กระทู้ที่ 203985: ดาบเมือง และห้องพูดคุยเรื่องศัสตราวุธ
โดย: tamusung เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 11:06 น.

สล่าทัน พ่อทัน ประพันธ์ แสนใหม่ ช่างตีดาบแห่งบ้านขามแดง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง อีกท่านที่น่าสนับสนุนผลงาน (ช่วยประชาสัมพันธ์สำหรับท่านที่ตามหาพ่อสล่าอยู่ครับ) ภาพถ่ายอาจจะดูหลอกตาไปบ้าง แต่ของจริงสวยมาก ผมมีงานของท่านหลายเล่ม แต่ละเล่มงดงามมีคุณค่าเหมือนของเก่าของโบราณ น่าสะสมครับ ข้อมูลที่นำมาลง ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝงทั้งสิ้น เป็นแค่ความชื่นชอบส่วนตัวในผลงานของท่านอยากให้ท่านเป็นที่รู้จัก  ขอขอบคุณเจ้าของภาพ "น้องทอม" ลูกชายของพ่อทัน ซึ่งอนุญาติให้นำภาพมาลงเผยแพร่ใน  "คนมีคม" ครับ ขอบคุณครับ 

ท่านเริ่มตีดาบตั้งแต่อายุ 14 ปัจจุบันอายุ59 ปีแล้ว พ่อและปู่ของท่านเป็นตระกูลช่างตีดาบ ท่านออกมาช่วยพ่อตีดาบ ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4  ดาบของพ่อทันเป็น "ดาบเมือง" ตีได้ทั้งดาบหลังอ่อน งามหงาย  และหลังแข็งหลังตรง ท่านตีได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นหัวบัว  หัวตัด หัวแหลม กรุลำปาง  ดาบง้าว (ดาบเงี้ยว) ดาบสั้น ขอช้าง ใบหอก ท่านตีกันแค่สองคนตายาย จึงควบคุมคุณภาพได้ดี งานของท่านส่วนสันของใบดาบหนาเกือบ 3 หุน

อ้อ! เวลาคุยต้องชัดเจนหน่อยนะครับ ดาบใบยาวเท่าไหร่ หัวอะไร สันแบบไหน สันมน สันจั่ว สันเรียบ ฝังตองกี่จุด ตอกตราไหม (ตราที่ท่านใช้เป็นตราเต่าครับ) ด้ามและฝักแบบโบราณหรือทำเขี่ยวจากอะไร ทองเหลือง ทองแดง สายสะพายดาบ เอาใหญ่ขนาดไหน สีอะไร หรือมีแบบเขีียนลงบนแบบกระดาษไปให้ท่านก็ได้ครับ


บ้านพ่อสล่าทัน
29/2 ม.6 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 52190 โทร. 085-107-2421

ทรงดาบ ตามที่พ่อสล่าทันจำได้ครับ

1.ดาบกรุลำปาง แยกออกมาคร่าวๆนะครับ - ปลายแหลมเอวแข็ง - ปลายแหลมเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวแข็ง

2.ดาบปลายบัว แยกออกมามี - บัวตูม - บัวจี๋ - บัวป้าน - บัวหางเต่า - บัวหงอนไก่

3.ดาบปลายว้าย แยกออกมามี - ปลายว้ายหน้าเต็ม - ปลายว้ายหน้าแหลม (ปลายว้ายส่วนมากจะเอวอ่อน)

4.ดาบทรงยอง แยกออกมามี - ปลายแหลมหลังโหนก - ปลายอิ่มหลังโหนก (แต่ไม่เหมือนกันมี โหนกใกล้ โหนกไกล)

5.ดาบปลายตัด แยกออกมามี - ปลายตัดหน้าเว้า - ปลายตัดหน้านูน - ปลายตัดหน้าตรง (ทุกเล่มมีคมตรงปลาย)

6.ดาบหน้าตั๊กแตน มี 2 อย่าง - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงสั้น - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงยาว

7.ดาบหัวมน แยกออกมามี - ดาบหัวมนยาว - ดาบหัวมนสั้น

8.ดาบใบคา แยกออกมามี - ดาบใบคาโหนกปลาย - ดาบใบคาไม่มีโหนก แต่ใบเล็ก

(ใบคากับใบข้าวเหมือนกัน ทรงเดียวกัน แต่ต่างกันที่ขนาด ใบข้าวจะใหญ่กว่าดาบใบคา และดาบใบคา เป็นมีดดาบที่ใบเล็กสุดในบรรดาดาบ) 


ความเห็นที่: 2024 ตอบโดย: coffeered เมื่อ: 4 มี.ค. 2554 เวลา 13:42 น.

ขอบคุณ น้าเม่นสำหับข้อมูล

 

      แล้วจะติดต่อน้าตั้มได้อย่างไรค่ะ


ความเห็นที่: 2819 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 6 ก.ค. 2554 เวลา 00:33 น.
ดาบสวยสมบูรณ์มากครับ นั้นแหละครับ อย่างที่ป่อครูบอกเรื่องราคา บางครั้งไม่สมเหตุผลเท่าไร แต่กิเลสนี่สิตัดไม่ได้จริง ๆ บางครับผมเองไปพบเจอมาแต่ไม่ได้ตัดสินใจรับมาดูแล นอนไม่หลับครับป่อครู จนต้องตัดสินใจไปรับมาดูแลภายหลัง  แต่ช่วงหลังผมเปลี่ยนแนวคิดใหม่อาจเนื่องจากเห็นคุณค่าของดาบโบราณคร่ำครึ ผมจะคิดว่าราคาของเขาสมเหตุผลไว้ก่อนครับ เพราะเราเห็นคุณค่า แต่ปัญหาอยู่ที่เงินในกระเป๋าเรามากกว่าครับ  ป่อครูโชคดีมากครับที่ยังได้งานเงินส่วนที่เขาจะเตรียมชั่งขาย ถ้าขายจริงคงได้ไม่เท่าไร แต่คุณค่าของดาบที่สมบูรณ์แต่เดิมสิครับ ทำใหม่ยังไงก็ไม่เหมือนเดิม ส่วนเรื่องราคาค่าซ่อมแซมคงไม่ต้องพูดถึง แรงอยู่แล้ว ดาบป่อครูเล่มนี้งามสมบูรณ์จริง ๆ   ส่วนเรื่องใบดาบของคุณธงชาติพ่อครูตั้งชื่อดีมากครับ ไว้ผมได้ดาบเล่มใหม่มาจะขออนุญาติให้ป่อครูตั้งชื่อให้บ้างครับ ชืื่

ความเห็นที่: 815 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 18:32 น.

อันนี้เป็นดาบคุณทวด แต่เดิมมีปลอกเงินรัดหัวท้ายด้ามอยู่แล้วครับและมีด้ายดิบพันคลุมทับไว้อีกชั้นเห็นเงินโผล่มา

ประมาณด้านละหนึ่งเซ็นได้ครับ


ความเห็นที่: 814 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 18:24 น.

อันที่จริงผมอยากได้งานดุลลายเงินมากกว่าครับ  แต่หาช่างทํายากครับในกรุงเทพถ้าเป็นที่เชียงใหม่ละก็เนียนเลยครับ

มีช่างแถวฝั่งธนบุรียังคงทําอยู่บ้างแต่ไม่ค้อยรับงานนอก เนื่องจากเขาทํางานพวกขันเงินพานเงินอยู่แล้ว  ช่างแกะลาย

หาได้ง่ายกว่า ปลอกเงินอันนี้ผมให้ช่างทําพร้อมปลอกคอและปลายด้ามดาบของคุณทวดครับเป็นของสืบทอดครับ

ราคาประมาณแปดร้อยถึงพันหกทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเงินครับ


ความเห็นที่: 2985 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 22:19 น.

ของผมมีของเก่าที่บ้านเป็นแข้งเก้ง ของสมบูรณ์มีกีบเท้าและมีขนด้วย เคยไปหาหลายครั้งแล้วไม่เจอครับ มีความคิดจะเอามาทำด้าบมีดเหมือนกัน เห็นงานป่อครูแล้วเกิดกิเลสอีกครั้ง ลองไปหาดูใหม่ดีกว่า

-ด้ามมีดฝั้งขวามือเหลี่ยมซ้นนากด้ามสวยแปลกตามากครับ ขออนุญาติเดาว่าเป็นด้ามกัลปังหาใช่หรือไม่ ครับป่อครู

-เมื่อวานได้มีดเหน็บด้ามเขากวางมาจากสล่าโอ เล็กกระทัดรัดน่ารักมากครับ ราคาไม่แพงด้วยครับ สำหรับฝีมือชั้นครู พรุ่งนีค่อยลงภาพให้ชมครับ

-ช่วงนี้ NET ลื่นไหลดีจริง ๆ ครับ


ความเห็นที่: 1854 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 10:09 น.

หอกสวยมากครับพี่ sudpipat ไม่ได้เจอพี่หลายปี มีดาบสวยๆ นำมาลงให้น้องๆได้ชมบ้าง


ความเห็นที่: 1516 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 13:51 น.
น้ามิตร หนาวซะแล้ว ช่างฝักมีดแห่งสุโขทัยมีคู่แข่งซะแล้ว

ความเห็นที่: 1515 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 13:49 น.
เคยลองทำแล้วครับ เอาไม้ที่ใช้ทำการฝีมือเด็กครับ และเครื่องมือแกะมือของเด็กเหมือนกันครับ ทดลองดูก่อน ปรากฏว่า เละครับ ไม้บางเกินไปครับ เดี๋ยวมีเวลาจะทำแบบน้องตั้มนี่แหละครับ ผมชองทำเองก่อนครับ ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที 

ความเห็นที่: 1171 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 12:10 น.
ขอบคุณน้าตั้มมากครับ แหะๆ

ความเห็นที่: 1172 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 12:11 น.

บทวิเคราะห์สายดาบต่างๆ.................

ดาบ สายกรมหลวงชุมพรฯ
.....เน้น ตีแบบไม่ควงไม่วนดาบ หรือจะเรียกว่าเป็นการวนข้างหน้าก็ได้ ใช้ข้อมือสะบัดตีอย่างรวดเร็วดั่งประกายไฟ ดูแทบไม่ทัน ครบ ๑๒ ไม้ในอึดใจ ได้กลิ่นหวายซ้อมเหม็นไหม้ฟุ้งกระจาย น่าตื่นตาตื่นใจ ที่สำคัญ ๑๒ ไม้นี้ เมื่อคล่องแล้ว กลับนำมาใช้ตีได้ทั้งอาวุธ ยาวและสั้น บางครั้งก็จะนั่งย่อง ๆ ยกดาบคุม ลด ล่อ ไปมา แล้วจึงโลน (กระโจน)เข้าฟัน ๓ – ๔ ไม้ ในครั้งเดียว ก็จะกลับหัวสนาม และเริ่ม ลด ล่อ คลุมเชิงกันใหม่ ดูแล้วเพลงดาบ กลดาบลักษณะนี้น่าจะเป็นเพลงกระบี่อันสุดยอด เพราะใช้ข้อสะบัด ทำให้เกิดความเร็ว และแรง กว่าการควงดาบทั่ว ๆ ไป นับเป็นวิชาดาบที่น่าศึกษาอีกวิชาหนึ่ง

ดาบบ้านไชว (ชะไว)
.....คุณตา ผู้ถ่ายทอด วิชาดาบไทยให้กับผู้เขียน ท่านเป็นชาวบ้านไชว อ่างทอง ท่านได้เล่าให้ฟังว่า หัวเมืองรอบ พระนครศรีอยุธยา นั้นเป็นที่รวมพลของ ทัพที่เกณฑ์มาจากที่ต่าง ๆ มาตั้งค่ายสร้างเมือง อยู่จนกลายเป็นชุมชนมาจน ปัจจุบันนี้ ที่บ้านไชว และในแถบใกล้เคียง เมื่อมีงานบุญ งานวัด งานแต่งงาน สำนักดาบต่าง ๆ ในบริเวณนั้นจะมีการนำ นักดาบในสำนักมาร่วมงาน ตีดาบแข่นกันเองบ้าง รำอวดกันบ้าง ตีดาบ รอขบวนบวชบ้างบางทีก็ร้องเชิญชวน เพื่อนต่างสำนัก มาประดาบกัน พอเป็นที่ครื้นเครง และอวดสาว ต่างค่ายต่างสำนักกัน เลิกแล้วก็เป็นเพื่อนกัน ขอโทษขอโพยกันก็แล้ว
ดาบ บ้านไชว นั้นมีความคล้ายคลึง ดาบสายกรมหลวงชุมพร เป็นอย่างมาก ที่แตกต่างคือ ดาบบ้านไชว เน้นย่อต่ำมาก ๆ ถึงขั้นนั่งตีกันเลยที่เดียว และที่สำคัญการรำดาบของดาบบ้านไชว จะไม่รำเหมือนสำนักดาบทั่วๆ ไปไม่ขึ้นพรหม พอกราบรำลึกถึงครูบาอาจารย์เป็นเบื้องต้นเสร็จ ท่านก็จับดาบขึ้นรำเข้าไม้ ลดล่อกรายดาบ เข้าหาปรปักษ์ตามกลดาบ เพื่อตีเลยทีเดียว ( กลวิธีนี้คล้ายกับ การรำไหว้ครูของมวยไชยา และการรำมวยแบบโบราณมาก ) ทำให้ผู้เขียนซึ่งถูกบังคับให้ลงเล่นกับท่านด้วย และกำลังขึ้นพรหมอยู่ ถึงกลับต้องรีบตาลีตาลานคว้าดาบขึ้นปิดทาง ด้วยไม้รำ แก้แทบไม่ทัน ท่านอุทานคำเดียวว่า “แก้เป็นนี่” คือท่านใช้ไม้รำ เข้าทำเลย ต้องแก้ด้วยไม้รำให้ข่มกันได้ หรือรับกันได้ ท่านก็จะเปลี่ยนไม้ไปเรื่อย ๆ ไม่รำอวดโชว์ก่อนตี ดั่งประเพณีนิยมเพื่ออนุรักษ์แบบสำนักทั้งหลาย ทำให้เห็นมิติที่เป็นจริง ยิ่งขึ้น ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านอบรมสั่งสอนว่า “ไม้รำคือไม้เด็ด ไม้ตายของดาบไทย “ แบบแผนที่รำกันทุกวันนี้ จึงเป็นการรำ เผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะของวิชาดาบไทย เพื่อให้ยุทธศาสตร์ของเผ่าไทยให้ดำรงคงอยู่ต่อไป ๛

ข้อมูลจาก มวยไชยาดอทคอมครับ
หากสนใจจริงไปถึงที่ดีกว่าครับ เรื่องวิชาต้องพบครู เรื่องศาสตรายังต้องวิ่งหาช่าง ผมคิดอย่างนี้นะ


ความเห็นที่: 1861 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 12:18 น.

ส่วนภาพนี้ น่าจะเป็นทวน ให้ดูลักษณะด้าม


ความเห็นที่: 113 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 มิ.ย. 2553 เวลา 11:56 น.

เดี๋ยวก็ต้องได้เป็นละครับ เรียกเผื่อๆไว้ก่อนครับอิอิอิ  มาดูวัฒนธรรมศาสตราวุธจากทางเหนือเทียบเคียงกับทางใต้ดูบ้าง (ขอเปลี่ยนภาพหน่อย เอาดาบไอ้เด้ง,

มีดเด้ง, พร้าเด้ง หลายชื่อจัง จากปัตตานีเล่มล่างมาอยู่คู่กับเล่มบนงานนครศรีธรรมราช) ด้าม เขาควาย ทั้งคู่ แสดงให้เห็นว่า แบบเรียวเล็กก็มี ร่องรอยการใช้

ปลายดาบสึกหรอ หายไปมากเลยครับ  


ความเห็นที่: 438 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 10:09 น.

    ครับวันนี้มีเวลาว่างพอดี ผมได้ทําตามกี่คุณตั้มคุณเหมแนะนําสําหรับใบดาบ ทําให้เห็นว่ามีร่องเลือดเป็น

เส้นเล็กๆด้วยตรับ มืลายที่เกิดเนื้อเหล็กสองสี่ทบกันครับ ไว้ผมจะนํารูปมาชมกันครับ คอเป็นไม้ครับถ้าเป็น

โลหะจะเป็นงานช่างหลวง หายากและแพงครับ


ความเห็นที่: 1138 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:47 น.

คุณตั้มดาบโกลกช่างวิจิตรจริงๆคงจะหาช่างตีดาบเยี่ยงนี้คงจะไม่ได้แล้วมั้งครับ งานฝักเงินก็สวย สีของเนื้อเงิน

มีเอกลักษณ์เฉพาะตามถิ่น  ผู้คนแถบนั้นมีการจับมีดดาบแปลกดีเหมือนกันเช่นเดียวกับกริชนะครับ


ความเห็นที่: 162 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:04 น.
นำของที่จัดแสดงในภูเก็ต มาลงอีกรอบครับ เพิ่งไปมา น่าสนใจทั้งนั้น ของโบราณหาชมยากครับ 

ความเห็นที่: 1248 ตอบโดย: puipakkred เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 22:43 น.
ของดีทั้งน้าน.......ครับ

ความเห็นที่: 1139 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:50 น.

ฝากให้คุณนนท์


ความเห็นที่: 3468 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 พ.ย. 2554 เวลา 16:51 น.
ผมไม่รู้ว่าทำไม  พอได้ยินว่าใบสึกไปมากแล้ว แต่ผมกลับสนใจมากๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณครับน้ามิตรที่ช่วยดำเนินการให้ 

ความเห็นที่: 1140 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:52 น.
ชมต่อครับ

ความเห็นที่: 1594 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 18:28 น.

เข้าท่าดีเหมือนกันครับ เป็นการตอกลายใช่ไหมครับชอบลายตรงคอดูแบบโบราณดีเห็นตรงกับคุณมิตร

เรี่องทรงใบดาบ ผมเองก็ชอบแบบเดียวกันครับ เค้าดูดุดันดีครับสมเป็นดาบทหารอาชีพจริงๆ แหมถ้าเป็น

ของโบราณคงหลับตาไม่ลงเลยครับ  ผมเองเกือบได้มาครองแล้วเชียว เป็นดาบยุครัตนะเคยเอาภาพมา

ลงไว้ครับคุณธงชาติ  หวังว่าจะได้พบเร็วๆนะครับ ของดีถ้าได้อยู่กับคุณธงชาติก็จะเป็นประโยชน์อเนกอนัน

แก่เยาวชนสืบต่อไปครับ


ความเห็นที่: 2213 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:39 น.
ลืมถามว่าเอาชันยาที่หัวกริชไว้ทำไม สงสัยจะมีแตกชำรุดครับ 

ความเห็นที่: 2212 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:35 น.

เจ้าของเล่าว่า ตากริชเป็นใบปรือครับ หัวกริชชำรุด งานเงินที่รัดกลางฝักก็สูญไป ปลายฝักก็หักหายไปด้วย (ท่านเจ้าของเป็นเจ้าของร้านขาย

เครื่องเงินแต่ท่านไม่ซ่อมแซมครับ ตั้งใจเก็บไว้อย่างนี้)  ถ้าไม่เก็บแล้วกระซิบบอกกันนะครับ จะสังเกตได้ว่า ส่วนใหญ่กริชทางนคร-สงขลา-

ตรัง จะพบเห็นที่ปีกฝักหักชำรุดในลักษณะนี้เสียโดยมาก อาจด้วยการพกพาหรือไม้ที่ใช้ทำฝักและปีกฝัก ช่างเหลาจนบางมากๆ ตามความนิยม

ของผู้พกใช้ (เล็ก บาง เบา)  


ความเห็นที่: 2211 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:27 น.
ต่อด้วยกริชเล่มนี้ครับ 

ความเห็นที่: 2210 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:24 น.
ด้านหลังเหมือนเป็นลายจระเข้ขบฟัน?? 

ความเห็นที่: 2200 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:24 น.

น่าจะเป็นดาบไทยสมัยรัตนฯตอนต้น ซึ่งเมื่องสงขลาแต่ก่อน ถูกรุกรานจากขบถแขกมลายูบ่อยครั้ง

 และต.เขารูปช้าง ซึ่งอยู่บริเวณนั้น ก็เป็นค่ายๆหนึ่งที่สำคัญในจุดยุทธศาสตร์


ความเห็นที่: 2916 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ก.ค. 2554 เวลา 12:18 น.
งามนัก 

ความเห็นที่: 2915 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ก.ค. 2554 เวลา 12:17 น.

ลงรักไม่เรียบ อาจเกิดจากฝุ่นผง ไม่ได้ใช้รักกรองหรือเตรียมพื้นฝักไม่ดี  แนะนำว่า นำกระดาษทรายห่อไม้ขัดครับ ไม่จำเป็นต้องลอกรักเก่าทิ้งไปครับ เพราะไม่ใช่

เรื่องง่ายที่จะทารักให้เรียบได้ในเวลาอันสั้น ถ้าไม่เคยทำครับ แค่ขัดแล้วทำต่อจากของเดิม น่าจะดีที่สุด  กะขนาดให้กระดาษทราบเล็กกว่าช่องว่างระหว่างฝักกับหวาย

ขัดกับน้ำ (เอาผ้าหรือที่ฉีดน้ำพ่นลงพอว่ามีน้ำแล้วขัดให้พอเรียบก็พอครับ เมื่อ"พอใจ" แล้ว ปล่อยให้ฝักแห้งสนิทในที่มีลมผ่าน ห้ามนำไปตากแดดเด็ดขาดครับ

จากนั้นค่อยลงรักใหม่ สำคัญต้องใจเย็นๆครับ  


ความเห็นที่: 2215 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:48 น.
ไปไหว้พระมหาธาตุกันดีกว่าครับ ยังมีของให้ชมกันอีกนะ 

ความเห็นที่: 2214 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:43 น.
งานดุนลายละเอียดชัดสวยงามมากแม้จะอยู่ในสภาพดำขำแบบนี้ งามมากๆครับ 

ความเห็นที่: 2209 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:17 น.

กลับเข้าโรงแรมไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบออกมาเที่ยวต่อ ไปไหว้ศาลหลักเมือง ไปพบเห็นของดีอยู่ในตู้โชว์เข้าทันใด ขอเจ้าของร้านถ่ายภาพ

ชิ้นแรกเป็นดาบสั้นญี่ปุ่นด้ามพันรัด ด้วยเชือก (น่าจะซ่อมแซมของเดิมที่ชำรุดไป) ท้ายด้ามชำรุดไปตามสภาพ ท่านก็ใจดีเล่าเรื่องราวให้ฟังด้วยว่า

ชุดนี้เป็นของรุ่นทวดของท่าน  (เจ้าของร้ายอายุน่าจะ 55 ขึ้นแล้วนะ) เก็บรักษาสืบต่อกันมา


ความเห็นที่: 3417 ตอบโดย: Block_Koli TUM เมื่อ: 7 พ.ย. 2554 เวลา 16:26 น.
ช่ายครับ วันนี้ยังมี แต่วันหน้าอาจไม่มีของแบบนี้แล้ว ได้เก็บไว้บ้างก็เป็นการช่วยกันอนุรักษ์ครับ ผมยังเสียดายอยู่ที่เริ่มมาสนใจจิงๆจังๆช้าไป

ความเห็นที่: 2152 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:12 น.

ความเห็นที่: 2153 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:14 น.

ความเห็นที่: 2154 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:16 น.

ความเห็นที่: 2150 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:10 น.

ความเห็นที่: 2151 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:10 น.

ความเห็นที่: 2148 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:06 น.

ความเห็นที่: 2149 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:07 น.

ความเห็นที่: 2147 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2554 เวลา 08:03 น.

ความเห็นที่: 2073 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มี.ค. 2554 เวลา 09:51 น.
ภาพจากร้าน เจียงลือลายคำ ครับ นำมาโชว์ให้สาธรณะชนได้ชมกันครับ สูงค่ามาก เลี่ยมทอง เลี่ยมนาคกันเลย

ความเห็นที่: 1847 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:55 น.
8

ความเห็นที่: 1848 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:56 น.
9

ความเห็นที่: 3233 ตอบโดย: chalamwan เมื่อ: 18 ก.ย. 2554 เวลา 23:08 น.

สวัสดีครับ 

ผมรบกวนผู้รู้ในนี้นะครับ

1.ผมสั่งตี ดาบ 3เล่ม (ได้แล้ว)

2.ผมไม่รู้ว่าจะหา ด้าม กับฝักที่ไหน

3. เชือก ไม่รู้จะหาที่ไหน

4. เล่ม ที่ 4ตีเอง จะไปตีที่ลำปาง   แต่งไม่รู้ว่า  ด้ามจะใช้อะไรดี และ ฝัก

5. ที่วางด้าม  หาไม่ได้

รบกวนผู้รู้

***  มีโครงการ จะทำหอก  ขอคำแนะนำครับ


ความเห็นที่: 1859 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 10:26 น.
รูปหอกภาคกลางมีกระบังชัดเจนเลยนี่ครับ

ความเห็นที่: 1851 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 01:15 น.
ทวนนารายณ์เล่มนี้สวยสมบูรณ์ครับ น่าจะอยู่ในใจของสมาชิกหลายท่านอยู่ ด้ามไม้แกะลายเลียนไม่ไผ่ละเอียดปราณีตมากครับ

ความเห็นที่: 1867 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 19:09 น.

ในภาพเป็นทวนไทยยุครัตนะโกสินทร์ตอนต้นครับ ที่คอมีลูกแก้วและติดพู่ขนจามรีเป็นอาวุธใช้บนหลังม้าครับ

ส่วนหอกยุคเดียวกันดามภาพSudpipatนํามาลง มีกระบังครับแต่ชนิดที่ไม่มีกระบังมักเป็นหอกชัด หรีอแบบ

บ้านๆครับ ผมเห็นตรงกับคุณธงชาติและคุณย้อนเวลา


ความเห็นที่: 1131 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 13:36 น.

คุณมิตรครับลักษณะใบง้าวแบบนี้ทางอยุธยาก็ใช้ดุดเดียวกันครับ ผมเห็นพระบรมรูปขององค์ขาวพระองค์ท่าน

ถือง้าวแบบนี้เลยละครับ


ความเห็นที่: 2035 ตอบโดย: homnan เมื่อ: 6 มี.ค. 2554 เวลา 02:07 น.

พี่ๆทั้งหลายครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้มีสายดาบเหลืออยู่หรือเปล่าครับ พอดีอยากได้สักสองเส้นอะครับ สีอะไรก็ได้ ถ้ามีหรือไม่มีอย่างไร บอกผมหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 2033 ตอบโดย: Guest_ค้นหาความจริง เมื่อ: 6 มี.ค. 2554 เวลา 00:05 น.
 ขออนุญาติเป็นแขกรับเชิญครับ พอดีเข้ามาเห็นดาบคุณธงชาติดูแล้วสวยดีนะครับ ผมเคยเห็นและสัมผัสดาบลักษณะนี้อยู่บ้างเช่นกัน ขออนุญาติวิเคราะห์จากภาพที่แสดงให้ลองพิจารณาดู ใบดาบที่เห็นค่อนข้างซึกหรอเยอะบริเวณปลายใบและช่วงท้องใบ ลักษณะใบคล้ายใบดาบสกุลช่างลาว สันจั่วสูง มีลายที่ใบ ส่วนด้ามออกไปทางงานช่างลาวค่อนข้างชัดเจนครับ โดยในสมัยโบราณช่วงที่ยังมีการใช้ดาบกันอยู่นั้น สยามหรือลาวก็แทบไม่ได้แยกกันชัดเจนเหมือนปัจจุบันจะเห็นว่าดาบสกุลช่างลาวที่เป็นงานหลวงของสยามก็มีพบได้หลายชิ้น ดาบสกุลช่างลาวนั้นถือว่าคุณภาพดีไม่ด้อยกว่างานหลวงภาคกลางเลยทีเดียว มีหลายตัวอย่างที่มีการนำมาผสมผสานกันก็มี ใบสกุลภาคกลางด้ามเป็นสกุลช่างลาวก็มีพบเช่นกัน ในส่วนอายุของดาบคุณธงชาติดูจากลักษณะน่าจะอยู่ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นกระมังครับ เป็นการคาดเดานะครับ ข้อมูลอาจผิดพลาดได้ถูกผิดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ถ้าคุณธงชาติไปฟังสัมมนาที่ ธรรมศาสตร์ก็คงได้เห็นดาบที่มีส่วนคล้ายของคุณนะครับ และคงได้ข้อมูลไว้พิจารณามากที่เดียว ขอให้โชคดีนะครับ

ความเห็นที่: 1840 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:38 น.
ชอบกระทู้นี้มากครับ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาวุธโบราณดีมากๆ พอดีผมชอบสะสมอาวุธต่างๆ อันไหนหมดบุญที่จะครอบครองก็ขายไป
แล้วซื้ออันใหม่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ  นานๆจะเข้าเวบเพิ่งจะเจอกระทู้นี้อ่านรวดเดียวเพิ่งจะจบ จะติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆสนุกดีครับ.
...........เลยขออนุญาต นำรูปหอกนารายณ์ ของเก่าที่ผมได้มาตอนไปงานราชทัณฑ์ที่บางขวางหลายปีมาแล้ว มองหาจะซื้อตู้เตียงอยู่ดีดี
จู่ๆก็มีพัสดีมาบอกว่ามีหอกโบราณจากสุพรรณบุรีอยู่อันหนึ่งอยากจะขายให้ .....หอกนี้เลยเข้ามาเป็นมิ่งขวัญอยู่ในห้องพระของผมครับ
หมายเหตุ........ถึงแม้ผมจะมีงานอดิเรกเป็นพ่อค้าแต่จะไม่ใช้กระทู้นี้เสนอราคาซื้อขาย เพียงแต่อยากจะลงรูปไว้ให้ผู้ที่ชอบดูกันเล่นๆ
แต่ถ้าท่านเจ้าของกระทู้หรือท่านสมาชิกเห็นว่าไม่เหมาะสมยินดีลบให้ครับ

ความเห็นที่: 1841 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:47 น.

2


ความเห็นที่: 1842 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:49 น.
3

ความเห็นที่: 1843 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:51 น.
4

ความเห็นที่: 1844 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:52 น.
5

ความเห็นที่: 1845 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:53 น.
6

ความเห็นที่: 164 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:36 น.
มาชมกันต่อครับ

ความเห็นที่: 1846 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:54 น.
7

ความเห็นที่: 1860 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 12:03 น.

เท่าที่ทราบแบบคร่าวๆ หอกจะมีกระบัง และไม่มีกระบัง (แฉ่ง) ลักษณะด้ามและใบจะคล้ายกัน ส่วนใหญ่ทีเห็นภาคกลางจะมีกระบัง ส่วนที่ไม่มีกระบังก็พบได้ทั่วไป ส่วนใบทวนจะลักษณะคล้ายใบหอก แต่จะแคบกว่าด้ามเล็กและยาวกว่า ประมาณ 2.5-3 เมตร ไม่มีกระบัง ส่วนใหญ่น่าจะใช้บนหลังม้า ถ้าดูเฉพาะใบอย่างเดียวอาจจะแยกไม่ออก แต่ถ้ามีด้ามจะดูได้ชัดเจน 

''ส่วนหอกคร่ำเงิน เป็นหอกของภาคกลางน่าจะประมาณต้นรัตนะ" ผิดถูกอย่างไรช่วยแนะนำด้วยครับ


ความเห็นที่: 1853 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 09:58 น.

หอกสวยสมบูรณ์มากครับ คงเป็นต้นรัตนะโกสินทร์ครับ นานๆจะได้ชมของงามๆขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 2034 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 6 มี.ค. 2554 เวลา 01:38 น.

ลูกหมากกับใบหอกเป็นชิ้นเดียวกันมาแต่เดิม


ความเห็นที่: 1849 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:56 น.
10

ความเห็นที่: 1850 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 00:57 น.
11

ความเห็นที่: 1855 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 12:03 น.
ขอบคุณทุกท่านที่มาให้คำติชม ถ้ามีเวลาดาบสวยๆอาวุธสวยๆผมจะทะยอยนำมาลงให้ชมครับ......หอกเล่มนี้จะมีลายคร่ำเงินจางๆ ท่านใดทราบวิธีทำให้ลวดลายนี้เห็นได้เด่นชัดขึ้นเหมือนหอกไทยที่ฝรั่งซื้อไปสะสมที่เมืองนอกบ้างไหมครับ เขาใช้น้ำยาหรือสารเคมีอะไร จะใช้บรัสโซ่ขัดก็ไม่กล้ากลัวผิวจะเสีย.....กรุณาช่วยชี้แนะด้วยครับ

ความเห็นที่: 2338 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ค. 2554 เวลา 21:44 น.
.สำหรับคุณ SRUISORN เกิดปีมะเส็ง สล่าโอเคยรวบรวมข้อมูล ว่าตามโฉลกให้ใช้ดาบปลายเปียง สายดาบสีเหลือง ดาบปลายเบี่ยงหมายถึงดาบปลายตัด ตามภาพครับ

ความเห็นที่: 3418 ตอบโดย: Block_Koli TUM เมื่อ: 7 พ.ย. 2554 เวลา 16:28 น.
สวยดุดันเอาการทีเดียวพี่เหม เกิดกิเลสอิกแล้ว

ความเห็นที่: 1835 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 16 ม.ค. 2554 เวลา 15:36 น.
พ่อสล่าทันบอกว่าทรงยองครับ

ความเห็นที่: 1887 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 ม.ค. 2554 เวลา 00:00 น.
หอก และ ทวน คนคว้าข้อมูลในเวบ หรือในหนังสือค่อนข้างสับสบครับ ข้อมูลสลับกันไปมาครับ เลยไม่ค่อยมั่นใจ แต่ข้อมูลของคุณ jamareng น่าสนใจกว่าครับ ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 1857 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 08:50 น.
ตอนนี้ผมส่งข้อความไปขอคำแนะนำาจากคุณ highlube ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสนิมเหล็ก....โปรดคลิ๊ก http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=8&topic_no=198300&topic_id=200829&page=6

ความเห็นที่: 857 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 00:08 น.
ลายสวยมากครับ ซามูไร ดาบทหาร ด้ามเป็นโลหะหล่อเลียนแบบลายหนัง ฝักเป็นโลหะ แต่เล่มนี้ไม่ธรรมดา เหล็กลายซะด้วย ของผมเคยมีหนึ่งเล่มครับ แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์ครับ มีการซ่อมแซมและสับเปลี่ยนอุปกรณ์ดาบ ตรงกั่นดาบจะมีการสลักเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยครับ

ความเห็นที่: 1852 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 07:48 น.

หอกสวยดีครับ  เท่าที่เคยอ่านพบว่าเป็นแบบภาคกลางเรานี่เอง

การเข้าคอกับส่วนท้ายใหม่กว่าใบหอกอยู่บ้างแต่ไม่ซีเรียส

ขอบคุณมากครับที่ลงภาพให้ชื่นชม

หากถึงเวลาขยับขยายขอทราบข่าวด้วย


ความเห็นที่: 459 ตอบโดย: none41 เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 00:33 น.
อยากได้ดาบเก่าสวยๆกับเขาบ้างแต่อยู่กรุงเทพไม่รู้จะไปหาจากไหน

ความเห็นที่: 2982 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:15 น.

ขออนุญาติประกาศ ใกล้เข้ามาเต็มที่ เพื่อนท่านใดว่างหรืออยู่ละแวกใกล้เคียง เชิญครับ

ทีแน่ๆ มี พี่เหมราช กับ ธงชาติ ครับ


ความเห็นที่: 2981 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:08 น.

ผมสังเกตุว่าเป็นเชือกนะครับ

*** เล่มนี้มีประวัติ เพราะโดนสอนมวยให้เด็กใหม่เริ่มเก็บ เมื่อเกือบ2ปีก่อน จำจนทุกวันนี้


ความเห็นที่: 2980 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:06 น.

ใบมีดงามยาว 5 นิ้วครึ่ง ทั้งเล่ม 10 นิ้วพอดี ก่อนเข้ากั่น ใส่เศษทอง
จากเสาหลักเมืองจันทบุรีเพื่อความเป็นสิริมงคล


ความเห็นที่: 1250 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 08:00 น.
ผมก็อยากได้ครับ ตอนนี้ยังไม่มีดาบภาคกลางซักเล่มเลยครับ ผมเชียร์ด้วยครับ.. 

ความเห็นที่: 1965 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 17 ก.พ. 2554 เวลา 08:50 น.
อย่างนี้ต้องไปหาซะแล้ว

ความเห็นที่: 3255 ตอบโดย: ต้าวโอริท เมื่อ: 24 ก.ย. 2554 เวลา 00:36 น.

ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจและเห็นความตั้งใจนะครับผม ขอบคุณท่านอาจารย์แห่งล้านนาที่ได้ให้กำลังใจแก่ผมในการทำงานด้วยครับ โดยส่วนตัวผมก็ไม่รู้เรื่องอาวุธทางล้านนาหรือดาบเมืองซักเท่าไร ก็ได้อาศัยข้อมูลจากที่นี่ในการชมและพิจารณาเช่นกันครับ
 สำหรับคุณ  obzaa และ คุณธงชาติเรื่องภาพและรายละเอียดจะมีลงในกระทู้ที่ผมลงไว้นะครับ  ภาพด้ามที่คุณ ธงชาติต้องการชม ผมลงไว้ที่กระทู้ เก่าพอมีอยู่ให้เห็นนะครับ คือมีอยู่แล้วน่ะครับผม ลองดูครับ
 ขอบคุณคุณตั้มด้วย ที่เข้าใจในเจตนาคัรบ และยินดีที่ได้สนทนาด้วยเช่นกันครับผม  ดาบไม้สวยดีนะครับ  ดีนะครับที่มีตัวอย่างงานดีๆไว้ศึกษา ถ้ามีโอกาสก็ลองค่อยๆสร้างดูครับ 
  การที่จะให้คนในยุคนี้สนใจงานอาวุธโบราณ ต้องให้เห็นความสำคัญ ในปัจจุบันก็มีสื่อหรือการเผยแพร่กันอยู่ แต่ควรมีการเผยแพร่ในหลายแง่มุม ให้คนได้พิจารณากัน  ถ้าเกิดความน่าสนใจย่อมทำให้คนได้นำมาพิจารณาและคิด เมื่อคิดต่อ เขาจะได้พบกับเหตุผลแง่มุมต่างๆ ซึ่งอาจจะนำมาให้พบคุณค่าของอาวุธมากขึ้นก็เป็นได้


ความเห็นที่: 3073 ตอบโดย: obzaa เมื่อ: 9 ส.ค. 2554 เวลา 08:29 น.

ขอให้น้ำลดไวๆ นะครับ ....


ความเห็นที่: 1518 ตอบโดย: ลมล้อกอไผ่ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 16:29 น.

  แวบๆ  มาดูบ่อยมากขึ้นครับ...ว่าจะถามหอกที่มีหน่อย...แต่ยังมิได้ถ่ายรูปเลย....

   ชอบทุกอย่างครับ


ความเห็นที่: 2205 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:50 น.

ด้ามผุพังหมดแล้ว เจ้าหน้าที่มัวทำอะไรกันอยู่ ของสำคัญมากด้วยคุณค่า  ไฉนมาวางกองรวมอยู่ในตระกร้าร้ายๆมอซอๆ แบบนี้ได้ละครับ

ท่านที่มีอำนาจหน้าที่ เข้ามาชมแล้วช่วยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ส่งสิ่งสูงค่าเหล่านี้ไปบูรณะและนำกลับมาจัดแสดงอย่างสมเกียรติของท่านด้วยเถอะครับ


ความเห็นที่: 2203 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:31 น.

ยืมรูปมาสักหน่อย ขอบคุณเจ้าของรูปด้วย

ซึ่งแต่ก่อน เขาจัดวางไว้แบบนี้คู่กับหอกซัดทางใต้ แต่เหตุไฉน ตอนนี้ถึงวางกองในตะกร้าหว่า?


ความเห็นที่: 1858 ตอบโดย: jamareng เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 10:07 น.

ขออนุญาต แจงนิดนะครับ   โดยปรกติ อาวุธที่เราเรียกว่า หอก และแหลน นั้น จะใช้ซัด ใช้แทง ใช้พุ่ง เข้าหา เป้าหมาย เพราะฉะนั้น หอกจีงไม่มีกระบัง ด้ามจะสั้น ยาวไม่เกิน 1.5 เมตร เมื่อเวลาแทง หรือพุ่ง  เข้าหาเป้า จะไม่ติดกระบัง  ความยาวสั้นของหอก จะอยู่ในสถานที่ สถานะการณ์ ความถนัดและจุดประสงค์ในการใช้ เช่น ใช้พุ่งจากที่สูง บนเชิงเทิน บนกำแพง ก็จะใช้ใบค่อนข้างใหญ่ ด้ามยาว เรียว , หากอยู่ บนหลังม้า ก็ จะมีใบขนาดปานกลาง ด้ามค่อนข้างยาว แต่ไม่ยาวมาก อยู่ ที่ว่าผู้ใช้ จะถนัด ในการพุ่ง หรือแทง  หากเป็นหอกเตะ ก็จะมีซองใส่ อยู่ข้างม้า จะสั้นเป็นพิเศษ,  หอกตั้ง จะเป็น หอก ตั้งรับการจู่โจม ของข้าศึกที่ โถมจู่โจมเข้ามา จะยาวกว่าหอกชนิดอื่น ใบหอกจะแข็งแรง  ด้ามยาวใหญ่ ไว้รับแรงปะทะ โดยเฉพาะ  ซึ่งแต่ละชนิดก็จะไม่มี กระบัง  ส่วนทวน จะต้องมีกระบังเสมอ เพราะทวนจะเป็นอาวุธ คู่กาย ใช้ปะทะฟัน แทง ฟาด โดยปรกติ ต้องมีกระบัง  ไว้ใช้ป้องกัน อาวุธ ของคู่ต่อสู้  รูดลู่ ลงมาตามด้ามทวนของตัวเองเข้าตัว.....หอก และ ทวน  ใบหอก จะคมเรียว แหลมคม มีขนาดต่างๆกัน , ใบทวน จะหนา คมแหลม ใช้ฟันใช้แทง  หอก และทวนจึงถูกแยกออกจากกัน ด้วยเหตุนี้  เอง *** เครดิต  ข้อมูลนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก หลวงพี่กุ้ง  และอาจารย์เยิ้ม***


ความเห็นที่: 1837 ตอบโดย: อาทมาฏอโยธยา เมื่อ: 16 ม.ค. 2554 เวลา 21:17 น.

สมาชิกใหม่รายงานตัวครับ หลังจากเปน็เสือหมอบแมวเซาอยู่นาน ได้แลกเปลี่ยนความรู้มากมาย ขอสนับสนุนอีกคนครับ คนคอเดียวกัน ช่าวยกันอนุรักษ์ไว้หมู่เฮา


ความเห็นที่: 1836 ตอบโดย: Guest_อาทมาฏอโยธยา เมื่อ: 16 ม.ค. 2554 เวลา 21:08 น.

                                สมาชิกใหม่รายงานตัวครับ  หลังจากเป็นเสือหมอบแมวเซาอยู่นาน  ได้แลกเปลี่ยนความรู้มากมาย คนคอเดียวกัน


ความเห็นที่: 1838 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 ม.ค. 2554 เวลา 08:27 น.
ยินดีครับสมาชิคใหม่ จากชื่อแล้วคาดว่าสนใจดาบภาคกลางอยู่ เหล่าสมาชิกเราก็มีความสนใจด้วยเช่นกันครับ แลกเปลี่ยนความรู้กันครับ 

ความเห็นที่: 2801 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 4 ก.ค. 2554 เวลา 04:58 น.

(เหลี้ยมใบข้าว ทั้งเล่มยาว 39 นิ้ว เฉพาะด้าม 15 นิ้ว อ้ายแจ๊ค หยิบจากชั้น 2 ของร้านมาให้)

เคยได้ยินสำนวนว่า "ดาบอยู่ที่ใจ"  มาวันนี้ เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความงามผ่านกาลเวลาโดยแท้ คุณธงชาติยืดอายุดาบได้อย่างเยี่ยมยอด และสอดเก็บไว้ในใจแล้ว ฝักกับด้าม กำลังรอน้ำใจจากมิตรแท้ทั้งมวล 


ความเห็นที่: 2208 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:04 น.
ผมตื่นแต่เช้าไปหาโกปี้ทานผ่านหน้าวัดเลยแวะไปสำรวจที่วัดก่อน 

ความเห็นที่: 2207 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 21:01 น.
วันสงกรานต์ปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน  เลยหาโอกาศไปกราบพระ ที่วัดพระมหาธาตุแทนครับ ผู้คนบางตามากๆครับ เพราะน้ำเพิ่งลดไปได้ไม่กี่วันพนักงานที่โรงแรมเล่าว่าในตัวเมืองเองก็ท่วมหลายจุด

ความเห็นที่: 2202 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:28 น.
รูปสุดท้ายครับ เขาไม่อนุญาตให้เอาใบออกมาถ่าย

ความเห็นที่: 2201 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:26 น.

ท้ายด้าม ทำจากโลหะ หล่อเหมือนหัวไม้ตะพต


ความเห็นที่: 4007 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 15 มี.ค. 2555 เวลา 12:43 น.

ชอบจริงๆเลยประโยคนี้   เราชื่นชมได้แต่เราไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ทุกสิ่ง


ความเห็นที่: 1165 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 00:01 น.
เห็นเสื้อสีเทา นึกว่าครูแปรง ต้องขออภัยด้วยครับ ช่วงก่อนๆ เคยลองสอบถามพนักงานที่สุโขสปาแล้วครับ เพราะสนใจอยาก
จะฝึกมวยไชยาเพื่อเป็นการออกกะลังกาย รักษาสุขภาพ แต่พนักงานบอกว่าคนสอนเป็นฝรั่ง เลยขอคิดดูก่อนน่ะครับ  

ความเห็นที่: 3926 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 ก.พ. 2555 เวลา 16:26 น.
ครับ ท่านยามาดะ ใช่ไหมครับ เคยอ่านบ้างนิดหน่อยครับผม แต่ที่ว่าไม่มีข้อมูลเนี่ย คือเรื่องดาบไทยตีอย่างญี่ปุ่นของทางเมืองนครนี่ละครับ กระทั่งชิ้นงานที่เป็นเหล็กลายเองยังหาได้ยากมากเลยครับ แต่ก็อดชื่นชมความสามารถของช่างศัสตราวุธไทยเรามากครับ 

ความเห็นที่: 1833 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 15 ม.ค. 2554 เวลา 11:21 น.

เพื่อนสมาชิกท่านใด ถักเชือกตะกรุด ลายจระเข้ขบฟัน ได้บ้างครับ

ช่วยแนะนำหน่อยครับ หรือมีวิธี หรือภาพประกอบการถักบ้างครับ


ความเห็นที่: 1832 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 15 ม.ค. 2554 เวลา 11:17 น.

คุณ โยเดีย เจออาวุธดีๆเยอะจังครับ

ผมกำลังตามหาอยู่เหมือนกัน และกำลังตามหาอีกหลายรายการ ถ้าไม่มีกำลังซื้อ กรุณาชี้เป้าให้บ้างนะครับ / ขอบคุณครับ 


ความเห็นที่: 1834 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 15 ม.ค. 2554 เวลา 12:53 น.

คุณมิตรครับ สามารถถักเชือกลายจระเข้ขบฟันได้ครับ ผมเองอยากหาครูสอนให้เหมือนกันครับ ตั้งใจฝึกไว้

ซ่อมแซมของที่สะสมไว้ครับทําให้แลดูสมบูรณ์ เสียดายที่คุณมิตรอยู่ถีงสุโขทัย คุณมิตรพอมีทางที่ช่วยถ่ายทอด

ให้ชาวเราได้บ้างไหมครับ จะได้ไว้ซ่อมแซมสาศตราวุธที่เราสะสมกัน

ได้ครับคุณธงชาติ เจออะไรน่าสนใจผมจะแจ้งให้ทราบทาง pm ครับ ว่าแต่คุณธงขาติพักแถวไหนครับใน กทม


ความเห็นที่: 1195 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 10:18 น.
ถ้าคมไปอยู่อีกด้านเหมือนมีด(มีดเชฟ)ทำปลาของญี่ปุ่นเลยครับ 

คุณนนท์ครับถ้าอยู่แต่ศาสตรากับคนเก็บศาสตรา ก็เหมือนคนเฝ้าพิพิธภัณฑ์ซิครับ
ไม่จริงครับคุณนนท์ ในพิพิธภัณฑ์บางที่ยังหาข้อมูลข้อเท็จจริงยังไม่ได้เลยครับ 
คนเก็บศาสตราบางท่านศึกษานะครับวิชาดาบน่ะ เช่น พี่เหมราช คุณตั้ม เป็นต้นครับ
ทั้งสองท่านสนใจ เพราะมันอยู่ในวัฒนธรรมไทยโบราณ ผมว่าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ
ผมคิดว่า มนุษย์เราเกิดมาถูกระบุหน้าที่มาต่างกัน วันหนึ่งถ้าหน้าที่ต่างๆมารวมกันเป็นหนึ่ง
วัฒนธรรมเราจะไม่ถูกทำลายครับ

ความเห็นที่: 1827 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 13 ม.ค. 2554 เวลา 13:34 น.

เล่มนี้เดินทางจากลำปางมาถึงกรุงเทพเมื่อวานตอนบ่ายๆครับ

งานสวยถูกใจมากครับ  หากมีโอกาสคงได้รบกวนพ่อสล่าทันอีก


ความเห็นที่: 4156 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ค. 2555 เวลา 10:07 น.

ยิงได้คมชัดมากครับ ผมขอแบ่งงานชุดนั้นมาเพื่อลองสร้างงานจำนวนหนึ่งเช่นกัน ได้ทราบข้อมูลมาว่างานใบหอกอยุธยาโบราณแบบที่เป็นงานหล่อก็มีใช้กัน

ได้ของเก่าซึ่งเป็นงานหล่อมาชิ้นหนึ่งด้วย  ในภาพนี้ประกอบตามตัวอย่าง ตามข้อมูล ตามวัสดุอุปกรณ์ที่พอหาได้ และตามวิธีใช้ที่ได้เรียนรู้มาเพียงเล็กน้อยครับ  

ลองให้หมดทั้งหอกทั้งดาบ ทั้งเหนือทั้งใต้  อยากรู้ต้องลองครับผม 


ความเห็นที่: 1876 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 20 ม.ค. 2554 เวลา 19:55 น.

เรื่องหอกพี่ไม่ลองไปที่เวปคนรักมีด  เห็นมีกระทู้หนึ่งพูดถึงการไปซ่อมอาวุธให้พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลศิริราชด้วย

 


ความเห็นที่: 505 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 19:11 น.

ทุกเล่มสวยมากครับ ยังมีอยู่ในบ้านเราอีกไหมแบบนี้ ไม่ทราบว่ายังมีงานช่างที่สืบทอด

การทําด้ามดาบลักษณะนี้อยู่ไหม เสียดายจริงๆ  ยังดีที่ท่านยังเกรุณาให้เราได้ชื่นชม

งานศิลป์บนอาวุธของบรรพชนใอดีต


ความเห็นที่: 1529 ตอบโดย: thiravut เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 16:11 น.

ผมเพิ่งเริ่มสะสมครับ มีแค่มีประแดะ 2 เล่ม และมีด ต่อสู้ทหารอีก 1 เล่มเอง แต่เดี่ยวจะถ่ายรูปให้ชมครับ แต่เห็นดาบของพี่ๆแต่ละท่านแล้วสวยมากครับ แถวๆที่ทำงานและที่บ้านผมคงหาแบบนี้ไม่เจอแน่นอน แต่ก็จะพยายามนะ

 เมื่อเสาร์ที่แล้วยังไปเดินคลองถมและสนามหลวงตอนกลางคืนเลยครับ ปรากฏว่าแห้วสนิท ไม่ได้นอนทั้งคืนแถมเช้าไปต่อจตุจักรอีก แห้วคือกัน เหอๆ จะพยายามหาตามร้านขายของเก่าอีกละครับ ถ้าได้แล้วจะมาให้ชมน๊า

แต่ถ้าพี่ๆท่านไหนมีดาบมากแล้วจะปันให้น้องสักเล่มก็จะดีนะครับ


ความเห็นที่: 1530 ตอบโดย: thiravut เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 16:14 น.
วันก่อนคุยกับพี่ตั้ม ว่าไปให้พ่อทันท่านตีดาบทรงหัวปลาหลดให้ 1 เล่ม คาดว่า กลางเดือนมกราคมถึงได้ครับ แบบว่าหาดาบเก่าไม่ได้ เลยหาเอาดาบใหม่ไปพลางๆว่างั้น

ความเห็นที่: 2593 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 มิ.ย. 2554 เวลา 15:39 น.

ดาบของพ่อครูดุเหลือเกิน ทั้งดุ ทั้งสวย   ผมขอลดดีกรีความร้อนแรงด้วย ดาบเขี่ยวทองแดงสักหนึ่งคู่  ขอนำมาฝากพ่อครูวิลักษณ์ และพี่ๆปิยมิตรทั้งหลาย

ได้ชื่นชมไปด้วยกันครับ  รายละเอียดที่มาไม่ทราบมากนักครับ ทั้งรูปทรงและรูปแบบศิลปะว่ามาจากถิ่นใด เอาเป็นว่า ดาบเล่มเล็กด้านบนได้รับจาก พี่เหมราช

เมื่อนานมาแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพสักที ด้วยพี่เหมราชบังเอิญพบเจอเข้าโดยบังเอิญ จึงชวนกันรับมาดูแลรักษาต่อ ทรงใบดาบอวบอิ่ม ใบดาบน้ำหนักเบา

ขนาดกระทัดรัด พอดิบพอดี ด้ามดาบที่สั้นเป็นพิเศษ ทำให้เป็นจุดสนใจและมองเห็นเป็นเสน่ห์ดึงดูดสายตา ของดาบน้อยเล่มนี้ครับ


ความเห็นที่: 1828 ตอบโดย: ๏อิสระ๛ เมื่อ: 13 ม.ค. 2554 เวลา 18:43 น.
Hit the knife !!! 

ความเห็นที่: 1134 ตอบโดย: bowyer2510พ เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 15:20 น.

ดาบเล่มนี้อยู่กับผมครับน้าตั้ม  

เอามาวันแรกเจอเลยครับ   ฝันว่า ไปฝั่งประเทศลาวครับ(ไม่เคยไป)

แล้วเดินเข้าไปใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง  มีสุนัขใหญ่ ใหญ่จริงๆครับ  สูงประมาณเอวผม

ผุกโซ่ยาวๆ  มางับข้อมือด้านซ้าย   แต่ไม่กัดแรงนะครับ แค่งับไว้  ผมจุงเอามืออีกข้าง

จับตรงโซ่ที่ผุกคอสุนัข แล้วกดลง เอาเท้าเหยียบคอสุนัข  แล้วสุนัขตัวนั้นก็ค่อยๆเล้กลง

จนตัวเท่าลุกหมาครับผม  ตื่นมายังขัดข้อมือยู่เลยครับ  ตอนนี้ผมทำด้ามใหม่แล้วครับ

ด้ามไม้คูณตายพราย    ถักเชือก แบบ ลายตะกรุต   แต่ยังไม่ได้ทำฝักดาบครับผม

เดี๋ยวจะเอารุปมาให้ชมครับ


ความเห็นที่: 2848 ตอบโดย: obzaa เมื่อ: 12 ก.ค. 2554 เวลา 10:21 น.
แอบเอาเชือกเล่ม อื่นมาใส่ก่อน ของเดิมเปื่อยๆมากๆ

ความเห็นที่: 1706 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 21 ธ.ค. 2553 เวลา 18:09 น.
วัชระนี่คุ้นๆนะครับ เหมือนเคยเห็นเวลาเขามีงานพุทธภิเษ

ความเห็นที่: 1956 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 ก.พ. 2554 เวลา 18:10 น.

เมื่อเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

ภาพดาบญี่ปุ่นช่วงสงครามโลก จากทักษิณคดีศึกษาครับ พบได้เยอะแถวสงขลา เป็นของทหารญี่ปุ่นที่ขึ้นฝั่งที่นี่ หลายแบบหลายทรง

มีเรื่อเล่าจากปากคนแถบนี้ว่า ช่วงที่ค่ายญี่ปุ่นถูกคนของพคส.(พรรคคอมมิวนิสต์สยาม)กับทหารชาวบ้านอ.เทพาตีแตก ยึดได้หม้อและดาบจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมนำใบดาบไปทำขัดประตูบ้าน(แทนไม้ขัดประตู)


ความเห็นที่: 1663 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 17 ธ.ค. 2553 เวลา 13:11 น.

ภาพนี้ไปเจอโดยบังเอิญ ในภาพบรรยายว่า เป็นดาบเจ้าหลวงลำปาง จริงเท็จประการใดยังมีข้อมูลน้อย ภาพเล็กมากมองไม่ถนัด ผู้ไดมีรายละเอียด ดาบเจ้าหลวงลำปาง กรุณาแนะนำด้วยครับ / ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 1813 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 ม.ค. 2554 เวลา 23:41 น.

รอชมครับ

ขอบคุณครับ คุณธงขาติ ผมเพิ่งได้มาครับ


ความเห็นที่: 2984 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:21 น.

แปลกดีครับ

ครูหายดีแล้วนะครับ ใกล้วันงานเต็มทีแล้วครับ รักษาสุขภาพด้วยครับ

  


ความเห็นที่: 2983 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:17 น.

ดอยสูง ไพรหนา  ป่ากว้าง
เชื่อมทางร้อยทาง สร้างฝัน
กระจงป่า สู่ทะเล เห่กล่อมกัน
คู่ขวัญ คู่สนิท ชิดเชื้อ


ความเห็นที่: 2979 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 29 ก.ค. 2554 เวลา 20:01 น.

เมื่อหลายปีก่อน ได้มีดด้ามแข้งกระจงมาคู่หนึ่ง เก็บไว้จนลืม อยู่มาวันหนึ่ง ครูโอมาเยี่ยม
เธออาสาทำฝักให้ ว่าแทนการสระเกล้าดำหัวปีใหม่สงกรานต์ อยู่มาวันหนึ่ง "คมขลัง" ให้ของสำคัญมา
เธอว่าน่าจะทำด้ามมีดได้ จึงสละแข้งกระจงอันเดิมกลายเป็นดังภาพนี้ แต่งงามด้วยนากให้สมกับ
คุณค่าน้ำใจของคนรักดาบทั้งสอง ขอขอบน้ำใจครูโอและคมขลังอย่างมาก


ความเห็นที่: 1950 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 18:12 น.

จริงๆแล้วไม่ได้กล่าวหาใครเสียด้วยซ้ำ  แค่พูดให้ฟัง เพราะเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงในบอร์ดนี้

แน่นอนครับ คนเรามองอะไรต่างกัน แต่ผมไม่ใช่พวกที่ตอบคำถามทำนองว่า

คนถาม : "นี่คืออะไร?"

คนตอบ : "ดาบ"

คิดได้แค่นั้น ก็มองโลกแค่นั้น ... ทัศนวิสัยแคบมากครับ

เรื่องที่"คุณค้นหาความจริง" กล่ามานั้น อันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเคารพและไม่ได้กล่าวหาแม้แต่น้อย แต่ใครบางคนเข้ามาทำให้สถานการณ์ที่นี่ตรึงเครียดเข้าไปใหญ่  อันนี้ผมก็งงนะซีครับ อยู่ดีๆก็กระทืบเท้ากล่าวหาผู้อื่นว่า

"เหวย เหวย! เจ้าหลอกลวงนี่หว่า!" แบบนี้มันก็ไม่ถูกนะครับ

จากสำนวนน้าโยเดีย

"เป็นดาบทรงลาวจริง แต่ไม่น่าเกินเพชรบุรี"

เรื่องทรงลาวอะไรนั่น ผมไม่ถนัดหรอกครับแต่ก็เคารพข้อมูลที่โพสๆกันมา แต่ทว่า

ทรงลาว ต้องเป็นของลาวเท่านั้น อย่างฉะนี้น่ะเรอะ?

หรือ คนที่อื่นจะตีงานลาวออกมามิได้?

ก็มันชัดอยู่ในประโยคที่ว่า

"เป็นดาบทรงลาวจริง แต่ไม่น่าเกินเพชรบุรี"  ก็เรื่องมันแค่นี้ !

วิจารณ์ไม่ใช่การจับผิด ควรหาเหตุผลสนับสนุนแบบ"คุณค้นหาความจริง" แบบนี้มีมารยาทและน่าเคารพเสียหน่อย

ด้วยความเคารพครับ


ความเห็นที่: 1103 ตอบโดย: JOEdogtag เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 17:26 น.

ขอบคุณทุกท่านครับ...

ขออนุญาตติดตามกระทู้ด้วยคนนะครับ...


ความเห็นที่: 240 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 21 ส.ค. 2553 เวลา 14:02 น.
โอ ........สวยจริงๆ

ความเห็นที่: 1816 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:13 น.

ขนาดเมื่ออยู่ในมือ ค่อนข้างเบา แต่ทะมัดทะแมงดีครับ

คมกริบ ไม่มีรอยบิ่น เนื้อเหล็กสวย ยาว 21 นิ้วครับ


ความเห็นที่: 1812 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 11 ม.ค. 2554 เวลา 20:42 น.

สวัสดีครับ..... ผมกลับมาจากลำปาง แล้ว แวะไปคารวะสล่าทัน และสล่าเนี้ยวทั้งคู่

ตราโคนดาบที่ผมเคยเข้ามาถาม ให้สล่าเนี้ยวดู บอกว่าเป็นของสล่าชุม แห่งห้างฉัตรนั่นแหละ

แต่ตีไว้นานมากแล้ว ลูกชายก็ตี ตอนนี้เสียไปแล้วเหมือนกัน และไม่มีสืบทอดแล้ว  

เป็นตราดอกแก้วครับ..สล่าเรียกอย่างนั้น


และที่ปลาบปลื้มมาก คือได้มีโอกาสนั่งคุยกับสล่าทั้งสองนานพอสมควร อุดหนุนผลงานกันมาหลายอยู่

จนแฟนเริ่มจะตาเรืองแสง.. แว๊บ.ๆ  เลยต้องหยุดมือ

ของสล่าทัน ผมสั่งไว้ น่าจะปลายเดือนหน้าได้ แล้วจะถ่ายรูปมาให้ชมครับ..  รูปของทริปนี้เดี๋ยวจะเอามาโพสไว้ให้ชมครับ

ขอไปย่อรูปก่อน... สวัสดีครับ


ความเห็นที่: 1815 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:10 น.

ย่อมาแล้วครับ...  ตราดอกแก้ว แห่งเตาลำปาง


ความเห็นที่: 1825 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 21:22 น.

สวัสดีครับ คุณธงชาติ แฟนผมเป็นคน อ.เถินครับ พ่อ..แม่ ญาติอยู่เถินหมดเลย แต่มีที่อยู่แถวเกาะคาด้วย...

ตรงนี้แหละ.. ผมชอบมาก เพราะจากเกาะคา ไปห้างฉัตร แทบจะวิ่งไปถึง.. ฮิๆ  สงกรานต์นี้จะอ้างว่าแวะไปดูที่ ลงต้นไม้ซะหน่อย


ความเห็นที่: 1824 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 21:06 น.

แฟนคุณRefresh อยู่บ้านไหนครับ ส่วนผมอยู่บ้านแม่ทะครับ ส่วนใหญ่คนลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ถ้าเป็นคนถิ่นเดิมตั้งแต่กำเนิด เวลาไล่ลำดับสายสกุล ส่วนใหญ่ จะมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน โดยเฉพาะทางสายลำปาง

ผมกลับลำปางบ่อยมีโอกาสคงจะได้พบกันนะครับ ลำปางเป็นถิ่นที่น่าอยู่ ไม่แออัดเกินไป ไม่เจริญเกินไปทำให้วัฒนะธรรม ยังคงหลงเหลืออยู่มาก มีต้นกำเนิดค่อนข้างยิ่งใหญ่ และ "ลำปางยังหวานอยู่" / ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 306 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 19:51 น.
หอกด้ามสั้น ของฝากจากเพื่อนภูเก็ตครับ

ความเห็นที่: 1219 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:33 น.

พี่โยครับ อายุไม่ใช่ปัญหาครับ ขอแค่ใจสู้ต้องหายแน่นอนคับผม ปลายปีนี้อาจได้จัดทริปเล็กๆ เที่ยวพิพิธภัณฑ์
ใต้พระที่นั่งจักกรีและที่วังหน้าครับ น่าสนน๊ะครับ อิอิ ส่วนความกระจ่าง พวกผมต้องขอความรู้จากพี่โย (ขอเรียก
พี่ต่อไปน๊ะครับ ) มากกว่าน๊ะครับ  เรื่องรายละเอียดบางทีก็มีพลาดครับ ที่ภูเก็ตรายละเอียดเรื่อง กริช
เข้าใจว่าพนักงานทำความสะอาด ทำงานแล้วคงจะวางป้ายสลับที่กัน ก็ยังมีให้พบเลยครับผม 


ความเห็นที่: 3737 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 23 ธ.ค. 2554 เวลา 13:16 น.

เดี๋ยวขอเคลียร์งานมีด กะดาบที่ค้างพี่ ๆ เขาไว้ก่อนครับ  ล็อตหน้าของคุณโอริทมีในออเดอร์แน่นอนครับ


ความเห็นที่: 1205 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 14:29 น.
คุณนนท์ คุณตั้ม มากรุงเทพฯแวะทักทายกันบ้างนะครับ จะพาทัวร์ครับ 
แต่ใครจะพาใครทัวร์กันแน่นะ

ความเห็นที่: 1207 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 23:19 น.
คุณโยครับ  เมื่อก่อนที่ อ.แม่สะเรียง มีคนแก่ที่มีวิชารักษากระดูกเส้นเอ็น แกชื่อลุงเบอะ  เสกน้ำมันงา ทาบริเวนที่เป็น หายหรือทุเลาลงได้ครับ อาจเป็นเพราะสรรพคุณของน้ำมันงาที่เคี่ยวกับสมุนไพรอื่นหรื่อวิชาอาคมที่เสกเป่า ก็ยังไม่มีการพิสูขน์ คนในอำเภอ ใครเป็นโรคกระดูก ปวดกระดูก เส้นเอ็น ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง  รักษากับลุงแกทั้งนั้นครับ ูเมื่อก่อนเพื่อนของอาผมเป็น ผกก.ย้ายไปประจำที่ อ.แม่สะเรียง มีอาการกระดูกทับเส้นประสาทหมอนัดผ่าตัด ลองใช้น้ำมันงาของลุงแกทาดู ปรากฏว่าหายจนถึงปัจจุบันเลยครับ แต่ตอนนี้ลุงแกเสียแล้วครับ เดี๋ยวลองหาข้อมูลให้ว่าลูกหลานของแกมีการสืบสานต่อหรือเปล่าครับ ถ้ามีจะจัดหาไปฝากครับ.. 

ความเห็นที่: 1823 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:47 น.

ถ้าท่านใดมีโอกาสไปเยี่ยมเยือน ห้างฉัตร..ลำปาง แวะเข้าไปคุยกับสล่าทันดูครับ... สล่าคุยสุภาพมากๆครับ..

งานของท่านก็น่าเก็บ น่าสะสม นับว่าผมโชคดีที่มีแฟนเป็นคนลำปาง เลยได้มีโอกาสมาเยือยถึงที่นี่ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าห้างฉัตร

มีเตามีด..เตาดาบกับเขาด้วย  เมื่อก่อนรู้แต่อรัญญิก แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้วไม่เหลือเสน่ห์เลย

หมดรุ่นสล่าแล้ว คงเหลืองานดาบเมืองตีมือให้เก็บไม่มาก ทีนี้จะซื้อจะหาล่ะก็ต้องเป็นของเก่าราคาแพง ถึงแพงเกินเอื้อมแล้วล่ะ

ผมเลยรีบไว้ก่อน ดังคำใครซักท่านเคยพูดไว้ว่า " เก็บวันนี้... พรุ่งนี้ก็เก่า.."

ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 1821 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:34 น.

กลับไปเยี่ยมเตาสล่าทันบ้างครับ.. งานตีดาบยังคงมีเข้ามาต่อเนื่องครับ.. สล่าแกตีคนเดียว ทำเองทุกขั้นตอน ทีละเล่ม ๆ

งานเลยออกมาช้าครับ.. แต่มีคุณค่ามากมาย มีใบดาบเตรียมส่งอยู่หลายใบ


ความเห็นที่: 1822 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:35 น.

แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เกรงใจเจ้าของ เห็นมีบางเล่มโน๊ตไว้ว่า อย่าเอาลงเว็บ ด้วย... ผมเองเลยอุดหนุนไปเบื้องต้น 4 เล่ม 4 แบบ 

สั่งแบบใส่ด้ามใส่ฝักเรียบร้อย ตามขนบเดิมๆ ทุกอย่าง... กระจายรายได้ครับ.. เดี๋ยวสงกรานต์จะลงไปสั่งมาเก็บไว้อีก เห็นมีอีกหลายแบบเลย

ทั้งง้าว มีด พระขรรค์ ในแบบกระดาษอีกเพียบ โดยเฉพาะใบง้าวล้านนา แต่มีกลิ่นจีนๆ ปนมาด้วย.. สวยได้การทีเดียว

ความเห็นที่: 1820 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:25 น.
ให้ดูรูป แก้คิดถึงนะครับ.. สำหรับแฟนๆโกเนี๊ยว.. แข็งแรงดี คุยสนุกเหมือนเดิม.. แว่วๆว่าจะลงเหล็กล็อตใหม่อยู่

ความเห็นที่: 1819 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:22 น.

ตอนไปเยี่อมสล่าเนี๊ยว.. ให้สล่าแกดูรูป แล้วหยิบเล่มนี้ออกมาเทียบกัน 

เทียบอายุของดาบนะครับ.. เนื้อเหล็ก และทรง คาดว่ายุคเดียวกัน โดยเฉพาะเนื้อเหล็ก เหมือนมากๆ

เล่มในรูป เป็นของครูของสล่าเนี๊ยวครับ สภาพสมบูรณ์เพราะซ่อมแซมมาแล้ว ของผมนี่โทรมเชียว..


ความเห็นที่: 1818 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:17 น.
ปลายฝักดาบ.. หุ้มเงินไว้ แต่ดำมาก สงสัยใส่ทองแดงเยอะไป ทิ้งไว้นานๆ เอามือลูบ ติดมือดำปื้อเลย.. 

ความเห็นที่: 1817 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 19:15 น.
เชือกรัดฝักเส้นใหญ่กว่าปรกติที่เห็นกัน สภาพตามรูปครับ.. ไม่กล้าซ่อมแซมเอง เดี๋ยวไปกันใหญ่

ความเห็นที่: 1811 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 11 ม.ค. 2554 เวลา 09:30 น.

  ขอบคุณครับที่ช่วยชี้แนะ    บางครั้งอาจจะขาดตกบกพร่องเรื่องใดไปบ้างก็ช่วย ๆ กันหาข้อมูลมาเพิ่มนะครับ


ความเห็นที่: 1385 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:40 น.

ขอบคุณครับสำหรับความรู้

ขอถาม คุณtamusung อีกนิดครับ อยู่ในชวงสมัยใด


ความเห็นที่: 1826 ตอบโดย: Refresh เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 21:34 น.

อ้อ... ตอนนี้มีป้ายนี้มาตั้งหน้าบ้านสล่าทัน แล้วนะครับ..ใหม่กิ๊กๆ เลย น่าชื่นชมครับ..  

แต่ดันเขียนเลขที่ผิดซะงั้น.. แห๊ม..ๆๆ   


ความเห็นที่: 1809 ตอบโดย: หนามไผ่01 เมื่อ: 10 ม.ค. 2554 เวลา 08:17 น.

โดยรวมการไปดูของที่พิพิธภัณฑ์เป็นแนวทางขั้นต้นที่ดี

แต่  หากจะศึกษาเชิงลึกแล้ว  ข้อความที่อธิบายดาบในพิพิธภัณณ์บ้านเราก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น

ถ้าเป็นความเชื่อส่วนตัวจะไม่แสดงความเห็น  

แต่ถ้าอ้างอิงเพื่อให้ตรงกับดาบที่ช่างทันทำมาก็อาจไปกันใหญ่เพระอาจมีคนเข้าใจและทำดาบโดยคิดว่าเป็นแบบล้านนาดั้งเดิมออกมาอีก

.

.

จากข้อมูลชมรมคนรักดาบเชียงใหม่และครูดาบในโฮงเฮียนสือบสานวันฒนธรรมล้านนา จ.เชียงใหม่

ให้ความเห็นว่า  เชียงใหม่เหมือนพม่า และอยูธยา ที่มีดาบจากแหล่งต่างๆใกล้ไกลเข้ามาจำนวนมาก 

ในกลุ่มเจ้านายเชียงใหม่มีใบดาบจากหลายถิ่นมาเข้าด้ามแบบล้านนาหลายเล่มไม่ใช่เฉพาะตามที่แสดงภาพข้างต้น

ดาบที่มีสันจั่ว  เป็นดาบที่ใช้ย่านเมืองน่าน ไปถึงหลวงพระบาง โดยเปป็นศิลปสำคัญที่รับมาจากลาว

มีนำมาใช้หรือทำแบบอย่างในเชียงใหม่อยู่บ้างไม่ได้มากจนเป็นวัฒนธรรมพื้นที่

.

ดังนั้น หากสรุปแค่ว่า มีใช้ในล้านนามานาน ก็เห็นด้วยครับ

ขอบคุณครับ

 

 


ความเห็นที่: 1667 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 17 ธ.ค. 2553 เวลา 13:47 น.
จากพิพิธภัณฑ์ ไหนพอทราบไหมครับ

ความเห็นที่: 1864 ตอบโดย: jamareng เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 14:17 น.

