก็รสหวานเหมือนน้ำเชื่อมธรรมดาๆ นี่แหละค่ะ แค่มีกลิ่นหอมมากกว่าน้ำตาลธรรมดานี่เอง  สงสัยว่าเราคงจะลิ้นจรเข้ เลยไม่ค่อยรู้รส รู้กลิ่นอะไรกับใครเค้า

อ้อ...ต้นเมเปิ้ลที่ให้น้ำตาลเยอะ ก็ขึ้นอยู่กับ Species เหมือนกันค่ะ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในยางมากหน่อยก็ 2 ชนิดนี้ค่ะ sugar maple (acer saccharum) and the black maple (acer nigrum)

 - Sugar Maple      - Black Maple -

เป็นไง...คล้ายกันมากเลยมั้ยคะ ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งเมเปิ้ลพวกนี้จะขึ้นในพื้นที่หนาวทางตอนเหนือของอเมริกา และในประเทศแคนาดาฝั่งตะวันออก


ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: pingkojan เมื่อ: 5 ม.ค. 2550 เวลา 11:20 น.

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้อีกเยอะเลย


ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: ระมาด เมื่อ: 5 ม.ค. 2550 เวลา 15:32 น.

ขอบคุณครับ      

แล้วต้นเมเปิ้ล ในเมืองไทย  จะเอามาทำน้ำหวานอย่าง ที่ แคนาดา ได้บ้างหรือเปล่าครับ


ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: Color เมื่อ: 8 ม.ค. 2550 เวลา 11:29 น.

คิดว่า...ของประเทศไทยน่าจะมีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยกว่า 2 ชนิดนี้ sugar maple (acer saccharum) and the black maple (acer nigrum)ที่บอกไปตอนต้นนะคะ เพราะว่าดูลักษณะของใบแล้วก็ต่างกัน และชนิดที่เค้านิยมนำมาทำน้ำเชื่อมก็มีแค่ 2 นี้เท่านั้นค่ะ


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: อาจารย์คง เมื่อ: 10 ม.ค. 2550 เวลา 10:49 น.
คุณ nunoiครับไม้ก่วมหรือเมเปิลทั่วโลกพบ 2 สกุล 113ชนิด(Dipteronia มี 2ชนิด พบกระจายพันธุ์ในประเทศจีนและสกุล Acer มี 111 ชนิด ส่วนใหญ่กระจายพันธุ์ในประเทศเขตอบอุ่น) สำหรับประเทศไทย
พบ 6 ชนิด ได้แก่ 1.ก่วมขาว(Acer laurinum Hassk.)  ก่วมป่า(A. oblongum Wall.ex DC.)
ก่วมเชียงดาว(A. chiangdaoense  Suntisuk) ก่วมกลุ่มนี้ใบไม่เป็นแฉกครับ  อีกกลุ่มพวกใบเป็นแฉกได้แก่ ก่วมแดง(A.  calcaratum Gagnap.)   ก่วมใบใหญ่ (A.  thomsonii Miq.)และก่วมภูคา
(A.  wilsonii Reher)ครับ
                                           อาจารย์คง

ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: Color เมื่อ: 10 ม.ค. 2550 เวลา 11:30 น.
ชอบจัง...เวลาอาจารย์คงมาตอบ...  มันเต็มไปด้วยข้อมูลอัดแน่น และ...งงๆ สนุกๆ กับภาษาปะกิตที่เราไม่รู้จักด้วยค่ะ

ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: nunoi เมื่อ: 12 ม.ค. 2550 เวลา 22:24 น.

เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ว่ายางต้นไม้เอามาทำน้ำหวานได้ด้วยเนอะ ขอบคุณ color ค่ะ

อืม มีเยอะจริงๆ ค่ะ อาจารย์คง อันนี้นู๋จะตามไปดูหมดมั๊ยเนี่ย ขอบคุณนะคะ  ภาษาอังกฤษอ่านยากจังเลย


ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: อาจารย์คง เมื่อ: 15 ม.ค. 2550 เวลา 12:28 น.
คุณ nunoi ครับ  ไม่จำเป็นต้องรีบมากครับ ลมหายใจป่าจักสถิตย์กับดวงใจงามเสมอ
ไม้ทุกไม้ ฝนทุกเม็ด ล้วนงามครับ
                                           อาจารย์คง            

ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: nunoi เมื่อ: 18 ม.ค. 2550 เวลา 22:21 น.
 เห็นด้วยค่ะ อาจารย์คง ...  -->ลมหายใจป่าจักสถิตย์กับดวงใจงามเสมอ ..  วลีนี้  ....เหมือนอ่านเพชรพระอุมาเลยอ่ะ ...อารมณ์เดียวกัน ....