กระทู้ที่ 322184: + + + M U N I C H Love You : เสน่ห์เมืองมิวนิก เมืองที่เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมัน [ GERMAN AUTUMN LEAVES 3 ]

โดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 10:58 น.
ทริป GERMAN AUTUMN LEAVES ชมใบไม้เปลี่ยนสี กระทู้นี้เป็นรีวิวที่ 3 ครับ เพื่อนๆที่พลาดชมรีวิวก่อนหน้านี้สามารถคลิ๊กเข้าไปชมได้ตามลิ้งค์ข้างล่างครับ

1.
ปราสาท NEUSCHWANSTEIN

2.
RIQUEWIHR หมู่บ้านมรดกโลก

3. MUNICH Love You 

วันนี้ผมขออนุญาตพาเพื่อนๆชมเมืองมิวนิกครับ เมืองที่เคยได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมัน 

ภาพเปิดกระทู้ โบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) โบสถ์ที่มีความสำคัญมาก เป็นแลนด์มาร์กทางเหนือของเขตเมืองเก่าในมิวนิก

ความเห็นที่: 203 ตอบโดย: เคพีตรัง เมื่อ: 14 เม.ย 2555 เวลา 17:01 น.
  มาระลึกถึงมิวนิคกับคุณจิโร่ด้วยคะ ไปเยอรมัน(14-24มีค.)เพิ่งกลับมาคะช่วงปลายฤดูหนาวขาดสีสัน ปราสาทก็ซ่อมทาสี ไม่สวยงามเหมือนตอนใบไม้เปลี่ยนสีฤดูกาลที่คุณจิโร่หลงใหล  ถ้ามีโอกาสจะกลับแก้ตัวอีกครั้งเดือนตุลาคะ 

ความเห็นที่: 198 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 7 มี.ค. 2555 เวลา 10:58 น.
จบรีวิวเมืองมิวนิคแต่เพียงเท่านี้ครับ

ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่เข้ามาและชมรีวิว และเข้ามาให้กำลังใจครับ

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:45 น.
อาคารที่เด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส คือศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ เรียกว่า นอยเยอรัทเฮาส์ (Neue Rathaus) สร้างในสไตล์นีโอโกธิกในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตร

ความเห็นที่: 150 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:20 น.
ส่วนด้านหลังอนุสาวรีย์คือโรงละครแห่งชาติ ทางด้านซ้ายมือของรูปปั้นพระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 1 โยเซฟ คือ เรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) ครับ

ความเห็นที่: 154 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:24 น.
ห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities) เป็นห้องโถงสไตล์เรอเนสซองซ์ที่ว่ากันว่าเป็นห้องที่ทั้งสวยและเก่าแก่ที่สุดของพระราชวังนี้ สร้างขึ้นโดยดยุกอัลเบรชท์ที่ 5 (Albrecht 5) แห่งออสเตรีย ระหว่างปี คศ 1568 - 1571

ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 12:53 น.
ที่บริเวณศาลาว่าการหลังใหม่นี้ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วยที่ชั้นล่าง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว หรือสามารถหาซื้อแผนที่ชมเมืองและหนังสือภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ความเห็นที่: 56 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 16:24 น.
จากจัตุรัสมาเรียนปลัตส์ เมื่อเดินมาจนสุดปลายถนน Theatinerstrasse จะพบ เฟลท์แอร์นฮัลเล่อะ (Feldherrnhalle) และโบสถ์ธีอาทิน่าเคี้ยเช่อะ (Theatinerkirche) เด่นเป็นสง่าต้อนรับพวกเราครับ

ความเห็นที่: 24 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 2 มี.ค. 2555 เวลา 13:19 น.
รูปปั้นเด็กผู้ชายยืนถือโล่และดาบตั้งท่าต่อสู้กับสัตว์ร้าย

ความเห็นที่: 174 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:38 น.
ของชิ้นนี้ทำจากทองคำ อีนาเมล เงินฉาบ เพชร ทับทิม มรกต โอปอล หินโมรา ผลึกหินภูเขาไฟ และไข่มุก ผลิตในเมืองมิวนิกโดยพระราชาคณะแห่งโคโลญจน์ เพื่อกำนัลแก่ท่านดยุกที่มีศักดิ์เป็นพี่ชาย