      โดยทั่วไปแล้ว ลูกแก้ว หรือ กระบัง ของสิ่งที่เรียก ว่า ทวน มีไว้กันอาวุธ คู่ต่อสู้ ลู่รูดเข้าหาตัว ครับ ดังที่ขี้แจงไปแล้ว ครับ และด้ามทวน ปรกติทั่วไป ด้าม ยาวกว่า ด้ามหอก เพราะปรกติทั่วไปทวนจะใช้บนหลัง พาหนะ ช่วยกัน วิพากษ์ไว้เป็น กรณีย์ศึกษา ก็เป็นเรื่องดีนะครับ เพราะครูบาอาจารย์ ท่านรู้มาอย่างนี้ ท่านก็ บอกมาอย่างนี้ บางทีคนรุ่นหลัง อาจมีข้อมูลที่ ลึก กว่า 


ความเห็นที่: 1129 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 13:13 น.

คุณนนท์ครับขอไว้ใช้ซักบทครับ ผมเองชอบสะสมของโบราณซะด้วยครับทุกครั้งที่ได้ดาบเก่ามาก็จะบอกเจ้าของเดิม

เสมอ ทําแล้วรู้สึกสบายใจดีครับ(ความเชื่อส่วนตัวนะครับ)


ความเห็นที่: 2185 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 19:39 น.

"ศิษย์ไม่หาครูแล้วจะรู้วิชาได้กะไร มันจริงแท้และเป็นสัจจะธรรมที่สุดแล้วครับ " จริงครับ แต่ผมเห็นว่าครูตั้งใจจะเผยแพร่ศิลปวิทยาการโดยไม่รอให้
ศิษย์เข้ามาหาก็มีอยู่มาก ผมเองประสบพบเจอกับเรื่องนี้มาแล้ว ปริศนามันเยอะจริงๆละครับพี่ไทยเราอ่ะน๊ะ  ส่วนพวกติดสอยห้อยตามครูแล้ว......ก็มีมากครับผม ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ 

* การให้แล้วไม่หวังผลตอบแทน คือการให้ที่แท้จริง คิดจะเป็นผู้ให้ไม่จำเป็นต้องรอใครมาถามหรอกครับ  ถ้าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์และเกื้อกูลต่อกันได้ มีเหตุผลตามความเป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่ผิดศีลธรรม สิ่งไหนเป็นประโยชน์ ก็นำกลับไป สิ่งไหนไม่เป็นประโยชน์ก็คิดเสียว่ามันไม่มี

ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดี เป็นประโยชน์ทั้งคู่ละครับ


ความเห็นที่: 1292 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 12:18 น.
จิตรกรรมฝาผนังยุคต้นรัตนโกสินทร์ ที่วัดสุวรรณาราม  ข้อมูลจากคุณ jean1966  ขอบคุณครับ  ภาพมโหสถฝีมือครูคงแป๊ะครับ ทหรามหาดเล็กที่เดินตามมีทั้งไทยทั้งเทศ ส่วนใหญ่ ถือดาบในท่า "พาดบ่า" และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ดาบส่วนใหญ่ที่ตะพายไม่มีฝักครับ 

ความเห็นที่: 1901 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 ม.ค. 2554 เวลา 22:12 น.

ได้เลยครับคุณทะลวงฟัน สำหรับสมาชิก เต็มที่เลยครับผม


ความเห็นที่: 1902 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 ม.ค. 2554 เวลา 18:45 น.
ทํานองนนั้นครับคุณเหม ทั้งใบ ฝัก ด้าม เป็นงานไทยทั้งหมดครับ ใบยกสั้นจั่วแต่ค่อนข้างตรงและหนา ดีที่ผมยังเก็บสายสะพายดาบจากคุณเหม เลยได้นํามาใช้กับเล่มนี้ อีกนานไหมครับน้องท่านนั้นจะมีเวลาทําชุดใหม่ครับ ถ้าทําอีกขอสีส้มและแดงครับ

ความเห็นที่: 409 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 ต.ค. 2553 เวลา 15:47 น.

รักแบบที่ซื้อหากันมาเป็นกระป๋องนั้นเรียกว่า รักน้ำเกลี้ยงครับ รักที่แห้งช้าแสดวว่ามีน้ำมันยางผสมอยู่มากครับ ก็ยางรักนั้นหายากมาก เมื่อได้มาจากต้นทาง เค้าก็ต้องทำการเจือจางผสมให้ได้ 3 - 4 ปี้บครับ จึงเป็นเหตุให้คุณภาพไม่ค่อยดีและทำให้งานแห้งช้าครับ  รักนั้นจะแห้งด้วยความชื้นตามธรรมชาติครับ เนื่องจากในยางรักมีน้ำเป็นส่วนผสมอยู่ครับ เมื่อน้ำระเหยแห้งไปก็จะเหลือแต่ ยูรีเทน ธรรมชาติซึ่งจะรักษาเนื้อไม้ไว้ได้นานเป็นร้อยๆปีครับ ทีนี้เราสามารถเร่งกระบวนการได้ ด้วยการทำตู้บ่มหรือนำหลักการของตู้บ่มรักมาใช้ครับ คือควรจะทำในห้องที่ปิดสนิท หรือที่แคบๆในจุดที่เกี่ยวแขวนผึ่งงานไว้ อาจนำอ่างน้ำมาวางไว้ใต้ชิ้นงานครับ และห้ามนำไปตากแดดเด็ดขาดครับ จะยิ่งแห้งช้าเป็นเท่าตัวเลยครับ


ความเห็นที่: 1952 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 15 ก.พ. 2554 เวลา 09:16 น.

พี่โยเดียแกก็เสียความรู้สึกอยู่ไม่น้อยครับ  ที่โดนกล่าวหาว่าหลอกลวง 

แต่ผมว่าถ้าพี่เขาลงประกาศขายแล้วเจตนาแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไป อันนี้ต่างหากที่น่าจะโกรธ

แต่นี่เขาเอามาให้ชมแล้วยังโดนต่อว่า แล้วต่อไปใครจะกล้าเอาของสะสมที่มีไว้ในครอบครองมาให้ชมอีกละครับ

เดี๋ยวโดนจ้องจับผิดอีก และต่อว่าอีก  แต่ก็ขอขอบคุณ คุณค้นหาความจริง นะครับ ที่ช่วยชี้จุดข้อแตกต่างให้ได้รับทราบ

เพราะผมเชื่อว่ามีอีกหลายท่านที่ยังไม่ทราบ  แต่ว่ามีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่ จะได้ไว้ใช้เป็นข้อมูลได้

อันนี้ผมพูดจากใจจริงนะครับ 


ความเห็นที่: 47 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 10:34 น.

ภาพดาบเมืองหัวตัด

โดยทั่วไปแล้วตัวดาบหรือใบดาบจะทำด้วยเหล็กดี มีส่วนกว้างที่สุดประมาณ 3 นิ้วมือขวาง ยาวประมาณหนึ่งศอกถึงสองศอก มีกั่นคือ ส่วนที่ฝัง

เข้าไปในด้ามประมาณครึ่งฝ่ามือ

ด้ามนิยมทำด้วยไม้ไฝ่ขัดด้วยเส้นหวายหรือเส้นใยอื่นๆ ทำเป็นปลอกหรือปอบสวมรัดอยู่เต็ม หรืออาจทำด้วยลวดเงินหรือหุ้มเงินเป็นระยะๆ

ส่วนฝักทำด้วยไม้สักหรือไม้โมกมันประกบกันเพื่อให้ตัวดาบสอดเข้าไป มีปลอกหวายหรือลวดเงิน รัดให้คงรูปและเพื่อความสวยงามและยังมี

เชือกมัดที่ฝักเป็นห่วงเพื่อใช้สะพายไขว้หลังหรือสะพายบ่า

ดาบเมืองมีอะไรมากกว่ามีดเก่าธรรมดา ๆ เวลาเห็นแล้วต้องชักออกมาดู ดาบเมืองมีอยู่หลายรูปแบบ ที่ว่าหลายรูปแบบนั้นมักนับแบบกันที่

ลักษณะของปลายดาบหรือตัวดาบ ดังจะกล่าวรายละเอียดในลำดับต่อไป ดาบเมืองหมายถึงดาบโบราณล้านนาที่ปรากฏโดยทั่วไป ผู้ที่นิยม

ดาบมักติดใจในเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับดาบ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงดาบเมืองในปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่มีมาแต่

เดิมแล้ว นอกจากเป็นเครื่องประดับเรือน และใช้เพื่อการแสดงเท่านั้น 


ความเห็นที่: 406 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 ต.ค. 2553 เวลา 13:46 น.

 re: รักเมื่อสองเดือนที่แล้ว ผมหาซื้อได้แถววัดสุทัศครับมีเบอร์ 1 และ 2 ครับ กระป๋องละ 600 และ 400 บาท

ตามลําดับครับ  แห้งช้ามากครับเห็นผู้รู้บอกว่าควรผึ่งลมไว้ห้ามตากแดด จริงไหมครับ ฝ้กดาบหนึ่งเล่มยังแห้งไม่สนิดเลยครับ                               


ความเห็นที่: 1150 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 11:36 น.
เจ้าของเดิมย้ายบ้าน พี่อำนาจเลยได้มาครับ เฮ้อออออ.......แต่เมื่อไม่ใช่ของเรา  ยังไงก็ไม่ใช่ของเราครับ 

ความเห็นที่: 4094 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 เม.ย 2555 เวลา 22:21 น.

เล่มที่สองตามมาติดๆ อารมณ์ต่างกับเล่มบน  ดาบที่ทดลองทำถึงจะดูภาพรวมเป็น สยาม แต่ก็มีอารมณ์ของงาน ล้านนา - ล้านช้าง ผสมอยู่ในดาบ

จะทำกี่เล่ม ก็ออกมาแนวนี้หมดเลย   อยากลอง อยากทำ อยากสร้าง ทำเลยครับ 


ความเห็นที่: 4095 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 เม.ย 2555 เวลา 22:31 น.

เจตนาเพื่อทดลองครับว่า ใบดาบยาวกว่า 24 นิ้ว ด้ามยาว 13 นิ้ว เข้าด้ามโดยดัดให้ทางซ่นด้ามแอ่นชี้ได้สมดุล ดาบจะใช้ ฟันปาดเฉือน เบาได้

อย่างที่คิดไว้ไหม  แต่ก็ไม่ได้สร้างโดยเจตนาเพื่อใช้จริงอะไร   เน้นเป็นงานศิลปะบนศาสตรามากกว่าครับ  ทำไปก็ท่องไปว่า "งามหนอ งามหนอ" 


ความเห็นที่: 1761 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 ธ.ค. 2553 เวลา 21:53 น.
สันดาบเป็นแบบสันจั่วอกไก่แบบที่เคยพูดถึง เห็นว่าน้ามิตรสนใจอยู่เหมือนกันครับ

ความเห็นที่: 1541 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 ธ.ค. 2553 เวลา 00:25 น.
เห็นไหมครับวุฒิ ผมบอกแล้วว่าให้ใจเย็นๆครับ อย่าใจร้อนครับ พี่ๆ ทุกท่านที่เริ่มมาก่อนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยครับ สะสมทุนทรัพย์ไว้ก่อนครับ เดี๋ยวพอถึงเวลา "เค้ามาละก็".....จะหาว่าไม่เตือน  อิอิอิ  

ความเห็นที่: 404 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 ต.ค. 2553 เวลา 12:09 น.

reการถักเชือกที่ด้ามดาบ  ผมสนใจมากครับอยากหาครูสอนเพื่อมาบูรณะและอนุรักษ์ดาบที่มีอยู่  ส่วนสายสะพาย

ดาบต้องขอบคุณมากครับ ผมทราบหนทางที่จะติดต่อกับคุณเหมราชแล้วครับ


ความเห็นที่: 1238 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 09:26 น.
เมื่อกี้ลืมลงใบดาบให้ชมครับ

ความเห็นที่: 1500 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 00:00 น.
ภาพเป็นมาโครอาจจะถ่ายได้เฉพาะแบบสั้นๆน่ะครับ
ถ้ายาวๆก็ยากจริงๆอย่างที่พี่เหมราชว่าไว้ครับ เรื่องภาพนี่เข้าใจเลยครับ
อีกอย่างคือมันสวยหมดทุกมุม ไม่รู้จะเลือกเก็บมุมไหนก่อนนี่แหละครับ

อันนี้หวายที่ผมว่า5เส้นหรือเปล่าไม่ทราบน่ะครับ
แต่พี่ท่านถักได้ละเอียดมากรู้สึกเป็นภาพที่น้ามิตรลงไว้ด้วยครับ(ลิ้งกดที่ภาพนะครับ)

ความเห็นที่: 1891 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 22 ม.ค. 2554 เวลา 18:45 น.

รบกวนพี่ sudpipat หน่อยครับ ผมจะใส่ด้ามหอก แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ด้ามยาวประมาณเท่าไหร่

รบกวนพี่วัดหอกตามตำแหน่งในรูปให้ผมหน่อยครับ / ขอบคุณครับ ธงชาติ


ความเห็นที่: 1806 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 16:20 น.
ขอเพิ่มเติมข้อมูลครับ คุณหนามไผ่ ภาพดาบคู่ หัวบัว ด้ามหลูบเงิน สวยงามมากครับ ข้อมูลบอกว่าเป็นดาบศิลปล้านนาครับ ที่สำคัญ ดาบ 2 เล่มนี้เป็นดาบสันจั่วอกไก่ครับ สังเกตุจากภาพดาบเล่มบนครับ เห็นสันจั่วค่อนข้างขัดเจนครับ  จึงขอสันนิฐานว่า ดาบสันจั่วอกไก่ เป็นดาบดั้งเดิมของล้านนาได้ครับ

ความเห็นที่: 903 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 09:50 น.
งามหมดทุกเล่มเลยครับ 

ความเห็นที่: 2846 ตอบโดย: obzaa เมื่อ: 12 ก.ค. 2554 เวลา 10:10 น.

เค้าว่างานทางฝางครับ ใบยาว 19" สันหนา 0.8 cm เขี่ยวเป็นเขาควาย มีรอยร้าวบ้างตามอายุ

แปลกดีตรงไม่ใช้หวายพัน แต่ใช้ด้ายเส้นเล็กๆ พันแล้วทารักทับ ทั้งฝักและด้าม


ความเห็นที่: 1537 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 23:52 น.
ใช่ครับ แบบที่น้ามิตรกับคุณโยเดียแนะนำ อย่าพึ่งใจร้อน ของมันจะเป็นของเรา เดี่ยวก็มาเองครับ ใจรักเสียอย่าง ค่อยหาไปเรื่อย ๆ ขยันสอดส่ายสายตาแถวบ้านคนรู้จักก่อนครับ ถ้ามีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดต้องหาใต้ยุ้งข้าวครับมีโอกาสเจอ ชาวบ้านขอบเหน็บดาบหรือหอกที่ไม้ได้ใช้ไว้ครับ ผมเจอมาหลายบ้านแล้วครับ แต่เขาไม่ขายครับ ดาบพ่อทันฝีมือใช้ได้ทีเดียวครับไว้โชว์ก็ไม่อายใคร เพราะใช้งานได้จริง  สั่งเป็นเล่มแรกเอาฤกษ์ก่อนครับ เล่มต่อไปเดี่ยวตามมาเอง ซื้อดาบเก่าแบบฝักแหลม ๆ หรือใบดาบสันบาง ๆ ไม่ต้องเอาครับ ของที่ระลึกชัวร์ครับ ช่วงนี้ผมงานเยอะไม่ค่อยมีเวลาไปเดินหาแถวตลาดนัดของเก่า


ความเห็นที่: 2006 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 1 มี.ค. 2554 เวลา 15:06 น.

เป็นหองซัดทางใต้ครับ ทรงใบข้าว ส่วนปลอกรักคอหอก ก็เป็นทองเหลืองธรรมดาหุ้มแบบของน้าตั้มครับ

หอกซัดทางใต้นี้ อย่าดูที่ลูกหมากเป็นสำคัญ ให้ดูเนื้อเหล็กและทรงของใบหอกเป็นหลัก เพราะตัวอย่างที่ไม่มีลูกหมากก็พบได้เหมือนกัน เช่นเล่มนี้ ล้างออกมาได้เนื้อเหล็กสีเขียวเหมือนพบในกริชครับ  ทรงนี้เรียกว่าทรงใบไผ่ ซึ่งหายากรองกว่าทรงใบข้าวสักนิด ทรงที่หายากและพบได้น้อยคือทรงใบพาย(พะตง)และทรงพระขรรค์(เอวคอด) ครับ


ความเห็นที่: 1536 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 23:35 น.
ยั่วน้ำลายซะแล้ว น้ามิตร........ 

ความเห็นที่: 1532 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 21:02 น.

เห็นด้วยกับคุณมิตรครับใจเย็นๆครับตูไปเรื่อยๆเมื่อเจอจะได้เล่มที่ถูถใจ ราคาทึ่เหมาะสมครับ  คุณเเหมอยู่ในแหล่ง

เลยละครับลองปรึกษาดูครับ  เล่มแรกเป็นดาบสล่าทันก็ดีครับจะได้เห็นรูปแบบเช่นเดียวกันกับของเก่าครับ ผมเองก็

สั่งไว้สองเล่มครับ คืออยากได้ทรงดาบที่ยังไม่มีที่สะสมไว้ตรับ

ว่าแต่คุณมิตรยังมีคอกับแฉ่งอีกสักชุดไหมครับ  pmบอกกันหน่อยนะครับราคาเป็นอย่างไรครับ แล้วด้ามดาบแบบ

อยุธยา ต้นแบบเสร็จแล้วยังครับอยากชมครับ

คุณThiravut มีตทหารถีง ร .ศ .121ไหมครับ น่าสะสมครับ ดาบถ้าต้องการเก่าลึกๆก่อน ร.5ขึ้นไปเลือกที่ไม่มีตอก

ลายนะครับ

นะครับ


ความเห็นที่: 1228 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 23:05 น.
เล่มนี้จำไม่ได้ว่าจากแผงไหน มีดหลูบโบราณงามมาก หาชมได้ยากมาก แต่ที่เชียงใหม่มีมากมายๆ เลยครับ

ความเห็นที่: 1535 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 21:47 น.
เอาปืนเรือสําเภาไทยมาฝากครับ

ความเห็นที่: 1534 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 21:21 น.

มีดควาญช้างภาคกลางครับ ทรงนี้มีการทําสืบทอดจากมีดหมอหลวงพ่อเดิมมาโดยตลอด จนเป็นแบบมาตราฐาน

เลยทีเดียว


ความเห็นที่: 1533 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 21:12 น.
พรุ่งนี้วันดีครับ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนยาว

ความเห็นที่: 1220 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:36 น.
เรื่องฝากท้องเนี่ย ผมขอเอี่ยวด้วยคนน๊ะครับ ไม่ได้กลับบ้านไม่ได้เข้ากรุงมา 2 ปีแล้วครับ ^_^ เกรงว่าจะกลายเป็น
บ้านนอกเข้ากรุงไปซะแล้วละครับ 

ความเห็นที่: 1531 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 20:07 น.

อย่าใจร้อน ครับ         ค่อย ๆมองหาไปเรื่อย ๆ  เถอะครับ

ถ้าเป็นของเรา  เดี๋ยวเขาจะมาหาเจ้าของเอง

 แต่ถ้าสนใจจริง ๆ อยากได้เร็ว ๆ ลองสอบถามพี่คนหล่อ ๆ ที่อยู่ทางเชียงใหม่ดูครับ

  ขานั้นอยู่ใกล้แหล่งใหญ่ เลยครับ


ความเห็นที่: 1526 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 13:51 น.
และขอฝากรูปให้คนที่อยู่แถว ๆ เชียงใหม่ท่านนึงดูครับ

ความเห็นที่: 1527 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 13:52 น.
อีกรูปครับ

ความเห็นที่: 1528 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 13:56 น.

น้า รีบเอารูปไม้เท้าที่เป็นไผ่เป็งมาโชว์ให้น้อง ๆ ได้ชมบัดเดี๋ยวนี้เลย  พร้อมกับวิธีขัดเงาไม้ไผ่ด้วย 

อ้อเกือบลืม  แล้วก็ไม้ไผ่****เข้ขบฟันของน้าด้วย  อยากเห็นๆๆๆๆ 


ความเห็นที่: 1239 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 09:45 น.
เป็นอีกไอเดีย ที่น่าตามรอบมากครับ เขี่ยวเขาสัตว์  นี่ถ้าเรามาย้อนดัดแปลงทำเป็นเขากวางหรือกัลปังหาคงงามมากๆ ครับ

ความเห็นที่: 1249 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 07:47 น.

เอาเลยครับคุณมิตร ขอสนับสนุนด้วยครับ ผมเองก็ชอบยังไม่มีดาบด้ามแบบทหารอโยธยาสักเล่ม ถ้าคุณมิตร

ทําแล้วเสร็จจะได้ส่งดาบอีกเล่มไปเปลี่ยนครับ  ฝากรูปมาให้ชมด้วยครับเขาได้กันมาจากอยุธยาครับซี่งปัจจุบัน

หายาก ผมเคยเลียบๆถามคนท้องถิ่นทุกๆครั้งที่ไปไหว้พระครับ ของใหม่ก็ยังไม่พบเจอแต่ของใหม่ทําเก่าแต่ขาย

ในราคาของเก่างานไม่สวยครับ


ความเห็นที่: 1949 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 15:48 น.

คุณรับไม่ได้ โดนหลอก? คิดมากไปรึปล่าวครับ เราไม่ได้รับฟังแต่สมาชิกเรา แต่ถ้ามาแบบเปิดเผยน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอครับ การเป็นสมาชิกไม่ได้ยาก
แถมยังแสดงถึงความบริสุทธิใจมากกว่านี้มากเลยครับ ห้องคนมีคมของเราที่นี่ มีตัวอย่าง Guest ที่เข้ามาป่วนหลายกรณีแล้ว ไม่ใช่แค่กระทู้นี้กระทู้เดียว
เราก็ต้องกรองต้องมอง Guest เช่นคุณ ที่อยู่ๆก็ออกมาปึงปังแบบนี้กันเป็นพิเศษ คุณเข้ามาอ่านๆ แล้วกลับมาตำหนิคนที่เค้าเอาของสะสมมาลงให้ชม
ผมละไม่เข้าใจจริงๆ 

อ่ะ...ทำไมไม่คิดในแง่ดีบ้างละครับ บางทีพี่โยอาจจะพลาด ลงผิด หรือยังไม่แน่ใจในสิ่งของที่ตนครอบครองอยู่ ว่าเป็นงานรูปแบบใดกันแน่ จะเชื่อคนขายหรือ
เชื่อวิจารณญาณ หรือข้อมูลที่มีอยู่ไม่มากดี จะมีก็แต่พวกความรู้น้อยอย่างพวกผม ที่คุย ที่คิดกันไปเองอ่ะ  พอได้ทราบเราก็เฉยๆนะครับ จะไปถือโทษโกรธ
พี่เค้าทำไม เอาของมีค่า มาลงให้ชมก็กรุณาต่อพวกเรามากแล้วครับ  ปล่อยวางบ้างเถอะครับ อย่าไปยึดติดอะไรมากนักเลย จิตเราปรุงแต่งขึ้นมาทั้งนั้น........
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจจุดประสงค์ของคุณเหมือนกัน และไม่ค่อยอยากจะเข้าใจแล้วละครับ อยากให้จบๆไป มากกว่า สมาชิกหรือผู้ที่ติดตามอ่านท่านๆอื่นๆ จะได้
ไม่เสียอารมณ์ และคุยเรื่องอื่นๆกันต่อ  กรุณาปล่อยวางและคิดในแง่ดีหน่อยซิครับผม อะอีกหน่อยละกัน อิอิ 

พี่โยเค้าจะมาหลอกคุณเพื่อประโยชน์อันใด จริงมั้ย?...ถ้าเอามาลงขายหรือเอามาหลอกขายคุณ ก็ว่าไปอย่าง นี่แค่เอาภาพมาลงเฉยๆแค่นั้น พอจะเข้าใจรึยังครับ
คนเรานะไม่มีใครรู้จริงไปเสียหมด เราส่วนใหญ่ก็เกิดไม่ทันอยู่แล้ว คนรู้จริงๆ ไปเกิดใหม่กันหมดแล้ว เราได้แต่วิเคราะห์ เทียบเคียง แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก
ของเรา แค่ได้มาคุย มาเฮฮากัน คนนั้นคิดว่าเป็นเช่นนั้น คนนี้คิดว่าเป็นเช่นนี้ คุยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ใครต้องการอะไร ขาดอะไร อยากซ่อมแซมบูรณะอะไร
เราก็มาช่วยกัน ใครรู้อะไร ไปพบเจอหรือได้ข้อมูลอะไรใหม่ๆ เราก็มาแชร์มาแบ่งปันเพื่อนๆ สมาชิก ก็เท่านั้นเองละครับ

ผมว่าแนวทางการเข้ามาพูดคุยของคุณ น่าจะดีกว่านี้ ไม่ใช่รึครับ? ผมเข้ามาอ่านแล้วยังรู้สึกแปลกๆเลย คิดง่ายๆน้ะเวลาไปเยี่ยมบ้านผู้อื่นแล้วไปตำหนิหรือไม่พอใจ
เจ้าของบ้าน ที่นำน้ำดื่มเย็นๆ มาต้อนรับ มาคอยจ้องมองในน้ำว่า น้ำฝนหรือน้ำคลอง ลอยดอกมะลิมารึปล่าว มันก็ดูยังไงอยู่จริงมั้ยครับ? การแสดงความคิดเห็นของ
คุณก็ไม่น่าจะผิด แต่มาแบบ Guest นี่มันยังไงๆ อยู่ ตั้งแต่ผมลงตอบคุณก็รอมาตั้งแต่เช้าแล้วละครับ ว่าคุณจะพูดแนวไหนต่อ คิดไว้ไม่ผิดต้องออกมาแนวนี้  


ความเห็นที่: 4121 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 เม.ย 2555 เวลา 13:16 น.
พ่อสล่าทัน เข่นใบปรับท้องที่สึกไปมากให้กลับมาเข้าทรง ดัดใบที่เบี้ยวแอ่นให้ตรง ขึ้นคม ชุบแข็ง มาเหมือนใหม่ ทรงสวยมาก เป็นใบคามีโหนกเล็กๆ ได้เลย

ความเห็นที่: 1525 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 ธ.ค. 2553 เวลา 13:49 น.

วันนี้ขอนำรูปไม้ไผ่เป็งมาให้พี่ ๆ เพื่อน  ๆ ได้ชมกันครับ

อันที่ปลายดำ ๆ เป็นไม้ที่ได้ขนาดที่สุดครับตัดไว้ 6 เดือนแล้วครับ

อายุไม้ได้  แก่จัด แต่ว่ามีเจ้าของแล้ว ส่วนที่เหลือ ขี้เมารีบตัดมาขายมีแต่ไม้อ่อน เนื้อไม้ยังบางอยู่เลยครับ 

แต่ถ้าท่านใดสนใจพอแบ่งปันกันได้ครับ แต่ว่าไม้ยาวแค่ เมตรกว่า ๆ นะครับ


ความเห็นที่: 299 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:37 น.
นำส่วนปลายเชือกด้านที่สั้นส่วนบน1 มาวน ตามรูปครับ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

ความเห็นที่: 38 ตอบโดย: icefighting เมื่อ: 31 มี.ค. 2553 เวลา 23:22 น.

ขอบพระคุณครับ

ได้ความรู้เยอะเลย บางเรื่องไม่เคยทราบ

ที่สำคัญเป็นภูมิปัญญาไทยที่ควรอนุรักษ์และสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณน้าตั้มนะครับ

ปล.ลูกหลานขวานสองลูกรับแล้วนะครับ ทำด้ามเสร็จจะเอามาอวดเน้อ


ความเห็นที่: 1166 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 01:35 น.
ผมว่าพนักงานคงสื่อสารผิดแหละครับ
ฝรั่งถ้าสอนมวยไชยา นั่นไชยาเก๊แน่ครับ
ฝรั่งได้แต่เห็นแต่ไม่ได้วิชาครับ อันนี้กล้ายืนยันครับ
สุโขสปาต้องถามหา.............

ความเห็นที่: 403 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 ต.ค. 2553 เวลา 11:00 น.
สวยจังครับ ล้านนา พม่า มักจะตกแต่งงานด้วย รักขด แล้วปิดทองครับ

ความเห็นที่: 4119 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 เม.ย 2555 เวลา 11:54 น.

เนื่องจากโจทย์ที่มีคือใบดาบขนาดยาว ทั้งสามด้ามนี้จึงได้ทดลองทำประกันในเพิ่ม ทดลองเสริมนวมตามคำแนะนำที่ได้รับ แต่ก็ไม่ทิ้งคติอาวุธสี่ ที่สนใจอยู่

เริ่มเข้าใจแล้วครับว่าทำไม ดาบประเภทนี้จึงค่อยๆสูญไป ด้วยขั้นตอนการทำด้ามที่อาจจะ "เยอะ"  กว่าดาบรูปแบบอื่นๆ   แต่ที่ต้องยอมรับคือ การให้ตัว

ความยืดหยุ่นของด้ามที่ทำจากหวายที่ได้รับกลับมา คุ้มค่ามากครับ 


ความเห็นที่: 1168 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 11:28 น.

จำได้ลางๆว่าเคยอ่านเจอบทความของครูแปรงท่านบอกว่าได้รับการถ่ายทอดวิชาอาทมาตมาจากครูมาโนชย์ผู้ล่วงลับไปแล้วอีกทีครับ

สายดาบอีกสายหนึ่งที่ผมสนในอยู่คือดาบสายกรมหลวงชุมพร ที่นอกจากบทความของครูแปรงแล้วผมหาศึกษาเพิ่มเติมจากที่อื่นไม่พบจริงๆ หากท่านใดพอจะทราบเกี่ยวกับเพลงดาบสายนี้นำมาเภยแพร่ให้ทราบกันคงดีไม่น้อย

ปิดท้ายด้วยคลิปเหมือนเดิมครับ

เพื่อระลึกถึงครูมาโนชย์ผู้ล่วงลับ แม้ไม่เคยได้เป็นศิษย์แต่เพลงดาบที่ครูฝากไว้ให้คนรุ่นหลังยังติดใจในผมเสมอครับ

http://www.youtube.com/watch?v=kb1JpIikF_Q


http://www.youtube.com/watch?v=qkpz5jPLfe0&feature=related


ความเห็นที่: 1946 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 10:35 น.
เก่าหรือไม่ถูกหรือไม่  ผมไม่รู้รู้แต่ว่าที่มีแต่มิตรภาพและสิ่งดีๆที่มอบให้แก่กันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ความเห็นที่: 1945 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 10:20 น.

เห็นด้วยครับ


ความเห็นที่: 1558 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 7 ธ.ค. 2553 เวลา 10:10 น.

แจ้งข่าวถึงคุณเหมราชครับ   ติดต่อที่ซื้อหางวัวได้แล้วครับ  เขาว่า2 วัน 7 หางพอไหวไหมครับ

ขอศึกษาวิธีการฟอกหนังก่อนครับ สำเร็จแล้วเดี๋ยวแจ้งให้ทราบครับ


ความเห็นที่: 2028 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 มี.ค. 2554 เวลา 10:46 น.
งามๆ ทั้งนั้นเลยพี่เหมครับ ดัดแปลงได้ ถ้า...ไม่เสียดายน๊ะ....อิอิ

ความเห็นที่: 1767 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 31 ธ.ค. 2553 เวลา 18:30 น.

อย่างว่าละครับใจคน ยากหยั่งถึงครับ วันนึงเขาเหล่านี้คงรู้คุณค่าแห่งศาสตราวุธโบราณของบรรพบุรุษไทยที่ใช้

ในการปกป้องรักษาแผ่นดินนี้ ทําให้เชิดหัวได้อยู่ทุกวี่วัน  ผมรอชมอยู่ครับคุณนนท์ ผมเองคงไม่ได้ขี้นไปในช่วง

นี้ครับ   อยากชมดาบและทวนของคุณเหมเมื่อแล้วเสร็จครับ ส่งแบบให้สล่าทําหรือครับ

ขอถือโอกาสอวยพรให้เพื่อนทุกๆท่านมีความสุข คิดสิ่งใดขอให้สมปราถนาตลอดปี ๒๕๕๔


ความเห็นที่: 1520 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 19:41 น.

เข้าท่าแหะทำเอง ได้ไม่ได้เดี่ยวก็รู้ ต้องลองซะหน่อย


ความเห็นที่: 1523 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 20:57 น.

เป็นกําลังใจครับ ผมเองก็ทําไว้สองเล่มแล้วครับ เพื่อนๆในเวปละครับจุดประกายให้ แต่เล่มทื่สองอยากแก้ไขใหม่

ครับอยากได้คอและกระจังเช่นเดียวกับคุณเหม


ความเห็นที่: 1524 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 21:01 น.
อันนี้ใช่ของคุณธงชาติหรือเปล่าครับ

ความเห็นที่: 1521 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 20:44 น.
ใช่ครับคุณธงชาติ สวยไม่สวยก็ภูมิใจครับได้แสดงฝีมือเอง 

ความเห็นที่: 1522 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 20:45 น.

รู้สึกอึดอัดครับ ไม่รู้จะถามอะไรดีเหมือนเจ้ากระบอกนี้จัง ชอบเรื่องไผ่ครับฝักหอกก็น่าสนใจแต่รู้ตัวว่าไม่สามารถ

เห็นไอเดียบรรณเจิดชองน้องตั้มแล้วน่าลองทําดู สวยอย่างมีคุณค่าดีครับ ฝักหอกฝักทวนคงต้องพึ่งพาคุณมิตรซะแล้ว

คุณศรศิลป์ช่วยตามข้อมูลเรื่องไผ่ด้วยครับ เป็นชนิดที่ดูดีแกร่งหาไม่ยากนักก็จะดีมากทีเดียว คอหอกเท่าที่เห็นที่

วังหน้ามีไม่น้อยครับที่ทําจากเหล็กธรรมดานี่เอง แต่นํามาหุ้มทองคําหรือเงินตรับ  เว้นแต่พวกที่อยู่ในตู้มักจะเป็น

งานคร่ำทอง ไว้มีโอกาสไปพิพิธภัณท์โรงเรียนนายร้อย จปร นครนายกจะนําภาพมาฝากอีก ที่นั้นถ่ายภาพได้แค่ห้ามใช้

แฟลตครับ


ความเห็นที่: 41 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 เม.ย 2553 เวลา 17:33 น.
ไปหาภาพหอกมาเพิ่มครับผม หายากหน่อย

ความเห็นที่: 40 ตอบโดย: แขกคนแปลกหน้า เมื่อ: 2 เม.ย 2553 เวลา 15:18 น.

  ขุนศีกมาเกิดใหม่หลายท่านเลยครับ   (แซวเล่นนะ)  ตัวเองก็ชอบเหมือนกัน  มีอยู่บ้างเป็นของมรดกทางครอบครัว    ชอบดู และมานั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์อาวุธไทย


ความเห็นที่: 408 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 ต.ค. 2553 เวลา 15:07 น.

สวัสดีครับ ผมเพิ่งได้ดาบเก่ามาเล่มหนึงเมื่อสอง สามเดือนที่แล้ว อยากให้คุณเหมคุณตั้มชมครับ

น่าจะเป็นของภาคกลางตรับ ด้ามเป็นแบบไม้ตีพริก ขนาดยาวมากครับ เฉพาะใบดาบยาว 29 นิ้ว

เมื่อทําความสะอาดแล้วจะเห็นการตีทบในใบดาบครับ อนึ่งผมขอถามวิธีขจัดสนิมขุมด้วยครับ

เล่มนี้น่าจะใช้บนหลังม้านะครับ อนึ่งรูปที่คุฌตั้มเคยpostผมเคยเห็นที่ร้านขายของเก่าแถว

แม่สายครับ ผมเองได้มาเล่มหนึ่งไว้ผมลงให้ดูนะครับ


ความเห็นที่: 1600 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 20:13 น.

เอาเขนของตกทอดที่บ้านมาให้ชมครับ เป็นโลหะซึ่งเป็นยุคท้ายๆก่อนปฏิรูปกองทัพให้เป็นไปแบบตะวันตก

เดิมลายเขียนงามกว่านี้มากครับ  แต่ลบเลือนไปกว่า50%ผมเลยพยามวาดตามของเดิมฝีมือการจับพู่กันดี

ไปหน่อยเลยได้เส้นเล็กบ้างใหญ่บ้างดั่งก๋วยเตี๋ยว ท้ายสุดต้องทาเป็นปื้นเลยครับ  ตุ่มเหล็กเดิมผุขาดหาย

ไปเลยจําต้องเอาน๊ อตหัวผ่าใส่ไว้แทน  กําลังมองหาอะไรที่เหมือนของเดิมให้มากสุด ไปมาก็หลายปีโขยังหา

ไม่ได้ครับ   คุณเหมมือบอนบ่อยๆนะครับผมจะไค้มีสายสะพายสวยๆอีกสักเส้น


ความเห็นที่: 3509 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ย. 2554 เวลา 10:40 น.
ยินดีด้วยครับพี่ชาย ต้องรับขวัญดาบกันหน่อยละครับ 

ความเห็นที่: 1149 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 11:34 น.
ไปพบดาบเล่มนี้มาครับ เสียดายมากๆครับ พบช้าไปหน่อย เจ้าของ(พี่อำนาจ) เปิดราคา 9,000 แต่สรุปขายราคา 5,000 บาท โหยยยยยยสุดยอดอ่ะคับ

ความเห็นที่: 1752 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 26 ธ.ค. 2553 เวลา 04:34 น.

