กระทู้ที่ 322184: + + + M U N I C H Love You : เสน่ห์เมืองมิวนิก เมืองที่เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมัน [ GERMAN AUTUMN LEAVES 3 ]
โดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 10:58 น.
ทริป GERMAN AUTUMN LEAVES ชมใบไม้เปลี่ยนสี กระทู้นี้เป็นรีวิวที่ 3 ครับ เพื่อนๆที่พลาดชมรีวิวก่อนหน้านี้สามารถคลิ๊กเข้าไปชมได้ตามลิ้งค์ข้างล่างครับ

1.
ปราสาท NEUSCHWANSTEIN

2.
RIQUEWIHR หมู่บ้านมรดกโลก

3. MUNICH Love You 

วันนี้ผมขออนุญาตพาเพื่อนๆชมเมืองมิวนิกครับ เมืองที่เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมัน 

ภาพเปิดกระทู้ โบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) โบสถ์ที่มีความสำคัญมาก เป็นแลนด์มาร์กทางเหนือของเขตเมืองเก่าในมิวนิก

ความเห็นที่: 203 ตอบโดย: เคพีตรัง เมื่อ: 14 เม.ย 2555 เวลา 17:01 น.
  มาระลึกถึงมิวนิคกับคุณจิโร่ด้วยคะ ไปเยอรมัน(14-24มีค.)เพิ่งกลับมาคะช่วงปลายฤดูหนาวขาดสีสัน ปราสาทก็ซ่อมทาสี ไม่สวยงามเหมือนตอนใบไม้เปลี่ยนสีฤดูกาลที่คุณจิโร่หลงใหล  ถ้ามีโอกาสจะกลับแก้ตัวอีกครั้งเดือนตุลาคะ 

ความเห็นที่: 198 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:58 น.
จบรีวิวเมืองมิวนิคแต่เพียงเท่านี้ครับ

ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่เข้ามาและชมรีวิว และเข้ามาให้กำลังใจครับ

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:45 น.
อาคารที่เด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส คือศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ เรียกว่า นอยเยอรัทเฮาส์ (Neue Rathaus) สร้างในสไตล์นีโอโกธิกในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตร

ความเห็นที่: 150 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:20 น.
ส่วนด้านหลังอนุสาวรีย์คือโรงละครแห่งชาติ ทางด้านซ้ายมือของรูปปั้นพระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 1 โยเซฟ คือ เรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) ครับ

ความเห็นที่: 154 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:24 น.
ห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities) เป็นห้องโถงสไตล์เรอเนสซองซ์ที่ว่ากันว่าเป็นห้องที่ทั้งสวยและเก่าแก่ที่สุดของพระราชวังนี้ สร้างขึ้นโดยดยุกอัลเบรชท์ที่ 5 (Albrecht 5) แห่งออสเตรีย ระหว่างปี คศ 1568 - 1571

ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:53 น.
ที่บริเวณศาลาว่าการหลังใหม่นี้ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วยที่ชั้นล่าง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว หรือสามารถหาซื้อแผนที่ชมเมืองและหนังสือภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ความเห็นที่: 56 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:24 น.
จากจัตุรัสมาเรียนปลัตส์ เมื่อเดินมาจนสุดปลายถนน Theatinerstrasse จะพบ เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ (Feldherrnhalle) และโบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) เด่นเป็นสง่าต้อนรับพวกเราครับ

ความเห็นที่: 24 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:19 น.
รูปปั้นเด็กผู้ชายยืนถือโล่และดาบตั้งท่าต่อสู้กับสัตว์ร้าย

ความเห็นที่: 174 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:38 น.
ของชิ้นนี้ทำจากทองคำ อีนาเมล เงินฉาบ เพชร ทับทิม มรกต โอปอล หินโมรา ผลึกหินภูเขาไฟ และไข่มุก ผลิตในเมืองมิวนิกโดยพระราชาคณะแห่งโคโลญจน์ เพื่อกำนัลแก่ท่านดยุกที่มีศักดิ์เป็นพี่ชาย

ความเห็นที่: 173 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:38 น.
ชิ้นถัดไปได้แก่โกศบรรจุอัฐิของนักบุญเกออร์ก (St. Georg) ที่นิยมสักการะกันมากในนิกายอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์และนิกายโอเรียนทัลออร์โธด็อกซ์ โกศด้านบนทำเป็นรูปปั้นขนาดเล็กของดยุกวิลเฮล์มที่ 5 ใส่ชุดเกราะ เมื่อเปิดหน้ากากออกจะเห็นใบหน้าที่สลักละม้ายกับใบหน้าของท่านดยุก

ความเห็นที่: 172 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e8

ความเห็นที่: 170 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e6

ความเห็นที่: 171 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e7

ความเห็นที่: 169 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:36 น.
e5

ความเห็นที่: 168 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:35 น.
e4

ความเห็นที่: 167 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:35 น.
มงกุฏ นี้ทำด้วยทองคำ เงิน เพชร เพชรเทียมสีฟ้า (Blue Diamond) ทับทิม และมรกต มงกุฏนี้ผลิตในกรุงปารีสระหว่างปี คศ 1806 - 1807 เพื่อสวมให้กับเจ้าอีเล็กเตอร์มักซี่ที่ 4 โยเซฟ (Max IV Joseph) ครั้งขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์มักซีที่ 1 โยเซฟ

ความเห็นที่: 166 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:34 น.
ส่วนที่พลาดไม่ได้ของการชมพระราชวังอีกส่วนหนึ่ง คือช้าทซ์คามเม่อะ (Schatzkammer Treasury) หรือห้องขุมทรัพย์ แบ่งออกเป็นห้องย่อยๆทั้งหมด 10 ห้อง จุดที่น่าสนใจและห้ามพลาดเมื่อเข้ามาชมห้องขุมทรัพย์ คือการได้ยืนชมมงกุฏแห่งบาเยิร์น

ความเห็นที่: 164 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:33 น.
ห้องโบสถ์คาทอลิกส่วนพระองค์ของดยุกมักซิมิเลี่ยนที่ 1 ที่มีขนาดเล็กแต่ตกแต่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสี และหินมีค่า ผนังที่ฉาบด้วยปูนสทัคโคย้อมสี ซึ่งขัดจนดูคล้ายหินอ่อน แต่ทั้งนี้บางส่วนได้รับการตกแต่งขึ้นมาใหม่

ความเห็นที่: 165 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:34 น.
ทางเข้าห้อง ไรเชอะคาเพลเลอะ (Reiche Kapelle-Ornate Chapel) แคบนิดเดียวเอง

ความเห็นที่: 163 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:33 น.
ห้องไรเชอะคาเพลเลอะ (Reiche Kapelle-Ornate Chapel) เป็นอีกห้องหนึ่งที่แนะนำให้ชม

ความเห็นที่: 162 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:31 น.
สำหรับถ้ำจำลองนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนภายในพระราชวังฤดูร้อนของดยุกวิลเฮล์มที่ 5 นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านถ้ำจำลองนี้ก่อนเข้าไปชมห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities)

ความเห็นที่: 161 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:30 น.
ถ้ำจำลองที่ตกแต่งด้วยหินงอกหินย้อย และรูปปั้นที่ประดับด้วยเปลือกหอยหลากชนิดจนงามแปลกตาสวยเกินคำบรรยาย

ความเห็นที่: 160 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:29 น.
แต่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังนี้ได้ถูกทำลายเสียหายไปมากมาย จนเหลือพื้นที่รอดพ้นเพียงแค่ 50 ตารางเมตรเท่านั้น หลังจากปี คศ 1945 ทางการจึงต้องทำการบูรณะตัวอาคาร เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะต่างๆขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะเดิมอย่างทุกวันนี้ 

ความเห็นที่: 159 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:28 น.
ซึ่งจากการตกแต่งต่อเติมมาหลายยุคหลายสมัยตามรสนิยมของผู้ปกครองแต่ละพระองค์รวมทั้งสมบัติอันมีค่าที่ได้สะสมมา จึงทำให้พิพิธภัณฑ์ขนาด 23,500 ตารางเมตร แห่งนี้มีความน่าสนใจยิ่งนัก เพราะมีศิลปะตั้งแต่ยุคเรอเรสซองส์ บาร็อก ร็อกโคโค ไปจนถึงนีโอคลาสสิกเลย

ความเห็นที่: 158 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:27 น.
พระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) ใช้เป็นที่ประทับและทรงงานบริหารบ้านเมืองของกษัตริย์และขุนนางแห่งแคว้นบาเยิร์นกว่า 500 ปี

พระราชวังแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี คศ 1385 เหตุด้วยดยุกแห่งราชวงส์วิทเทลบาคส์ (Wittelbachs) ย้ายมาจากพระราชวังเก่า ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเนื่องจากเกิดเหตุปฏิวัติ ราชวงศ์วิทเทลบาคส์ก็ได้ประทับที่พระราชวังใหม่นี้จนถึง คศ 1918 ก่อนเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี คศ 1920 และให้เรียกที่นี่ว่า เรซิเด้นซ์ มูเซอุ้ม (Residenz Museum) โดยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งด้านการตกแต่งภายใน

ความเห็นที่: 157 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:26 น.
Residenz Munchen เปิดให้เข้าชมห้องต่างๆทุกวัน แต่จะปิดวันที่ 1 มค วันฉลองก่อนวันถือบวชในศาสนาคริสตื 24-25 ธค 31 ธค

ยกเว้นส่วน ช้าทซ์คามเม่อะ (ขุมทรัพย์) ที่เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด
 
ค่าเข้าชมพระราชวัง หากเข้าชมทั้งเรซิเด้นซ์และ ช้าทซ์คามเม่อะ Schatzkammer Treasury (ห้องขุมทรัพย์) เสียค่าเข้า 9 ออยโร ภายในพระราชวังอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แสงแฟลซ

ความเห็นที่: 202 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 15 มี.ค. 2555 เวลา 07:56 น.
คุณ  goldenpig

 ขอบคุณมากครับที่ตามมาเที่ยวมิวนิก

ความเห็นที่: 153 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:23 น.
การเข้าชมพระราชวัง จะไม่มีคนนำแต่เขามีหูฟังที่คอยอธิบายส่วนต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งรวมอยู่ในค่าตั๋วเข้าชมแล้ว ส่วนคนที่นำกระเป๋าใบโตมาก็ต้องฝากกระเป๋าไว้กับเจ้าหน้าที่ตรงบริเวณทางเข้าก่อนด้วยครับ
 
จำนวนห้องต่างๆมีมากมายถึง 130 ห้อง พวกเราจึงเลือกชมแต่เฉพาะห้องที่น่าสนใจเท่านั้น

ห้องแรกที่ถือว่าเป็นห้องที่ไม่ควรพลาดชม และเป็นห้องไฮไลต์ของพระราชวังคือ ห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities)

ความเห็นที่: 152 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:23 น.
ทั้งนี้เดิมทีพระองค์ต้องการให้เป็นอนุสาวรีย์ทรงม้าครับ แต่พระองค์เกิดสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันในปี คศ 1825 ฉบับร่างอันแรกที่ออกแบบโดยเคล็นเซ่อะ จึงถูกนำมาสร้างแทนโดยเป็นรูปพระองค์ในท่านั่งกล่าวคำอวยพร

ความเห็นที่: 151 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:21 น.
พระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 1 โยเซฟ พระองค์เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งบาเยิร์นที่ปกครองระหว่างปี คศ 1799 - 1825 และเป็นผู้ก่อตั้งรัฐธรรมนูญของรัฐ

ความเห็นที่: 156 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:26 น.
ส่วนหลังคาโค้งอันงดงามประดับด้วยภาพวาดประดิดประดอยจำนวน 102 ภาพ อันเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ตลาด และพระราชวังในเขตบาเยิร์น รวมถึงภาพวาดปูนเปียกเฟรสโกรูปทะเลสาบซตาร์นแบร์ก (Starnberg) ที่พระเจ้าลุดหวิกที่ 2 สวรรคตและปราสาท พร้อมเสามัยบ็อม (Maibaum) ซึ่งใช้ศิลปะบิดเบือนแบบพิศดาร อันนิยมกันมาตั้งแต่ยุคคลาสสิก

ความเห็นที่: 155 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:25 น.
ภายในห้องอันทิควาริอุ้ม ใช้เก็บสะสมรูปปั้นโบราญ โดยเฉพาะรูปปั้นครึ่งตัวที่มีมากเหลือเกิน ซึ่งผลงานที่เห็นมีทั้งชิ้นงานดั้งเดิมและชิ้นงานเลียนแบบของเก่ายุคคลาสสิกและยุคเรอเนสซองซ์ บางส่วนก็เพิ่มเข้ามาในศตวรรษที่ 17 และ 18

ความเห็นที่: 36 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:28 น.
โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปะแบบโกธิก ภายในมีภาพวาดปูนเปียกเฟรสโกและปูนปั้นสทัคโค (Stucco) ที่ตกแต่งโดยพี่น้องตระกูลอาซัม (Asam) ผู้บุกเบิกศิลปะสมัยร็อกโคโค คนเดียวกับที่สร้างโบสถ์อาซัมเคี้ยเช่อะ

ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:33 น.
มิวนิก เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 รองจากแบร์ลิน (Berlin) และ ฮัมบูร์ก (Hamburg) เมืองมิวนิกได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ด้วยมีแม่น้ำอิซาร์ (Isar) ไหลผ่าน กับอยู่ทางด้านเหนือของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า แรกเริ่มเดิมทีมีพระจากสำนักสงฆ์เทแก้ร์นเซ (Kloster Tegernsee) มาตั้งรกรากริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ และได้เรียกชื่อที่นี้ว่า มึนเชน (Munchen) ในภาษาเยอรมันคำว่า Monchen แปลว่า พระ

ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:01 น.
และไม่ไกลจากตัวเมืองมิวนิกมากนัก ผมจะพาเพื่อนๆนั่งรถรางไปชมพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) ด้วยครับ

ภาพพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก เด่นเป็นสง่าเหมือนลอยตัวอยู่เหนือสระน้ำหน้าพระราชวัง

ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:28 น.
และไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมเมื่อมามิวนิก คือการเข้าชมชมขุมทรัพย์อันล้ำค่าแห่งบาเยิร์น ที่พระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen)

ภาพห้องโถงอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities) ในพระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) หนึ่งในห้องไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดชมครับ

ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:29 น.
" Munich Loves You " เป็นคำขวัญน่ารักๆของเมือง มิวนิก เมืองที่มีเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย เมืองที่เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมันมาแล้ว แน่นอนวันนี้เรามาทำความรู้จักเมืองนี้กันครับ

ภาพวิวเมืองมิวนิก ถ่ายจากหอคอยของโบสถ์เพเทอร์สเคี้ยเช่อะ (Perterskirche)

ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:31 น.
มิวนิก (Munich) หรือที่เรียกในภาษาเยอรมันว่ามึนเชน (Munchen) เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศเยอรมนี เป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมในเยอรมนีตอนใต้ เป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) หรือ บาเยิร์น (Bayern) ในภาษาเยอรมัน ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์

ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:32 น.
รัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

ภาพ Diana Temple ในสวนหย่อมโฮฟการ์เท่น (Hofgarten)

ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:35 น.
แต่หลังจากดยุกไฮน์ริชใจสิงห์ (Heinrich der Lowe) แห่งแคว้นซักเซ่น ปัจจุบันคือรัฐที่เมืองเดรสเด่น (Dresden) และไลป์ซิก (Leipzig) ตั้งอยู่ ได้รับตำแหน่งขุนนางแห่งแคว้นบาเยิร์นจากฟรีดริชที่ 1 บาบาดรสซา (Friedrich I Barbarossa) ก็ได้ขยายเมืองบนพื้นที่เมิ้นเช่นด้วยการสร้างโรงกระษาปณ์ จัตุรัสเมือง และป้อมปราการ (ปี คศ 1156)

ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:36 น.
ความที่เมืองเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เลยทำให้ชื่อเสียงที่เคยเรียกพื้นที่นี้ว่าเมิ้นเช่นเพี้ยนเป็นมุ้นเช่น (Munchen) หรือมิวนิก กระนั้นเมื่อตระกูลวิทเทลบาคส์ขับไล่พระเจ้าเฮนรีออกไปในปี คศ 1180 ก็ได้เข้าครอบครองพื้นที่มิวนิก ก่อนแต่งตั้งให้นิวนิกเป็นเมืองพระราชฐานแห่งราชวงศ์วิทเทลบาคส์ในเวลาต่อมา

ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:38 น.
ทว่าช่วงศตวรรษที่ 17 การถูกทำลายยับเยินช่วงสงคราม 30 ปี และกาฬโรคที่ระบาดคุกคามประเทศแถบยุโรปนั้น ก็ทำให้เมืองนี้ตกไปอยู่ในมือของกุ๊สต๊าฟที่ 2 อะโดฟ แห่งสวีเดน (Gustav II Adolf of Sweden) ระหว่างปี คศ 1651 - 1679 ในสมัยของเจ้าอีเล็กเตอร์แฟร์ดินานท์ มารีอา (Ferdinand Maria) ก่อนถูกเปลี่ยนมือไปมาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งกว่าเมืองมิวนิกจะมีการพัฒนาอย่างจริงจังก็ต้องรอไปจนถึงปี คศ 1806 โน่น

ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:42 น.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาของกษัตริย์มักซ์โยเซฟและพระเจ้าลุดหวิกที่ 2 ที่สร้างเมืองได้อย่างสวยสดงดงาม จนกลายเป็นไอไลท์ของการท่องเที่ยวจนถึงทุกวันนี้ น่าเสียดายที่มิวนิกถูกผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลายเสียหายไปกว่าครึ่งเมือง ไม่อย่างนั้นนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราคงได้ชมความงดงามของมิวนิกกันแบบเต็มๆ

มุมมหาชนที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายภาพกัน เสียดายที่ยอดโดมอันหนึ่งของโบสถ์หัวหอมคู่เฟราเอ้นเคี้ยเช่อะ (Frauenkirche) กำลังถูกซ่อมแซมอยู่

ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: kaokao เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:45 น.