ความเห็นที่: 173 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:38 น.
ชิ้นถัดไปได้แก่โกศบรรจุอัฐิของนักบุญเกออร์ก (St. Georg) ที่นิยมสักการะกันมากในนิกายอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์และนิกายโอเรียนทัลออร์โธด็อกซ์ โกศด้านบนทำเป็นรูปปั้นขนาดเล็กของดยุกวิลเฮล์มที่ 5 ใส่ชุดเกราะ เมื่อเปิดหน้ากากออกจะเห็นใบหน้าที่สลักละม้ายกับใบหน้าของท่านดยุก

ความเห็นที่: 172 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e8

ความเห็นที่: 170 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e6

ความเห็นที่: 171 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:37 น.
e7

ความเห็นที่: 169 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:36 น.
e5

ความเห็นที่: 168 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:35 น.
e4

ความเห็นที่: 167 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:35 น.
มงกุฏ นี้ทำด้วยทองคำ เงิน เพชร เพชรเทียมสีฟ้า (Blue Diamond) ทับทิม และมรกต มงกุฏนี้ผลิตในกรุงปารีสระหว่างปี คศ 1806 - 1807 เพื่อสวมให้กับเจ้าอีเล็กเตอร์มักซี่ที่ 4 โยเซฟ (Max IV Joseph) ครั้งขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์มักซีที่ 1 โยเซฟ

ความเห็นที่: 166 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:34 น.
ส่วนที่พลาดไม่ได้ของการชมพระราชวังอีกส่วนหนึ่ง คือช้าทซ์คามเม่อะ (Schatzkammer Treasury) หรือห้องขุมทรัพย์ แบ่งออกเป็นห้องย่อยๆทั้งหมด 10 ห้อง จุดที่น่าสนใจและห้ามพลาดเมื่อเข้ามาชมห้องขุมทรัพย์ คือการได้ยืนชมมงกุฏแห่งบาเยิร์น

ความเห็นที่: 164 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:33 น.
ห้องโบสถ์คาทอลิกส่วนพระองค์ของดยุกมักซิมิเลี่ยนที่ 1 ที่มีขนาดเล็กแต่ตกแต่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสี และหินมีค่า ผนังที่ฉาบด้วยปูนสทัคโคย้อมสี ซึ่งขัดจนดูคล้ายหินอ่อน แต่ทั้งนี้บางส่วนได้รับการตกแต่งขึ้นมาใหม่

ความเห็นที่: 165 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:34 น.
ทางเข้าห้อง ไรเชอะคาเพลเลอะ (Reiche Kapelle-Ornate Chapel) แคบนิดเดียวเอง

ความเห็นที่: 163 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:33 น.
ห้องไรเชอะคาเพลเลอะ (Reiche Kapelle-Ornate Chapel) เป็นอีกห้องหนึ่งที่แนะนำให้ชม

ความเห็นที่: 162 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:31 น.
สำหรับถ้ำจำลองนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนภายในพระราชวังฤดูร้อนของดยุกวิลเฮล์มที่ 5 นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านถ้ำจำลองนี้ก่อนเข้าไปชมห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities)

ความเห็นที่: 161 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:30 น.
ถ้ำจำลองที่ตกแต่งด้วยหินงอกหินย้อย และรูปปั้นที่ประดับด้วยเปลือกหอยหลากชนิดจนงามแปลกตาสวยเกินคำบรรยาย

ความเห็นที่: 160 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:29 น.
แต่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังนี้ได้ถูกทำลายเสียหายไปมากมาย จนเหลือพื้นที่รอดพ้นเพียงแค่ 50 ตารางเมตรเท่านั้น หลังจากปี คศ 1945 ทางการจึงต้องทำการบูรณะตัวอาคาร เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะต่างๆขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะเดิมอย่างทุกวันนี้ 

ความเห็นที่: 159 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:28 น.
ซึ่งจากการตกแต่งต่อเติมมาหลายยุคหลายสมัยตามรสนิยมของผู้ปกครองแต่ละพระองค์รวมทั้งสมบัติอันมีค่าที่ได้สะสมมา จึงทำให้พิพิธภัณฑ์ขนาด 23,500 ตารางเมตร แห่งนี้มีความน่าสนใจยิ่งนัก เพราะมีศิลปะตั้งแต่ยุคเรอเรสซองส์ บาร็อก ร็อกโคโค ไปจนถึงนีโอคลาสสิกเลย

ความเห็นที่: 158 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:27 น.
พระราชวังเรซิเด้นซ์ มุ้นเช่น (Residenz Munchen) ใช้เป็นที่ประทับและทรงงานบริหารบ้านเมืองของกษัตริย์และขุนนางแห่งแคว้นบาเยิร์นกว่า 500 ปี

พระราชวังแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี คศ 1385 เหตุด้วยดยุกแห่งราชวงส์วิทเทลบาคส์ (Wittelbachs) ย้ายมาจากพระราชวังเก่า ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเนื่องจากเกิดเหตุปฏิวัติ ราชวงศ์วิทเทลบาคส์ก็ได้ประทับที่พระราชวังใหม่นี้จนถึง คศ 1918 ก่อนเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี คศ 1920 และให้เรียกที่นี่ว่า เรซิเด้นซ์ มูเซอุ้ม (Residenz Museum) โดยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งด้านการตกแต่งภายใน

ความเห็นที่: 157 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:26 น.
Residenz Munchen เปิดให้เข้าชมห้องต่างๆทุกวัน แต่จะปิดวันที่ 1 มค วันฉลองก่อนวันถือบวชในศาสนาคริสตื 24-25 ธค 31 ธค

ยกเว้นส่วน ช้าทซ์คามเม่อะ (ขุมทรัพย์) ที่เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด
 
ค่าเข้าชมพระราชวัง หากเข้าชมทั้งเรซิเด้นซ์และ ช้าทซ์คามเม่อะ Schatzkammer Treasury (ห้องขุมทรัพย์) เสียค่าเข้า 9 ออยโร ภายในพระราชวังอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แสงแฟลซ

ความเห็นที่: 202 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 15 มี.ค. 2555 เวลา 07:56 น.
คุณ  goldenpig

 ขอบคุณมากครับที่ตามมาเที่ยวมิวนิก

ความเห็นที่: 153 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:23 น.
การเข้าชมพระราชวัง จะไม่มีคนนำแต่เขามีหูฟังที่คอยอธิบายส่วนต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งรวมอยู่ในค่าตั๋วเข้าชมแล้ว ส่วนคนที่นำกระเป๋าใบโตมาก็ต้องฝากกระเป๋าไว้กับเจ้าหน้าที่ตรงบริเวณทางเข้าก่อนด้วยครับ
 
จำนวนห้องต่างๆมีมากมายถึง 130 ห้อง พวกเราจึงเลือกชมแต่เฉพาะห้องที่น่าสนใจเท่านั้น

ห้องแรกที่ถือว่าเป็นห้องที่ไม่ควรพลาดชม และเป็นห้องไฮไลต์ของพระราชวังคือ ห้องอันทิควาริอุ้ม (Antiquarium Hall of Antiquities)

ความเห็นที่: 152 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:23 น.
ทั้งนี้เดิมทีพระองค์ต้องการให้เป็นอนุสาวรีย์ทรงม้าครับ แต่พระองค์เกิดสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันในปี คศ 1825 ฉบับร่างอันแรกที่ออกแบบโดยเคล็นเซ่อะ จึงถูกนำมาสร้างแทนโดยเป็นรูปพระองค์ในท่านั่งกล่าวคำอวยพร

ความเห็นที่: 151 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:21 น.
พระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 1 โยเซฟ พระองค์เป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งบาเยิร์นที่ปกครองระหว่างปี คศ 1799 - 1825 และเป็นผู้ก่อตั้งรัฐธรรมนูญของรัฐ

ความเห็นที่: 156 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:26 น.
ส่วนหลังคาโค้งอันงดงามประดับด้วยภาพวาดประดิดประดอยจำนวน 102 ภาพ อันเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ตลาด และพระราชวังในเขตบาเยิร์น รวมถึงภาพวาดปูนเปียกเฟรสโกรูปทะเลสาบซตาร์นแบร์ก (Starnberg) ที่พระเจ้าลุดหวิกที่ 2 สวรรคตและปราสาท พร้อมเสามัยบ็อม (Maibaum) ซึ่งใช้ศิลปะบิดเบือนแบบพิศดาร อันนิยมกันมาตั้งแต่ยุคคลาสสิก

ความเห็นที่: 155 ตอบโดย: jirobkk เมื่อ: 5 มี.ค. 2555 เวลา 19:25 น.
ภายในห้องอันทิควาริอุ้ม ใช้เก็บสะสมรูปปั้นโบราญ โดยเฉพาะรูปปั้นครึ่งตัวที่มีมากเหลือเกิน ซึ่งผลงานที่เห็นมีทั้งชิ้นงานดั้งเดิมและชิ้นงานเลียนแบบของเก่ายุคคลาสสิกและยุคเรอเนสซองซ์ บางส่วนก็เพิ่มเข้ามาในศตวรรษที่ 17 และ 18