ราคาไม่เบาเลยนะครับ แต่สมกับความสําคัญของดาบระดับสูง ถ้ามีกําลังก็ต้องช่วยกันครับให้ได้อยู่ในบ้านเมือง

สืบต่อไป ช่วงนี้ไม่แพงเท่าไหร่นะครับ เงินบาทค่ากําลังสูง  รีบหาช่วงนี้กําลังดีเลยครับ


ความเห็นที่: 2206 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 เม.ย 2554 เวลา 20:53 น.
มีข้อลูกแก้ว 2 ชั้นเพิ่งมีโอกาศได้เห็นครับ  ขอบคุณน้าเม่นครับ 

ความเห็นที่: 1964 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 16 ก.พ. 2554 เวลา 17:27 น.
ยินดีครับ ผมชอบความจริงใจของท่านผู้นี้จริงๆ

ความเห็นที่: 3877 ตอบโดย: ต้าวโอริท เมื่อ: 4 ก.พ. 2555 เวลา 00:56 น.
ผลงาน ท่านสั่งทำครับผม   ลองพิจารณาสนุกๆครับ  
 พอมีอะไร อะไร มาขี้โม้ชวนเชื่อบ้างครับผม

ความเห็นที่: 1204 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 14:13 น.

คุณนนท์พอมีอะไรช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมด้วยไหมครับ  กําลังทุกข์อยู่เชียวเดินเหินลําบากครับ

น้ำมันจันทร์น่าสนใจครับใน กทม.ถ้าจะหายากหน่อยแต่คงน่าจะพอหาได้อยู่ ไว้ผมจะลองถามผู้น่ารู้ดู


ความเห็นที่: 2196 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 เม.ย 2554 เวลา 23:25 น.
ดาบเมืองที่นำมาประกอบฉาก ดูแล้วน่าจะเป็นงานของครูโอนะครับ งามๆทั้งนั้นเลยครับ

ความเห็นที่: 1156 ตอบโดย: ลมล้อกอไผ่ เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 12:39 น.
     ส่งมาให้เร็วหน่อยนะ เห็นรูปแล้วอยากเห็นของจริง

ความเห็นที่: 1898 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 ม.ค. 2554 เวลา 18:34 น.
อ้อยินดีครับคุณธงชาติ เอาไว้ว่างๆพร้อมกัน อาจผิดหวังเล็กๆนะครับเพราะมีไม่มากชิ้น

ความเห็นที่: 1224 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:45 น.
คุณโยครับ ทางเชียงใหม่ยินดีต้อนรับครับ รวมทั้งสมาชิคท่านอื่นด้วยครับ 

ความเห็นที่: 1443 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 21:18 น.

หลักในการเลือกหาของผมคล้ายกับคุณเหมครับ บวกความพึงใจในทรงใบดาบด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นดาบภาคกลาง

หรือดาบเมือง(ความรู้ในเชิงลึกก็เรียนรู้จากเพื่อนๆน้องๆในเวปนี้ละครับ มีอะไรสงสัยก็ถามไถ่กันละครับ) ความช่อบ

ส่วยตัวชอบดาบยกสันโค้ง  และเลี่ยงดาบที่มีท้องใบหนาใหญ่เพราะไม่ใช่คนสาวซะแล้ว(ดาบยุคหลังๆจนใหม่ครับ)

ประกอบกับเป็นคนชอบของเก่าของโบราณ  ก็นํามาประยุกต์ใช้ดูเนื้อหาสิ่งประกอบในการทําดาบ  ถ้าต้องการแบบ

ใจชอบสล่าทันเป็นคําตอบได้นะครับ ฮิ ฮิ

พรุ่งนี้มีธุระแถววังหน้า ถ้าเจออะไรดีๆจะนํามาฝากครับ


ความเห็นที่: 400 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 ต.ค. 2553 เวลา 14:07 น.
พี่เหมครับ มานั่งนึกเรื่องสายสะพายดาบ เส้นใหญ่ๆขนาดนิ้วชี้นี่ เราก็พอจัดหาให้สมาชิกได้มั้ยครับ (ส่วนตัวผมเองก็อยากได้มากๆ เส้นใหญ่ๆ รัดแล้วสวยดีครับ) อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความเห็นที่: 1442 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 21:05 น.
มีดคะฉิ่นแบบนี้ไม่เคยเห็นครับ งานด้ามละเอียดมาก จากเวปนอกครับ

ความเห็นที่: 1157 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 12:52 น.
ราคานี้ไม่น่าหลุดครับน้อง เสียดายแทนจริง ๆ แต่ช่างเถอะ เค้าไม่ใช่ของเรา

ความเห็นที่: 2186 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 19:55 น.

อันธงชาติเราก็ยังมีสามสี รวมเป็นธง คนไทยเราก็มีหลากหลายรูปแบบหลายวิถีมารวมกันรวมเป็นชาติ อย่าไปคิดมากครับ ทุกสิ่งอย่างล้วนไม่จีรัง ยั่งยืนครับ นานๆได้คุยจริงๆจังๆ ก็แปลกๆตัวเองอยู่เหมือนกันครับ 

-------------------------------------------------------------------------------------

* ผมเองในบัตรประชาชนชื่อ "ธงชาติ" มีสามสีก็จริงแต่เรายังคงอยู่ร่วมในธงพืนเดียวกัน เราไมสามารถบังคับใครได้ แต่เราสามารถบังคับตัวเองได้ 

ถ้าศึกษาในเรื่องจิตวิญญาณ เราคือพี่น้องกันทั้งหมดละครับ สติ เมตตา ปํญญา แก้ไขได้ทุกเรื่องครับ ช่วยกันดีที่สุดแหละครับ ก่อนที่จะไม่มีสิ่งไดให้ช่วย อีกไม่กี่ปีเราก็ตาย แล้วเราจะเอามันไปด้วยหรือ หรือจะปลอ่ยไว้ให้คนข้างหลัง

สัจจะธรรม คือธรรมชาติตามความเป็นจริง ไม่สูงไม่ต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ชอบฝืนสัจจะธรรม / อ่านแล้วไม่ถูกจริตกับคนอ่าน ขออโหสิกรรมด้วยนะครับ


ความเห็นที่: 1944 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 08:15 น.

คุณ Guest ทั้งหลายครับ สมัครสมาชิกของWebนี้ดีกว่ามั้ยครับ? เรื่อง Guest นี่มีตัวอย่างมาหลายกระทู้แล้วครับ ผมว่าน่าจะชัดเจนกว่า ดูไม่เลื่อนลอย
แล้วค่อยเข้ามาคุยกันสนุกกว่านี้มากเลย  ถ้าใครจะคิดว่าแถหรืออะไรก็เชิญเลยครับ เพราะคุณดูไม่ค่อยมีตัวตนในที่นี้เลย จริงๆนะครับ ดูเหมือน
มาป่วนมากกว่า แนะนำว่าสมัครสมาชิกแล้วเข้ามาแบบเปิดเผยดีกว่าครับ มีตัวอย่างมาหลายกระทู้แล้วพวก Guest นี่น่ะครับ พูดแบบกลางๆนะครับ
พวกเราที่นี่ส่วนใหญ่ ลงชื่อจริงกันไว้ในโปรไฟล์ หรือส่วนใหญ่ก็คุยกันจนสนิทกันจนแทบจะไปมาหาสู่กันได้เลยทีเดียว มีน้ำใจแบ่งปันและช่วยเหลือกัน
มากกว่าจะมาข่มกันด้วยความรู้ "คุณรู้น้อย ผมรู้จริง" แบบนี้ที่นี่ไม่มีหรอกครับ ความจริงพี่โยเดีย ไม่จำเป็นต้องนำงานมาลงให้ใครๆ มาพากัน
วิจารณ์เลยก็ได้ แต่น้ำจิตมิตรใจของพี่โยเดียนั้น มากเกินกว่านักสะสมทั่วๆไป ยอมถ่ายภาพงานสะสมของตัว มาลงให้เราหรือคุณ Guset ทั้งหลาย
ได้เห็นนะ  ผมคนนึงละขอบคุณและซึ้งในน้ำใจของพี่โยมากๆเลย (คนส่วนใหญ่ก็จะประมาณได้พูดนั่นพูดนี่ แต่ไม่ยอมให้ใครเห็นงานสะสมของตนเลย
จะเรียกว่าอย่างไรดี) 

เราพยายามบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของการตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็มาหาว่า แถ แปลกใจและงงกับคุณจริงๆ ครับ คุณต้องการอะไรหรือ? ผมก็พยายาม
บอกจุดประสงค์ของที่นี่อยู่ ก็ยังจะไม่เข้าใจ? พวกเราตรงจุดนี้ ที่เริ่มกันมาแต่แรกนั้น เราคุยกันแบบสบายๆ เน้นมิตรภาพมากกว่าความรู้ ถ้าคุณจะ
สังเกตจากการพูดคุยของพวกเรานะครับ แค่ได้เห็นดาบก็ดีใจและยินดีมากๆแล้ว เพราะไม่มีใครเค้ายอมให้เห็นกันง่ายๆนะครับ ของหายากทั้งนั้น
เราส่วนใหญ่ชอบ รัก สะสมงาน และไม่ยึดกฎเกณฑ์ ขนบอะไรมากมาย ใครคิดอย่างไร ก็แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เพราะเราเป็นเพื่อนเป็นมิตรกัน
ใครจะคิดกับเราอย่างไร เราไม่ค่อยสนใจหรอกครับ เพราะอย่างผมโดน

มามาก

ผมเองเป็นคนตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาครับ เพราะเบื่อกับพวกที่พอใครพูดอะไรผิดละก็ใส่กันแบบไม่ได้ผุดได้เกิดเลย  คุณ Guest ทั้งหลาย
ขอความกรุณาอย่ามาทำให้ที่นี่กลายเป็นแบบนั้นเลยครับ ขอร้องละ
 เราที่นี่ชอบในงานศาสตราวุธ และเราไม่ได้มีความรู้มากมายอะไร (เน้นมาหลาย
ครั้งแล้วนะครับ)
 อย่างดาบเล่มนั้นที่ผมเห็น ผมเองก็ยังคิดว่าเป็นดาบไทยตีญี่ปุ่นเลย แล้วแปลกตรงไหนหรือครับ? เราไม่ได้บิดเบือนอะไรกันละนะ
แล้วคุณยังมาหาว่าเราไม่ให้คุณค่าของดาบ จะดาบไทยดาบลาว สำหรับพวกเรายังไงก็คือดาบครับ ไม่ว่าดาบอะไร เราชอบรักและเห็นคุณค่าหมดครับ
ไม่เช่นนั้นจะไปซื้อไปหามาเก็บไว้ทำไม (เข้าใจไม่ยากใช่มั้ยละครับ ถ้าไม่เห็นคุณค่าจะยอมเสียเงินตั้งหลายพันหลายหมื่นไปซ้ือหามาเก็บไว้ทำอะไรครับ)
อย่ามาตีตราผู้อื่นจากการเข้าใจวัตถุประสงค์ของเราผิด ยิ่งเข้ามาเป็น Guset ด้วย ผมว่ามาสมัครสมาชิก แสดงตัวตน แล้วมาคุยกันดีกว่าครับ อาจจะ
เข้าใจเรา แนวความคิดของพวกเราและกลายเป็นมิตรสหายสนิทกันไปเลยก็ได้ ที่นี่เราต้อนรับทุกท่านจริงๆ ม่ายงั้นผมลบข้อความของพวกคุณไปนาน
แล้วครับ
อยากให้ไปเริ่มอ่านตั้งแต่แรก ตั้งแต่หน้าแรกเลย แล้วคุณจะเข้าใจกระทู้นี้ครับ หวังว่าจะเข้าใจนะครับผม  ไม่ชอบความรู้สึก
แบบนี้เลยดูไม่ "ไทย" เลย พอและหยุดเถอะครับ แค่ที่ป่วนกันอยู่ในบ้านเมืองเราตอนนี้ก็มากพออยู่แล้ว เข้ามาที่นี่รับไปแต่ความสุขใจดีกว่า

อ้อลืมไป ผมไม่ได้เหมารวมทุก Guest นะครับ Guest ดีๆก็มีหลายท่าน ต้องขอขอบคุณจากใจจริงเพราะดูท่านจะเป็นผู้มาให้ความรู้กับพวกเราเสียโดยมาก
แต่ใจก็ยังอยากให้สมัครสมาชิกไปเลยมากกว่า ที่นี่จะได้มีเพื่อนที่มีตัวตนเพิ่มมากขึ้นครับ 


ความเห็นที่: 23 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 12:43 น.

วิธีดูดาบอีกแบบหนึ่งครับ ดีไม่ดีลองวัดกันดูครับ 
"เขาใช้นิ้วหัวแม่มือทาบลงบนใบดาบ
เริ่มจากหัวแม่มือขวาก่อน
แล้วซ้อนทับซ้ายขวาไปเรื่อยๆ
นับไล่ลำดับไปดังนี้

๑. ศรีวิชัย เป็นอาวุธคู่บารมี ชนะในทุกที่
๒. ภัยนิรันดร์ พาเจ้าของเดือดร้อนตลอดเวลา
๓. สุพรรณลาภ จะได้แก้วแหวนเงินทอง
๔. ปราบนคร จะได้บ้านเมืองมาเป็นข้าขอบขัณฑสีมา
๕. จรประสิทธิ์ ไปไหนก็พบกับความสำเร็จทุกที่
๖. ฤทธิเดช เป็นมหาอำนาจ ศัตรูคร้ามเกรง
๗. วิเศษสมบัติ จะร่ำรวยมหาศาล
๘. พลัดบ้านเมือง จะตกระกำลำบาก พลัดบ้านพลัดเมือง
๙. เลื่องลือยศ จะมีชื่อเสียงเกียรติคุณขจรขจาย

ถ้ายังไม่สุดก็นับวนใหม่ ตกข้อไหนก็ดูคำทำนายเอาครับ"

ความเห็นที่: 2060 ตอบโดย: homnan เมื่อ: 16 มี.ค. 2554 เวลา 18:09 น.
พี่ๆครับ รบกวนสอบถาม พอดีผมจะสั่งดาบที่พ่อสล่าทันอ่ะครับ แล้วอยากได้ปลายแบบเล่มบน ผมจะบอกพ่อทันว่าปลายอะไรครับ เหมือนดาบซามูไรอยู่

ความเห็นที่: 4123 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 เม.ย 2555 เวลา 13:28 น.
ที่ต้องพิจารณาอีกสิ่งหนึ่งคือ ความยาวใบดาบและด้ามดาบทั้งสองเล่มนี้ต่างกัน แต่ความยาวรวมนั้นไม่ต่างกัน น่าค้นหาคำตอบนะครับ 

ความเห็นที่: 2184 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 13:02 น.

ผิวไผ่ดีกว่ามั้ย คมมีดยังบ่หาญสู้ นะสู  เข้ามาคุยกันหนุกๆได้ครับ ที่นี่ของทุกคนครับ  ผมเองได้ความรู้มากมายจากพี่ๆหลายท่าน ได้เห็นของสะสมสวยๆงามๆ

ก็ถือเป็นโชคดีของผมแล้วครับ  กรณีพี่โยเดีย ผ่านแล้วผ่านไปครับ พวกเรายังรออยู่ครับ อยากเห็นของสวยงามในคลังสะสมของพี่โยอีกครับ 


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 11:24 น.

ลูกชายของช่างทัน    ไม่ทันน้าตั้มซะแล้ว   หนับหนุนช่างพื้นบ้านฝีมือดี ครับ    

สั่งไปแล้วเหมือนกันครับ  ง้าวโบราณราคาน่าสนับสนุน   สั่งใบมาแล้วมาทำด้ามเองครับ  


ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 13:54 น.

ส่วนด้ามและฝักถ้าต้องการ ท่านจะส่งไปทำให้ได้เช่นกันเป็นรูปแบบดาบเมืองแบบโบราณ ทำกับช่างทำด้ามโดยเฉพาะ

เป็นผู้เฒ่าสองคนตายาย ตาทำด้ามทำฝัก ยายถักปลอกรัดหวาย ส่วนสายสะพายดาบก็เป็นงานถักมือครับ

เป็นแม่อุ๊ยอายุมากแล้วเช่นกันครับ คาดว่าถ้าหมดรุ่นนี้ไปก็คงจะหมดคนสืบต่อด้วยเช่นกันครับ 

 ดาบเล่มในมือพ่อสล่าทันใบยาว 19 นิ้ว หัวบัวมน สันคาดทองแดง 3 จุด ปลายดาบฝังทองเหลือ

 เข้าฝักและด้ามด้วยครั่ง ที่กั่นปิดด้วยแผ่นทองแดงยึดด้วยหมุดทองเหลือง ส้นด้ามก็ปิดด้วยทองแดงเช่นกันครับ ฝักไม้สักเน้นสีเหลื

 งานดีๆ น่าสนับสนุนครับ ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับชิ้นงานที่ได้รับ ราคานั้นไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้สั่งต้องการครับตามที่เรียนไปข้างต้น


ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 08:22 น.
Photobucket

งานนี้น้าตั้มได้ค่าโปรโมตเพียบ  


ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 14:33 น.

น่าสนใจมากครับ ผมไปซื้อไม้มาท่อนหนึ่ง ยาว 138 x8.5x8.5 cms (ไม้มะริด)

เอาไปทำของยาวๆ แบบไหนได้บ้างครับ


ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 14:47 น.
ผ่าทำด้ามหอกซัดด้ามบ้องของช่างทันเลยครับ     หนับหนุนครับ  

ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 14:53 น.

ลักษณะ ของทวนกับหอก ต่างกันอย่างไรครับ


ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: redhawk เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 15:35 น.
มีงานดีๆ กับความรู้มากมายเลยครับ 

ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: sujin95 เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 15:39 น.
ดาบหงาย น่าสนใจครับ 

ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: jenwit เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 17:50 น.

เชียร์ด้วยครับ  คนลำปางด้วยกัน


ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: กระบี่หัก เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 19:13 น.
น่าลงราคาคร่าวๆให้สมาชิกได้พิจารณาด้วยนะครับเผื่อง่ายในการตัดสินใจครับ

ความเห็นที่: 46 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 10:20 น.

ภาพดาบเมืองปลายแหลม
ดาบเมือง
  ขอขอบพระคุณข้อมูลจากบทความของ อ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ดาบ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากเหล็กใช้เป็นอาวุธ มีด้วยกันหลายแบบหลายขนาดตามความต้องการในการใช้งานในล้านนาสมัยโบราณ ดาบคือ

อาวุธที่ใช้ในยามศึกสงคราม นอกจากนี้ดาบยังเป็นอาวุธประจำเรือนด้วย


ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: kul naimnim เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 21:57 น.
นับวันจะน้อยลงไปช่วยกันครับอย่าให้ถึงกับถูกลืมเลือนเลย

ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: ๏อิสระ๛ เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 22:22 น.
ไม้มะริดเป็นไม้วงศ์เดียวกับมะเกลือ ไม่น่าจะเหมาะสำหรับทำด้ามอาวุธยาวครับ

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: ลุงเล็ก เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 22:44 น.
ชอบจริงๆ...  ขอบคุณที่เอามาบอกกล่าวกันครับ...  เยี่ยมมาก     

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: นายระริน เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 22:47 น.

เห็นด้วยกับพี่กระบี่หัก ผมสนใจอย่างยิ่งครับ


ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 มี.ค. 2553 เวลา 23:35 น.

ราคานั้นไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับ Option ที่เราต้องการครับ แต่ปกติท่านจะตีใบเปล่าให้เท่านั้นครับ ถ้าด้ามกับฝักท่านต้องขี่มอไซด์ไปสั่งทำให้ต่างหาก

ลองสรุปราคาคร่าวๆ (ราคาเมื่อปี 2010 ครับ) ใบดาบ 18 นิ้ว ราคา 600 ค่าทำด้ามและฝัก (หวาย) 1300 สายสะพาย 300 ค่าส่งผมออกให้พ่อทันอีก
เล่มละ 
100 = ดาบ 18 นิ้ว 1 เล่ม =  2300  ถ้าเป็นใบง้าว (ใบเปล่าๆ) ตกราคาประมาณใบละ 2500 ครับผม ลองโทรสอบถามท่านดูครับ

ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: พลพศ เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 01:12 น.
ขอบคุณครับ น่าสนใจอย่างยิ่ง

ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: กระบี่หัก เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 08:13 น.
ขอบคุรครับรายละเอียดชัดเจนดีครับราคาน่ารักน่าสะสมครับ

ความเห็นที่: 22 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 11:37 น.

โฉลกดาบล้านนา ขอบพระคุณข้อมูลจาก "ป้อจายล้านนา.com"

 ผศ.วิลักษณ์ ศรีป่าซาง นักวิชาการผู้ซึ่งศึกษาวัฒนธรรมล้านนาหลากหลายแขนง โดยเฉพาะในด้านอาวุธโบราณและวัตถุมงคลล้านนา ได้

อธิบายเกี่ยวกับโฉลกดาบหรือโศลกดาบไว้ในหนังสือดาบเมืองว่าคือคำร่ำเกี่ยวกับสูตรดาบ เพื่อให้ต้องโฉลกกับบุคคล นักเลงดาบ คนชอบดาบ

หรือผู้ที่ต้องการ มีดาบไว้ประจำตัวเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับตัว โดยมีวิธีการ วัดโฉลกดาบหลายอย่าง เช่น ใช้นิ้ววัด ใช้แขนวัด ใช้ไม้วัด

เป็นต้น

            การวัดดาบโดยใช้นิ้วมือนั้นจะใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้จับที่โคนดาบให้ปลายดาบชี้ขึ้นแล้วจับสลับซ้ายขวา นับขึ้นไปจนถึงปลายดาบหนึ่งช่วง

หัวแม่มือที่จับดาบ ในขณะเดียวกันก็ท่องโฉลกดาบเรื่อยไปตามลำดับ เมื่อนับจนถึงปลายดาบ สิ้นสุดกับคำร่ำในข้อใด ก็ให้ถือคำทำนายตามนั้น

ซึ่งคำร่ำนั้นจะมีทั้งดีและไม่ดี หากสิ้นสุดที่คำไม่เป็นมงคลก็ถือว่า ดาบเล่มนั้นไม่ต้องโฉลกกับตัว ต้องหาดาบเล่มใหม่ต่อไป หากตกโฉลกที่ดีก็

ถือว่าเป็นดาบที่ดี ซึ่งโฉลกดาบนั้นมีหลายสำนวน แตกต่างกัน ดาบหนึ่งเล่มเมื่อใช้โฉลกสำนวนหนึ่งอาจจะตกโฉลกไม่ดี แต่หากใช้สำนวนอื่น

อาจจะตกโฉลกดีก็ได้

โฉลกดาบต่อไปนี้ ชมรมคนรักดาบซึ่งครูพรชัย ตุ้ยดงเป็นที่ปรึกษาของชมรม ได้มาจากท่านพระครูอดุลสีลกิตต์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ อำเภอ

เมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีใจความดังนี้


๑.  ดาบแก๊ะแงะ                                      ไม่ดี


๒.  ดาบแก้แหง้                                        ไม่ดี


๓.  มัดศอกแป้ปายหลัง                            ไม่ดี


๔. เปิ้นฮอมจังเสี้ยงตึงบ้าน                       ไม่ดี


๕. ขี้คร้านบ่มีของ                                     ไม่ดี


๖. ตกจองหัวหวาก                                   ไม่ดี


๗. เข้าป่าหมากตายทรง                           ไม่ดี


๘. สะพายถุงเหลืองแอ่วค้า                         ดี


๙. ขี่ม้าเตียวเมือง                                       ดี


๑๐. คำเหลืองเต็มไต้                                   ดี


๑๑. ไถ่ชู้แก้วมานอน                                   ดี


๑๒. ซื้อม้าปอนมาขี่                                     ดี


๑๓. แทนที่ขุนแสน                                      ดี


๑๔.ขึ้นนั่งแทนแขวงปราสาท                       ดี


๑๕. นั่งอาสน์หอคำ                                  ดีมาก


นอกจากการวัดโฉลกดาบแล้ว ชาวล้านนายังมีความเชื่อเรื่องชะตาดาบกับปีเกิดทั้ง ๑๒ ราศีว่า

ผู้ที่เกิดหนควรจะใช้ดาบประเภทไหน ความยาวเท่าไหร่ และสายดาบสีอะไร จึงจะเหมาะสม มีรายละเอียดจากชมรมคนรักดาบอธิบายไว้ดังนี้

๑.คนเกิดปีไจ้หรือปีชวด ให้ใช้ดาบปลายตัดหรือ ปลายแหลม สายดาบสีแดงหรือน้ำเงิน 


๒.คนเกิดปีเป้าหรือปีฉลู ให้ใช้ดาบปลายบัว สายดาบสีเขียว หรือสีดำ 


๓.คนเกิดปียีหรือปีขาล  ให้ใช้ดาบปลายตัด สายดาบสีเขียวหรือสีน้ำตาล


๔.คนเกิดปีเหม้าหรือปีเถาะ ให้ใช้ดาบปลายแหลม สายดาบสีหม่น(เทา) หรือสีขาว 


๕.คนเกิดปีสีหรือปีมะโรง ให้ใช้ดาบปลายแหลม สายดาบสีดำ สีเหลืองหรือสีแดง


๖.คนเกิดปีใส้หรือปีมะเส็ง ให้ใช้ดาบปลายเปียง สายดาบสีเหลือง 


๗.คนเกิดปีสะง้าหรือปีมะเมีย  ให้ใช้ดาบปลายแหลม สายดาบสีแดง


๘.คนเกิดปีเม็ดหรือปีมะแม ให้ใช้ดาบปลายแหลม หรือปลายตัด  สายดาบสีขาว


๙.คนเกิดปีสันหรือปีวอก ให้ใช้ดาบปลายแหลม สายดาบสีเขียวหรือสีคราม 


๑๐.คนเกิดปีเล้าหรือปีระกา ให้ใช้ดาบปลายตัด สาย ดาบสีแดงหรือสีเหลือง


๑๑.คนเกิดปีเส็ดหรือปีจอ ให้ใช้ดาบปลายตัด สายดาบสีเขียวหรือสีน้ำเงิน


๑๒.คนเกิดปีไก๊หรือปีกุน แต่ในล้านนาจะหมายถึงช้าง ให้ใช้ดาบปลายแหลม สายดาบสีแดง


ความเห็นที่: 3753 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 ธ.ค. 2554 เวลา 11:21 น.
ชอบบรรทัดสุดท้ายมากครับ Like  

ความเห็นที่: 39 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 1 เม.ย 2553 เวลา 11:09 น.

Photobucket

ใบหอกมีลักษณะเป็นแบบโตมรในรูปครับ  แต่ว่าทรวดทรงเป็นแบบใบหอกของไทยครับ  สวยมากเลยครับ 

อยากทำแบบส่งให้ช่างทำให้เหมือนกันครับ 


ความเห็นที่: 25 ตอบโดย: ลุงเล็ก เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 14:27 น.
อันไหน เรียกว่าอะไรกันบ้างครับ... 

ความเห็นที่: 26 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 15:49 น.

คู่บนคือ เสโล ครับผม ใบล่างคือ ใบง้าววว...ครับ ลุงเล็ก 

ข้อมูลของเสโล ชื่อของเสโล มี 2 แบบครับ  1. เสโล (โล่) - คัน, ด้าม  2.เสโล (อาวุธใช้บนหลังช้าง)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Blog คุณ Arnon's ครับ

หากจะกล่าวไป คนไทยโบราณก็คิดค้นอาวุธขึ้นใช้เองซึ่งก็มีทั้งใหญ่เล็กต่างกันไป ดูสวยงามและมีศิลปมากจนมาในสมัยอยุธยาตอนกลาง

ที่อิทธิพลชาวตะวันตกและจีนเริ่มเข้ามามาก เราจึงเริ่มมีการใช้ดินปืน ปืนใหญ่ ปืนคาบสิลา ปืนยา ปืนนกสับกันแพร่หลายขึ้น ทีนี้อาวุธไทย

โบราณจริงๆเลย มีอะไรบ้าง เรามาติดตามกัน  หลายคนคงคุ้นหูกับประโยคที่ว่า "หอก ดาบ ดั้ง เขน โล่ห์ เสโล โตมร" มาบ้าง แต่ใน

ความเป็นจริงแล้วอาวุธไทยโบราณทั้งแบบสร้างเอง และแบบประยุกต์ยังมามากมายกว่านั้นอีก ซึ่งนอกจาก หอก ดาบ ดั้ง เขน โล่ห์ เสโล

โตมร แล้วยังมี กระบอง กระบองดั้ง พลอง ทวน ง้าว ของ้าว ธนู แหลน หลาว ปืนคาบศิลา ปืนยา ปืนนกสับ ปืนใหญ่ มีดสั้น กริช กระบี่

เป็นต้น


เสโล

สำหรับเสโลนั้นมักสับสนกันว่าเป็นอาวุธหรือเครื่องป้องกัน ทั้งนี้ทางผมเองเชื่อมั่นในข้อมูลว่าเป็นเครื่องป้องกัน โดยเสโลนั้นเป็นเครื่อง

ป้องกันข้างม้า ทำด้วยโลหะกลมๆหรือครึ่งวงกลมคล้ายโล่ห์ขนาดใหญ่ แขวนไว้บริเวณชายซี่โครงม้าทั้งสองด้าน ในขณะเดียวกันก็มัก

ประกบไว้ข้างสัปคับช้างเพื่อป้องกันกลางช้างโดนทำร้าย ดังนั้นเสโลจึงเป็นเครื่องป้องกัน บางกลุ่มกล่าวว่า เสโลเป็นอาวุธคล้ายหอกซัด

หากแต่ไม่ได้มีไว้ซัด แต่ใช้ทิ่มแทง ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลไม่ชัดแจ้งจึงเชื่อได้ว่าเป็นเครื่องป้องกัน


ง้าว

ง้าวที่ใช้กันแพร่หลายในยุคอยุธยาตอนกลางเป็นง้าวจากแบบไทยและง้าวแบบจีนซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ง้าวแบบไทยจะ

คล้ายกับนำเอาดาบมาเลาะเอาด้ามออก แล้วต่อด้ามให้ยาวเหมือนด้ามหอก ดังนั้นใบง้าวจะเรียวเหมือนดาบ แต่จริงๆแล้วเป็นการตีขึ้น

เฉพาะ ไม่ได้ใช้ดาบอย่างที่ว่า เพราะใบง้าวไทยจะแข็ง หนา และหนักกว่าดาบมาก มีคมยาวตลอดด้านโค้งด้านเดียว เป็นอาวุธที่ต้องใช้

ความชำนาญเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เป็นอาวุธพิเศษสำหรับผู้ชำนาญอาวุธยาวโดยเฉพาะ ใช้แทงหรือฟันก็ได้ มี

อาณุภาพการทำลายมาก ด้วยน้ำหนักจำเป็นต้องใช้ผู้ที่ร่างกายกำยำแข็งแรงหยิบยกขึ้นฟาดฟัน และด้วยแรงของผู้ใช้กับน้ำหนักของอาวุธ

ทำให้ง้าวเป็นอาวุธสำหรับกองรบที่ต้องการทำลายกองรบที่มีการป้องกันอย่างดีของข้าศึก เช่นกองรบที่ทหารสวมเกราะหนา หรือแม่แต่

กองเขนก็สามารถถูกทำลายได้ด้วยผู้ชำนาญง้าว สำหรับง้าวจีนลักษณะการใช้งานจะคล้ายกัน ต่างกันที่น้ำหนักเนื่องจากด้ามง้าวมักทำ

ด้วยโลหะ และใบง้าวจะใหญ่มาก ใบง้าวจะกว้างมาก และโค้ง มีคมด้านเดียวคล้ายง้าวไทย มักมีลายลายสลักไว้บนใบง้าว เป็นง้าวที่ได้รับ

อิทธิพลเข้ามาจากชุมชนจีนย่านวัดพนันเชิง

ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธไทยโบราณในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


ความเห็นที่: 28 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 20:06 น.

ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธไทยโบราณในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Blog คุณ Arnon's   ภาพ จากวิวัฒนาการแห่งศัตราวุธในกองทัพบกไทย ครับ 


ความเห็นที่: 29 ตอบโดย: 024114 เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 20:28 น.
โอ้ แหล่ม

ความเห็นที่: 30 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 21:03 น.

ทวน 

ทวนเป็นอาวุธคล้ายหอกแต่เล็กกว่าและสั้นกว่าหน่อย ปลายแหลมมาก ใบทวนเรียวยาวมีคมสองด้าน ทวนเป็นอาวุธใช้บนหลังม้าเป็นหลัก นักรบ

ไทยโบราณระดับแม่กองต้องมีความชำนาญในการขี่ม้ารำทวนไม่มากก็น้อยทุกคน นับว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยแท้ๆที่มักโดนมองข้ามไป

งานพระราชพิธีใหญ่มักมีการประลองขี่ม้ารำทวนถวายพระเจ้าอยู่หัวให้ทอดพระเนตรเสมอ ทวนเป็นอาวุธที่คล่องตัวและมีพิษสงรอบด้าม ทหาร

ม้าจึงเหมาะที่จะใช้เพราะเป็นอาวุธยาวแต่ถือเป็นอาวุธเบาสามารถใช้มือเดียวได้ ใบทวนหรือคมทวนใช้สังหารข้าศึกโดยไม่ติดขัดเมื่อแทงไป

แล้วจะดึงออกจากร่าง ปลายทวนอีกด้านแม้ไม่ได้ทำเป็นคมทวนแต่จะเป็นลักษะแหลมคล้ายๆโตมรใช้แทงข้าศึกหรือแทงม้าที่กวดหลังมาให้เสีย

หลักได้ อีกทั้งสรีระของทวนยังสามารถใช้เป็นอาวุธขว้างคล้ายๆโตมรหรือหอกซัดได้อีกต่างหาก โดยมากทหารม้ามักถือทวนเป็นหลัก และ

สะพายดาบยาวไว้ข้างหลังอีกหนึ่งเล่มหากจำเป็นต้องเข้าตะลุมบอนระยะประชิด เพราะปกติแล้วกองม้าที่ถือทวนจะเป็นการรบแบบประทะแล้วฝ่า

ออกเพื่อจัดขบวนเข้าประทะใหม่ หากไม่จำเป็นจะไม่ทำการรบตะลุมบอนประชิดตัวเนื่องจากจะสูญเสียเยอะ ทั้งม้าและคน เป็นกองรบเคลื่อนที่

เร็วโจมตีจาบจ้วงฉาบฉวย(ฉาบฉวยในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงความหมายไม่ดีว่า โจมตีไม่หวังผล ฉาบฉวยได้เท่าไรเอาเท่านั้น แต่หมายถึงโจม

ตีแบบฝ่าผ่านไม่หยุดม้าตะลุมบอน ซึ่งการฉาบเข้าฉวยเอาชีวิตข้าศึกแต่ละครั้งนั้นรุนแรงมากทีเดียว

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Blog คุณ Arnon's   ภาพ จากวิวัฒนาการแห่งศัตราวุธในกองทัพบกไทย ครับ 


ความเห็นที่: 31 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 21:04 น.

ดาบ
ดาบเป็นอาวุธที่แพร่หลายและนิยมใช้ที่สุดมีด้ามจับสั้นนิยมทำด้วยไม้ หรือในกรณีเป็นเครื่องศาตาราวุธของกษัตริย์ หรือเป็นอาวุธประจำตำแหน่งเจ้าพระยา ขุน ก็จะหุ้มด้วยแผ่นทองลงลักษณ์ มีใบดาบยาวเป็นโลหะ หากเป็นดาบเบาที่จับมือเดียว ด้ามจับจะสั้นขนาดที่ยาวกว่าความกว้างฝ่ามือเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นดาบที่ใช้บนหลังม้า จะเป็นดาบที่หนักมากและใบดาบยาวมาก โดยดาบไทยแท้ๆนั้นจะเป็นดาบที่ลับคมด้านเดียว และเป็นดาบโค้งเล็กน้อย ส่วนใกล้ด้ามจับจะแคบกว่าส่วนปลายดาบที่โค้งแหลมไปทางด้านที่ไม่ได้ลับคมซึ่งจะกว้างกว่า เนื่องจากภูมิปัญญาของชาวไทยสมัยโบราณทราบว่า การที่ทำให้ส่วนปลายใหญ่กว่าส่วนด้ามจะเป็นการเพิ่มมวลโลหะให้ส่วนปลายเมื่อเหวี่ยง โมเมนตั้มของมวลจะอยู่ที่ส่วนปลายมากทำให้แรงเฉือนทะลุเครื่องป้องกันเข้าสู่ผิวหนังมีมาก ดาบไทยแท้ๆจะใช้โลหะผสมที่เหนียวทนทานรับคมดาบได้กล่าวคือประทะดาบกันได้ไม่ต้องกลัวหัก และบาง คมมาก นอกจากนั้น ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังมีดาบอีกหลายประเภท เช่น คาตานะเป็นดาบญี่ปุ่นเป็นดาบลับคมด้านเดียวและโค้งเช่นของไทย แต่จะหนากว่า ยาวกว่า และปลายเรียวกว่าส่วนใกล้ด้ามจับเล็กน้อย เปราะแต่คมกริบ เพราะใช้เทคนิคการตีดาบโดยนำโลหะมาตีเป็นแผ่นแล้วตีทบไปทบมาจนเป็นรูปดาบ กองรบที่ใช้ดาบนั้นมักเรียกว่า กองทะลวงฟัน คือ เป็นกองรบที่ตามต่อตีเพื่อทำลายกองรบของข้าศึกถึงวงใน มุ่งหวังสังหารข้าศึกให้มากที่สุด และเป็นกองทัพที่ต้องได้รับการฝึกมาในระดับหนึ่ง หรืออาจเชี่ยวชาญเลยก็ได้ เป็นอาวุธที่นักรบทุกคนต้องใช้เป็นตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงพระมหากษัตริย์ เป็นอาวุธที่มีเพลงอาวุธและตำรามากมาย ลึกล้ำ เพลงดาบไทยเป็นเพลงดาบที่สวย เป็นเพลงดาบที่มีทั้งรุก และรับ จตุรังคบาท คือ ทหารพิเศษที่รักษาเช้าช้างก็ใช้ดาบเป็นอาวุธ

 โดยมากผู้ใช้ดาบเป็นอาวุธขั้นสูงมักใช้ดาบสองมือ คือ มือละด้าม คล่องแคล่วเปรียบได้กับมีสองคนในคนคนเดียว ข้างนึงรับ ข้างนึงรุก ข้างนึงหลอก ข้างหนึ่งจู่โจม

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Blog คุณ Arnon's   ภาพ จากวิวัฒนาการแห่งศัตราวุธในกองทัพบกไทย ครับ 


ความเห็นที่: 32 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 มี.ค. 2553 เวลา 21:04 น.