ภาพห้องโถงอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities)  สวยอลังการมากครับ

ที่เมืองนี้อากาศดี๊ดีฟ้าเป็นฟ้าเลยอ่ะ


ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 11:48 น.
มิวนิก เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมันมาแล้ว และคำขวัญน่ารักๆของเมืองนี้คือ " Munich Loves You "

ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: หนอนน้อยท่องโลก เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:11 น.
ภาพงามล้ำ มิวนิคของพี่จิโร่อากาศดี ฟ้าสวยมากเลยค่ะ อิจฉาๆ อีกแย้วว

ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:50 น.
ซึ่งใครอยากขึ้นไปชมวิวสวยของเมือง ที่หอสูงของศาลาว่าการหลังใหม่นี้ เขามีลิฟท์ให้บริการด้วยครับ แต่ผมว่าสู้ขึ้นไปชมจากหอคอยอัลท่าร์ เพเทอร์ไม่ได้ เพราะหากปีนขึ้นหอคอยของศาลาหลังใหม่ นี้ จะไม่เห็นศาลาหลังใหม่อันงดงามนั่นเอง

ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:47 น.
ศิลปะการก่อสร้างศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ นี้ประกอบไปด้วยหินแกะสลักรูปบุคคลสำคัญของรัฐบาเยิร์น (กษัตริย์ ดยุก และนักบุญ) ทางด้านหน้า ตัวศาลา ถูกออกแบบโดยเกออร์ก ฟอน เฮาบ์แบริสซาร์ (Georg von Hauberrisser) ขณะที่มีอายุเพียง 24 ปี เพื่อทดแทน ศาลาว่าการหลังเก่าอันคับแคบเกินไป ก่อนใช้เวลาสร้างนานถึง 3 ระยะด้วยกันคือ ระยะแรกก่ออิฐทางส่วนตะวันออก ในปี คศ 1867 - 1874 ระยะต่อเติมด้านหลังในปี คศ 1889 - 1892 และระยะที่สร้างส่วนซีกตะวันตก พร้อมหอคอยอันเป็นที่ตั้งของตุ๊กตาเต้นระบำ

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:40 น.
จุดท่องเที่ยวในเมืองมิวนิกส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองเก่า และศูนย์กลางของเขตเมืองเก่าเรียกว่า จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) เป็นที่พบปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ  ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้

ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:59 น.
หน้าศาลาว่าการหลังใหม่ที่เรายืนอยู่นี้ เรียกว่าจัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองมิวนิก และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินชมเมืองที่ดีที่สุดในมิวนิก ในยุคกลางแถบนี้เคยเป็นตลาดและใช้เป็นสถานที่จัดงานรื่นเริงต่างๆมาก่อน ต่อมาในปี คศ 1807 ตัวตลาดได้ย้ายไปอยู่ใกล้ๆกับย่านฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท จึงทำให้มาเรียนพลัทซ์ลดบทบาทลง ทว่ามันก็ยังเป็นศูนย์กลางของเมืองอยู่เหมือนเดิม เวลาชาวเมืองมีงานสำคัญๆอะไรก็ยังมาจัดกันที่นี่อยู่เช่นเคย

ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:03 น.
รอบๆมาเรียนพลัทซ์นี้จะเต็มไปด้วยวิวไฮไลต์ของมิวนิกอย่างที่เห็นตามสื่อโฆษณาหรือตามโปสการ์ด ไม่ว่าจะเป็นยอดหัวหอมสีเขียวของโบสถ์เฟราเอ้นเคี้ยเช่อะ ศาลาว่าการหลังเก่าสไตล์โกธิกที่ปัจจุบันใช้เป็นที่ต้อนรับแขกเมือง พิพิธภัณฑ์ของเล่น แต่ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเสาพระแม่มารีสีทอง (Marien's Column) ซึ่งชาวเมืองเขาใช้เสาพระแม่มารีเป็นจุดหลักเริ่มนับระยะทางจากตัวเมืองมิวนิกครับ

ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:07 น.
สำหรับเสาพระแม่มารีสีทองนี้ มีประวัติน่าสนใจทีเดียว เริ่มจากก่อตั้งขึ้นเพราะพระเจ้าอีเล็กเตอร์มักซิมิเลียนที่ 1 ในปี คศ 1632 (ออกแบบโดยแฟร์ดินานท์ มัวมันน์) เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีที่เมืองรอดพ้นจากการถูกโจมตี ตัวเสาทำด้วยหินอ่อนสีแดง ยอดเป็นที่ประทับของพระแม่มารีสีทองอันสง่างาม (ผลงานของช่างศิลป์ฮุแบร์ทแกร์ฮาร์ท) ซึ่งยืนอยู่บนจันทร์เสี้ยวและอุ้มพระบุตรในอ้อมแขน หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าแต่ละด้านของฐานอนุสาวรีย์มีรูปปั้นเด็กผู้ชายยืนถือโล่และดาบตั้งท่าต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้แก่ สิงห์ มังกร และงู อันเป็นสัญญาลักษณ์ของการสิ้นสุดสงคราม โรคระบาด ความอดอยาก และพวกนอกรีตนั่นเอง

ความเห็นที่: 22 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:10 น.
เสาพระแม่มารี

ความเห็นที่: 23 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:14 น.
พระแม่มารีสีทองยืนอยู่บนจันทร์เสี้ยวและอุ้มพระบุตรในอ้อมแขน

ความเห็นที่: 25 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:24 น.
บริเวณจัตุรัสแห่งนี้มักจะมีศิลปินสมัครเล่นมากมายมาเปิดการแสดง ทั้งเล่นดนตรี แต่งตัวแปลกๆ หรือบางคนก็ทำตัวเป็นหุ่นเลียนแบบท่าทางประหลาด สร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาเป็นอย่างมาก วันที่พวกเราเข้าไปเดินพอดีเจอการเดินขบวนประท้วงกันที่หน้าจัตุรัสด้วยครับ

ความเห็นที่: 26 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:30 น.
จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) เมื่อก่อนจะรู้จักกันในชื่อชรันเน่น (Schrannen) แต่ตอนหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Marienplatz เพื่อขอบคุณพระแม่มารีที่ช่วยให้มิวนิกรอดพ้นจากอหิวาตกโรค

ความเห็นที่: 27 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:35 น.
ด้านหน้ามีหินแกะสลักรูปบุคคลสำคัญอยู่เต็มไปหมด

ความเห็นที่: 28 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:39 น.
หน้าศาลาว่าการหลังใหม่ หากเป็นช่วงเดือน พย - เมย จะเปิดให้เข้าชมวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 10.00 - 17.00 น. และปิดให้บริการในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

แต่ถ้าเป็นช่วงเดือน พค - ตค จะเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงไว้ โปรดตรวจสอบให้ดีอีกครั้ง)

ความเห็นที่: 29 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:45 น.
ไฮไลต์อีกอย่างที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมเมือมายืนที่จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ นั่นคือการรอชมตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ

ซึ่งตุ๊กตาเต้นระบำดังกล่าวจะอยู่บนหอคอยระฆังสูง 85 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของศาลาว่าการหลังใหม่

ความเห็นที่: 30 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:52 น.
ตรงกลางหอคอยมีหอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel ซึ่งจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำให้ชมกันในเวลา 11 นาฬิกา และเที่ยงตรง ในหน้าร้อนจะเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบ

ความเห็นที่: 31 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:59 น.
ชั้นแรกเป็นพาเหรดของอัศวินเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีสมรสของกษัตริย์พระองค์หนึ่งในอดีต มีอัศวินขี่ม้าออกมาดวลกันจนตายไปข้าง ใครไปดูลองดูดี ๆ นะครับว่าอัศวินสีเงินหรืออัศวินสีทองเป็นผู้ชนะ  ส่วนอีกสองชั้นเป็นการเต้นรำเพื่อเฉลิมฉลองที่ชาวเมืองมีชีวิตรอดจากโรคระบาดในปี ค.ศ.1517

ความเห็นที่: 32 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:08 น.
สัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งของเมือง คือโบสถ์เฟราเอน (Frauenkirche ออกเสียงว่า เฟรา เอน เคีย เชอะ) เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในมิวนิก สร้างตามแบบโกธิกในปี ค.ศ. 1468 ด้วยอิฐสีแดง แทนที่จะสร้างด้วยหินเหมือนโบสถ์โกธิกทั่วไป ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 20 ปี จึงแล้วเสร็จ (เสียดายที่ยอดโดมอันหนึ่งของโบสถ์หัวหอมคู่เฟราเอ้นเคี้ยเช่อะ กำลังถูกซ่อมแซมอยู่)

ความเห็นที่: 33 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:13 น.
ด้านหน้ามีหอคอยคู่สูงถึง 99 เมตร  จริง ๆ หอคอยทั้งสองควรจะมียอดแหลมตามแบบฉบับของโกธิก แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง  ต่อมาภายหลังจึงได้ต่อเติมเป็นโดมหัวหอมขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบันแทน ทำให้โบสถ์นี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมิวนิค

ความเห็นที่: 34 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:18 น.
ตึกพิพิธภัณฑ์ของเล่น (Spielzeugmuseum) ที่บริเวณจัตุรัสมาเรียนปลัตส์

ความเห็นที่: 35 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:22 น.
เดินทะลุด้านหลังตึกพิพิธภัณฑ์ของเล่น ไปจะพยโบสถ์ไฮลิกไก้สท์เคี้ยเช่อะ (Heiliggeistkirche)

ความเห็นที่: 37 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:35 น.

การได้ปีนหอคอยสูงเพื่อขึ้นไปชมวิวเมืองมิวนิกเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เมื่อยืนอยู่ที่จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ มองดูรอบๆจะเห็นหอคอยสูงที่มีนาฬิกาติดโดยรอบถึง 8 เรือนอยู่ลิบๆ เราจะขึ้นไปชมวิวเมืองมิวนิกบนนั้นกันครับ หอคอยนี้เป็นหอคอยของโบสถ์เพเทอร์สเคี้ยเช่อะ (Perterskirche) ซึ่งหอคอยนี้ชาวเมืองเขาเรียกอย่างรกใคร่ว่า อัลท่าร์ เพเทอร์ (Alter Peter) หรือ ปีเตอร์แก่ ครับ เป็นหอคอยสูง 13 ชั้น และมีบันได 303 ขั้น


ความเห็นที่: 38 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:39 น.
ค่าขึ้นปีนคอคอย ราคา 1.5 ออยโร ไม่แพงเลย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปและคุ้มค่าเหนื่อยกับการออกแรงปีนขึ้นไปข้างบน เพราะวิวทิวทัศน์เมื่อมองลงมาจากบนหอคอยสวยงามเกินคำบรรยายครับ

ความเห็นที่: 39 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:45 น.
หลังจากที่ชำระเงินที่เค้าน์เตอร์บริเวณทางขึ้นแล้ว อาจจะต้องยืนต่อรอคิวปีนขึ้นหอคอยสักพัก ขึ้นอยู่กับว่าช่วงขณะนั้นคนขึ้นลงที่มาใช้บริการมีมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากทางขึ้นลงหอคอยค่อนข้างแคบและชันมาก ทำให้เดิรสวนกันลำบากมากๆ ดังนั้นควรเดินด้วยความระมัดระวังและพยายามใช้ราวจับให้เป็นประโยชน์ บางช่วงอาจต้องหยุดรอให้คนที่เดินลงมาผ่านไปก่อน ที่สำคัญหากมีอาการเหนื่อยหอบ ควรหยุดพักเป็นระยะๆเพราะอาจทำให้หน้ามืดเอาได้ง่ายๆ

ความเห็นที่: 40 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:49 น.
เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน ถ้าเป็นวันที่คนใช้บริการกันมาก จะเต็มไปด้วยผู้คนเดินเบียดกันแน่นแทบขยับตัวไม่ได้ อย่างไรก็ตามวิวทิวทัศน์สวยงามมากครับ ด้านทิศเหนือเราจะเห็นศาลาว่าการหลังใหม่ ยอดเสาพระแม่มารี โบสถ์หัวหอมคู่เฟราเอ้นเคี้ยเช่อะ (Frauenkirche) รวมทั้งเห็นโบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) สีเหลืองทองอยู่ด้านหลังศาลาว่าการอีกด้วย

ความเห็นที่: 41 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:53 น.
ส่วนทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นตึกพิพิธภัณฑ์ของเล่น (Spielzeugmuseum) และโบสถ์ไฮลิกไก้สท์เคี้ยเช่อะ (Heiliggeistkirche) ได้อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นวิวตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท

ความเห็นที่: 42 ตอบโดย: taekomkrit เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:55 น.
ภาพห้องโถ่ง งามจริงครับ

ความเห็นที่: 43 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 14:57 น.
โบสถ์เพเทอร์สเคี้ยเช่อะ (Perterskirche) เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 7.30 -19.00 ยกเว้นวันพุธปิดตั้งแต่เวลา 12.00 น.

ส่วนหอคอยอัลท่าร์ เพเทอร์ หากเป็นฤดูร้อน เปิดให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 18.30 น. วันเสาร์ขอาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 10.00 - 18.30 น.

แต่ถ้าเป็นฤดูหนาววันจันทร์-ศุกร์เวลา 9.00 - 17.30 น. วันเสาร์ขอาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 10.00 - 17.30 น.

ความเห็นที่: 44 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:02 น.
หอคอยโบสถ์ไฮลิกไก้สท์เคี้ยเช่อะ (Heiliggeistkirche)

ความเห็นที่: 45 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:08 น.
การเดินทางมาจัตุรัสมาเรียนปรัสต์ สะดวกสบายเพราะมีทั้ง S-Bahn และ U-Bahn วิ่งมาจอดที่จัตุรัสแห่งนี้

ความเห็นที่: 46 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:16 น.
 สวัสดีครับคุณเก๋า

ขอบคุณครับที่แวะมาเดินเมืองมิวนิก ......... ทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่เจอฝนหยิมๆวันเดียวเอง ส่วนใหญ่ท้องฟ้าเปิดทุกวันเลยครับ ซึ่งหาได้ยากมากในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้

ใช่ครับ ห้องโถงอันทิควาริอุ้ม งดงามมากๆ ถือว่าเป็นห้องไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดชมครับ ผมใช้เวลาค่อยชมห้องนี้มากพอสมควร มีรูปปั้นคนดังๆในอดีตเยอะเลยครับ ที่สำคัญลายเขียนบนเพดานสวยงามมากๆครับ

ความเห็นที่: 47 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:23 น.
 สวัสดีครับน้องหนอน

อืม ...... พวกเราโชคดีน่ะครับที่เจอฟ้าเปิด ไม่เหมือนตอนไปญี่ปุ่นทางเหนือทริปใบไม้แดง ตอนนั้นเปียกปอนไปทั้งตัวเลยครับ

 ขอบคุณที่มาเที่ยวครับ .......... เดี๋ยวแวะเข้าไปเที่ยวรีวิวตอนใหม่ของหนูน๊ะครับ

ความเห็นที่: 48 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:35 น.
 ใช่ครับคุณแต้

ห้องโถงอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities) งามมากๆครับ พื้นที่ก็กว้างขวางเดินชมสบายไม่อึดอัดด้วยครับ

ความเห็นที่: 49 ตอบโดย: kosamer เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:45 น.
ได้ชมมิวนิคผ่านเลนซ์พี่ jirobkk แล้ว สวยผิดหูผิดตาจังค่ะ ... ...