โตมร

โตมรนั้นเป็นหอกซัด เป็นอาวุธโบราณของไทยโดยแท้โดยมากพลโตมรมักยืนแถวบังหน้าช้างไว้ เพื่อทำลายแนวรับข้าศึกประเภทหอกยาวเนื่องจากสามารถทำร้ายช้างได้ พลโตมรมักถือโล่ห์หรือเขนขนาดเล็กไว้ด้วย โดยถือโตมรซึ่งสั้นกว่าหอกแต่ก็มีด้ามยาวและมีปลายเป็นโลหะแหลมไม่มีคมข้าง(เหมือนๆหัวดินสอที่เหลาให้แหลม)พลโตมรจะมีเชือกผูกกับส่วนปลายด้ามของโตมรโดยปลายเชือกอีกด้านหนึ่งผูกไว้กับลำแขนหรือข้อมือโดยเมื่อซัดออกไปแล้วสามารถลากกลับมาได้ เมื่อกระบวนทัพข้าศึกระส่ำระสายตั้งขบวนไม่ติด พลโตมรก็จะตั้งเขนและดันทำลายแนวรับของข้าศึกให้เกิดแนวแยกจากนั้นให้ช้างศึกทะลางเข้าแนวหลังของข้าศึกได้ นอกจากนั้นโตมรยังใช้กับทหารม้าด้วยโดยทหารม้าที่ใช้โตมรนั้นต้องเป็นทหารที่ฝึกมาอย่างชำนาญจริงๆ มักใช้ม้าเคลื่อนที่เร็วไม่มีการติดเสโลหรือสนอบให้หนัก เพราะต้องการความเร็วในการเช้าทำลายข้าศึก โดยพลม้าโตมรจะไม่มีการผูกโตมรไว้กับตัวดังเช่นพลโตมรเดินเท้า เนื่องจากจะเหน็บโตมรไว้ที่แผงโตมรข้างม้าหลายด้าม พุ่งแล้วพุ่งเลย อำนาจทะลุทะลวงมหาศาลเนื่องจากบวกแรงวิ่งของม้าเข้าไปด้วย โตมรจึงเป็นอาวุธไทยที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษไทยได้อย่างลงตัว ปกติโตมรที่ประดับบนสับคับหลังช้างจะมีปลอกหุ้มปลายแหลมเป็นไม้ลงจำหลักปิดทองทั้งฝัก

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Blog คุณ Arnon's   ภาพ จากวิวัฒนาการแห่งศัตราวุธในกองทัพบกไทย ครับ 


ความเห็นที่: 315 ตอบโดย: ๏อิสระ๛ เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 19:07 น.
ทรงใบสวยงามมากๆครับ 

ความเห็นที่: 33 ตอบโดย: HiMaLaYa เมื่อ: 31 มี.ค. 2553 เวลา 03:01 น.

ความเห็นที่: 34 ตอบโดย: neroknight เมื่อ: 31 มี.ค. 2553 เวลา 16:22 น.
ขอทราบราคามีดในภาพเฉพาะใบทั้งสองเล่มกับขอช้างครับ

ความเห็นที่: 35 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 31 มี.ค. 2553 เวลา 16:34 น.

ขอถามน้าตั้มซักหน่อยครับ  คือว่าที่ในพิพิธภัณฑ์ที่สุโขทัยเขาติดป้ายเขียนว่าโตมรไว้ที่หอกสามง่ามน่ะครับ  

แต่ดูจากที่น้าตั้มอธิบายถึงรูปร่างของโตมรแล้วไม่เหมือนกันเลยครับ  เลยงงอยากถามว่าแล้วหอกสามง่ามจริง ๆ เขาเรียกว่าอะไรกันแน่ครับ    


ความเห็นที่: 36 ตอบโดย: HI_FLY เมื่อ: 31 มี.ค. 2553 เวลา 21:35 น.

ความรู้ทั้งนั้นครับ


ความเห็นที่: 52 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 15:31 น.

นอกจาก 3 ประเภทที่แบ่งอย่างกว้างๆ แล้ว ยังแบ่งดาบตามรายละเอียดการใช้งานได้อีก
ขอขอบพระคุณข้อมูลจากบทความของ อ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
1. ดาบยศ หรือ ดาบเจ้าดาบนาย หมายถึงดาบที่ใช้ประกอบยศ ประกอบตำแหน่ง เช่น พระแสงดาบ ดาบเจ้าเมือง ดาบสรีกัญชัย
ดาบอาญาสิทธิ์ ตามขนบในงานวรรณกรรม เป็นดาบที่พิถีพิถันในการทำ เน้นความงดงามอย่างวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะฝักและด้าม
เน้นเป็นเครื่องประดับมากกว่าจะใช้งานได้จริง


 2. ดาบใช้  หมายถึงดาบที่ใช้งานได้จริง ๆ กล่าวคือ ใช้ฟันหรือแทง ใช้ต่อสู่ฆ่าฟัน เป็นอาวุธเป็นดาบขนาดใหญ่ หนา มีน้ำหนัก เน้นความคงทนแข็งแกร่ง 

3. ดาบฟ้อน  หมายถึงดาบที่ใช้ในการแสดง เช่น การฟ้อนดาบ การแสดงนาฎดนตรี หรือการแสดงละคร ดาบประเภทนี้อาจใช้ดาบจริงหรือดาบจำลองก็ได้ 

 4. ดาบพิธีกรรม  หมายถึง ดาบที่จำลองขึ้น อาจทำจากไม้ กระดาษหรือรูปวาดให้หมายถึงดาบ เป็นต้น ดาบพิธีกรรมนี้ อาจใช้ดาบตามที่กล่าวมาทั้งสามข้อ
ก็ได้ ดาบพิธีกรรมบางเล่มเป็นดาบครู หมายถึง เป็นดาบของครูฟ้อนดาบฟ้อนเชิง เป็นมรดกสืบสายด้านศิลปะที่ครูเค้าจะมอบให้แก่ศิษย์ที่มีคุณสมบัติจะสืบครูได้



ความเห็นที่: 1798 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 7 ม.ค. 2554 เวลา 11:13 น.

แร่เงินโดนสารที่เข้ากำมะถันมันดำก็จริงนะน้านนท์

แต่พวกเล่นเครื่องเงินเขาว่ามาว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติครับ  และดูกันออกซะด้วย

ถามเขาต่อว่าทำไงดี   เขาก็บอกว่าทิ้งไว้โดนอากาศก็ดำเอง  เร็วช้าตามสภาพแวดล้อมและเนื้อเงิน

แต่สวยกว่า


ความเห็นที่: 45 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 09:52 น.

เล่มนี้ดาบเมือง ทรงใบข้าว ฝีมือพ่อทันครับ ตีจากเหล็กตลับลูกปืนครับ ใบดาบทรงสวยทอดตัวจากโคนใบดาบไล่เพรียว
ขึ้นไปจนถึงปลายดาบ การถ่ายภาพไม่สามารถดึงความงามออกมาได้เต็มที่ครับ ต้องเห็นตัวจริงได้สัมผัสจริงครับ


Photobucket 

Photobucket 


เล่มนี้โคนใบดาบหนาถึง 4 หุน

Photobucket

Photobucket

ความเห็นที่: 58 ตอบโดย: watana เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 09:25 น.
มาชมดาบไทยด้วยครับ

ความเห็นที่: 42 ตอบโดย: แขกคนแปลกหน้า เมื่อ: 4 เม.ย 2553 เวลา 12:59 น.

ช่วยแนะนำมีดเหน็บลายสวยๆ ให้หน่อยครับ เช่น ลายหุบกระทิง ลายเครือวัลย์ ของสุโขทัย (ต้องสวยกว่านี้นะครับ )  เป็นข้อมูล..มีดลายสวยของไทย........   สักวันคนในเว็ปคนรักมีด อาจหยิบมาทำหนังสือ

   หรือเขียนเป็นตอนๆ ส่งมาลงฟรีในหนังสือพระเครื่องเล่มหนึ่ง....ส่งมาเถอด


ความเห็นที่: 43 ตอบโดย: utd เมื่อ: 5 เม.ย 2553 เวลา 21:30 น.

ความเห็นที่: 44 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 7 เม.ย 2553 เวลา 10:24 น.

มีดาบหัวมน มาให้ชมครับผม เป็นดาบเปลือยครับไม่มีฝัก จุดสังเกตจากคอดาบ สวยมากครับ 

Photobucket




สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาวุธยาว
Photobucket 

Photobucket 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดาบ แต่ในภาพสายสะพายอยู่ผิดที่ไปหน่อย สงสัยทำความสะอาดแล้วลืมเอาเข้าที่เดิม

Photobucket


ความเห็นที่: 1514 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 12:56 น.

ไม้บางจังครับ   แค่เห็นวิธีการเขียนแบบด้วยดินสอแล้วไม่มีอะไรต้องแนะนำแล้วครับ

เหลือแค่ฝึกความชำนาญอย่างเดียวแล้ว อย่างนี้ผมมีคู่แข่งแล้วละซิเนี่ย


ความเห็นที่: 51 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 15:29 น.
1. ดาบทหาร  หมายถึงดาบที่ใช้ในการศึกสงครามเป็นอาวุธประจำตัวทหาร มีขนาดยาว แข็งแรง คงทน ทำจากเหล็กชั้นดีคือ เป็นเหล็กกล้าและมีความเหนียว ไม่หักหรือบิ่นง่ายทั้งยังมีพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เข้าประกอบการทำอีกด้วย เพื่อให้เป็นอาวุธที่ขลังเป็นกำลังให้กับทหาร
Photobucket

 2. ดาบตำรวจ  จะมีขนาดย่อมกว่าดาบทหาร เป็นอาวุธของเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายใน มีการตกแต่งด้ามและฝักให้สวยงาม ดาบบางเล่มเป็นของพระราชทาน ด้ามและฝักหุ้มด้วยเงินหรือทองคำ ด้ามทำด้วยงาช้าง เรียกดาบสวยงามเหล่านี้ว่า ดาบด้ามคำฝักคำ หรือดาบหลูบเงินหลูบคำ หากเป็นดาบสั้นถือเป็นอาวุธของราชองค์รักษ์ ซึ่งเรียกตำแหน่งนี้ว่า พวกดาบน้อย หรือพวกดาบรี

Photobucket

 3. ดาบสำหรับประชาชนทั่วไป  เป็นอาวุธประจำเรือน เน้นประโยชน์ที่การใช้สอย เพื่อป้องกันตัวหรือเพื่อต่อสู้กับพวกโจร มีหลายขนาด แต่ส่วนมากจะเน้นที่การพกพาไปไหน ๆ ได้โดยสะดวก ดาบประจำเรือนนี้ผู้เป็นเจ้าของต้องหาดาบที่ต้องกับโฉลกตัวเอง เช่น คนเกิดปีใดก็ต้องหาดาบที่มีความยาวและองค์ประกอบอื่น ๆ ของดาบให้ถูกโฉลก ดาบประจ ำเรือนขนาดสั้นที่ถือเป็นดาบประจำตัวของบรรดาพ่อค้าทั้งหลายที่นิยมพกติดตัวเดินทางไปค้าขายต่างบ้านต่างเมืองเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ดาบแลว หรือ แลว ก็ว่า 
Photobucket

นอกจาก 3 ประเภทที่แบ่งอย่างกว้าง ๆ นี้แล้ว ยังกำหนดแบ่งดาบตามรายละเอียดการใช้งานได้อีกด้วย

ขอขอบพระคุณข้อมูลจากบทความของ อ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ความเห็นที่: 48 ตอบโดย: HiMaLaYa เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 11:46 น.

กระทู้ดีๆ อย่างนี้น่าปักหมุด


ความเห็นที่: 49 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 14:18 น.

ผู้เขียน (อ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง) สนใจที่จะศึกษาความเป็นมาและรูปแบบของดาบเมืองเมื่อได้เข้าร่วมจัดงานสืบสานล้านนาครั้งแรก เมื่อต้นปี

พุทธศักราช 2540 และในงานดังกล่าวสังเกตเห็นว่า บรรดาพ่อครูทางสายฟ้อนดาบฟ้อนเชิงต่างมีดาบประจำตัวกันคนละเล่ม ถือเป็นดาบครูเป็น

ดาบศรัทธาแพงค่า แพงเกินกว่าจะนับราคาซื้อขายกันตามร้านขายของโบราณ ค่าของดาบครูนั้น ผนวกกับความเคารพนบไหว้เจ้าของดาบเข้า

ไปด้วย และบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายต่างให้ความเคารพดาบนั้นราวกับเป็นตัวแทนของครู ดังเช่นการฟ้อนดาบของครู ดาบครูเชิงแห่งแม่ฮ่องสอน

งานสืบสานล้านนาครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2542 บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายต่างขอร้องให้ครูดาบใช้ดาบของตนในการฟ้อนในครั้งนั้น ผู้เขียนตังคำถามกับ

บรรดาลูกศิษย์เหล่านั้นว่า เหตุใดถึงอยากให้ครูใช้ดาบของตัวเองฟ้อน ได้คำตอบที่มีใจความพ้องกันคือ เพราะเป็นครูเค้าและถือเป็นสิริมงคลแก่

ดาบของตนเองอย่างยิ่งเมื่อครูเค้าได้มีโอกาสจับดาบของคนออกฟ้อน 


แลวโดยพ่อหนานบุญมา ภาพจากงาน "พิธีไหว้ครูชมรมศิลปะพื้นบ้านล้านนา จ.เชียงราย" )


ความเห็นที่: 50 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 เม.ย 2553 เวลา 15:21 น.

ประเภทของดาบ ขอขอบพระคุณข้อมูลจากบทความของ อ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ก่อนที่จะเล่าเรื่องดาบเมืองไปตามลำดับนั้น ขอกล่าวถึงดาบที่ปรากฏในตำนาน เพื่อเป็นการเกริ่นนำเรื่องสักเล็กน้อย ยามเป็นละ

อ่อนเด็กน้อย ได้เห็น ดาบคืออาวุธที่พระโพธิสัตว์เที่ยวเดินจรในป่าตามจิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารหรือหน้าผ้าฉากลิเก ดูแล้ว

เป็นดาบหลูบคำหรือฝักเป็นทองเหลืองอร่าม เรียก ดาบสรีกัญชัย หรือพระขรรค์ชัยศรี ดาบอาญาสิทธิ์หรือดาบศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นที่

ต้องตาและต้องใจของเหล่าเด็กชายวัยประถมศึกษายิ่งนัก นี่ยังไม่รวมดาบทองคะนองฤทธิ์ในหนังจีนว่าจะน่าหลง

ดาบสรีกัญชัยในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี (2538 : 38) นั้น เป็นดาบของพระเจ้ามังรายที่มอบให้ราชบุตร

เจ้าขุนครามใช้เป็นดาบอาญาสิทธิ์แทนพระองค์เพื่อนำทัพเข้าห้ำหั่นศัตรู ดาบเล่มนี้มีเตชะฤทธีมากนัก เป็นดาบสืบมาตั้งแต่

ลวจังราชเจ้าต้นราชวงศา ในตำนานกล่าวว่า “มีเตชะมากนัก คันเอาออกปัดเมื่อใดหัวใจริพลทังหลาย ฝูงเปนสุรโยธาหากบัง

เกิดสุรภาวะกล้าหานซู่คน ด้วยอานุภาวะแห่งดาบเถี่ยนนั้น แล” ดาบสรีกัญชัยเล่มดังกล่าวนีจะมีลักษณะอย่างไรไม่ปรากฏชัด

อาจมีลักษณะเช่นเดียวกับดาบของพระโพธิสัตว์ตามภาพจิตรกรรมฝาผนังก็เป็นได้ ส่วนว่าดาบจริง หรือดาบที่ใช้อย่างเป็นทาง

การนั้น กำหนดได้กว้าง เป็น 3 ประเภทคือ

1. ดาบทหาร 

2. ดาบตำรวจ 
3. ดาบสำหรับประชาชนทั่วไป


ความเห็นที่: 99 ตอบโดย: hs4kac เมื่อ: 13 มิ.ย. 2553 เวลา 19:07 น.
ประทานโทษครับ ดาบเล่มกลางและล่างใช้อะไรเคลือบครับ ดูสวยดีครับ   ดาบที่ได้มาผมไม่กล้าเสี่ยงเคลือบครับแถวผมไม่มียางรักขาย  ทีแรกว่าจะลงยูริเทนเลยดีไหมครับ  กลัวที่สุดคือหวายขาดครับเส้นเล็กเหลือเกิน เพราะเล่มของคุณพ่อขาดหมดแล้วหาใครถักให้ไม่ได้ครับ  หนือจะลงน้ำมันยางดีครับ ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 100 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 13 มิ.ย. 2553 เวลา 19:14 น.
ดาบที่ได้มา ของผมทาสียอมไม้ไว้ครับ

ความเห็นที่: 54 ตอบโดย: อ๊อด ดอนแก้ว เมื่อ: 14 เม.ย 2553 เวลา 13:04 น.

แก้ไขกระทู้ให้อ่านง่ายขึ้นแล้วนะครับ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน


ความเห็นที่: 56 ตอบโดย: นายดุมไม้ เมื่อ: 16 เม.ย 2553 เวลา 10:43 น.

อยากได้แผนที่บ้านของสล่าทันครับ

ดูรูปแล้วอยากไปสัมผัสกับของจริง....รบกวนด้วยครับ


ความเห็นที่: 57 ตอบโดย: j.nakorn เมื่อ: 16 เม.ย 2553 เวลา 16:39 น.
ความรู้ๆๆๆๆๆ  

ความเห็นที่: 59 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:10 น.

ขอนุญาตโชว์หอกที่มีอยู่ครับ  ใบหอกกับปลอกรัดที่ด้ามเป็นของเก่าติดมากับหอก

แต่ด้ามกับกระบังหอก  ทำใหม่ครับ  ด้ามใช้ไม้ไผ่เป็งทำครับใช้สีพ่นเคลือบครับอยากลงรัก แต่หาไม่ได้  

ใบหอกยาวประมาณ  15  นิ้ว   ตรงโคนใบตีเป็นเหลี่ยมเว้า แบบกลีบมะเฟือง   สภาพโยรวมตอนที่ได้มาถือว่าใบค่อนข้างสมบูรณ์ครับ  


ความเห็นที่: 60 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:16 น.

ช่วงตรงโคนใบหอกครับเป็นแฉกแบบกลีบมะเฟือง  ลองสอบถามช่างรุ่นปัจจุบันหลายท่านดูแล้วครับว่าตีได้ไหม  

คำตอบเดียวกันทุกคนครับว่า  ไม่ได้      กระบังที่เป็นทองเหลืองทำขึ้นมาใหม่ภายหลังครับ  ของเก่าผุพังไปแล้วครับ


ความเห็นที่: 61 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:18 น.
ภาพใบหอกด้านหน้ากับด้านข้างครับ   ด้านหน้า

ความเห็นที่: 62 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:20 น.

ดูความหนาของโคนใบหอก  ด้านข้างบ้างครับ  ผมมี 2 อัน ลักษณะตรงโคนใบหอกหนาเหมือนกันแบบนี้แหละครับ

แต่อีกใบเป็นแบบเหลี่ยมธรรมดา  ไม่เว้าครับ


ความเห็นที่: 63 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:24 น.

ด้ามใช้ไม้ไผ่เป็งทำครับ  แต่ลำนี้ยังไม่ค่อยแก่เท่าไหร่  น้ำหนักยังไม่ค่อยดี  ความทนทานยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ถ้าเป็นลำที่แก่ ๆ น้ำหนักกับความแข็งแรงจะดีมาก ๆ เลยครับ   ผิวก็จะเรียบเกลี้ยง   ลำนี้ผิวไม้เหี่ยวเพราะว่าตัดลำที่ไม่แก่มาทำนะครับ


ความเห็นที่: 64 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 10:28 น.
แถมท้ายให้ชมอีกซักภาพครับ

ความเห็นที่: 65 ตอบโดย: j.nakorn เมื่อ: 17 เม.ย 2553 เวลา 12:02 น.
สวย+เก่า+น่าสะสมมากครับ..พี่สุมิตร

ความเห็นที่: 1807 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 16:30 น.
จากชุดเดียวกัน ปืนแก๊ป 2 กระบอกนี้ มหึมามากครับ  กระบอกล่างสั้น และ ลำกล้องเล็กกว่า ที่ว่าเล็กรูลำกล้องขนาดใหญ่กว่าลูกเทนนิสแล้วครับ ส่วนกระบอกล่างลำกล้องจะขนาดไหน พานท้ายใหญ่กว่าขาอีกครับ ลองเทียบเคียงสัดส่วนกับดาบเมืองด้ามหลูบเงิน 2 เล่มดูครับ ปืนแก๊ป 2 กระบอกนี้ ตระกูล ณ.เชียงใหม่ อตีตผู้ครองนครเชียงใหม่  มอบให้พิพิธภัณฑ์เชียงใหม่จัดแสดงครับ

ความเห็นที่: 2503 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 15 มิ.ย. 2554 เวลา 13:47 น.
มาแอบดูอยู่เรื่อยๆครับ...

ความเห็นที่: 66 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 เม.ย 2553 เวลา 13:52 น.
งดงามมากครับ ช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ครับ ลูกหลานเริ่มไม่รู้จักกันแล้วครับ โดยเฉพาะเชื่อถักที่ส่วนคอ แหมน่าส่งด้ามดาบไปให้ช่วยถักจังงงง


ความเห็นที่: 67 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 เม.ย 2553 เวลา 13:54 น.
ที่ภูเก็ตมีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ถลางชนะศึก มีการคัดลือกอาวุธมากมาย ขอขอบคุณข้อมูลจาก Phuketdata.net มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
Photobucket

ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ ได้คัดเลือกอาวุธที่จะใช้เป็นแบบในอนุสาวรีย์ถลางชนะศึก ที่ท่านเคยเห็นบนศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗  

ผศ.สมหมายท่าน จึงติดต่อ ขอถ่ายภาพศาสตราวุธ เลือกง้าว(มีปลายคมหลายรูปแบบ) ใช้เป็นง้าวของพญาถลางทองพูน และใช้เป็นด้ามธงชาติไทยสีแดง

สมัยรัชกาลที่ ๑ คราศึกถลาง ๒๓๒๘  ให้พญาถลางทองพูน ณ ถลาง และพญาถลาง(ภูเก็จ)เทียน ประทีป ณ ถลาง ร่วมกันชูด้ามธงแสดงชัยชนะ

Photobucket
ขอช้างด้ามยาว
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket

ความเห็นที่: 2378 ตอบโดย: Bangrak เมื่อ: 26 พ.ค. 2554 เวลา 22:31 น.

หนังสือดีมากเลยครับ คุ้มจริงๆเล่มละ200  สั่งไป3วันได้ของแล้ว

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ หนังสือดีๆครับ


ความเห็นที่: 2388 ตอบโดย: obzaa เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 14:04 น.
สีกระพี้แบบนี้ผมว่า น่าจะดำดงหรือไม่ก็งิ้วดำนะครับ

ความเห็นที่: 68 ตอบโดย: j.nakorn เมื่อ: 22 เม.ย 2553 เวลา 00:48 น.

   


ความเห็นที่: 2722 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 29 มิ.ย. 2554 เวลา 20:33 น.

ดาบหุ้มทอง (หลูบคำ) พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 6 ถวายวัดพระธาตุศรีจอมทอง ปี พ.ศ.2404 

ผมเคยกราบเรียนถามเรื่องเครื่องเทียมยศของเจ้าหลวงเชียงใหม่กับ เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ หลานชายคนแรกในพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 9  ว่า เมื่อยกเลิกระบบเจ้าแล้ว ของประกอบพระเกียรติยศ เป็นเช่นว่า กระจุ๋มหัว เกิบคำ ต้ำต้นคำ  หรือแม้แต่ดาบประกอบพระเกียรติยศ เจ้าลุงเคยเห็นบ้างหรือไม่ เจ้าตอบว่า ของสูงเหล่านั้น เป็นของพระราชทาน น่าจะกลับคืนสู่ส่วนกลางแล้วกระมัง แต่ถ้าพูดถึงดาบ ที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง มีดาบหลูบคำอยู่คู่หนึ่ง เป็นของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์  เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 6 จะเป็นพระแสงประจำพระองค์หรือทรงสร้างถวายพระธาตุ ก็ไม่แน่ใจ  


ความเห็นที่: 69 ตอบโดย: ToeYmaN เมื่อ: 22 เม.ย 2553 เวลา 14:10 น.

สวยมากเลย ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 1943 ตอบโดย: Guest_ค้นหาความจริง เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 03:02 น.
พอดีได้กลับมาอ่านคำตอบและข้อคิดเห็นต่างๆก็รู้สึกกังวลนิดหน่อยนะครับ ตามที่ผมได้ลงไปนั้นไม่ได้มีเจตนาจะติหรือวิจารณ์ให้เสียหายนะครับเพียงแต่เกิดความสงสัยในองค์ประกอบที่เห็น พอได้คำตอบจากเจ้าของก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น ผมว่าการได้รับความรู้ในศิลปและศาสตร์ของการสร้างอาวุธในดินแดนต่างๆ ขนบของแต่ละที่นั้นเป็นสิ่งที่เราอยากทราบและค้นหาข้อเท็จจริงมิใช่หรือครับ ที่เราชอบและพูดคุยก็ด้วยเรื่องนี้เป็นหลักแต่ทำไมถึงไม่บอกความจริงกันละครับ เรารู้สึกชอบในส่วนใดของอาวุธแบบโบราณกันถึงสนใจกันเยี่ยงนี้ ผมจะเสนอข้อมูลส่วนที่ผมสงสัยในดาบของคุณโยเดียให้ทราบเพื่อเป็นข้อมูลที่บางท่านในที่นี้บอกไม่ใช่ห้องคุยวิชาการให้ท่านที่อยากทราบอ่านแล้วกัน อันดับแรก กระบังมือ ส่วนใหญ่งานลาวมักทำกระบังมือมีลักษณะอย่างที่เห็นในภาพ พบตัวอย่างหลายชิ้น ส่วนใหญ่พบมากทางลาวแถบหลวงพระบาง อันดับสองที่สำคัญใบดาบ มีลักษณะการเชิดที่ปลายใบแบบที่พบมากในลาวทางเหนือและลักษณะที่คล้ายตัวอย่างที่พบ อันดับสามลักษณะการเข้าด้ามและใบดูแล้วคล้ายงานที่มีกลิ่นอายทางเวียดนามครับ งานออกไปทางลาวแถบภาคเหนือ ผมวิเคราะห์อย่างนี่นะครับอาจไม่ถูกต้องก็ขออภัยเพราะได้ความรู้จากการเทียบตัวอย่าง จากเกลอกันและดูอารมณ์ศิลปของงานอาวุธ และผมเห็นมีสมาชิกบางท่านได้นำรูปมาลงไว้สำหรับงานดาบไทยตีญี่ปุ่นก็ประมาณรูปที่เห็นละครับลองพิจารณาดูว่าตรงหรือคล้ายกับที่ผมลงไว้หรือไม่ ด้วยความเคารพและขออภัยคุณโยเดียอย่างมากที่เป็นเช่นนี้ แต่ดาบคุณโยเดียก็ไม่ได้ขี้เหร่หรือไม่ดีนะครับจากที่เห็นผมบอกได้เลยว่าเป็นดาบชั้นดีนะครับ เหล็กใบยังเต็มอยู่และองค์ประกอบสวยงามครับ เป็นดาบที่ดีครับ เก็บสะสมไว้มีคุณค่าครับ ผมคงต้องขอตัวเสนอความคิดเห็นเพียงเท่านี้ขออภัยถ้ามีข้อมูลผิดพลาดนะครับ

ความเห็นที่: 610 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 18:24 น.
สวัดดีคับ...วันนี้พึ่งเอามีดใหม่ไปให้ช่างหลูบเงิน(ทั้งเล่ม)ที่วัวลาย....ยังไงถ้าได้วันไหนจะเอามาให้ชมนะคับ

ความเห็นที่: 70 ตอบโดย: HiMaLaYa เมื่อ: 22 เม.ย 2553 เวลา 20:49 น.
กระทู้เยี่ยมมากๆ ครับ ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 71 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 เม.ย 2553 เวลา 10:34 น.
ขออนุญาติ อันเชิญภาพ พระแสงราชศัตรา ประจำมณฑลภูเก็ต มาให้ชมครับ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชทานพระแสงราชศัตราประจำเมืองภูเก็ตเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๐
มีหมายเหตุบันทึกไว้ว่า

 “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานกระแสพระราชดำรัสตอบทรงแสดงความพอพระราชหฤทัยที่ได้ทอดพระเนตร์
ความเจริญของบ้านเมืองในมณฑลนี้  ซึ่งพระองค์ได้ทรงถืออยู่ว่าเปนศรีของพระราชอาณาจักร์ได้แห่ง ๑  เมื่อสิ้นกระแสพระราชดำรัส
แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระแสงราชสาตราประจำมณฑลภูเก็ตแก่นายพลโท พระยาสุรินทราชา  เพื่อเปน
เครื่องหมายแห่งพระราชอำนาจ ที่ได้ทรงแบ่งให้ถือไว้แทนพระองค์  สำหรับใช้เปนเครื่องบำรุงความศุขสำราญแห่งประชาชน
ที่ตั้งใจทำมาหาเลี้ยงชีพโดยความซื่อสัตย์สุจริต”

ผู้รับพระราชทานพระแสงราชศัตราประจำเมือง คือ  มหาอำมาตย์โท พระยาสุรินทราชาราชองครักษ์ (ม.ร.ว.สิทธิ สุทํศน์)
สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต รับพระราชทาน ณ พลับพลาจตุรมุข มณฑลภูเก็ต

ลักษณะพระแสงราชศัตราประจำเมือง เป็นด้ามทองฝักทองลงยาราชาวดี  ยาว ๑๐๓ ซ.ม. ด้ามยาว ๓๑ ซ.ม.
ฝักยาว ๗๒ ซ.ม. ใบยาว  ๖๕.๔ ซ.ม. ใบกว้าง ๓.๒ ซ.ม.  ทอดบนพานแว่นฟ้า  พร้อมหมอนรองพระแสง ใบพระแสงจารึก
ข้อความเหมือนกัน ทั้งสองด้านว่า “มณฑลภูเก็ต” ปลอกด้านซ้ายจารึกว่า “๒๘/๕๘“  พระแสงราชศัตราประจำเมืองภูเก็ต
เก็บไว้ที่คลังจังหวัดภูเก็ต.

กรมศิลปากร  พระแสงราชศัตราประจำเมือง  หนังสือที่ระลึกเนื่องในมหามงคลสมัยฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
พุทธศักราช ๒๕๓๙


ความเห็นที่: 1907 ตอบโดย: Guest_คนขี้สงสัย เมื่อ: 8 ก.พ. 2554 เวลา 20:33 น.
พอดีอ่านกระทู้แล้วสงสัยเรื่องดาบคุณโยเดียหน่อยนะะคับ ไม่ทราบว่าดาบที่ซื้อมาคนขายบอกว่าเป็นดาบไทยตีญี่ปุ่นหรือครับหรือว่าอนุมานกันเองจากรูปลักษณะ เพราะผมก็มีดาบไทยตีญี่ปุ่นโบราณเหมือนกันและเพื่อนๆก็มีกันเลยได้สัมผัสและดูรูปลักษณะต่างๆหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบภาคกลางหรือที่พบมากทางใต้ซึ่งดาบที่ได้เห็นได้สัมผัสก็หลายเล่มหลายขนาด ตัวกระบังมือก็หลายแบบ ขนบความโค้งใบ สันใบ การวางตำแหน่งด้ามแบบโบราณ พอเห็นดาบคุณโยเดียแล้วก็เลยสงสัยนะครับ เพราะจากที่เห็นในภาพดูแล้วคล้ายดาบที่มีขนบทางลาวค่อนข้างมาก ลักษณะใบก็ดูไม่เหมือนกับดาบไทยตีญี่ปุ่นที่ผมมีหรือของพี่ๆเพื่อนผม โดยรวมแล้วดูแปลกตาคับ เลยอยากทราบว่าเป็นมาอย่างไรอาจเป็นดาบไทยตีญี่ปุ่นแบบหนึ่งก็เป็นได้ อยากทราบเพื่อเป็นข้อมูลนะคับ ขอบคุณคับ

ความเห็นที่: 72 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 เม.ย 2553 เวลา 15:50 น.
ศัสตราวุธยุคโบราณ  ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.yingthai-mag.com/
ต้นกำเนิดอาวุธไทยโบราณ ถูกสร้างขึ้นไว้ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูชาติอื่น จากหลังฐานทางโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์
ในประเทศไทยได้ปรากฏว่า เราเริ่มมีการใช้อาวุธเมื่อ 30,000 ปีมาแล้ว

Photobucket Photobucket

โดยอาวุธในสมัยเริ่มแรกนั้นทำจากหินและกระดูกสัตว์เป็นส่วนใหญ่ และได้วิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากการที่เราสามารถ
ถลุงโลหะจากแร่ธาตุต่างๆ เช่น ทองแดง ดีบุก ตะกั่ว เหล็กมาประดิษฐ์เป็นอาวุธ ซึ่งจะเห็นได้ว่านับจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา
อาวุธที่ใช้ในกองทัพไทยได้ถูกประดิษฐ์คิดค้นให้มีรูปร่างและลวดลายเหมาะสมกับประโยชน์ในการใช้มากขึ้น
(ภาพประกอบด้ามดาบศิลปะรัตนโกสินทร์ ใบดาบครูซุ่นซุ่ย ราชบุรี)
Photobucket
จากหลักฐาน "การจัดกองทัพไทยโบราณ" ในสมัยอยุธยานั้นพบว่า ได้มีการจัดกองทัพออกเป็น 3 เหล่าใหญ่ๆ
คือพลช้าง พลม้า พลเดินเท้า แต่ที่มีรี้พลและมีการใช้อาวุธเป็นจำนวนมากนั้นเป็นของพลเดินเท้า โดยหลังจากที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
หรือพระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นใน พ.ศ. 1893 แล้วกษัตริย์องค์ต่อมาคือพระบรมราชาธิราชที่ 1 ทรงสามารถรวมสุโขทัย
เข้ากับอาณาจักรอยุธยาได้ ในระหว่างที่อาณาจักรอยุธยามีอำนาจอยู่เป็นเวลา 417 ปีนั้นได้มีสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า
กัมพูชาและญวน อาวุธจึงมีความสำคัญมากและได้มีการพัฒนาอาวุธออกมาหลายๆ รูปแบบเพื่อใช้ในการสงคราม 
       
และเมื่อมีการติดต่อกับชาวยุโรปครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาวุธที่น่าสนใจอีกอย่างก็เกิดขึ้นคือ 
"ปืน" จึงได้มีการ
ปรับปรุงการรบและกองทัพให้ทันสมัยขึ้นอีกหลายอย่าง ปืนที่ใช้ในระยะแรกๆ มีปืนใหญ่ ปืนคาบชุด ปืนคาบศิลา แต่อาวุธหลักเช่น
ดาบ ทวน ธนู แหลน หลาว ฯลฯ ก็ยังคงใช้ควบคู่กันอยู่และใช้ต่อมาเป็นระยะเวลานาน
Photobucket
Photobucket

ความเห็นที่: 3890 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 8 ก.พ. 2555 เวลา 11:41 น.