ความเห็นที่: 50 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:48 น.
ประตูเมืองคาร์ลส์ทอร์ (Karlstor) หนึ่งใน 3 ประตูเมืองที่ยังคงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ (เดิมทีมิวนิก มีประตูเมืองถึง 5 ประตูแต่ผลจากสงครามจึงทำให้ปัจจุบันคงเหลือเพียง 3 ประตูเท่านั้นคือ คาร์ลส์ทอร์ (Karlstor) อิซาร์ทอร์ (Isartor) และเซนดลิงเงอะทอร์ (Sendlinger Tor)

ความเห็นที่: 51 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:56 น.

สำหรับประตูคาร์ลส์ทอร์ (Karlstor) ถือเป็นประตูที่เปิดเข้าสู่เขตถนนคนเดินเส้นหลักของมิวนิกก็ว่าได้ เชื่อมต่อกับถนน Neuhauser Strasse ถนนซ๊อปปิ้งสายหลักของเมือง ที่มักเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายในวันเสาร์

ภาพประตูคาร์ลส์ทอร์ ยามค่ำคืน พวกเราพักอยู่แถวประตูเมืองคาร์ลส์ทอร์ เลยต้องเดินผ่านทุกวัน


ความเห็นที่: 52 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 15:59 น.
จากจัตุรัสมาเรียนปลัตส์ เมื่อเดินเข้าถนน Wein Strasse เพื่อต่อไปยังถนน Theatinerstrasse ถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมนับไม่ถ้วน และบนถนนเส้นนี้ยังมีซ๊อปปิ้งคอมเพล็กซ์เล็กๆซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอีกด้วย

ความเห็นที่: 53 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:08 น.
ข้างในซ๊อปปิ้งคอมเพล้กซ์แห่งนี้ มีร้านอาหารไทยชื่อว่า ร้านไข่มุกให้บริการอยู่ด้วยครับ

พวกเราฝากท้องมื้อกลางวันไว้ที่ร้านอาหารไทยไข่มุกครับ

ความเห็นที่: 54 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:10 น.
ไม่นึกว่าจะมาเจอความแดงที่ใจกลางเมืองมิวนิก ในภาพคือสวนหย่อมเล็กๆในซ๊อปปิ้งคอมเพล็กซ์ครับ ที่นี่ปลูกต้น โมะมิจิ เอาไว้ พวกเราเลยแวะเข้าไปเก็บรุปมาฝากครับ

ความเห็นที่: 55 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:17 น.
 คุณเม๋อ ...... สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวครับ ......... ผมชอบมิวนิกมากๆเลยครับ อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร สถานที่เที่ยวอยู่รวมตัวกันในตัวเมือง การเดินทางสะดวกสบาย ถ้ามีโอกาสก็อยากไปแวะอีกครับ

แถมภาพนางแบบประจำทริปกับใบโมะมิจิสีแดงครับ

ความเห็นที่: 57 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:36 น.
เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ (Feldherrnhalle) สร้างขึ้นระหว่างปี คศ 1841 - 1844 โดยพระเจ้าลุดหวิกที่ 1 ได้มอบหมายให้สถาปนิกชื่อ ฟรีดริช ฟอนแกร์ทเน่อร์ (Friedrich von gartner) เป็นผู้สร้างเฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ (Feldherrnhalle) เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ทัพบาวาเรียในการทำสงความฝรั่งเศส-ปรัสเซีย

ความเห็นที่: 58 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:38 น.
เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ สังเกตุง่ายๆด้วยรูปปั้นสิงห์โตคู่ด้านหน้าสองฝากฝั่งเป็นรูปปั้นของนักบุญ และมีรูปปั้นแม่ทัพบาวาเรียอยู่ด้านใน ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดงานต่างๆเช่น งานคอนเสิร์ต

ความเห็นที่: 59 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:41 น.
ทั้งนี้ เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ กลายเป็นที่ที่มีชื่อเสียงหลังจากตำรวจกับพวกนาซีได้ทำการสู้รบขนาดย่อมในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพวกนาซีได้เดินขบวนจากถนนลุดหวิก ไปยัง เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ แต่ตำรวจได้มาสลายการเดินขบวนในครั้งนั้นพร้อมสังหารผู้คนเดินขบวนไปเป็นจำนวนถึง 16 คน และนี่เองคือที่มาที่ฮิตเล่อะให้ทุกคนที่เดินผ่านต้องทำความเคารพพวกนาซี

ความเห็นที่: 60 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:44 น.
เยื้องกันกับ เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ จะเห็นโบสถ์สีเหลืองสด ชื่อว่าโบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) เป็นโบสถ์บาซิลิกา (ในคริสต์ศาสนาหมายถึงโบสถ์ที่มีความสำคัญมาก เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญโดยเฉพาะสันตะปาปา) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญทางเหนือของเขตเมืองเก่า อยู่หน้าจัตุรัส Odeonsplatz 

ความเห็นที่: 61 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:46 น.
โบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) เป็นโบสถ์ที่เจ้าอีเล็กเตอร์แฟร์ดินานท์ มารีอา นักปกครองบาเยืร์นผู้รักความสงบและพระชายาสั่งให้สร้างขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของโอรสมักซ์ เอมานูเอล (Max Emanuel) ในปี คศ 1662 ที่ต่อมาขึ้นครองรัฐบาเยิร์นเป็นพระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 2 เอมานูเอล (คนละคนกับพระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 2 พระบิดาของพระเจ้าลุดหวิกที่ 2)

ความเห็นที่: 62 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:49 น.

โบสถ์นี้ใช้เวลาสร้างตั้งแต่ปี คศ 1663 - 1690 ในแบบอิตาเลียนบาร็อก ด้วยฝีใอของสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่ออะโก้สติโน่ บาเรลลี่ (Agostino barelli) ซึ่งมีต้นแบบมาจากโบสถ์อังเดรอา เดลล่า วัลเล่อะ (Andrea della valle) แห่งกรุงโรม ส่วนหอคอยสองหอ โดมด้านหลัง และด้านหน้าตึกถูกต่อเติมขึ้นภายหลัง

โบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) ตัวโบสถ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 7.00 - 19.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด


ความเห็นที่: 63 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:54 น.
ด้านตรงกันข้ามกับโบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ จะพบสวนหย่อม ชื่อว่าโฮฟการ์เท่น (Hofgarten)

ความเห็นที่: 64 ตอบโดย: จอห์นมหาชัย เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:57 น.
สวยงามมากๆ ฟ้าครามอลังการสุดๆ ไว้จะตามรอยไปครับ

ความเห็นที่: 65 ตอบโดย: Supra เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 18:18 น.
พึ่งไปมิวนิค มาเหมือนกันเมื่อ ต้น ก.ย. ปีที่แล้ว .... ดูภาพแล้วแจ่มสู้ คุณจิโร่ ไม่ได้เลย ....

ความเห็นที่: 66 ตอบโดย: AM เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 18:46 น.
มิวนิคจากกล้องคุณjirobkk สวยจัง ฟ้าก็ใสเป็นใจดีด้วย

ความเห็นที่: 67 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:35 น.
สวนนี้สร้างขึ้นในช่วงปี คศ 1613 - 1617 โดยพระประสงค์ของพระเจ้ามักซีมิเลี่ยนที่ 1 เดิมเป็นศิลปะแบบเรอเนสซองซ์แบบอิตาเลี่ยน หลังถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงถูกสร้างใหม่ให้บางส่วนเป็นแบบสวนอังกฤษ ที่มีดอกไม้นานาพันธ์ให้ได้ชมกัน แต่ในฤดูที่ไม่มีดอกไม้จะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

ความเห็นที่: 68 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:36 น.
ที่ใจกลางสวนมีศาลาเป็นศูนย์กลางตั้งอยู่ ชื่อว่า Diana Temple

ความเห็นที่: 69 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:36 น.
เดือนตุลาคมไม่มีดอกไม้บาน มีแต่ใบไม้เปลี่ยนสี

ความเห็นที่: 70 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:38 น.
สวัสดีครับคุณ  จอห์นมหาชัย

ยินดีครับ ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวมิวนิกครับ

ความเห็นที่: 71 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:48 น.
 คุณซุ๊ป สวัสดีครับ

ไปมิวนิกมาช่วงเดือน กย เหรอครับ ไม่ทราบว่าตรงกับงานเทศกาลเบียร์หรือเปล่าครับ ได้ยินว่างานเค้าน่าสนุกเชียว พวกเราไปตอนปลาย ตค งานเค้าเลิกไปแล้ว เสียคายอยู่เหมือนกันครับ

เวลาไปเที่ยววันไหนตื่นขึ้นมาแล้วเจอฟ้าเปิดทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยอยากออกไปถ่ายรูปน่ะครับ แต่วันไหนฟ้าเน่าแทบไม่อยากหยิบกล้องออกจากกระเป๋าเลยครับ

ความเห็นที่: 72 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:51 น.
 คุณ AM

สวัสดีครับ ได้ไปออกทริปที่ไหนมาบ้างหรือเปล่าครับ ขอบคุณมากครับที่มาให้กำลังใจ

ความเห็นที่: 73 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:51 น.
มาเที่ยวเยอรมันทั้งที ถ้าไม่ได้ทานขาหมูทอดเยอรมัน เดี๋ยวถูกต่อว่าว่ามาไม่ถึงเยอรมัน

พวกเราแวะทานทานขาหมูทอดร้าน Donisl บริเวณจัตุรัสมาเรียนปลัตส์

ความเห็นที่: 74 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:52 น.
ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบขาหมูอยู่แล้ว แต่โฮ้โฮ พอได้ลองชิมของที่เยอรมัน ขอบอกว่าของเค้าอร่อยจริงๆครับ

ลืมภาพขาหมูพะโล้ติดมันเมืองไทยไปเลย

ความเห็นที่: 75 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:52 น.
มื้อถัดไปในวันรุ่งขึ้นผมถึงสะกิดเพื่อนว่า ไม่แวะร้าน Donisl อีกสักครั้งหรือ

ปรากฏว่าได้ทานขาหมูทอด 2 วันเลย

ความเห็นที่: 76 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:54 น.
ก่อนนั่งรถรางไปเที่ยวพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) ขอแถมภาพศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ นอยเยอรัทเฮาส์ (Neue Rathaus) ถ่ายจากหอคอยของโบสถ์เพเทอร์สเคี้ยเช่อะ (Perterskirche) ครับ

ความเห็นที่: 77 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:56 น.
ทริปเยอรมันครั้งนี้ได้มีโอกาสเที่ยวเมืองมิวนิก 2 วันเต็ม โปรแกรมวันนี้เป็นวันที่ออกไปเที่ยวนอกตัวเมืองครับ แต่ออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะพระราชวัง นึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) จุดหมายของพวกเราอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ส่วนช่วงบ่ายเรากลับมาเดินเที่ยวชมตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท (Viktualianmarkt) ตลาดเก่าแก่อายุมากกว่า 200 ปีในตัวเมืองมิวนิกครับ

ภาพบรรยากาศอันร่มรื่น ของป่าเปลี่ยนสีในบริเวณสวนพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg)

ความเห็นที่: 78 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:57 น.
พระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) เป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในมิวนิก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกไกลออกไปจากตัวเมืองมิวนิกเล็กน้อย

การเดินทางไปพระราชวังง่ายนิดเดียว โดยการนั่งรถรางสาย 17 จากสถานี Hauptbahnhof นั่งไปลงที่สถานี Schloss Nymphenburg อันเป็นที่ตั้งของพระราชวัง

ความเห็นที่: 79 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:58 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีก็ถึงที่หมายครับ 

ความเห็นที่: 80 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:59 น.
a3-1

ความเห็นที่: 81 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 07:59 น.
หลังจากลงรถเราจะเห็นคลองที่ต่อมาจากสระน้ำหน้าพระราชวังอยู่ตรงหน้าทันที ซึ่งในฤดูร้อนสระน้ำที่ยาวสุดลูกหูลูกตานี้ จะกลายเป็นที่เล่นน้ำของเหล่าหงส์และเป็ดน้อย

ความเห็นที่: 82 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:00 น.
a5

ความเห็นที่: 83 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:00 น.
ส่วนในฤดูหนาวทั้งคลองและสระน้ำจะเปลี่ยนสะภาพเป็นลานไอซ์ฮ๊อกกี้และไอซ์สเก๊ตอย่างสวยงาม

ความเห็นที่: 84 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:01 น.
ในฤดูหนาวที่ทั้งคลองและสระน้ำเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พวกหงส์และเป็ดน้อยก็จะอพยพไปอยู่ในสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ขนาด 200 เอเคอร์จนเดินไม่ทั่วถึงด้านหน้าและหลังพระราชวัง

ความเห็นที่: 85 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:03 น.
พระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) เดิมทีตกแต่งเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์ของพระเจ้าหลุยที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ช่วงหลังจึงค่อยปรับเป็นสวนแบบอังกฤษอย่างที่เห็นในปัจจุบันแทน

ความเห็นที่: 86 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:04 น.
พระราชวังนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อนสไตล์บาร็อกที่สร้างขึ้นเมื่อปี คศ 1664 โดยเจ้าอีเล็กเตอร์แฟร์ดินานท์ มารีอา (Ferdinand Maria) ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่ออะโก้สติโน่ บาเรลลี่ (Agostino barelli) และใช้ภาพวาดตกแต่งของอันโตนิโอ้ โดเมนนิโค่ ทริว่า (Antonio Domenico Triva)

ความเห็นที่: 87 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:04 น.
เจ้าอีเล็กเตอร์แฟร์ดินานท์ มารีอา สร้างพระราชวังนี้ ก็เพื่อแสดงความขอบคุณเนื่องในวันประสูติพระโอรสมักซิมิเลียนที่ 2 เอมานูเอล (Maximillian II Emanuel)

ความเห็นที่: 88 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:05 น.
ปัจจุบันห้องบางห้องยังคงศิลปะแบบบาร็อกเอาไว้ ในขณะที่บางส่วนถูกแต่งเติมใหม่ด้วยศิลปะร็อกโคโคหรือนีโอคลาสสิก

ความเห็นที่: 89 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:05 น.
การเดินชมพระราชวังนั้นเป็นอิสระไม่มีไกด์นำ และเวลาถ่ายภาพห้องต่างๆห้ามใช้แฟลซโดยเด็ดขาด ส่วนใครต้องการหูฟังก็มีให้เช่า สนนราคา 2.5 ออยโร ส่วนถ้าต้องการคู่มือชมพระราชวังเขาก็มีขายด้วยเช่นกัน

ความเห็นที่: 90 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:06 น.
พระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันที่ 1 มค วันฉลองก่อนวันถือบวชในศาสนาคริสต์, 24-25 ธค และ 31 ธค

ความเห็นที่: 91 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:06 น.
หากเป็นฤดูร้อน เปิดให้บริการเวลา 9.00 - 18.00 น. แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวเปิดเวลา 10.00 - 16.00 น.

ความเห็นที่: 92 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:07 น.
ค่าเข้าชม ในฤดูร้อนสำหรับผู้ใหญ่ 10 ออยโร นักเรียน 8 ออย

ความเห็นที่: 93 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:07 น.
ส่วนในฤดูหนาว ผู้ใหญ่ 8 ออยโร นักเรียน 6 ออยโร

ความเห็นที่: 94 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:08 น.
พระราชวังฤดูร้อนสไตล์บาร็อกอันโอ่อ่า

ความเห็นที่: 95 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:08 น.
b8-1

ความเห็นที่: 96 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:09 น.
เหล่าหงส์และเป็ดน้อยว่ายน้ำเริงร่าอยู่ในสระหญ้าพระราชวัง

ความเห็นที่: 97 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:10 น.
c1

ความเห็นที่: 98 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:28 น.
ไกด์บอกว่าที่จริงเขาห้ามให้อาหารพวกหงส์และเป็ดน้อยที่อาศัยอยู่ในสระครับ แต่ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยวฝืนกฏข้อบังคับ

ความเห็นที่: 99 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:29 น.
c3

ความเห็นที่: 100 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:30 น.
ช่วงที่พวกเราไปชมพระราชวังเป็นช่วงปลายเดือน ตค ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำเอากล่องไม้มาคลุมพวกรูปปั้นที่อยู่ในสวนเพื่อป้องกันหิมะที่จะตกลงมา

ความเห็นที่: 101 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:30 น.
ผมไม่ได้ตามเพื่อนๆเข้าชมห้องต่างๆภายในพระราชวัง แต่เลือกที่จะเดินชมป่าเปลี่ยนสีบริเวณสวนในพระราชวังครับ

ความเห็นที่: 102 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:32 น.
ป่าเปลี่ยนสีบริเวณสวนในพระราชวังสวยงามน่าประทับใจครับ

ความเห็นที่: 103 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:33 น.
ผู้คนออกมาเดิน วิ่ง ออกกำลังกายกัยภายในสวนของพระราชวัง

ความเห็นที่: 104 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:33 น.
กระท่อมล่าสัตว์ หรือ อะมาเลี่ยนบวร์ก (Amalienburg) ของเจ้าอีเล็กเตอร์หญิงฮามาเลีย ที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์คาร์ล อัลเบร์ชท์สร้างให้ทางด้านหลังของพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก 