ช่วงนี้เริ่มเก็บข้อมูลเรื่องการประกอบการเข้าด้าม ได้ความรู้ ได้เทคนิควิธีการดีๆจากปิยมิตรหลายๆท่าน เรื่องการตีใบซึ่งเป็นหัวใจของศัสตราวุธ

ก็มีน้ามิตรมุ่งหน้าฝึกฝนอยู่ น้ามิตรได้ครูดี ส่วนการทำด้ามทำฝักหลายๆ คนก็ทำเป็นทำได้กันบ้างแล้ว เรื่องชุดประกอบด้ามก็เป็นส่วนหนึ่งที่มองข้าม

ไปไม่ได้ ผมจะลองศึกษาลองทำขึ้นมาดู เอาเป็นรูปแบบลวดลายของช่างในยุครัตนโกสินทร์ปัจจุบันเรานี่ละ คิดทำลวดลายใหม่ๆ ขึ้นมาดูบ้างดีกว่า

ไม่รู้งานจะออกมาเป็นเช่นไร แต่น่าจะดีที่สุดสำหรับผมแล้ว อย่างน้อยก็ได้ลองสร้างสรรค์งานศัสตรากับเขาบ้าง ด้วยความรู้อันน้อยนิดที่มีอยู่จะพยายาม

ทำออกมาให้ดีที่สุดครับ    ของเก่าสวยงามล้ำค่า อยากมีอยากได้กับเขาบ้างแต่หายากเหลือเกิน 

ขอยกคำของ คุณตันมาเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์งานกัน : ความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของความสำเร็จ เชื่ออย่างไร คิดอย่างไร เราจะเดินไปอย่างนั้น


ความเห็นที่: 1384 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:24 น.
อีกนิดกับ แป๊ะกั๊ก และ ขอเกราะ ครับ

ความเห็นที่: 1383 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:18 น.

ต่ออีกนิดกับเรื่องนี้ครับ  "ของ้าว"  เป็นอาวุธด้ามยาวสำหรับใช้ต่อสู้บนหลังช้าง แตกต่างจากง้าวตรงที่มี ของ้าว มี "ขอ" สำหรับสับ
บังคับช้างติดอยู่ที่โคนตัวง้าว (คันง้าว=ด้าม) ลักษณะของขอเป็นเหล็กปลายงอแหลมติดอยู่กับตัวง้าว

นอกจากนี้ ยังมี "ขอ" ที่ใช้เกี่ยวข้องกับช้างเช่น

ขอเกราะ เป็นขอช้างที่มีปลายโค้ง ใช้ในพิธีของช้าง

ขอปิ่น เป็นขอช้างที่มีปลายเป็นยอดปิ่น

ขอหอก เป็นขอช้างที่มีปลายเป็นหอก

ขอไม้เท้า เป็นไม้ขอสำหรับเจ้าหน้าที่กรมช้าง ใช้ถือในงานพิธีของช้าง


ความเห็นที่: 1382 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:10 น.
ภาพเพิ่มเติมจาก - พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติครับ น่าไปชมมากๆ เล่มที่ 1 กับ 2 ทางช่องด้านขวา เหมือนกับของ "น้ามิตร" เลยครับ 

ความเห็นที่: 2187 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 20:56 น.

ชอบเข้ามาอ่านกระทู้นี้บ่อยๆครับสนุกได้สาระดี ....  วันนี้มีดาบมาใช้ชมคล้ายกับภาพ ที่คห.2089 ของคุณ tamusung ที่สวยระดับชาววัง  แต่ของผมแค่ระดับชาวไทยภูเขา... มีภาษาจีนตอกไว้ด้วย มักจะพบดาบลักษณะนี้นี้ในตอนเหนือของพม่า บนภูเขาของไทย ลาว และจีนตอนใต้แถบยูนาน


ความเห็นที่: 2188 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 20:57 น.
good

ความเห็นที่: 2189 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 20:58 น.
good

ความเห็นที่: 2190 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 20:58 น.
good

ความเห็นที่: 2191 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 20:59 น.
good

ความเห็นที่: 2192 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 21:00 น.
good

ความเห็นที่: 2193 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 21:00 น.
good

ความเห็นที่: 2194 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 21:04 น.

นานๆจะมีโอกาศเข้ามาร่วมสนุก  ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมครับ


ความเห็นที่: 935 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 10:34 น.
อีกรูปครับ

ความเห็นที่: 73 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 พ.ค. 2553 เวลา 08:56 น.

ฝากรูปการถักเชือกแบบ  ตะเข้ขบฟันไว้ให้พี่ท่านได้ชมกันครับ  

ใบดาบเล่มนี้เป็นของโกเนี้ยว  ซื้อใบเปล่าของแกมา  ทำด้ามถักเชือเองครับ  


ความเห็นที่: 74 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 4 พ.ค. 2553 เวลา 08:58 น.
กระทู้น้าตั้มดูยากจัง   มาดูลายถักแบบใกล้กันครับ

ความเห็นที่: 314 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 17:52 น.
สันจั่ว 

ความเห็นที่: 1164 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 23:19 น.
เดี๋ยวจะเอา โองการมหาเถรตำแย มาลงให้ครับ ไม่รู้บอร์ดเขาจะให้ลงไหม สำหรับทำน้ำมนต์ประอาวุธโบราณที่เราไม่ใจว่าเจ้าของเขาจะว่าไงบ้าง ขอหาก่อนนะครับ เจ้าศิษย์น้องช่วยจัดชั้นหนังสือ ไม่รู้อยู่ไหนเหมือนกัน

ความเห็นที่: 2387 ตอบโดย: obzaa เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 14:00 น.
สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับคุณตั๊ม

ความเห็นที่: 1374 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:26 น.

เพิ่ม


ความเห็นที่: 1375 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:27 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1379 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:29 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1372 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:16 น.

สวัสดีครับ สมาชิกใหม่ครับ

ผมได้ง้าวมา 1 เล่มแต่ไม่รู้รายละเอียดเลย ขอความรู้ด้วยครับ เป็นง้าวอะไร


ความเห็นที่: 2283 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 23 เม.ย 2554 เวลา 14:48 น.

คอบคุณครับ

ถึงว่าผมถักอยู่ตั้งนาน กลับไม่ได้ซักที เพราะปมแรกตอนกลับมันจะเลื่อน ป้องมัดปมก่อนนี้เอง เดี๋ยวจะลองถักใหม่ครับ


ความเห็นที่: 2385 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 13:40 น.

จับถนัดมือดีเหมือนกัน นิ้วชี้เกี่ยวตรงข้อลูกแก้วใหญ่ได้พอดี  แต่นิ้วโป้งเกือบเกี่ยวอะไรไม่ได้เสียแล้ว ตกใจเสียงผบ.เรียกไปทานข้าว

ลูกหมูถลามาเข้านิ้วโป้งซะงั้น 555 


ความเห็นที่: 83 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 19 พ.ค. 2553 เวลา 12:01 น.

ขอโทษทีครับมาตอบช้าไปหน่อย    ก็ลองดูจากที่เขาถักสร้อยพระขายนะครับ ลองทำเล่นดูเลยทำเป็นนะครับ


ความเห็นที่: 75 ตอบโดย: CHAIWAT TANG เมื่อ: 7 พ.ค. 2553 เวลา 09:08 น.
ด้ามดาบถักสวยงามมากครับ

ความเห็นที่: 76 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 7 พ.ค. 2553 เวลา 09:34 น.

ขอบคุณครับ   ลองหัดทำดูนะครับก็ยังไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่  ต้องฝึกถักให้มากกว่านี้อีกหน่อยครับ


ความเห็นที่: 77 ตอบโดย: tiger13 เมื่อ: 7 พ.ค. 2553 เวลา 12:39 น.

  สวยมากครับ


ความเห็นที่: 2721 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 มิ.ย. 2554 เวลา 17:45 น.
ดีใจด้วยครับ วันนั้นเงินไม่พอ วันนี้เงินพอก็ไม่ได้ซะแล้ว คงไม่ใช่เนื้อคู่กัน

ความเห็นที่: 2182 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 12:46 น.

อันนี้ขอแจงว่า เราคนไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอกครับ "เรื่องศิษย์รักศิษย์หวง"  ครูเป็นผู้และทำให้ลูกศิษย์รู้สึก ใครว่านอนสอนง่ายเรียกใช้ได้

ง่ายก็เรียกใช้บ่อยหน่อย ใครดูมีแววมีความตั้งใจ ก็ถ่ายทอดให้มากหน่อยเพื่อหวังให้รักษาสืบต่อหลักวิชาและ "ทำมาหาเลี้ยงตนเองต่อไปได้"  

ส่วนใครไม่เข้าหาครูก็อดรู้เคล็ดวิชาไป  ส่วนศิษย์ด้วยกันเองเป็นผู้เรียกขานคำนี้ขึ้นมาครับ แต่ผมเชื่อว่าด้วยความหมั่นใส้มากกว่าอิจฉานะครับ

เรื่องนี้มีจริงครับ น้าศรศิลป์ ผมนี่แหละตอนเรียนโดนเพื่อนเรียกเหน็บแนมกันตรงๆเลย แต่ส่วนใหญ่จะด้วยความหมั่นใส้น่ะครับ เพราะหมดสมัย

ที่จะมานั่งอิจฉากันเสียแล้วละครับ เค้าไม่ค่อยสนใจเรียนกันแล้ว ส่วนใหญ่มาเรียนเพราะไม่รู้จะไปเรียนอะไรหรือสอบที่อื่นไม่ติด ส่วนพวกที่มุ่งมั่น

มาตั้งใจมาเรียน จะเอาแต่คิดเรื่องเรียนและฝึกฝนฝีมืือ จนไม่มีใจมาคิดอิจฉากัน (แต่ถ้ารุ่นครูอาจารย์ผมนะยังเคยได้ยินกันอยู่)


ขอเล่าสั้นๆนะครับ นักเรียนคนนึงเรียนจิตรกรรมสากลแต่สนใจศิลปไทยมีความรู้ความสามารถและเข้าหาบรมครูศิลปไทยที่เป็นช่างสิบหมู่รุ่นเก่า

หลายๆท่านซึ่งสอนอยู่ที่เพาะช่างในขณะนั้น เด็กคนนั้นสนอกสนใจได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างมากมายจากครู มากกว่านักเรียนที่เรียน


ศิลปะไทยโดยตรงเสียด้วยซ้ำ เมื่อเรียนจบด้วยความรู้ความสามารถท่านก็ได้เข้ารับราชการเป็นครู และมีความสามารถมากจนได้เป็นถึงหัวหน้า

ภาควิชาศิลปไทยทั้งที่ท่านไม่ได้จบสายนี้มาโดยตรง แต่อยู่ได้พักเดียวท่านก็อยู่ไม่ได้ เพราะครูอาจารย์เดิมที่จบสายตรงมาไม่ยอมรับ จนครูท่าน

นั้นต้องยอมถอนตัวออกมาและไปสอนในแผนกเล็กๆ แทน นี่เป็นเรื่องจริงในสังคมคนเรียนสายช่างศิลปะ  ส่วนครูผู้มีความสามารถนี้ที่ผมกล่าวถึง

เป็นครูของช่างและศิลปินเก่งๆหลายท่าน อาจารย์สุดสาคร พ่อตู่ คุณหทัย บุนนาค ล้วนก็เคยได้เรียนกับครูท่านนี้มาแล้วทั้งนั้น เรื่องความอิจฉา

แก่งแย่งชิงดีกันนั้นมีอยู่จริงครับ น้าศรศิลป์   

"ศิษย์ไม่หาครูแล้วจะรู้วิชาได้กะไร มันจริงแท้และเป็นสัจจะธรรมที่สุดแล้วครับ " จริงครับแต่ผมเห็นว่าครูตั้งใจจะเผยแพร่ศิลปวิทยาการโดยไม่รอ

ให้ศิษย์เข้ามาหาก็มีอยู่มาก ผมเองประสบพบเจอกับเรื่องนี้แล้ว ปริศนามันเยอะจริงละครับพี่ไทยเราน่ะ  

เรื่องระบบข้าวสารผสมกรวดนั้น ผมคิดว่ามันก็คล้ายๆกับอีกหลายเรื่องครับ คิดง่ายๆว่า เราจะกำจัดเรื่องสินบนเรื่องการจ่ายใต้โต๊ะ ระบบพรรค

พวกเพื่อนฝูง ระบบอุปถัมภ์ เรื่องการใช้อำนาจนอกหน้าที่ หรือพวกเป็นข้าราชการแล้วเบ่ง ทับชาวบ้าน ยกตนข่มท่าน เราจะทำให้สิ่งเหล่านี้หมดไป

จากบ้านเราเมืองเราได้มั้ย?  หาคำตอบไม่เจอเลยครับ เราต้องทำใจครับ คนไทยให้อภัยกันได้อยู่แล้ว

ณ ปัจจุบัน หลายสรรพวิชาของไทยเราได้สูญหายไปแล้ว ทั้งตำรับยาไทย ศิลปไทยหลายๆแขนง วิชาการต่อสู้ต่างๆ อาจเป็นด้วยยุคสมัยกระมัง?

แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะเรายังยึดขนบธรรมเนียมปฏิบัติวิถีไทย (ในแบบที่ไม่ควรยึด ผมไม่ได้หมายรวมไปทั้งหมดนะครับ สิ่งดีๆ ขนบธรรมเนียมดีๆยัง

คงมีอยู่ และควรรักษาไว้ แต่ในหลายๆสิ่งที่ไม่ดีก็ควรชำระ กฏมณเฑียรบาล ยังมีการชำระปรับปรุงให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัยเลย)  ผมเชื่อว่าอยู่ที่ตัว

บุคคลมากกว่าครับ หลายคนที่เป็น "คนจริง" ต้องการสืบต่อและรื้อฟื้นยังคงมีอยู่จริง อ.ปริญญา เป็น 1 ในบุคคลนั้น ทั้งๆที่แม้ผมจะไม่เคยมีโอกาส

ได้พบได้พูดคุยกับท่าน แต่กลับรู้สึกได้ว่าท่านเป็นผู้ให้ เป็นครูอย่างแท้จริงครับ  

อันธงชาติเราก็ยังมีสามสี รวมเป็นธงไตรรงค์  คนไทยเราก็มีหลากหลายรูปแบบหลายวิถีมารวมกันรวมเป็นชาติ อย่าไปคิดมากครับ ทุกสิ่งอย่าง

ล้วนไม่จีรังยั่งยืนครับ นานๆได้คุยจริงๆจังๆ ก็แปลกๆตัวเองอยู่เหมือนกันครับ 


ความเห็นที่: 2506 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 16 มิ.ย. 2554 เวลา 10:15 น.

ดีแล้วครับ ถ้าป็นเรื่องธรรมผมจัดให้เป็นอันดับแรกของการเข้าใจชีวิต ถ้ามีอะไรคุยกัน แนะแนวทางให้ได้พอประมาณ

ถ้าคนมีธรรมเป็นแนวทางดำเนินชีวิต 50/50 จะคงดำรงชีวิตได้อย่างสงบ แต่ธรรมะนั้นต้องเป็นตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงคือตามธรรมชาตินั้นเอง


ความเห็นที่: 1227 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 23:01 น.
เดี๋ยวน้อง สิงห์คำ จะสะสมเบี้ย สะสมวันหยุด แล้วจะบินลัดฟ้าไปหาพี่เหมบ้างแล้วละครับ รับผมไว้ในอ้อมใจพี่ อีกซักคนนะครับ ทานไม่จุหรอกครับ 

ความเห็นที่: 102 ตอบโดย: tumza1028 เมื่อ: 15 มิ.ย. 2553 เวลา 12:17 น.

ขอสอบถามหน่อยครับ ว่าเหล็กที่ พ่อทั่น นำมาทำดาบนั้นเป็นเหล็กที่นำมาตีขึ้นรูปเป็นดาบหรือ
เป็นเหล็กแผ่นนำมาตัดแล้ว เจียเข้ารูปเป็นดาบ ครับ แล้วเหล็กที่ใช้เป็นเหล็กอะไรครับ
ผมสนใจ อยากได้ดาบ ไทยสักคู่นึง จึงขอสอบถามข้อมูลหน่อยครับ
ปล.สำหรับลูกค้า ตจว. วิธีการสั่งให้โทรเข้าเบอร์พ่อทั่นเองเลยใช่หรือเปล่าครับ


ความเห็นที่: 79 ตอบโดย: เอนก461 เมื่อ: 13 พ.ค. 2553 เวลา 09:42 น.

รบกวนสอบถามครับ    พี่ใช้อะไรทาฝักดาบครับ ขอวิธีการทาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 80 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ค. 2553 เวลา 11:08 น.

เรื่องการทาฝัก สีดำๆ ที่เห็นผมทำนั้น เป็นสีย้อมไม้ตราปลาเบ็ดเบอร์ 5 ครับ ซึ่งจริงๆ ต้องใช้ยางรัก หรือที่เรียกว่า รักน้ำเกลี้ยง มีขายอยู่ที่ร้านขายพระ

ทำพระแถวๆ เสาชิงช้า กทม.  ที่ขายกันถึงจะเป็นรักเจือจางมาแล้ว แต่ก็พอใช้ได้ครับ ยางรัก จะแห้งด้วยไอน้ำและความชื้นครับ แต่ผมอยู่ภูเก็ต หารักยากครับ

(ไม่มีขายเลยด้วยซ้ำ)  เลยใช้สีย้อมไม้แทนครับ  โดยภาพนอกออกมาดูคล้ายๆกัน แต่การคงสภาพ ต่างกันครับ รักจะดีกว่า ทนกว่าสีย้อมไม้ 

สีย้อมไม้ตราปลาเบ็ด เบอร์ 5 สีมะเกลือ ส่วนผสมคือแอลกอฮอลล์ ที่มีขายอยู่คู่กัน ผสมเพื่อให้แห้งเร็วขึ้นครับ  ก่อนทาก็เอากระดาษทรายเบอร์ละเอียด ลูบๆ

ฝักดาบ ให้เสี้ยนไม้หายไปบ้าง และใช้แปรงขนกระต่ายทา ควรทาในที่ๆ มีอากาศถ่ายเท รอบละประมาณ 15-20 นาที ทาซ๊ำได้ครับ (แต่ถ้าเริ่มเข้มแล้ว

เนื้อสีจะมากหน่อย ควรทิ้งระยะเวลาให้นานขี้นอีก แล้วค่อยทาซ้ำ )  พยายามหาที่ๆ ไม่มีฝุ่น ทาจนเป็นที่พอใจ อยากได้สีเข้มแค่ไหน ตามใจเจ้าของครับ

แล้วทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1- 2 วัน ใจเย็นๆ ครับ จากนั้นนำผ้าสะอาด ควรหาแบบขุยไม่หลุดง่าย เช่นเสื้อยืดเก่าๆ ยี่ห้อดีๆน่ะจะดีมากเลยครับ  ชุบแอลกอฮอล์

พอหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดส่วนที่เป็นหวายเบาๆ ทั้งที่ด้ามและฝัก ให้สีย้อมไม้ที่ติดอยู่บนผิวหวายจืดจางลง เหลือแต่ในร่อง จนเป็นที่พอใจก็ทิ้งไว้ อีก 1- 2 วัน แล้วก็

เคลือบด้วยวานิชใสหรือยูรีเทน แบบทาภายใน มีทั้งชนิดด้านและชนิดเงา  แบบด้านจะสวยกว่า ให้ทาบางๆ พอเคลือบผิวหวายนิดหน่อย เป็นอันจบกระบวนการครับ 

อ้อ! ก่อนทำถอดสายสะพาย อิอิ ล้อเล่นครับ ก็ต้องถอดอยู่แล้ว แนะนำให้หากระดาษ มาพันรักษาใบดาบไว้หลายๆ ชั้นหน่อยน๊ะครับ เซฟตี้มือเราไว้ก่อนครับ


ความเห็นที่: 81 ตอบโดย: kul naimnim เมื่อ: 13 พ.ค. 2553 เวลา 12:31 น.

อย่างนี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วนา


ความเห็นที่: 82 ตอบโดย: Guest_มือเจิงล่องของ เมื่อ: 13 พ.ค. 2553 เวลา 14:21 น.
ผมสั่งของพ่อสล่า 3 เล่มครับ  ดาบชะตา 1 เล่ม ดาบปลายแหลมอีก 2 เล่ม(เอาไว้ฟ้อนครับ)ปลายเดือน มิย. ถึงจะได้คิวยาวมากครับ

ความเห็นที่: 311 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 17:45 น.

ความเห็นที่: 307 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 17:38 น.
ดาบเมือง พึ่งได้มา ช่วยวิจารณ์ด้วยครับ

ความเห็นที่: 1804 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 16:08 น.

วันนี้วันเด็ก ผู้ใหญ่แอบไปเที่ยวพิพิธพัณฑ์เชียงใหม่ มาก เก็บภาพมาฝากครับ (แบบขออนุญาติ จนท.ใช้มือถือถ่ายครับ)

ง้าว 2 ด้ามแรก สวยงามวิจิตรมากครับ ป้ายแสดงข้อมูลว่า ง้าว ศิลปล้านนา เสียดายไม่เห็นใบ ด้ามหุ้มทับด้วยโลหะสีทอง(เป็นโลหะอะไรนั้นไม่มีข้อมูลแจ้งครับ)  ส่วนฝักเป็นไม้ ลงรัก หลูบคั่นด้วยโลหะสีทองเช่นเดียวกันครับ ส่วน 3 เล่มถัดมา (ภาพถ่ายไม่เห็นเล่มที่ 3 ) เป็นง้าวจีนด้ามหลูบเงินครับ ป้ายแสดงข้อมูลว่าง้าวจีน ศิลปล้านา ครับ


ความเห็นที่: 1161 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 17:45 น.
เห็นแบบนี้แล้ว หมู่ทะลวงฟันยอดฝีมือของเรา 1 ท่าน น่าจะสู้กับทหารไพร่ฝ่ายข้าศึกได้ถึง 300 จริง อย่างที่ใน พงศาวดารเราบันทึกไว้ จริงแท้แน่นอนเลยครับ  

ความเห็นที่: 547 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 17:06 น.

         reหอกใบพายติดขอ ครับเสร็จเมื่อไหร่จะเอามาให้ชมกันครับ  ขณะนี้กําลังรอให้รัก

ที่ทาคันหอกแห้งก่อนครับ เสียดายลําไม้ไผ่อวบไปนิด


ความเห็นที่: 2496 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 มิ.ย. 2554 เวลา 05:48 น.
แค่ได้จับต้อง ก็ถือเป็นบุญมือแล้วครับ ดาบชั้นครู มีประวัติสืบทอดต่อเนื่อง อยากมีโอกาสจับต้องบ้าง   ตอนนี้ส่งชิ้นงานที่น้องตั้มออกแบบให้ช่างแล้ว หลังจากเสร็จแล้วจะส่งให้น้ามิตรสานต่อครับ คงสนั่นวงการเลยทีเดียวครับแต่ขออุบไว้ก่อนครับ

ความเห็นที่: 84 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 22 พ.ค. 2553 เวลา 00:45 น.

สวัสดีครับพี่ตั้ม ผมทอมนะครับ ลูกชายสล่าทันช่างตีดาบครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนเวปนี้นะครับ และขอบคุณพี่ตั้มมากนะครับที่ช่วยสนับสนุน  เดี๋ยวมีรูปอะไรเพิ่มเติมผมจะมาอัพเดทให้ชมกันนะครับ ^^


ความเห็นที่: 1160 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 17:11 น.
สุดยอดเลยครับ

ความเห็นที่: 85 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 พ.ค. 2553 เวลา 14:40 น.

ยินดีต้อนรับครับ น้องทอม  รอให้น้องทอมมาที่นี่นานแล้วครับ และในที่สุดก็เป็นความจริงซะที พ่อทัน เป็นบุคลากรทางด้านวัฒนธรรม เป็นช่าง เป็นสล่า

ที่ยังอนุรักษ์และรักษาองค์ความรู้แขนงอาวุธไว้ และยังพัฒนาองค์ความรู้ที่ท่านมี มาประยุกต์ใช้กับงานสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว น่าชื่นชมเชิดชูเป็นอย่างยิ่งครับ

ใบดาบของท่านแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชนชาวไทย ทางภาคเหนือ ออกมาอย่างชัดเจน ความรู้และประสบการณ์ของท่าน ที่สั่งสมมานับหลายสิบปี

ผมไม่อยากให้สูญไปครับ  ทุกวันนี้ iPod Macbook มาเต็มบ้านเต็มเมือง กลุ่มคนที่สนใจมีจำนวนไม่มาก แต่ก็สามารถทำให้เพิ่มขึ้นได้ ถ้าพวกเราช่วยกันครับ


ความเห็นที่: 86 ตอบโดย: uuong เมื่อ: 22 พ.ค. 2553 เวลา 15:07 น.

เพิ่งเข้ามาอ่านครับ

ได้ความรู้มากเลย ขอบคุณน้าตั้มและสมาชิกทุกๆ ท่านครับ


ความเห็นที่: 87 ตอบโดย: ลุงเล็ก เมื่อ: 22 พ.ค. 2553 เวลา 20:26 น.
ส่องไฟดูใกล้ๆแล้วก็ยังไม่มีปัญญา  เรื่องถักๆร้อยๆนี่ยากจริงๆ... 

ความเห็นที่: 88 ตอบโดย: ไฟเย็น เมื่อ: 22 พ.ค. 2553 เวลา 21:33 น.

ปลอกทองเหลืองเรียวๆ ที่ด้านหนึงบานอีกด้านแคบ ทำยังไงหรอครับ


ความเห็นที่: 1371 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:48 น.
งานช่างศิลป์สร้างสรรค์มากๆครับ
กลบวัตถุประสงค์ของอาวุธด้วยการเล่าเรื่องบนลวดลายได้ดีทีเดียวครับ

ความเห็นที่: 1369 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:24 น.
ตราที่ส้นด้าม รูปกวาง 

ความเห็นที่: 1370 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:24 น.
ช่างได้บรรจงรังสรรค์งาน จากสิ่งที่ใช้ประหัตประหาร "คร่าชีวิต" แปรเปลี่ยนมาเป็นงานศิลปะที่วิจิตรบรรจงล้ำเลอค่า "ให้สุนทรียะ" กับสิ่งที่ได้ยล จนทำให้เราหลงลืมจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเค๊า ที่ถูกสร้างมาแต่เดิม เลยเชียวครับ 

ความเห็นที่: 199 ตอบโดย: วชิระปิลันท์ เมื่อ: 16 ส.ค. 2553 เวลา 15:08 น.

ความเห็นที่: 89 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 23 พ.ค. 2553 เวลา 19:26 น.

สวัสดีครับยินดีต้อนรับครับ     ผมที่สั่งดาบบัวตูม  กับใบข้าวได้รับของแล้วครับ  สวยถูกใจครับ 


ความเห็นที่: 90 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 24 พ.ค. 2553 เวลา 10:07 น.

จะยากก็ตอนเริ่มต้น  ถ้าเริ่มต้นได้ก็ไม่ยากแล้วครับ    และจะยากอีกที่ก็ตอนเก็บหางเชือกครับ 


ความเห็นที่: 91 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 24 พ.ค. 2553 เวลา 10:12 น.
จะมีเหล็กที่ทำไว้ใช้สำหรับตีขยายปลอกทองเหลือง คล้าย ๆ กับทั่งครับ และใช้การตีขยายปลอกเอาน่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวจะเอารูปมาลงให้ดูวันหลังครับ

ความเห็นที่: 1628 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ธ.ค. 2553 เวลา 16:34 น.
ลวดลายมีการซ่อมทับของเก่าด้วยครับ 

ความเห็นที่: 1627 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ธ.ค. 2553 เวลา 16:32 น.
ด้านหลังครับ

ความเห็นที่: 1626 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ธ.ค. 2553 เวลา 16:30 น.
ดั้ง โล่ห์ของชาวสยามชนิดหนึ่งครับ รูปสี่เหลี่ยม ทำจากหนังกระบือ งานลงรักปิดทอง ลายดอกพุดตานก้านขด ลายประกอบด้านนอกเป็นลายแข้งสิงห์ จะเห็นได้ว่าสันกลางมีหมุดโลหะตอกยาวตั้งแต่หัวจรดท้าย เพื่อยึดมือจับด้านหลัง และเชื่อว่าอาจหวังผลในการทำลายคมดาบของศัตรูทางนึงด้วยครับ 

ความเห็นที่: 2750 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 30 มิ.ย. 2554 เวลา 15:34 น.

เขากวางคุด ลงรักปิดทอง จากหลวงพระบาง
เขา งา เขี้ยว นอ และอีกหลายอย่าง เป็นเครื่องรางทนสิทธิ์ คือมีฤทธีในตัว (เป็นความเชื่อครับ)


ความเห็นที่: 2391 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 15:43 น.

คนมีฝีมือ จับอะไรก็ดูดีครับ การสร้างงงานด้วยตนเองเป็นความภูมิใจลึก ๆ แต่ก็ระมัดระวังตัวด้วยครับ ของมีคม .

แจ้งข่าวสมาชิกหน่อยครับ เรื่องงานหลูบเงิน ปีก่อนราคารวมค่าแรงกรัมละ 45 บาท วันที่ไปถามราคา กรัมละ 80 บาท ถอยหลังแทบไม่ทันเลยครับ เห็นว่าตอนนี้เงินขึ้นราคา เห็นทีต้องรอให้ราคาตกก่อนละมั่ง ถึงจะได้ทำ -


ความเห็นที่: 2655 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 26 มิ.ย. 2554 เวลา 10:55 น.
มีดแหกทำจากงา กระดูก ไม้ โลหะอย่างลูกปืนพระอิศวร (พบตรงจุดที่ถูกฟ้าผ่า) เหล็กใจธาตุ เขี้ยวเสือ เขี้ยวหมี เขี้ยวหมู (ยกเว้นเขี้ยวลากดิน)

ความเห็นที่: 2383 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 12:36 น.

เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพไปทีละขั้น มาถ่ายอีกทีก็เกือบเสร็จแล้ว  เอ๊า! ลองนำมาใส่กับใบดาบดู พอดีเข้ากันมั้ย ใหญ่ไปรึปล่าวววว........

แต่ก็ยังต้องเก็บรายละเอียดกันอีกมากครับ ทำแล้วเสร็จแค่ช่วงคอด้าม ข้อลูกแก้วใหญ่และข้อลูกแก้วเล็ก 2 ข้อ ส่วนอื่นยังต้องเอาออกอีกมาก

แต่โดยรวมก็ดูหวานดีกว่านำไปกลึงกับเครื่องกลึงครับ และด้ามนี้ไม่กลมนะครับ ทรงของด้ามจะออก รีๆ หน่อยจับถนัดมือกว่าแบบกลมครับ

เข้าด้ามโดยให้ปลายใบดาบและส้นด้ามดาบขนานเป็นแนวเส้นเดียวกัน นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเอื้อต่อสมดุลของดาบครับ 


ความเห็นที่: 898 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 08:31 น.
มีดหลูบ

ความเห็นที่: 2493 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 14 มิ.ย. 2554 เวลา 18:09 น.

ถ้าเล่มนี้ได้ด้ามแบบนั้นใส่ ไม่รู้จะเข้าตาหรือเปล่าหนอ?


ความเห็นที่: 92 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 7 มิ.ย. 2553 เวลา 11:58 น.

ดาบเล่มบน ดาบปลายแหลมใบข้าว ดาบเล่มล่าง ดาบหน้าลูกไก่ ตราเต่า.....ตราประจำของพ่อสล่าทันครับ เป็นดาบงามหงายทั้งคู่ครับ สันฝังตอง (ทองแดง) เหมือนกันทั้งสองเล่ม แต่เล่มหัวลูกไก่ฝังที่ปลายใบ 3 จุด ใบดาบเหล็กแหนบ ยาว 22 นิ้ว เข้าด้าม รัดหวาย ถักสายสะพายดาบด้วยฝ้ายทอมือ  สำหรับผู้ที่ให้ พ่อทันตีดาบให้ ก็อดใจรอกันหน่อยนะครับ พ่อทันตั้งใจทำงานให้กับท่านเสมอเหมือนกัน ทุกเล่ม ท่านทำให้ด้วยใจ และออกจะเครียดกับงานเพราะไม่อยากให้รอนาน แต่งานฝักกับด้าม ต้องใช้เวลาครับ รอหน่อยเดี๋ยวก็เสร็จครับผม  


ความเห็นที่: 1808 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 22:45 น.

ไม่ได้ซีเรียสครับ 


ความเห็นที่: 2323 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ค. 2554 เวลา 09:53 น.
ก็ต้อง "คุก" ซิครับ  พี่ที่รับไปนำไปตัดให้ได้โฉลกได้ครับ 

ความเห็นที่: 295 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:31 น.
ทำสบับซ้ายขวาไปมาครับ อย่าให้ตึงไปมากนะครับเดี่ยวจะจัดกระดูกไม่สวย

ความเห็นที่: 1158 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 14:50 น.

ได้แต่อ่านอย่างเดียว  ไม่มีความรู้อะไรมาเพิ่มเติมให้กระทู้เลย

พอดีชอบและสนใจเกี่ยวกับวิชาดาบสายต่างๆอยู่  เลยขอนำคลิปมาลงนะครับ

http://video.google.com/videoplay?docid=3347161776296229769#docid=5571435787012024701


ความเห็นที่: 1206 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 16:45 น.
ว่าไปพี่ศร ผมไปแค่ท่าพระจันทร์(ไปหาของกินหลังตลาดพระหน่ะครับ กับของกินหาบเร่แถวนั้นอร่อยดี วังหลังด้วย กินๆๆๆๆๆกลางคืนก็เดินถนนคนเดินแถวสนามหลวง นอนที่ถนนพระอาทิตย์ ซื้อยาแถวท่าเตียน แว๊บมาแถวจักรวรรดินิดส์นึง ถ้าไปตรงพุธพฤหัส ก็ไปซื้อว่านมาปลูกจากจตุจักร ถ้าแฟนไปด้วยก็ไปซื้อกล้วยไม้กัน ขานั้นเขาชอบกล้วยไม้หน่ะครับ ส่วนใหญ่ไปกรุงเทพฯหมดกับกินมากกว่า โดยเฉพาะตลาดเช้าบางลำภู


ส่วนเรือ่งข้อเข่าเสื่อมของคุณเดียเดี๋ยวค่อยดทรไปถามอีกทีครับ เพราะยาส่วนใหญ่อยู๋ปัตตานี ไม่ได้เอาขึ้นมาด้วย ขอกลับไปหาก่อนนะครับ แต่สงสัยว่าเกิดจากอายุหรือเล่นกีฬาหล่ะครับเพราะสองอย่างนี้รักษาแตกต่างกัน

ความเห็นที่: 2669 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 มิ.ย. 2554 เวลา 08:01 น.
ดาบสกุลช่างหลวงพระบางครับ สวยมากๆ ครับ

ความเห็นที่: 391 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ต.ค. 2553 เวลา 10:39 น.
หน้าตั๊กแตนจริงๆด้วยครับน้องทอม  สวยจังดูคล้ายดาบญี่ปุ่นเลยครับผม สวยมากๆ

ความเห็นที่: 1951 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 14 ก.พ. 2554 เวลา 19:02 น.

ผมอ่านแล้วก็เข้าเข้าใจในเหตุผลของพี่ทั้งสอง

ส่วนตัวผมเองสะสมและศึกษาข้อมูลของอาวุธโบราณมาไม่ถึง 2 ปี การที่จะให้รับรู้ถึงความแตกต่างของอาวุธโบราณก็คงยากแต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ดั้งนั้นขีดความสามารถของการรับรู้ของแต่ละบุคคลก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว บางคนเคยเห็นของจริงบางคนเคยเห็นมาบ้าง แต่การได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งดีแน่นอน แต่จะอธิบายให้คนส่วนใหญ่เข้าใจนั้นเป็นสิ่งที่อยากกว่า ผู้ที่มีความรู้ ให้ความรู้กับผู้ที่ด้อยความรู้นั้นป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ศิลปะในการถ่ายถอดความรู้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ตัวอย่างเช่น หัวข้อการพูดเหมือนกัน จุดประสงค์เดียวกัน คนหนึ่งมีมุกตลกไว้ให้ฮ่าไม่นะเบื่อ แต่อีกคนวิชาการอย่างเดียว ถามใจตัวเองซิอยากได้ความรู้จากบุคคลประเภทไหน ใครจะนิสัยอย่างไรผมไม่รู้ แต่ถ้าคิดจะเป็นผู้ให้จริงๆ (ให้ความรู้) ก็ต้องรู้เขารู้เราด้วยผลลัพธ์จะได้ออกมาดี  ไม่มีผู้ไดผิดหลอกครับ เพราะเขาทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว อย่าไปคิดแทนคนอื่นเลยครับเพราะมันเป็นไปไม่ได้ (ยกเว้นพระอรหันต์)

***อย่างกรณีดาบของพี่โยเดีย ถ้าไม่มีเล่มอื่นมาเทียบเคียงให้เห็น ผมก็ดูไม่ออกอยู่ดีละครับ ที่สำคัญการพิมพ์ในกระทู้ถ้าพิมพ์ผิด อาจจะตีความหมายผิดเพี้ยนไปได้ โดยที่เขาไม่ตั้งใจแล้วจะทำอย่างไร /  ขอบคุณสำหรับความรู้

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย แค่อยากให้ตัวเองได้ประโยชน์จากแหล่งความรู้มากกว่านี้ 


ความเห็นที่: 1962 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 16 ก.พ. 2554 เวลา 09:35 น.