ความเห็นที่: 105 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:34 น.
c9

ความเห็นที่: 106 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:34 น.
สวนภายในพระราชวังใหญ่โตกว้างขวางมากๆ เดินไปที่ไหนก็มักจะเจอเหล่าบรรดาเป็ดน้อยและหงส์เต็มไปหมด

ความเห็นที่: 107 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:35 น.
d3

ความเห็นที่: 108 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:36 น.
บรรยากาศป่าเปลี่ยนสีดูสงบร่มรื่น เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี

ความเห็นที่: 109 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:36 น.
ส่วนของสวน ประชาชนสามารถเข้ามาเดินเล่น ชมนกชมไม้ได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมครับ

ความเห็นที่: 110 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:37 น.
d5-1

ความเห็นที่: 111 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:38 น.
เมื่อยืนอยู่บนระเบียงตัวปราสาทแล้วมองลงไปยังสวนด้านล่าง

ความเห็นที่: 112 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:38 น.
d7

ความเห็นที่: 113 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:39 น.
เหล่าอาคารในเขตพระราชวัง

ความเห็นที่: 114 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 08:40 น.
เที่ยวชมพระราชวังเสร็จเรียบร้อย พวกเรานั่งรถกลับเข้าเมืองมาที่จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) เพื่อมาเดินเที่ยวที่ตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท (Viktualianmarkt)

ความเห็นที่: 115 ตอบโดย: kosamer เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 10:32 น.

กลับมาเดินตามต้อยๆ ไปเที่ยวในวังฯ ค่ะ  ตอนที่เม๋อไป  ไม่มีเวลาเข้าไปด้านใน  ได้แค่ทักทายน้องหงส์แล้วก็

ต้องรีบกลับฯ ค่ะ  จะว่าฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่อื่นนะคะ   


ความเห็นที่: 116 ตอบโดย: imagesetter เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 13:10 น.
เห็นเมฆเดือนตุลาคมแล้วชื่นใจครับ ภาพสวย เนื้อหาแน่น ชอบครับ

ความเห็นที่: 117 ตอบโดย: คนตรัง เมื่อ: 3 มี.ค. 2555 เวลา 13:11 น.
ตามคุณจิโร่มาเที่ยวมิวนิก ที่ทั้งสวยทั้งงามสง่า ติดใจภาพที่ 110 งามอร่ามทองทั้งภาพครับ

ความเห็นที่: 118 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 08:56 น.
 สวัสดีครับคุณเม๋อ

เวลาไปเที่ยวปราสาท ถ้าข้างในไม่ให้ถ่ายภาพผมไม่อยากเข้าไปเลยครับ ถ้าไม่ใช่สถานที่ที่เด่นมากๆอย่างพระราชวังเชินบุรุนน์ เพราะข้างในจะเป็นห้องที่มีภาพวาดคล้ายๆกันน่ะครับ

ที่นี่ก็เหมือนกันครับ ผมไม่ได้ตามเพื่อนๆเข้าไปชมข้างใน แต่ปลีกตัวเดินถ่ายภาพป่าเปลี่ยนสีรอบๆพระราชวังน่ะครับ

ใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆวังสวยดีครับ ถึงแม้จะไม่บึ้มแต่ก็ให้ความร่มรื่น เดินชมโโยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยครับ

ความเห็นที่: 119 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:02 น.
 สวัสดีครับคุณ imagesetter

 ขอบคุณมากครับ ที่มาให้กำลังใจ ตามไปเที่ยวต่อกับผมน่ะครับ ผมจะพาไปเที่ยวตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท  ครับ
ตลาดนี้อยู่ติดกับโบสถ์สีครีมอมชมพู โบสถ์ไฮลิกไก้สท์เคี้ยเช่อะ (Heiliggeistkirche) หาไม่ยากครับ

ความเห็นที่: 120 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:06 น.
คุณคนตรัง สวัสดีเช้าวันหยุดครับ

ป่าเปลี่ยนสีในยุโรป ต่างกับญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิงเลยครับ โดยที่สีมันจะออกโทนเย็นตา เหลือง น้ำตาล ส้มน่ะครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองตลอดช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยแผงลอยและร้านค้ากว่า 140 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่ถึง 22,000 ตารางเมตร

ความเห็นที่: 121 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:07 น.
นับเป็นตลาดที่น่าเดินมากๆครับ เพราะข้าวของที่วางขายดูน่าชมยิ่งนัก เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ไส้กรอก ปลา ไข่ เนย ชีส น้ำผึ้ง เบเกอรี่ เครื่องเทศ ผลไม้ ไวน์ ต้นไม้ ของแต่งบ้าน และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน

ความเห็นที่: 122 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:09 น.
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงลานเบียร์ด้วยน่ะครับ แต่ว่าของส่วนใหญ่ราคาไม่สบายกระเป๋าเอาเสียเลย จึงเหมาะสำหรับการดูเสียมากกว่า

ความเห็นที่: 123 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:09 น.
การหาของทานที่ตลาดสามารถบอกทางร้านได้ว่าเราจะทานที่ร้าน หรือจะซื้อแบบนำไปทานข้างนอกร้านก็ได้ ทั้งนี้การทานในร้านราคาจะแพงกว่าการซื้อแบบนำไปทานข้างนอกร้านครับ

ความเห็นที่: 124 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:09 น.
เดิมทีตลาดของเมืองมิวนิกอยู่บริเวณจัตุรัสมาเรียนปลัตส์ หรือลานหน้าศาลาว่าการเมืองใหม่ แต่เมื่อตลาดขยายตัวจนใหญ่แน่นพื้นที่ ในปี คศ 1807 พระเจ้าอีเล็กเตอร์มักซิมิเลียนที่ 1 ก็ได้มีบัญชาให้ย้ายตลาดออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลานระหว่าง โบสถ์ไฮลิกไก้สท์เคี้ยเช่อะ (Heiliggeistkirche) กับถนนเฟราเอนซตร้าเซ่อะ

ความเห็นที่: 125 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:10 น.
จนกลายเป็นจัตุรัสตลาดหรือมาร์คทพลัทซ์ ต่อมาอีกนานจึงรู้จักกันในชื่อ ตลาดฟิคทูอาเลี่ยนมาร์คท (Viktualianmarkt) หรือตลาดอาหาร ก่อนจะพัฒนาให้เป็นตลาดอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป รวมถึงเครื่องเทศแปลกๆจากต่างประเทศที่หาไม่ได้ในแถบนี้

ความเห็นที่: 126 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:11 น.
เวลาเปิด - ปิด เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 07.00 - 20.00 น. วันเสาร์เวลา 07.00 - 16.00 น. และปิดวันอาทิตย์

ความเห็นที่: 127 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:12 น.
ขณะเดินชมตลาดให้สังเกตุเสาทรงสูงที่ปักเด่นเป็นสง่าอยู่กลางลานของตลาด เสานี้มีชื่อว่า เสามัยบ็อม (Maibaum) หรือเสาในงานฉลองวันแรงงาน

ความเห็นที่: 128 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:12 น.
ซึ่งชาวเมืองในประเทศแถบยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษ สวีเดน ออสเตรีย เซ็ก ฮังการี สโลวีเนีย และฟินแลนด์ ที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี เขาจะตั้งเสามัยบ็อมไว้ในหมู่บ้านของตนเอง โดยปักไว้ในที่ชุมชนหรือลานกว้างใจกลางเมือง เพื่อใช้เต้นรำทำเพลงรอบเสาในวันหยุดที่ตรงกับวันที่ 1 พค ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายจึงถือว่าเป็นวันหยุดแรงงาน หรือ May day

ความเห็นที่: 129 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:14 น.
ขอจบการนำเที่ยวพระราชวังนึ้มเฟ่นบวร์ก (Nymphenburg) ด้วยภาพแบบมุมกว้างของพระราชวังกับสระน้ำ ครับ 

ความเห็นที่: 130 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:16 น.
วันสุดท้ายในมิวนิก เป็นวันเบาๆไม่เร่งรีบ ผมจะพาเพื่อนๆเข้าชมพระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) เพื่อชมขุมทรัพย์อันล้ำค่าแห่งบาเยิร์น ครับ

ภาพห้องโถงอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities) ในพระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) หนึ่งในห้องไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดชมครับ

ความเห็นที่: 131 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:17 น.
ภาพมงกุฏมีค่าคู่กษัตริย์แห่งบาเยิร์น จัดแสดงไว้ในห้องขุมทรัพย์ (Schatzkammer Treasury) ที่นักท่องเที่ยวต้องมาชม