ขอบคุณครับสำหรับความรู้

ส่วนตัวผมชื่นชมและยกย่องผู้ที่มีความรู้ และมีความเมตตาด้วย ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ทำให้ผู้ศึกษาไม่เครียด ไม่เกร็ง จะเข้าถึงตัวบุคคลได้ง่ายขึ้น ง่ายต่อการศึกษา ผมเองก็ยังต้องเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องอาวุธโบราณอีกมาก ก็หวังเรียนรู้จากพี่ๆนี้แหละครับ

ขอบคุณครับ

สติ เมตตา ปัญญา จะทำให้เราเข้าใจกันง่ายขึ้น / ผิดถูกอย่างไรขออภัยด้วย


ความเห็นที่: 94 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 13 มิ.ย. 2553 เวลา 14:38 น.

มาช่วยลงรูปครับ ขออนุญาติลงห้องของพี่ตั้มเลยแล้วกันครับ มีทั้งรูปเก่าและใหม่ แฮะๆ ไม่ว่ากันนะครับ

เดี๋ยวผมจะมาลงเพิ่มให้นะครับ

(ตอนนี้กำลังหาวิธีลงรูปอยู่ครับ)


ความเห็นที่: 95 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 13 มิ.ย. 2553 เวลา 14:43 น.

...


ความเห็นที่: 101 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 14 มิ.ย. 2553 เวลา 15:55 น.

ตกใจหมดเลย    เมื่อกี้เห็นยังงอยู่ว่า  ผมไม่เคยทำฝักแบบนี้นี่นา 


ความเห็นที่: 103 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 15 มิ.ย. 2553 เวลา 12:56 น.
ดูจากใบดาบที่ได้มา น่าจะตีขึ้นรูปครับ เพราะว่าบางเล่มกกใบดาบหนาประมาณ 1 เซน ถ้าเอาเหล็กหนาขนาดนี้มาเจียรคงเจียรไม่ไหวครับ และจากที่ได้พูดคุยกับพ่อทันแล้วทราบว่าแกใช้เหล็กแหนบตีครับ แต่ว่าจะมีเหล็กตัวอื่นอีกหรือเปล่าเดี๋ยวรอคนใกล้ชิดของพ่อทันมาตอบดีกว่าครับ ( น้องทอมลูกชายพ่อทัน)

ความเห็นที่: 104 ตอบโดย: ไควเช็งเคน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2553 เวลา 13:42 น.

เพิ่งเข้ามาอ่าน

ความรู้มากมาย จำไม่หวาดไม่ไหว

ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 106 ตอบโดย: anusorn2005 เมื่อ: 17 มิ.ย. 2553 เวลา 19:03 น.

เพิ่งเข้ามาอ่านเหมือนกันครับ เพิ่งรู้ว่าบ้านเกิดผมก็มีช่างฝึมือดีดีอย่างพ่อทัน จะช้าอยู่ใย ต้องแวะไปเที่ยวหาซักหน่อย ขอบคุณท่าน tumza1028 มากนะครับที่นำมาถ่ายทอดข้อมูล


ความเห็นที่: 105 ตอบโดย: tumza1028 เมื่อ: 16 มิ.ย. 2553 เวลา 00:04 น.

ขอบคุณมากครับสำหรับคำชี้แนะ ไว้เดียวผมโทรสั่งกับพ่อทั่นเองเลยละกัน หามานาน ดาบคู่งามๆอย่างนี้


ความเห็นที่: 107 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 19 มิ.ย. 2553 เวลา 19:19 น.

ขออภัยครับ ลงรูปไม่ได้เลยครับ ที่จริงอยากจะลงรูปงานมีดดาบของพ่อสล่าทันนะครับ แต่ว่าพอลงรูปแล้วมันไม่มีรูปขึ้นครับ พอเข้าไปแก้ที่ URL ก็ยังเหมือนเดิม พึ่งถ่ายรูปมาเลยครับกะว่าจะลง

มีแต่ลิ้งครับ ลองคลิกเข้าไปดูได้เลยครับ

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/190610/900179.jpg

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/190610/900213.jpg


ความเห็นที่: 1960 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 ก.พ. 2554 เวลา 08:09 น.
จัดให้ครับผมพี่เหม  รีบปรุงนะครับ น้องๆรอชิมอยู่ อิอิ ส่วนผมเองก็จางเหมือนกันละครับ

ขอบคุณครับ คุณ Guest ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ จะมาแบบไหนจริงๆ แล้วไม่สำคัญหรอกครับผม ถ้ามาพร้อมมิตรไมตรีแบบนี้ น่าชื่นชมมากกว่านะครับ 

ข้อมูลน่าสนใจมากๆ 

ความเห็นที่: 109 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 มิ.ย. 2553 เวลา 10:41 น.

ลองเปลี่ยนมาใช้ HTML Code ซิครับน้องทอม น่าจะเข้ากับ Board กว่า สมาชิกหลายท่านรอชมอยู่ครับ เรื่องดาบเมือง เนี่ยหายไปจากใจคนไทยเกือบหมดแล้ว

ต้องช่วยกันครับ อย่างตอนเรียน ผมเรียนด้านงานช่างศิลปหัตถกกรรมไทย วิชาความรู้หลายอย่างไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นตัวอักษรนะครับ จะอาศัยการถ่ายทอด

กันระหว่างครูกับศิษย์เท่านั้น นี่ละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สรรพวิชาหลายอย่างสูญหายไป ความรู้ตรงๆ อย่างเช่นของพ่อสล่าทันเนี่ย น้อยนักที่จะยอมเผยแพร่ครับ

นับเป็นเรื่องที่ดี ที่ลูกชายพ่อสล่าทัน มาเผยแพร่ครับ (ได้คุยกับพ่อสล่าทัน ทำให้ได้ทราบ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย และความจริง หลายๆเรื่อง หลายๆ อย่าง จากท่านครับ)

รู้อะไรทราบอะไรก็ช่วยๆ กันครับ พ่อสล่าก็ทำให้อย่างสุดฝีมือเท่ากันทุกเล่ม  ไม่มีมากหรือ น้อยกว่ากันครับ... ยืนยันเลย.......งานเหล็กไม่ช้า  จะใช้เวลามากหน่อยก็งานด้ามงานหวายนี่ละครับผม ตอนนี้หวายหายากมากๆ ต้องสั่งจากทางสุโขทัย

ต่อไปถ้าหวายหาไม่ได้ หรือตามีกับยายน้อม ผู้ทำงานเข้าด้ามเข้าฝักรัดหวาย ไม่อยู่แล้ว ดาบเมืองที่เข้าด้ามเข้าฝักแบบโบราณ ก็คงจะทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีกละครับ  

(ช่างตีดาบของญี่ปุ่นบางท่าน ทางประเทศยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตเชียวนะครับ แต่พอหันมาดูช่างไทย??????โดนลืม ไม่ได้รับการเหลียวแลจากจาก

หน่วยงานที่ดูแลด้านวัฒนธรรมเลย ไม่รู้มีไว้ทำไม........เสียดายภาษีประชาชนจริงๆครับ ด้วยความเคารพครับ....ทางกระทรวงน่าจะหันไปส่งเสริมสนับสนุนแบบจริงๆ

จังๆ ไม่ใช่ไฟลามทุ่งด้วยนะครับ มรดกทางภูมิปัญญาไทยของเราค่อยๆ เลือนหายไปทีละอย่างสองอย่างแล้ว ไม่สิเกือบหมดแล้ว เข้าใจว่างานด้านวัฒนธรรมมีมากแต่

ถ้าใส่ใจอีกสักหน่อย ทั่วถึงแน่ๆครับ)  ขอแก้ไขข้อความในวงเล็บจากเดิมนิดนึงเดี๋ยวบอรด์มีปัญหา


ความเห็นที่: 110 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 20 มิ.ย. 2553 เวลา 11:11 น.
ช่างตีดาบ ของญี่ปุ่นบางท่าน ทางประเทศยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตเชียวน๊ะครับ แต่พอหันมาดูช่างไทย??????โดนลืม ไม่ได้รับการเหลียวแลจากกระทรวง..........เลย ไม่รู้มีไว้ทำไมดายภาษีประชาชนจริงๆครับ พี่ตั้มกล่าวได้ถูกใจมากครับ (ดาบพ่อทันที่ผมมีครับ สองเล่มล่าง)

ความเห็นที่: 111 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 มิ.ย. 2553 เวลา 13:44 น.

kiattisak_crma เยี่ยมยอดไปเลยครับผู้กอง (ไม่แน่ใจผมเรียกถูกรีป่าว)  โดยเฉพาะกระบี่เล่มบนสุด ผมเกือบไปสอบเข้าเรียนนายจ่าทหารเรือแล้วละครับ 

บ้านเกิดผมอยู่ชลบุรี แต่อีกใจชื่นชอบและรักด้านศิลปะ เลยมุ่งตรงมาทางนี้ อยากให้พี่ๆ สมาชิกช่วยกันรวบรวม ช่างไทยพื้นบ้าน ที่ยังคงสร้างสรรค์งานแนว

อนุรักษ์ เอาผลงานที่ท่านมีพร้อมชื่อช่าง ที่ท่านสะสมรวบรวม เอามาลงไว้ ข้อมูลจะได้ไม่สูญหายไปครับ อย่างน้อยก็ยังคงอยู่ที่นี่ ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ


ความเห็นที่: 112 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 20 มิ.ย. 2553 เวลา 14:20 น.
แค่ผู้หมวดก็พอครับพี่ตั้ม...ตามดูอยู่เรื่อยๆครับ โดยฌฉพาะกริช แอบเข้าไปดูตลอด ชอบมากๆครับ

ความเห็นที่: 114 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 21 มิ.ย. 2553 เวลา 18:18 น.
ดูใหญ่โตกว่าดาบเมืองเหนือเลยนะครับ น้ำหนักการฟันคงเยอะน่าดู

ความเห็นที่: 2810 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 4 ก.ค. 2554 เวลา 12:17 น.

โคนใบกว้าง 2.9cm

มีการตอกจุดเป็นรูป X

ความเห็นที่: 2811 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 4 ก.ค. 2554 เวลา 12:18 น.

เทียบก่อนล้าง หลังล้าง


ความเห็นที่: 115 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 10:52 น.

วิวัฒนาการศัตราวุธ ในกองทัพไทย ขออนุญาตนำข้อมูลในหนังสือเล่มนี้เผยแพร่ต่อเพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะชนครับ ขอขอบพระคุณกองทัพบกที่จัดทำ

รวบรวมข้อมูล และองค์ความรู้เหล่านี้ไว้ แต่ขอเลือกมาลงเฉพาะหน้าที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาวุธไทยที่ใช้ในระยะประชิดตัวเท่านั้นครับ เอาลงหมดไม่ไหวครับ ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 116 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 10:53 น.

ความเห็นที่: 117 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:51 น.

ความเห็นที่: 118 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:52 น.

ความเห็นที่: 119 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:53 น.

ความเห็นที่: 120 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:53 น.

ความเห็นที่: 121 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.

ความเห็นที่: 122 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:55 น.

ความเห็นที่: 123 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:55 น.

ความเห็นที่: 124 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:56 น.

ความเห็นที่: 125 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:57 น.

ความเห็นที่: 126 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:57 น.

ความเห็นที่: 127 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:58 น.

ความเห็นที่: 128 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:58 น.

ความเห็นที่: 129 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 11:59 น.

ความเห็นที่: 130 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:00 น.

ความเห็นที่: 131 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:01 น.

ความเห็นที่: 132 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:02 น.

ความเห็นที่: 133 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:03 น.

ความเห็นที่: 134 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:04 น.

ความเห็นที่: 135 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 มิ.ย. 2553 เวลา 12:05 น.

ความเห็นที่: 296 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:32 น.
ต่อไปนะครับ

ความเห็นที่: 297 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:33 น.
ค่อย ๆ จัดให้เข้ารูปตามฝั่งขวา

ความเห็นที่: 298 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:34 น.
เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วนะครับ ใจเย็น ๆ นะ

ความเห็นที่: 1223 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:42 น.
พูดถึงดาบหลูบผมยังเสียดายไม่หายเลยครับ ไม่ทันเค๊า 

ความเห็นที่: 136 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 27 มิ.ย. 2553 เวลา 20:33 น.

ขอโชว์ตัวหน่อยครับ เพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่ออาทิตย์ก่อนครับ เป็นง้าวเก่าครับ ได้มาจากพ่อค้าของเก่าที่รู้จักกัน 

เป็นดาบง้าวครับ ใบยาว ประมาณ 22 นิ้วปลอกรัดด้ามเป็นเงินครับ ค่อนข้างเก่าเลยครับ

เท่าที่ดูด้าม กับใบน่าจะเป็นของคู่ตัวกันมา  เสียดายหน่อยตรงที่ด้ามมีรอยหักอยู่  แต่คนขายได้หยอดกาวไว้ 

 ใบง้าวคด  น่าจะเคยผ่านการใช้งานมาแล้วครับ

ได้มาคู่กันกับหอกอีก 1 เล่ม แต่อันนี้ด้ามไม่ใช่ของคู่ตัวกันมา ครับ และปลอกรัดด้ามก็ค่อนข้างเสียหายมาก 

 ซ่อมคงยาก  ว่าจะเก็บไว้ใหช่างทำเลียนแบบเก่าขึ้นมาแทน


ความเห็นที่: 2504 ตอบโดย: dharma เมื่อ: 15 มิ.ย. 2554 เวลา 20:50 น.

ณ ตอนนี้ ผมรู้สึกได้ถึง"ไฟริษยา และ เพลิงพ่าย" ครับ..

คิดว่าครั้งนี้ผมต้อง"ลงโรง" บ้างเสียแล้ว.


ความเห็นที่: 141 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 28 มิ.ย. 2553 เวลา 15:56 น.
สวยมากครับ ทั้ง ง้าวและหอก

ความเห็นที่: 1346 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:41 น.
เช่นนั้นต่อด้วยชุดนี้ครับ ราคาที่ลงขายแต่ละเล่ม รวมVat แล้ว ไม่ถึงสองหมื่นซักเล่มเลยครับ เล่มเล็กๆ เก้าพันกว่าบาทเล่มใหญ่ๆ หมื่นแปดหมื่อนเก้า ถ้าดาบชุดนี้อยู่ในเมืองไทย ราคาคงเฉียด สาม สี่หมื่นแน่ๆ  

ความเห็นที่: 293 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:28 น.
วนครังที่2 สลับด้านกันครับ

ความเห็นที่: 142 ตอบโดย: hs4kac เมื่อ: 1 ก.ค. 2553 เวลา 06:16 น.
เล่มที่ได้มาลงรักเยบร้อยแล้วครับ

ความเห็นที่: 4122 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 เม.ย 2555 เวลา 13:24 น.

ทำให้ได้ข้อพิจารณาว่า เล่มบนน่าจะผ่านการใช้งานและลับปรับทรงมาแล้วเช่นกัน เพราะเมื่อสอดเข้าฝัก พอจะมองเห็นได้ว่า ความกว้างของใบไม่เต็มฝัก

แต่ความหนาสนิทดี  จากหนึ่งรูปแบบคลี่คลายกลายเป็นอีกรูปแบบ 


ความเห็นที่: 1273 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 13:49 น.
พระแสงประจำเมืองอ่างทอง
เป็นพระแสงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.๕) พระราชทานให้ครั้งเสด็จประพาสอ่างทองเมื่อ ๓ ตุลาคม ร.ศ.๑๒๐
สำหรับพานทองพระแสงนั้นราชการและประชาชนร่วมสร้างทูลเกล้าฯ ถวายปัจจุบันเก็บรักษาไว้ ณ ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง

( ข้อความจากแผ่นทองคำจารึกว่า )
พานรองพระแสงใบนี้
ข้าราชการทั้งหลายได้สร้างไว้พร้อมด้วยม้าจมูกสิงห์รองอ่างทองคำ ซึ่งบรรจุคำถวายไชยมงคลทูลเกล้าถวายไว้เป็นที่ระฤก
ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประภาศและพระราชทานพระแสง ที่เมืองอ่างทองวันที่ ๓ ตุลาคม ร.ศ.๑๒๐ พระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหลวงดำรงราชานุภาพ ทองคำหนัก ๑ บาท พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ๑๖๐ บาท
พระยาวิเศษไชยชาญ (อวบ) ๒๐๐ บาท หลวง(ทิบ) ๔๐ บาท หลวงระงับทุกข์ราษฎร(เหมือน) ๑๐ บาท หลวงพิทักษ์นครเขตร์
(ทองคำ) ๒๐ บาท หลวงวรนารถนรานุรักษ์ (หรุม) ๒๐ บาท หลวงนครคุณูประกาศ (แจ่ม) ๒๐ บาท หลวงธำรงราชนิติ (หร่าย)
๒๐ บาท หลวงศรีสิทธิรักษ์ (จัน) ๒๐ บาท หลวงเหมอาญา (สุ่น) ๒๐ บาท หลวงคลัง (จิตร) ๑๐บาทขุนเหทสุภา (ชม) ๒๐ บาท
ขุนสมัครใจราษฎร (เจริญ) ๑๒ บาท ขุนเหมธานี (เปลี่ยน) ๑๐ บาท ขุนชนารักษ์ (ชิด) ๑๐ บาท ขุนเจริญ (สุ่ม ) ๑๐ บาท
ขุนสาระเลข (เปลื้อง) ๑๐ บาท ขุนอาจรัฐฏรรม (เครือ) ๑๐ บาท ขุนนรกรรมภิบาล (เทศ) ๑๐ บาท ขุนรองเพ่ง (ชวน) ๔ บาท
นายต่วน ๕๐ บาท นายแซ ๒๐ บาท นายสิทธ์ ๒๐ บาท นายทองดี ๑๖ บาท นายฟุ้ง ๑๐ บาท นายผล ๑๐ บาท นายสะอาด ๑๐ บาท
นายกลิ่น ๑๐ บาท นายศุก ๖ บาทนายสนั่น ๖ บาท นายอยู่ ๕ บาท นายปริก ๕ บาท นายตาด ๔ บาท นายชื่น ๔ บาบ นายเพิ่ม ๔ บาท
นายย้อม ๔ บาท นายเถา ๔ บาท นายสวน ๕ บาท นายตาล ๔ บาท นายชื่น ๔ บาท นายเทียบ ๔ บาท นายย้อม ๔บาท นายเถา ๔ บาท
นายฉ่าง ๔ บาท นายไหม ๔ บาทนายแถม ๔ บาทนายเปลี่ยน ๔ บาท นายไผ่ ๔ บาท นายเก๊า ๔ บาท จีนตู้ ๕๐ บาท จีนกว้างเต้า ๒๐ บาท
จีนซอ ๑๒ บาท จีนฉวน ๑๐ บาท จีนแปง ๘ บาท จีนไล้ ๘ บาท จีนงู ๘ บาท จีนเฮง ๘ บาท จีนยี่เห่า ๘ บาท จีนเซียงตี่ ๘ บาท จีนชุน ๘ บาท
จันบุ๊น ๘ บาท รายย่อย ๒๗ ชื่อ เงิน๔๘ บาท รวมทั้งสิ้น ๑,๑๐๕ บาทฯ


ความเห็นที่: 1361 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:05 น.

ความเห็นที่: 3241 ตอบโดย: chalamwan เมื่อ: 20 ก.ย. 2554 เวลา 18:04 น.

ผมเห็นดาบไทย ตกอยู่ในมือของคนที่ไม่ใช่คนไทย  ผมสังเวช ตัวเอง เป็นอย่างมาก ที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย  ก็มีแค่ทำให้เหมือนของเดิม แค่นั้น  เพื่อให้ลูกให้หลาน ได้ไม่ลืมกำพืช ตัวเองว่ามาจากไหน ตอนที่ผมไปแม่สอดปี2548  บางบ้าน มีดาบพม่าหลงเหลืออยู่และมีรูปเก่าๆ เค้าบอกผมว่านี่คือชาติของเค้า  ผมคิคดูว่า นั้นคงจะจริงเพราะว่า เค้าสูญเสียชาติไปให้แก่อังกฤษ ไทยเราไม่เคยเสีย เลยทำให้ลืม คำว่าชาติ

ถ้าคุณตั้ม  มีโอกาศได้เจอดาบงามๆๆในราคาที่ผมพอสู้ไหว  ผมก็ขอบูชาด้วยคนครับและหากมีกิจกรรมดีๆๆก็บอกผมหน่อยนะครับ

ขอบพระคุณมากครับ


ความเห็นที่: 143 ตอบโดย: t itan08 เมื่อ: 7 ก.ค. 2553 เวลา 21:15 น.

ไว้จะอุดหนุนซักเล่มครับ


ความเห็นที่: 1222 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:40 น.
อยากไปด้วยมากๆครับ ไม่ได้แอ่วเหนือมานานแล้วครับ ตั้งแต่มาอยู่เมืองใต้  

ความเห็นที่: 1221 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:40 น.
อยากไปด้วยมากๆครับ ไม่ได้แอ่วเหนือมานานแล้วครับ ตั้งแต่มาอยู่เมืองใต้  

ความเห็นที่: 1235 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 08:02 น.
เล็กน่ารักครับ เทียบขนาดกับเล่มที่มีอยู่ครับ 

ความเห็นที่: 1234 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 08:01 น.
มีดอุ่มหน้อยเล่มเล็กที่ได้มาพร้อมกันครับ 

ความเห็นที่: 200 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 ส.ค. 2553 เวลา 15:16 น.

ขอบพระคุณครับพี่เหมราช  พ่อสล่าทันว่าหอกซัดเล่มใหญ่ทำตามแบบของพี่งดงามมากครับ ขอบพระคุณพี่มากครับ ที่นำพาของงามๆ มาให้เราได้ชม

และยังรักษาสืบต่อ สิ่งเหล่านี้เอาไว้ หอกซัดเข้าด้ามเสร็จเมื่อไหร่ พามาให้ชมกันบ้างนะครับ พวกเรารอชมอยู่นะครับผม

เอ่อ....ถ้าพอมีเวลานำอาวุธที่สะสมอยู่ มาลงให้ชมบางนะครับ ของจริงๆ สมัยนี้หาชมได้ยาก นอกจากที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งก็ไม่สามารถเก็บบันทึกภาพมาได้

ของสะสมส่วนตัวก็ไม่ค่อยมีให้ได้เห็นกันบ่อยนัก จะรอชมนะครับ 


ความเห็นที่: 2824 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 6 ก.ค. 2554 เวลา 10:54 น.

ครูครับดาบสวยมาก ยิ่งถ้าเป็นหวายเดิมยิ่งงามลึก


ความเห็นที่: 144 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 8 ก.ค. 2553 เวลา 15:32 น.


ความเห็นที่: 145 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 8 ก.ค. 2553 เวลา 22:35 น.
สวยมากครับ

ความเห็นที่: 1771 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ธ.ค. 2553 เวลา 22:36 น.
่่ครับคนรุ่นใหม่ เอะอะอะไรก็แบบฝรั่ง ผมเองก็คนที่ตามทันสมัยนิยมครับแต่จิตใจแบบไทยครับ เห็นคุณค่าของเก่าคร่ำครึ สนิมเขรอะ แล้วทำให้อยากศึกษาค้นคว้าหาความรู้  

ความเห็นที่: 146 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ก.ค. 2553 เวลา 11:09 น.

ความเห็นที่: 1959 ตอบโดย: Guest_ค้นหาความจริง เมื่อ: 15 ก.พ. 2554 เวลา 23:55 น.
ขออนุญาติที่จะเป็นแขกรับเชิญ จะเหมาะกับผมมากกว่านะครับ ด้วยความเคารพ พอดีเข้ามาอ่านเห็นดาบที่คุณ tamusang ออกแบบสร้างขึ้นแล้วถามมาว่าเป็นแบบใด ผมเลยขอเสนอข้อมูลที่ผมเคยเห็นเคยสัมผัสให้ทราบไว้พิจารณาดังนี้นะครับ โดยดาบทรงนี้จะพบมากในแถบภาคกลาง จัดเป็นงานที่พบมากในงานหลวงหรืองานอยุธยาตามที่เรียกติดปากกัน มีองค์ประกอบ คอ อก เอว ในใบดาบชัดเจน ความยาวทีพบ ประมาณศอก ศอกกำ หรือยาวประมาณ 18-20 นิ้ว แต่แบบยาวที่สร้างมามีเช่นกันแต่ไม่ยาวถึง 26 นิ้วแต่ไม่ผิดอะไรนะครับ ลักษณะสันมีทั้งแบบจั่วสูง จั่วตำ่ เรียบ ก็มีพบ แตกต่างตามภูมิภาคที่ตี หมายความว่าทรงใบแบบนี้แต่ตีคนละแถบท้องถิ่นไม่ตายตัว ในกรณีงานทั่วไป แต่งานหลวงเลยจะมีกรอบขนบอยู่ ด้ามส่วนใหญ่ปลอกรัดจะเป็นโลหะที่ทนทานแข็งแกร่ง อย่างเหล็ก ทองแดง สัมฤทธิ์ ดีบุก ถ้างานระดับสูงจะเป็นโลหะชั้นดี มีทั้งงานดุนเงิน งานครำ่เงิน ทอง ดุนถมทองตามที่เคยพบ สำคัญต้องมีประกันดาบรัดตรงคอด้ามเพื่อความแข็งแรงตามที่เคยพบ และประกันดาบจะมีสัญลักษณ์ที่เรียกว่าวัชชิระมณฑล เป็นส่วนที่มีการลงอาคมหรือของไว้ตามแต่วิชาของแต่ละคน เพราะถือเป็นกำลังของสิ่งศักษ์สิทธิ์ โดยมักจะรัดอยู่ภายในปลอกรัดคอดาบอีกที ไม่เชื่อก็ลองหาซื้อมาแคะดูแต่ต้องงานโบราณนะครับ มีการถักเชือกแบบตะกรุดลงรักลงชาด หรือใช้ลวดถัก ปลอกรัดจะพบทั้งแบบสองปล้องหัวท้าย หรือ สามปล้องที่ส่วนกลางเรียกกลอยดาบ ตามหลักฐาน ก็ให้ข้อมูลประมาณนี้นะครับ อย่าตัดสินใจเชื่อทั้งหมด ควรค้นหาข้อมูลหรือตัวอย่างไว้พิจารณาด้วยนะครับ ดาบคุณtamusang ใบดาบสวยดีครับออกแบบได้ดีทีเดียว ที่ผ่านมาผมกังวลใจเช่นกันกับการที่ผมมาแสดงความเห็น ต้องขออภัยอีกครั้ง แต่ก็เข้าใจทุกฝ่าย อย่างบางคนอาจชอบแต่ไม่มีโอกาสมี ไม่มีความมั่นใจเพราะไม่มี ไม่มีความรู้พอรับข้อมูลที่ชอบจึงเชื่อไปหมดสนุกกับการติดตามเพราะไม่มีความรู้และคงทำได้แค่นี้ พอผิดหวังก็เลยแสดงออกมา หรือบางท่านก็ผิดพลาดในการนำเสนอก็มีได้ ผมว่าเรามีโอกาสมี มีโอกาสครอบครองมีความรู้ และที่สำคัญชอบในสิ่งเดียวกันน่าจะเข้าใจกันดีกว่านะครับ อาวุธของชาติเราจะได้อยู่กับเราครับ และอย่าเชื่อข้อมูลผมทั้งหมด เพราะได้มาอย่างที่เคยกล่าวไว้ ส่วนภาพอาวุธของผมผมขออณุญาติไม่เป็นสมาชิกเพื่อลงให้ชม เพราะอาจเป็นการชี้นำเดี่ยวจะเชื่อผมไปหมดเพราะผมมีของ ให้ค้นหาดูแล้วลองพิจารณากับข้อมูลว่าจริงเท็จหรือไม่จะดีกว่า ถือว่าคนแก่อยากคุยบ้างจะได้ไม่ต้องใส่ใจมากนะครับ ขออภัยหากมีข้อผิดพลาด

ความเห็นที่: 775 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 15:13 น.
สั่งคุณเหมราชเรียบร้อยแล้วครับ

ความเห็นที่: 158 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 16 ก.ค. 2553 เวลา 00:50 น.
  คุณตั๊มมีของสวยๆทั้งนั้นเลย   

ความเห็นที่: 159 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 16 ก.ค. 2553 เวลา 08:43 น.
งานเข้าด่ามแบบสุโขทัย ดูดีไปอีกแบบนะครับ

ความเห็นที่: 1344 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:16 น.
ผมตามไปที่แหล่งข้อมูลของคุณตั้มเรื่องทวนพม่า ก็ได้เห็นภาพนี้ด้วยครับ
มีตัวอักษรบุไว้กับงานเงินที่ส้นด้าม(รึคอหว่า)ด้วย ต้องรบกวนน้ามิตรช่วยดูแล้วครับ

ความเห็นที่: 318 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 20:03 น.
พี่เหมครับ เล่มนี้ทรงใบสวยจังครับ งานเงินที่รัดกั่นยังเนี้ยบอยู่เลยครับ อาจต้องเสริมแต่งช่วงท้ายด้าม ใหม่อีกนิด ยิ่งพอรัดสายสะพายดาบเข้าไปแล้ว ความงามกลบร่องรอยชำรุดที่ฝักหมดเลยครับ 

ความเห็นที่: 1368 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:21 น.

ความเห็นที่: 1367 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:20 น.
เล่มสุดท้ายในชุดนี้ครับ เข้าใจว่า 2 เล่มสุดท้ายเป็นของคู่กันครับ ทั้ง 5 เล่ม ฝรั่งเศษผู้ขาย (เอาอีกแล้ว) ตีว่าเป็นของพม่า ยิ่ง 2 เล่มสุดท้ายนี้ ลวดลายงานเงิน เป็นฝีมือช่างที่สวยมากครับ แน่นอนครับ   ผ้ากำมะหยี่ที่หุ้มฝักดาบสีซีดหมดแล้วครับ 

ความเห็นที่: 1366 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:13 น.

ความเห็นที่: 1365 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:12 น.
ตราที่ส้นด้าม น่าสนใจมากครับ น่าจะทำให้ทราบที่มาได้ไม่ยาก 

ความเห็นที่: 1364 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:11 น.

ความเห็นที่: 1363 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:10 น.

ความเห็นที่: 2494 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 มิ.ย. 2554 เวลา 22:45 น.

งานศาสตราวุธเหล่านี้ แบบที่คุณภาพดีๆทั้งสวยทั้งแกร่ง  นับวันยิ่งลดน้อยถอยลงครับ ถ้า ณ เวลานี้ คิดว่าราคาสูงแล้ว  รอดูอีกซัก 5 ปี ซิครับ ราคาจะสูง

ขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าแน่ๆ ครับผม ถ้าตอนนี้มีกำลังพอหาได้ เก็บได้ก็รีบเถอะครับผม เชื่อผมซิครับ


ความเห็นที่: 1245 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 10:09 น.

เวลาพกแม่หญิงจะไม่  "เหน็บพุงหราก๋ากั่น"  เป็นนางฟองคำพี่เลี้ยงของเจ้าจันท์ผอม ในนิยายซีไรต์เรื่องเจ้าจันท์นั่นหรอก จะเก็บเหมียดมิดชิดในย่ามน้อยห้อยไหล่ซึ่ง "หญิงไทเมืองบน" มักมีติดตัวทุกคน ย่ามอาจมีส่วนกำหนดสัดส่วนของมีด จะเอายาวใหญ่เทอะทะมาใส่ย่ามก็คงเกะกะเปลืองที่ เลยทำน้อยๆ แต่พองาม ประโยชน์ใช้สอยจริงๆ เห็นจะเป็นมีดใช้งานมากกว่า เช่นว่า "มีปอยหลวงปอยลามหรืองานศพ งานซาก" เวลาไปช่วยงาน ก็ใช้มีดอุ่มน้อยนี่แหละผ่าหมากเจียนตอง ขริบเล็มนั่นๆ นี่ๆ ที่มีดใหญ่ใช้ไม่สะดวก

มีดอุ่มน้อยเล่มนี้ดูดีมีค่ามากขึ้นเมื่อหุ้มฝักด้วยเงิน คุณค่าไม่ได้อยู่ที่เนื้อโลหะ หากอยู่ที่ศิลปะลวดลายอันบอกถึงจิตใจละเอียด ประณีต รักสวยรักงามศิลปะอยู่คู่มนุษย์ ไม่ว่ามนุษย์เผ่าไหนต่างมีใจนิยมความดีความงามด้วยกันทั้งนั้น ความดีอาจมองเห็นได้ยาก เพราะเป็นนามธรรมระดับลึกที่สะท้อนออกทางด้านพฤติกรรมมากกว่าสะท้านออกทางรูปทรงหรือวัตถุที่จับต้องได้ง่าย ความงามสะท้อนออกได้ง่ายกว่า อยู่ในรูปทรงโครงสร้าง

อยู่ในสีสันหรือลวดลาย
 "เคยเห็นดาบตัดหัวคนของเจ้าเมืองไทใหญ่เล่มหนึ่ง" ไม่พูดถึงรูปทรงละ เฉพาะลวดลายที่ตอกหรือสลักลงในใบดาบก็สะท้อนถึงจิตใจรักสวยรักงามของคนได้ดี  "ในเครื่องมือประหัตประหาร ยังไม่วายแฝงความงาม"


ความเห็นที่: 160 ตอบโดย: bowyer2510พ เมื่อ: 19 ก.ค. 2553 เวลา 22:50 น.
น้าตั้มครับ มีภาพ ธนูที่จัดแสดงไหมครับ  แบบชัดๆไกล้ๆครับ  อยากเห็นเป็นความรู้เรื่องธนูไทยครับ

ความเห็นที่: 1362 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:08 น.
เล่มที่ 4 

ความเห็นที่: 2656 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 26 มิ.ย. 2554 เวลา 11:00 น.

มีดแหกรูปแบบต่าง ๆ เสียดายที่ปู่ครูหรือพ่อเลี้ยง****า เมื่อมรณาแล้ว ลูกหลานไร้ผู้สืบทอด จึงกลายเป็นของสะสม
ผู้ข้าเอง ก็ไม่ได้เป็น****าใด ๆ ก็ด้วยรักดาบ อะไรก็ตามที่รูปร่างคล้ายกันก็เก็บรักษา "เมื่อครู่ขับรถผ่านหนองหอย น้ำเริ่มเจิ่งถนนแล้ว"


ความเห็นที่: 163 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:15 น.
ยืนดูอยู่พักใหญ่เลย สวยมากครับ

ความเห็นที่: 165 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:38 น.
ด้ามสั้นหน่อย กระบังมือ ทำจากหนังหนาๆ มองดูเหมือนทวนเลย ด้ามสั้นกะลังดีเลยครับ

ความเห็นที่: 166 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:41 น.
ชุดถัดมา งามๆทั้งนั้นเลยครับ ยืนพินิจพิจารณาอีกพักใหญ่

ความเห็นที่: 167 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 ก.ค. 2553 เวลา 11:42 น.
ง้าวคอทองแดงกับหอกปลายปืน นี่ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อครับ

ความเห็นที่: 300 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:40 น.
ุึดึงเชือกให้ตึงครับ แต่อาทิตย์ตกดินพอดีครับ

ความเห็นที่: 1958 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 ก.พ. 2554 เวลา 23:06 น.
วิธีการนี้ได้มาจากกระทู้ทำได้ง่ายธนูไม้ไผ่ ข้างล่างกระทู้นี้เอง น่าสนใจทีเดียวครับ ลองดัดแปลง ใช้กับการดัดด้ามไม้ไผ่สำหรับทำด้ามหอกด้ามทวนได้ครับ 

ความเห็นที่: 2823 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 6 ก.ค. 2554 เวลา 10:00 น.

"มีดาบย่อมมีมิตร มีมิตรจิตใจก็รื่นรมย์" คำพ่อครูกินใจ ตั้งแต่ได้อ่านคำที่พ่อครูร่ายให้ฟังในครั้งแรกโน้น คำนั้นแว่วกังวานและมาสลาย "ทิฐิมานะ" ที่ครอบงำจิตใจผมไปเสียสิ้นแล้วละครับ 


ความเห็นที่: 291 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:22 น.
ขั้นตอนที่ 2 สวมเข้าไป.

ความเห็นที่: 1957 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 ก.พ. 2554 เวลา 22:48 น.

เฮ้อ......................  

อยากเห็นตรงจั่วชัด ๆ ครับ ไม่แต่ใจว่าเป็นสันจั่วอกไก่แบบเดียวกันรึเปล่า ชอบครับ โดยเฉพาะเล่มบนสุด งามบาดใจ แต้ ๆ ครับน้องตั้ม ของพี่เองรับใบจากพ่อทันมาแล้วยังไม่ได้ปรุงเลยครับ รอฤกษ์ รอยาม (ข้ออ้างครับ ที่จริง ทรัพย์จางครับ) ถ้าได้เวลาคงเป็นน้ามิตรเราแหละครับ ............... ส่วนทวนคอลูกแก้ว ขอทำเองครับ คงไม่เกินกำลัง ตอนนี้ได้ไม้ไผ่ลำเหมาะ ๆ แล้ว รอให้แห้งดีเสียก่อน


ความเห็นที่: 290 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:20 น.
ขั้นตอนที่ 1 ทำเชือกเป็นบ่วง เอาเชือกที่สั้น อยู่ด้านใน เอาาเชือกส่วนที่ยาวอยู่ด้านปลายฝัก

ความเห็นที่: 289 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:18 น.
มีหลายสีแดง ชมพู เหลือง ขาว แต่ที่คัดมามีแต่สีน้ำเงิน(น่าจะใช้คนถักหลายคน) สีน้ำเงินตุ้มใหญ่และถักแน่นหนาครับ สีอื่นไม่แนะนำครับ ไม่สวย   ขออนุญาตินำเสนอวิธิการถักลายกระดูกงูครับ แต่น แตน แต้น...