ความเห็นที่: 132 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:17 น.
ภาพห้องโบสถ์คาทอลิกส่วนพระองค์ของดยุกมักซิมิเลี่ยนที่ 1 ที่ตกแต่งอย่างสวยงามวิจิตรบรรจง เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ห้ามพลาดเช่นกันครับ

ความเห็นที่: 133 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:18 น.
แต่ก่อนเข้าชมเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) ผมขอพาเพื่อนๆไปชมใบไม้เปลี่ยนสีกันก่อนครับ เพื่อนๆอาจคิดว่าในตัวเมืองมิวนิกไม่น่ามีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชม แต่ไม่เป็นเช่นนั้นครับในมิวนิกมีใบไม้กำลังเปลี่ยนสีหลายที่เชียวครับ ไม่ว่าจะเป็นสวน Hofgarten และสวน English Garden ซึ่งเป็นสวนที่กว้างขวางมากๆในนครมิวนิก แต่ว่าวันนี้ผมอยากชวนเพื่อนๆไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่บริเวณแม่น้ำอิซาร์ (Isar) กันครับ

ความเห็นที่: 134 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:18 น.
นั่งรถรางสาย 19 ทิศที่ไปซังคท์ไฟท์ ซตร้าเซ่อะ (St.-Veit Str.) จากหน้าโรงแรมไปลงที่ Maxmonument (อนุสาวรีย์มักซิมิเลียน)

ความเห็นที่: 135 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:20 น.
อนุสาวรีย์มักซิมิเลียนที่ II ( Maximillian II of Bavaria )

ความเห็นที่: 136 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:20 น.
สะพานมักซิมิเลียน สะพานนี้ทอดผ่านแม่น้ำอิซาร์ (Isar) แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านใจกลางเมืองมิวนิก

ความเห็นที่: 137 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:23 น.
สองฟากฝั่งตลอดแนวริมแม่น้ำอิซาร์ จะเต็มไปด้วยป่าเปลี่ยนสี และตรงกลางแม่น้ำเป็นเกาะเล็กๆที่เต็มไปด้วยป่าเปลี่ยนสีที่สวยงามด้วยเช่นกัน

ความเห็นที่: 138 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:25 น.
a8

ความเห็นที่: 139 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:27 น.
a9

ความเห็นที่: 140 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:28 น.
b1

ความเห็นที่: 141 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:29 น.
b2

ความเห็นที่: 142 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:29 น.
b3

ความเห็นที่: 143 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:30 น.
b4

ความเห็นที่: 144 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:30 น.
b5

ความเห็นที่: 145 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:31 น.
b6

ความเห็นที่: 146 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:32 น.
b6-2

ความเห็นที่: 147 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 4 มี.ค. 2555 เวลา 09:32 น.
เดินข้ามสะพาน Maximillian มาอีกด้านหนึ่ง จะพบอาคารเก่าแก่ใหญ่โตชื่อว่าอาคาร Maximillianeum ครับ ไกด์บอกว่าที่นี่เมื่อก่อนเคยเป็นรัฐสภามาก่อน
 
สวนหย่อมหน้าอาคาร Maximillianeum

ความเห็นที่: 148 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 17:01 น.
ได้เวลากลับไปชม เรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) พวกเรานั่งรถรางสาย 19 ย้อนกลับทางเดิม มาลงที่สถานี Nationaltheater ซึ่งอยู่ติดกันกับ จัตุรัส Max-Joseph Platz พอดี

ความเห็นที่: 149 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 17:07 น.
ที่จัตุรัสแห่งนี้จะพบลานกว้างที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 1 โยเซฟ อยู่ตรงกลาง

ความเห็นที่: 179 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:17 น.
f4

ความเห็นที่: 178 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:10 น.
 สวัสดีครับคุณ Firststep still

ทริปต่อไปของคุณ  Firststep still ได้วางแผนในการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณด้วยการไปเที่ยวที่ไหนครับ ไม่ทราบว่าไปเที่ยวเมืองมิวนิคมาหรือยังครับ เมืองนี้น่าสนใจทีเดียวครับ

 ขอบคุณมากครับที่แวะมาเที่ยว มิวนิค ด้วยกัน

ความเห็นที่: 177 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:06 น.
 สวัสดีครับพี่ติ๋ม ............... ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ ........ หวังว่าทุกอย่าง(หลังน้ำท่วม)น่าจะเข้าสภาวะปกติแล้วน่ะครับ ....... เริ่มวางแผนเที่ยวได้แล้วครับ

มาเที่ยวชมสมบัติล้ำค่าที่ Residenz Munchen กันต่อเลยครับ

ถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร ขอเลือกเฉพาะที่เห็นว่าน่าสนใจมาให้ชมน่ะครับ

ความเห็นที่: 175 ตอบโดย: TiMM เมื่อ: 6 มี.ค. 2555 เวลา 16:29 น.

ภาพมิวนิคผ่านเลนส์กล้องน้องจิโร่สวยเหลือเกินค่ะ ข้อมูลก็แน่นปึ๊ก สุดยอดค่ะ  


ความเห็นที่: 176 ตอบโดย: Firststep still เมื่อ: 6 มี.ค. 2555 เวลา 22:24 น.

จาก RIQUEWIHR ถึง MUNICH ทิ้งช่วงห่างกันนานเหมือนกัน

ยังไงก็ตามภาพสวยๆ เรื่องราวดีๆของสถานที่ที่นำมารีวิวชวนให้ติดตาม

สุดยอดมากครับ


ความเห็นที่: 180 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:32 น.
f5

ความเห็นที่: 181 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:35 น.
f6

ความเห็นที่: 182 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:39 น.
f7

ความเห็นที่: 183 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:44 น.
f8

ความเห็นที่: 184 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:49 น.
f9

ความเห็นที่: 185 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 08:58 น.
g1

ความเห็นที่: 186 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:04 น.
g2

ความเห็นที่: 187 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:11 น.
g3

ความเห็นที่: 188 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:17 น.
g4

ความเห็นที่: 189 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:40 น.
g4-1

ความเห็นที่: 190 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:44 น.
ห้องกรุ้นเน่อะ กัลเลอรี่ (Grune-Galerie-Green Gallery) ห้องนี้เน้นสีเขียวครับ  เป็นห้องใช้จัดงานที่จัดตกแต่งห้องด้วยพวกรูปภาพ คาร์ล อัลเบรชท์ของตระกูลวิทเทลบาคส์

ความเห็นที่: 191 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 09:55 น.
g5

ความเห็นที่: 192 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:04 น.
g6

ความเห็นที่: 193 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:13 น.
g7

ความเห็นที่: 194 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:25 น.
g8

ความเห็นที่: 195 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:38 น.
g9

ความเห็นที่: 196 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:44 น.
h1

ความเห็นที่: 197 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:49 น.
h3

ความเห็นที่: 199 ตอบโดย: rainny เมื่อ: 10 มี.ค. 2555 เวลา 14:37 น.
สวยมากเลยค่ะ มิวนิค ชอบเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์แบบนี้ให้ชม มิวนิคเหมือนเวียนนา + ปรากรวมกันเลยค่ะ ขอบคุณที่เอารูปมาให้ชมนะคะ

ความเห็นที่: 200 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 12 มี.ค. 2555 เวลา 08:23 น.
 สวัสดีครับคุณฝน

มิวนิค เป็นอีกเมืองนอกจาก ปราก เวียนนาและบูดาเปส ที่ผมชอบมากๆเลยครับ

เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ น่าเดินเที่ยวชมเมือง อาหารอร่อย และผู้คนน่ารักครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากไปแวะอีกครับ

ความเห็นที่: 201 ตอบโดย: goldenpig เมื่อ: 14 มี.ค. 2555 เวลา 09:05 น.
ตามมาชื่นชมความงามมิวนิคอีกรอบ  สวยมั่กๆค่ะ

ความเห็นที่: 204 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 25 เม.ย 2555 เวลา 13:28 น.
สวัสดีครับคุณเคพีตรัง

ไปเที่ยวมาเมื่อเดือน มีค เหรอครับ อากาสน่าจะยังหนาวอยู่ใช่ไหมครับ เวลาไปเที่ยวแล้วเจอการซ่อมแซมพวกปราสาททำให้รู้สึกเซ็งเหมือนกันครับ ถือว่าโชคไม่ดีก็แล้วกัน แล้วค่อยหาโอกาสไปเที่ยวใหม่ครับ