ความเห็นที่: 2366 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ค. 2554 เวลา 01:20 น.
สุขสันต์วันเกิดครับน้องตั้ม ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะครับ

ความเห็นที่: 1563 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 7 ธ.ค. 2553 เวลา 15:49 น.
ทำภู่ทวนครับ   

ความเห็นที่: 266 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 ก.ย. 2553 เวลา 23:47 น.
พี่เหมครับ สายสะพายดาบสีเขียว หรือสีอื่นๆ ยังพอหาได้บ้างมั้ยครับผม 

ความเห็นที่: 1231 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 07:47 น.
ที่ติดค้างไว้เมื่อวันก่อนครับ พอดีว่าเมื่อคืนไฟฟ้าดับครับ เป็นดาบเมืองแพร่ครับ เขี่ยวและปลายด้ามเป็นเขาควายเผือก สภาพโดยรวมสมบูรณ์มากครับ ได้มาพร้อมกับเจ้าตัวเล็กเป็น มีดอุ่มหน้อยส้นเหลี้ยม เล่มบนสุดครับ 

ความเห็นที่: 1233 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 07:53 น.
ปลายด้ามเป็นเขาควายเหมือนกันครับ ลักษณะแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นทางเชียงใหม่เท่าไรครับ เขย่าดาบดูมีเสียงคล้ามีโลหะอยู่ข้างในครับ คิดว่าคงใส่เครื่องรางไว้ข้างในตามความาเชื่อคนล้านนา หรือไม่ก็ช่างลืมตะปูไว้ครับ

ความเห็นที่: 1232 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 07:50 น.
เป็นตราเต่าลำปางครับ เคยมีข้อมูลว่าช่วงหนึ่งทางลำปางหอบใบดาบเปล่าส่งขายตามหัวเมืองต่าง ๆ ของล้านนา จนถึงตอนล่างครับ

ความเห็นที่: 1360 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:04 น.

ความเห็นที่: 1359 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:03 น.

ความเห็นที่: 1358 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:02 น.

ความเห็นที่: 1357 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 12:01 น.
เล่มที่ 3

ความเห็นที่: 1356 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:59 น.

ความเห็นที่: 1355 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:59 น.

ความเห็นที่: 1354 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:58 น.

ความเห็นที่: 1353 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:57 น.
เล่มที่ 2 ครับ

ความเห็นที่: 1352 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.

ความเห็นที่: 1351 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.


ไร้คำบรรยายจริงๆครับ มันมีเสน่ห์ที่พูดไม่ออกจริงๆ  บางครั้งอยากนั่งพิศนั่งต้องมันนานๆ 
บินจากคนไทไปนาน กลับมาให้เห็นเป็นรูปเท่านั้น ใครมีโอกาสรีบจับจองกันเลยนะครับ CHEERS!!!



ความเห็นที่: 1350 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.

ความเห็นที่: 1349 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:53 น.

ความเห็นที่: 1348 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:48 น.

ความเห็นที่: 1347 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 11:47 น.
ชมไปทีละเล่มนะครับ ไม่มีคำบรรยายมารบกวนในการดื่มด่ำกับความงาม 

ความเห็นที่: 1132 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 13:46 น.

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ  เห็นคนขายว่ามีคนแถว ๆ ชัยนาท เอามาขายให้นะครับ


ความเห็นที่: 170 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:31 น.
ใบมีดเหน็บ ทรงต่างๆ ฝีมือพ่อสล่าทันครับ

ความเห็นที่: 172 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:37 น.
ใบดาบ งานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงให้แก่พ่อสล่าทัน เห็นแล้วเสียงพุง...... 

ความเห็นที่: 173 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:40 น.
 สองเล่มนี้ กรุลำปางใหญ่ครับ

ความเห็นที่: 174 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:42 น.
แต่ถ้า....คิดว่าใหญ่แล้วละก็....เหนือฟ้ายังมีฟ้าอยู่เสมอครับ 

ความเห็นที่: 175 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:47 น.

เข้ามาใกล้ๆครับ คมดาบของพ่อสล่าทันนั้น...หลายๆท่าน ต่างลงความเห็นกันว่า "เป็นคมดาบที่ดุดัน" กินเลือดกินเนื้อ ตามแบบดาบโบราณเลยครับ เมื่อถือจับ หรือสัมผัสดาบ จะรู้สึกได้ว่า เหมือนเนื้อหนังของเราจะโดนดูดไปเข้าสู่คมดาบ ถ้าเผลอไปเพลิดเพลินกับความรู้สึกนั้น....ได้เลือดทันทีครับ  พ่อสลาทันตั้งคมดาบคมมีดได้บางมากครับ..เสียวววสุดๆ


ความเห็นที่: 176 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 10:56 น.

แต่แค่ความคมหรือความสวยงาม ของ "ทรวดทรงองเอว" เพียงอย่างเดียว ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ดาบ เป็นดาบที่ดีพร้อมได้
สวยแต่รูปจูบไม่หอม ไม่นานก็หน่ายครับ ^_^ ว่ามั้ย  "สมดุล" จุดศูนย์ถ่วงนั้น ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นเดียวกัน
ดาบนั้นต้องสนองตอบ ปกป้องและรับใช้เจ้านายของมัน....ไม่ใช่ กินแรง หรือเป็นตัวถ่วงนายของตัวเอง เช่นนั้นละก็...
นึกภาพไม่ออกเลย ดาบที่พ่อสล่าทัน ตี....สร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อ ก็มีพร้อม.....ครบองค์รวมทั้งหมดของคำว่า  "ดาบชั้นดี" ครับ


ความเห็นที่: 177 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 11:07 น.
แต่....ถ้าผู้สาวนั้น งามหยดย้อยหบาดเยิ้มขนาดไหน ถ้าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ มันจะไปดูได้ยังไง
งานเข้าด้ามและฝัก ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง ที่จะช่วยเสริมให้ดาบเล่มนั้นๆ ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
ด้ามดาบ งานเรียบง่าย ถักรัดหวายไว้เป็นวงๆ เพื่อยังประโยชน์ ซับแรงสะท้านจากการฟาดฟัน ไม่ให้ถึงนายมัน

ความเห็นที่: 178 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 11:17 น.
ฝักดาบ ก็เช่นเดียวกัน เพราะดาบยังไงก็คือดาบ "ความอยาก ความกระหาย" ที่จะทำในสิ่งที่ มันถูกสร้างขึ้นมา
ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม คำกล่าวที่ว่า "คมดาบนั้นไม่มีตา" ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย เราจึงสร้างสิ่งที่มาหุ้มห่อคมดาบ
และฝักดาบยังใช้เป็นเครื่องป้องกัน "คมดาบ" ของศัตรูได้อีกด้วย

ความเห็นที่: 179 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 11:36 น.
ช่างไทยของเรา เป็นนักสร้างสรรค์และพัฒนา มาแต่โบราณกาลแล้วครับ จะเห็นได้จากนวัตกรรมต่างๆ
ที่ถูกสร้างขึ้นมา เป็นหลักฐานที่ชี้ชัด และยืนยันความเป็นนักคิด นักพัฒนาของชนชาวไทยเรา อย่างชัดเจน.......

ความเห็นที่: 180 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 11:43 น.
ความสนอกสนใจ ใส่ใจและไม่หยุดพัฒนานั้น ทำให้งานช่างศิลปหัตถกรรมหลายๆ แขนงของเรา ซึ่งแต่เดิมนั้น
ถูกสร้างมาเพื่อประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว กลับแปรเปลี่ยนปรับปรุงไปสู่ งานหัตถศิลป์ 

ความเห็นที่: 181 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ส.ค. 2553 เวลา 11:48 น.

งานหัตถศิลป์  สิ่งที่มีรายละเอียด มีความงดงาม สอดแทรก ประสานรวมอยู่ เพิ่มไปจากประโยชน์ใช้สอย
เพียงอย่างเดียวนั้น...... รูปทรงหรือลวดลายที่เติมเต็มให้งานออกมามีความงดงามจนลงตัว ทั้งหลายเหล่านี้
เกิดจากความคิด เกิดจากอารมณ์สุนทรีย์ ของช่างไทยเราล้วนๆ อย่างเช่นกรุลำปางตอกลายเล่มนี้เป็นต้น


ความเห็นที่: 2970 ตอบโดย: คมกล้า เมื่อ: 28 ก.ค. 2554 เวลา 18:13 น.
จากวังหน้าครับ

ความเห็นที่: 182 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 ส.ค. 2553 เวลา 17:11 น.
นอกเหนือจากดาบ อาวุธซัดพุ่งระยะไกล ก็ยังมีการสืบสาน ต่ออยู่ไม่ขาดช่วงครับ

ความเห็นที่: 1246 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 10:19 น.

คนที่เล่นทางลวดลาย อาจบอกได้ว่าลายที่ประดับบนปลอกมีดคือลายอะไร นิยมที่ไหน แพร่หลายในยุคใด เนื้อเงินก็อาจบอกได้ว่าผสมอะไรเข้าไปมั่งเทคนิควิธีเป็นอย่างไร อาจกำหนดยุคสมัย มองเห็นที่ไปที่มาชัดเจน มองเห็นเส้นทางการเคลื่อนไหลของวัตถุจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่ เป็นของสนุก ตอบสนอง ความอยากรู้ หากขาดความอยากรู้ ป่านนี้มนุษย์ยังอยู่ในถ้ำอยู่กระมัง

มีดอุ่มหรือมีดสั้นหรือมีดซุย "แทบจะหมดประโยชน์ใช้สอยในสังคมปัจจุบันไปแล้ว" จะพกไปทิ่มพุงใครที่ไหนได้เล่า "เขาพกปืน เราพกมีด" มีดอุ่มอาจลดบทบาทใช้สอย แต่มีดอุ่มน้อยงามๆ ก็มีคุณค่าควรแก่การเก็บรักษา พี่ๆสมาชิกคงจะเห็นด้วยใช่มั๊ยครับ อิอิ 


ความเห็นที่: 1210 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 08:23 น.

ขอนอกเรื่องอีกนิดครับ คุณนนท์ผมเองเป็นเก๊าท์มาประมาณสิบปีได้ครับคงเป็นเหตุให้เป็นข้อเข่าเสื่อมเร็วด้วย

รักษาแผนปัจจุบันมาโดยตลอดครับ ผมเองหัวโบราณก็ชอบแพทย์ทางเลือกด้วยครับ ยิ่งพบผู้รู้ก็สนใจครับ

ปีนี้คงแบ่งโบนัสไว้ทําดาบหลูบเงินสักเล่ม อยากขึ้นเชียงใหม่เองครับเผื่อได้เยี่ยมเยียนคุณเหมด้วยครับ


ความเห็นที่: 183 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 ส.ค. 2553 เวลา 17:15 น.
นี่คือ หอกใบข้าว ความยาว 17 นิ้ว ถ้าเป็นหอกปลายอูมๆ ที่เห็นกันตามพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ เอ่อ ที่ทรงคล้าย
พระขรรค์น่ะครับ พ่อทันจะเรียกทรงนั้นว่า "หอกหัวบัว"  เล่มนี้สังเกตที่เอวของหอกครับ ตรงบริเวณใกล้ๆ กั่น
จะเห็นหน้าตัดของใบหอกครับ หนามากๆ 

ความเห็นที่: 184 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 ส.ค. 2553 เวลา 17:19 น.
ถ้าใครไม่รู้ มองผ่านๆจะนึกว่าพระขรรค์ดเอาเสียได้  ต้องแจ้งก่อนว่าเป็น หอก ครับ

ความเห็นที่: 1561 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 7 ธ.ค. 2553 เวลา 14:37 น.

ทำซุปหางงัวกินกันครับ อิๆๆๆ  

.ล้อเล่นครับจาเอาขนหางมาทำ ไรเล่นดูซักหน่อย  ถ้าดูดีแล้วเดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบครับ


ความเห็นที่: 185 ตอบโดย: ไฟเย็น เมื่อ: 4 ส.ค. 2553 เวลา 20:07 น.
จะมีดาบหัวปลาหลดให้ดูบ้างไหมหนอ

ความเห็นที่: 3121 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ส.ค. 2554 เวลา 00:29 น.
ดูเหมือนจะเป็นหอกเมืองทั้งนั้นเลยน๊ะครับ   ที่เคยเห็นจะเข้าด้ามไผ่สวยๆมีปลอกรัดทองเหลืองแบบที่พี่เหมทำน่ะครับ เดี่ยวไปค้นภาพก่อนครับ ถ้าโชคดีน่าจะยังอยู่ 

ความเห็นที่: 186 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 ส.ค. 2553 เวลา 13:30 น.
มาครับ เล่มบนหัวบัว เล่มล่างหัวปลาหลดครับ

ความเห็นที่: 188 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 ส.ค. 2553 เวลา 13:46 น.
"หอกใบโต" เทียบขนาดจากมือดูก็พอจะทราบขนาดของใบหอกใบนี้แล้วละครับ  ใบโต สมชื่อจริงๆเลย 

ความเห็นที่: 190 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 6 ส.ค. 2553 เวลา 22:41 น.

หอกหัวบัวฝากสั่งสักชุดได้ไหมครับ เอาแบบโบราณครบชุด 1 ชุด ราคาประมาณเท่าไรครับ pm มาก็ได้ครับ

ปล.นกกระยางรับอยู่นะครับ แต่อยากได้แบบที่มีด้ามกับฝักครบครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นของเก่ามากครับ


ความเห็นที่: 192 ตอบโดย: pranmong เมื่อ: 9 ส.ค. 2553 เวลา 22:40 น.
แบบนี้ท่านรับตีไหมครับค่าเสียหายเท่าไรครับpmแจ้งนะครับ

ความเห็นที่: 1191 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 09:33 น.

ฟ้อนดาบครับ ลองมาดูกันอีกรอบ เผื่อใครผ่านมาแล้วยังไม่ได้ดู

ความเห็นที่: 194 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ส.ค. 2553 เวลา 22:57 น.
มีตัวอย่างใบดาบญี่ปุ่น สัญชาติไทยเชื้อสายลำปาง มาให้ชมพอดีเลยครับผม ดาบญี่ปุ่นนี่เข้ามาผสมผสานมีบทบาทมีส่วนร่วมอยู่ใน ประวัติศาสตร์ สงคราม ของไทยเรามาตั้งแต่สมัยอยุธยาโน่นแล้วละครับ เป็นที่นิยมกันมากเพราะดาบของเค้าขึ้นชื่อลือชามานานแล้ว ถึงขนาดที่ว่าชาวบ้านๆที่ไม่มีวาสนาได้ดาบญี่ปุ่นแท้มาครอบครองต้องวิ่งโล่ไปสั่งช่างเหล็กตีดาบไทยมีทรงใบคล้ายกับดาบญี่ปุ่นเรียกกันว่า ดาบไทยทรงญี่ปุ่น ทรงใบจะเหมือนๆ ดาบญี่ปุ่นเลย 

ความเห็นที่: 195 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ส.ค. 2553 เวลา 23:01 น.
ในภาพใบดาบยาว 11 นิ้ว กั่นยาว 4 นิ้ว

ความเห็นที่: 196 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ส.ค. 2553 เวลา 23:03 น.
หรือที่ส่วนใหญ่เขาเรียกขานกันว่า  ทันโตะ

ความเห็นที่: 197 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 ส.ค. 2553 เวลา 12:41 น.
มีงานด้ามงามๆมาให้ชมครับ  ด้ามดาบโบราณ นำมาเข้ากับใบดาบของพ่อสล่าทันครับ ด้ามน่านำมาถอดพิมพ์ หล่อทองเหลืองใหม่จริงๆ 

ความเห็นที่: 1176 ตอบโดย: นายระริน เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 21:29 น.

มาแอบลุ้น ว่าพี่มิตรเราจะปล่อยของไหมอิอิ


ความเห็นที่: 2413 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:07 น.
หวายถักค่อนข้างละเอียด ใบดาบโคนหนาตีไล่ปลายบางครับ

ความเห็นที่: 2759 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 1 ก.ค. 2554 เวลา 18:26 น.
3 ใบนี้ได้มาจาก ฉะเชิงเทรา ในราคาไม่น่าเชื่อ ต้องขอบคุณเจ้าของจริงๆ

ความเห็นที่: 2758 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 1 ก.ค. 2554 เวลา 18:25 น.

ครูช่วยแนะนำด้วยครับ ใบดาบ3ใบ

คุณตั้ม พี่เหมราชครับ วันก่อนคุยเรื่องใบดาบนี้ได้มาแล้ว ล้างไปหนึ่งใบ ลองชมครับ


ความเห็นที่: 2411 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:06 น.
สันยกจั่ว หนามากครับ 

ความเห็นที่: 2412 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:07 น.
แผ่นโลหะทองแดงยกขอบอย่างหนา แต่ไม่ใช่เหรียญนะครับ ปิดท้ายด้ามไว้

ความเห็นที่: 2410 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:06 น.
ผ่านอะไรมาบ้างน้าาาาา 

ความเห็นที่: 2409 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:06 น.
เนื้อเหล็กของเค้าสวยมากครับ

ความเห็นที่: 1209 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 08:09 น.

ขอบคุณครับคุณนนท์ ผมห้าสิบครับที่จริงก็ไม่น่าข้อเข่าเสื่อมเร็วครับ แต่ช่วงรุ่นๆก็ชอบเล่นกีฬาหลายประเภทครับ

มา กทม.ก็แวะมาทานข้าวกันครับคุณนนท์และทุกๆท่านถ้าผ่านมานะครับ ยินดีครับ เห็นคุณตั้มจะมาช่วงปลายปี

ไปชมศาสตราวุธโบราณกันนะครับ  ผมจะได้รับความกระจ่างมากกว่ารายละเอียดที่เขาจัดทําไว้ บางทีข้อมูลไม่ชัดเจน

ถ้าไม่เบื่อผู้สูงวัยเดินช้าครับ ฮิ อิ อ้อคุณศรศิลป์อยู่แถวไหนครับ ผมอยู่รามอินทราครับ


ความเห็นที่: 2408 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:05 น.
เนื้อตัวเค้านี่ ขรุขระ ไม่น้อยทีเดียว  

ความเห็นที่: 1799 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 7 ม.ค. 2554 เวลา 21:54 น.
ดีจังครับคุณโย บูรณะดาบเล่มนี้ให้คงสภาพต่อไปได้ รุ่นลูก รุ่นหลานจะได้มีตัวอย่างครับ รุ่นนี้ยังพอหาเทียบเคียงได้ครับ รุ่นต่อไปคงต้องไปดูในพิพิธภัณฑ์ ผมเองก็ค่อย ๆ ทำไปเหมือนกันครับถ้าพอมีเวลา  ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ

ความเห็นที่: 207 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 ส.ค. 2553 เวลา 10:28 น.
ขอบคุณครับที่นำมาให้ชม สวยมากๆเลยครับ ด้ามสวยมากๆ ครับพี่เหม  (ขอเรียกสั้นๆนะครับพิมพ์ง่ายดี แต่ ผมชอบชื่อพี่เหมราชมากๆเลยครับ ทำไมเราไม่มีชื่อไทยๆที่มีความหมายดีๆกับเค๊าบ้างนะ) พี่เหม ถามว่าถูกขนบมั้ย อันนี้เราคุยกันแบบไม่ซีเรียสนะครับ ^_^ เพราะหลายท่านถ้าอ่านแล้วเข้าใจผิดจะเป็นเรื่องขึ้นมาได้  ณ ขณะนี้ผมยังไม่เห็นท่านใด นำบันทึกที่ เป็นรายลักษณ์อักษรออกมาแสดงให้เห็น ได้ใช้อ้างอิงว่ามีการบันทึก ระบุ รูปแบบ วิธีการสร้าง ขั้นตอน รวมถึงส่วนประกอบต่างๆ อย่างชัดเจนเลยครับ ซึ่งถ้ามีอยู่จริง จะเป็นประโยชน์มหาศาล ในการสืบสานสืบทอดองค์ความรู้ด้านอาวุธไทยเหล่านี้ ให้ไม่สูญหายไป เท่าที่พอเห็นได้ ส่วนใหญ่จะอ้างอิงกันจากของโบราณครับ ผมมีตัวอย่างนิดหน่อยให้ชมด้วยครับ ต้องขอขอบพระคุณ คุณเล้ง เจ้าของภาพ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ทำให้
เราได้เห็นของเก่าของโบราณไว้เทียบเคียงครับ ขอบพระคุณครับ ^_^

ความเห็นที่: 208 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 ส.ค. 2553 เวลา 10:40 น.
หอกโบราณ ทวน แหลน เป็นศิลปะล้านนาทั้งหมดหรืออย่างน้อยพบในล้านนาครับ  จะสังเกตได้ว่า หอกที่ะี่เหมเข้าด้ามไว้ ไม่ผิดเพี้ยนไปจากของโบราณเหล่านี้เลยครับ  ผมเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดผิดครับ  และถ้ายิ่งหาแบบเพื่อสร้างงานตามได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ค่อยๆคิดค่อยๆทำ ค่อยหาตัวอย่าง มาสร้างสรรค์และสืบสานไว้ไม่ให้สูญ ดีกว่านิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยครับ พี่เหม เป็นผู้จุดประกายให้นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ได้เริ่มหันกลับมาให้ความสนใจงานเหล่านี้ต่อไป เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ได้รู้แล้วครับ ว่าเราไม่ได้เดินไปเพียงลำพังผู้เดียว ยังมีผองเพื่อน พี่ น้อง ที่มีแนวความคิดเดียวกันอยู่ด้วย 

ความเห็นที่: 2406 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:04 น.

ดาบเปลือยทรงใบข้าว รูปแบบดาบลาวหลวงพระบางครับ ผู้ขายได้มาจาก อุตรดิตถ์ แต่เรื่องทรงไหนเป็นทรงลาว แบบใด  ผมไม่สามารถจำแนก

รายละเอียดได้ขนาดนั้นครับ  จากภาพจะเห็นได้ว่า ปลายใบดาบเล่มนี้ "อาจจะ" รับคมดาบมาแล้วครับ แต่ยังไงๆ ก็ดึงดูดใจเหลือเกินครับ 

ความยาวของใบดาบ 19 นิ้ว ด้ามดาบยาว 9 นิ้วครึ่ง ด้ามทำจากไม้ไผ่ รัดด้วยหวายถักลายสาม มีแผ่นโลหะทองเแดงหนาๆ ยึดด้วยตะปูปิดหัวและท้าย

น้ำหนักเบามาก หนักเพียง 460 กรัม โคนใบกว้าง 1 นื้ว  อกใบกว้าง 1 นี้ว 4หุน ครับ


ความเห็นที่: 2407 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 14:05 น.
ด้ามทำจากไม้ไผ่ รัดด้วยหวายถักลายสาม มีแผ่นทองแดงหนาๆ ยึดด้วยตะปูปิดหัวและท้าย

ความเห็นที่: 225 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 17 ส.ค. 2553 เวลา 15:01 น.

มีของสวยๆมาให้ชมอีกแล้ว ช่วยๆกันอนุรักษ์ไว้ ขอชื่นชมครับ 


ความเห็นที่: 235 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ส.ค. 2553 เวลา 14:06 น.
วิธีชำระสนิม ได้ครับ ส่วนวิธีพันเชือกนี่ไม่ถนัดเลยครับผมทำได้แบบธรรมดาทั่วๆไป กระดูกงู คงต้องหาตัวอย่างมาย้อนวิธีพันสายครับผม  เข้าด้ามเป็นกลุ่มแล้ว สวยมากๆครับ 

ความเห็นที่: 228 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 ส.ค. 2553 เวลา 11:23 น.
ครับผม ตามสบายเลยครับพี่ แต่เมื่อเสร็จแล้วต้องนำมาให้ชมบ้างนะครับผม 

ความเห็นที่: 1800 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 7 ม.ค. 2554 เวลา 21:57 น.
นิด ๆ หน่อย ๆ ครับคุณดาบประหาร ไม่ได้ทำซะทั้งหมด บางอย่างงานเงินอาจต้องซ่อมแซมบ้างเพื่อรักษาสภาพ แต่ทำมาแล้ว มันแตกต่างกันชัดเจนมากครับ ใช้วิธีนี้พอกล้อมแกล้มได้บ้างครับ 

ความเห็นที่: 234 ตอบโดย: chaiwatinov เมื่อ: 19 ส.ค. 2553 เวลา 14:49 น.
กระทู้นี้ มีแต่ของงามๆ 

ความเห็นที่: 2405 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 มิ.ย. 2554 เวลา 13:57 น.

ดาบลาวทรงใบข้าวเล่มนี้ เห็นปุ๊ปก็สะกดใจผมทันทีครับ ทรวดทรงและสัดส่วนของเค้างามมาก ใบและด้ามโค้งเข้ารุป สวยมากๆครับ

ได้มาจากคุณเล้ง ต้องขอขอบพระคุณ คุณเล้ง  มา ณ ที่นี้ มากๆครับ เพราะนับวันงานที่สวยในระดับนี้ พบเจอได้ยากเต็มทีแล้ว ต้องออกไปสืบเสาะ

หากันอย่างยากลำบาก และนับว่าผมโชคดีมาก ที่หลายๆท่าน มองผ่านไปครับ จึงได้มาดูแลรักษาต่อครับ  ขอถ่ายภาพลงให้ดูกันก่อนครับ

รายละเอียดและสัดส่วนจะมาตามลงให้ทีหลังครับ


ความเห็นที่: 1230 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 01:24 น.

เห็นคุณมิตรบอกว่าเคยได้ด้ามดาบเก่า  พอดีเจอรูปนี้เข้าน่าสนใจครับ เขาว่าเป็นงานนครศรีธรรมราชซึ่งได้รับ

อิทธิพลจากเปอร์เซีย  ถ้าคุณมิตรเจออีกช่วยเก็บไว้ให้บ้างนะครับ  ตอนสายๆจะส่งดาบไปครับ คมดาบควรอยู่

ในฝักครับ


ความเห็นที่: 1801 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 7 ม.ค. 2554 เวลา 22:37 น.
ขอให้เรื่องร้ายพัดผ่านไปด้วยดี พวกเรารออยู่ครับ 

ความเห็นที่: 2820 ตอบโดย: ออกญา1 เมื่อ: 6 ก.ค. 2554 เวลา 01:01 น.

 ท่านอาจาย์มีดาบงามมาให้ชมอีกแล้ว งามดีครับพอดีจะมาใคร่ขอความรู้หน่อยครับ ผมเคยได้ข้อมูลจากพ่อทัน ว่ามีดาบทรงกรุลำปาง ซึ่งท่านก็ยังตีมาให้เราได้พบเห็นกันจนปัจจุบัน โดยดาบก็เป็นทรงที่ท่านอาจารย์ว่าจัดเป็น"ดาบไทย"โดยกลุ่มคนเมือง อยากทราบว่าทรงกรุลำปางจะเป็นดาบทรงเก่าแก่กว่าดาบเมืองหรือไม่ครับ แล้วดาบทรงกรุลำปางมีประวัติมาอย่างไรครับ?

  พอจะมีตัวอย่างดาบเมืองที่เก่าแก่และมีประวัติให้ศึกษาบ้างไหมครับโดยส่วนตัวผมสังเกตุว่าดาบเมืองที่พบเห็นกันตามเวปหรือหนังสือสื่อต่างๆดูแล้วอายุไม่น่าจะเยอะ ที่พอจะอ้างอิงว่าเก่าแก่เกิน 150 ปีขึ้นไปก็จัดเป็นดาบสกุลกำแพงเพชร แถบ พิษณุโลก สุโขทัย ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ดาบเมืองเพราะมีขนบและเอกลักษณ์ชัดเจนเพียงแต่ถูกจัดตามภูมิภาคในสมัยปัจจุบันเท่านั้น พอสนใจผมเลยหาความรู้จนเกิดข้อสงสัย ใคร่ขอความรู้จากท่านอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ ส่วนใดผิดพลาดขออภัยด้วยครับ


ความเห็นที่: 251 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ส.ค. 2553 เวลา 10:06 น.

ครับผม ชอบเหมือนกันเลยครับ ย้อนนึกถึงเล่มนี้ครับ ดาบหัวมนสวยมากๆ แต่สังเกตที่หัวนะครับ ลักษณะเหมือนโดนตอกสกัดเอาเนื้อเหล็กออกไปเลย หรือไม่เช่นนั้น ถ้าคิดเลยเถิดไปแบบสุดโต่ง ช่างคงสร้างสรรค์ทรงใบแบบนี้ออกมาเพื่อประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งพวกเราเองก็เกิดไม่ทัน ที่จะได้รู้ว่า มีไว้เพื่ออะไรกันแน่  


ความเห็นที่: 808 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 5 พ.ย. 2553 เวลา 04:18 น.

ของผมเข้าคันหอกแล้วเสร็จ  ให้ช่างแกะลายเงินที่รัดคอ      คอหอกและกระจังทํามื่อไหร่ช่วยบอกกันด้วยนะครับ

คุณตั้มมีความรู้ทางศิลป์และเชิงข่างน่าจะทําแบบที่ช่างกลึงเข้าใจง่ายครับ   ลองเทียบราคาดูดรับระหว่างภูเก็ต

กับเชียงใหม่ 


ความเห็นที่: 1830 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 ม.ค. 2554 เวลา 19:57 น.
ไม่ได้เข้ามาหลายวันเลยครับ  ผมเคยไปเยี่ยมพ่อทัน 2 ครั้ง แต่ไม่มีโอกาสเห็นพ่อทันตีดาบเลยครับ จังหวะดีครับ

ความเห็นที่: 1768 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ธ.ค. 2553 เวลา 22:03 น.
ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ 2554 ขอให้ทุกท่านพร้อมครอบครัวมีความสุขความเจริญในหน้าที่การงาน สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ครับ ที่ผ่านมีหากมีการล่วงเกินทั้งโดยตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจขอขมาด้วยครับ

Photobucket

ความเห็นที่: 1769 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ธ.ค. 2553 เวลา 22:16 น.
ดาบพ่อทันผมดูตามแบบที่พ่อท่านทำไว้ครับ ส่วนสันดาบผมเคยเห็บดาบเก่าของสล่าอู๊ดครับ  เลยสั่งสันจั่วอกไก่ทั้ง 3 เล่มเลยครับ ตั้งใจไว้ว่าใบดาบทรงเจ้าจะทำแบบทรงญี่ปุ่นครับ ส่วนทรงยองจะทำแบบภาคกลางครับ (แต่ตอนนี้งบประมาณไม่มีครับ รอซักระยะหนึ่งครับ ) หน้าลูกไก่ยังไม่มีไอเดียครับ เก็บไว้ก่อน  ส่วนทวนใบข้าวกับหัวบัวคอลูกแก้วต้องใช้เวลาครับ ต้องหาไม้ให้ได้พอเหมาะ ไหนจะต้องดัด และรอให้แห้งดีก่อน คงอีกนานครับ ค่อย ๆ ทำ เป็นกิจกรรมยามว่างครับ แต่ถ้าเสร็จเมื่อไรไม่ลืมลงภาพให้ชมแน่นอนครับ 

ความเห็นที่: 1770 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ธ.ค. 2553 เวลา 22:18 น.
ครับคุณศร ตอนนี้ผมก็ยังจินตนาการอยู่ครับ ตราบใดที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ รูปแบบเปลี่ยนแปลงได้ครับ ไม่ตายตัว หากมีอะไรดี ๆ แนะนำด้วยครับ

ความเห็นที่: 1163 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 23:17 น.
ในวีดีโอมีแต่พี่ยิ่งกับพี่แหลมครับ ท้ายๆมีคุณป๊อบแล้วก็น้องอีกคนจำไม่ได้ครับ
พี่แหลมเป็นศิษย์รุ่นน้องของครูแปรง พี่ยิ่งเป็นลูกศิษย์ครับ
พี่ยิ่งอยู่ทางเชียงใหม่คนเดียวครับ นอกนั้นอยู่ กทม.
อยากพบครูแปรงตัวจริงเลยมั๊ยครับคุณตั้ม 
ที่สุโขสปาภูเก็ต มีลูกศิษย์ครูแปรงช่วยสอนอยู่ครับ
วิชาดาบที่ครูใช้ คือ เจ้าราม เป็นเพราะว่าที่ ม.ราม มีศิษย์ที่รู้วิชาดาบจากหลายสาย
มารวมกันครับ เลยกลายเป็นเจ้าราม ในเจ้ารามมีวิชาดาบหลายสายอยู่
เช่น ดาบพุทไธสวรรค์, ดาบผดุงสิทธิ์, ดาบพละ, ดาบพรานนก, ดาบอาทมาต,
ดาบอาทมาต เท้าช้าง ปัตตานี, มีดสั้น, และครูยังได้พบกับครูดาบอีกหลายสาย
และได้ศึกษาต่อมา คือดาบสะบัดชัย, ดาบสายกรมหลวงชุมพร,
ดาบบ้านไชว อยุธยา, ดาบสายอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา,
ดาบและมวยในสายปรมาจารย์กิมเส็ง
ท่าดาบที่ครูแสดงพบเห็นบิดบัวบานอยู่ในนั้นด้วยเพราะฉะนั้นต้องมีสายเหนือด้วย
ทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าไม่ได้ท่าเท้าช่วย คงใช้ดาบแบบสับสนแน่ครับ

ที่เห็นครู แสดงได้ลื่นไหล เป็นเพราะสามขุมมวยไชยาและสืบเท้าจากทวีสิทธิ์ครับ
มวยแลศาสตราเสมอในจิตประสานรวมเป็นหนึ่งเดียวจากเคี่ยวกรำฝึกครับ

อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้โฆษณาให้ แต่ใจอยากอธิบายรวมๆในวีดีโอน่ะครับ
เลยต้องเกริ่นที่มาด้วย ขออภัยหากผิดพลาดในการเจรจาครับ

ความเห็นที่: 2019 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 2 มี.ค. 2554 เวลา 10:30 น.
เนื้อใบดาบมีลวดลายบ้างความเก่าถึงยุคต้นรัตนะหรือเปล่าช่วยแนะนำด้วยครับ ได้มายังไม่ได้ล้าง อยากให้เพื่อนช่วยวิจารย์ ดีไม่ดีอย่างไรเต็มที่เลยครับ เพราะดาบลักษณะนี้ผมมีข้อมูลน้อยมาก / ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 304 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 19:44 น.
หอกปีกไก่ด้ามบ้องครับ

ความเห็นที่: 1190 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 09:31 น.

อ่ะแห่มๆๆๆหมอ ยาจอมจุ้จ้านประจำบอร์ดปรากฏตัวเมื่อมีคนพูดถึงสมุนไพร
@พี่ตั้ม ทีแรกเนี่ย ดูในเฟสบุค ลืมดูอายุ ชะอุ๊ย หน้าตาเราแก่ล้ำชาวบ้านไปหลายขุมเลยนะเนี่ย พี่ตั้มยังดูหน้าอ่อนกว่าผมตั้งเยอะ เรื่องดาบพม่านั่นหน่ะกระซืบนิดนึงว่า แบบนั้นหน่ะคร่ำเงินนะครับ เหลือช่างที่ทำเพียงที่เดียวคือ เมืองกึ๋ง รัฐฉาน ประเทศพม่าที่เดียวครับ เราจะเห็นน้าพริกหอมเอาสินค้าจากเชียงตุงมาขายบ่อย ก็กลุ่มช่างกลุ่มนี้แหละครับ ดาบนำพี้ราคาเรือนหมื่นที่ขายในบอร์ด ก็อาศัยโครงสร้างจาะดาบของช่างกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องน้ำมันจันทน์ ตอนนี้ต้องจากเชียงตุงสถานเดียวครับ เพราะเขารับมาจากรัฐคะฉิ่น และรัฐอารากันในพม่าเหมือนกัน แต่แหล่งซื้อขายใหญ่อยู่ในเชียงตุงครับ ลักษณะของน้ำมันจันทน์ที่ดีต้องใส เหนียว ไม่เหลว ลองแกว่งดูก็ได้ครับ จะไม่ไปตามแรงแกว่ง ที่ขายตามชายแดนไม่ว่า แม่สาย ตาก เมืองกาญจน์ หรือด่านสิงขร ล้วนแล้วแต่เจือจางกับตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะ ผมพยามหาข้อมูลอยู่แต่ยากหน่อย มันเป็นสูตรโบราณ คล้ายน้ำมันของปัตตานีหน่ะครับ ใครสนใจสอบถามได้นะครับ หลังจากกลับจากปัตตานีรอบนี้ก็ได้พักหน่อยนึง ขวดใหญ่ว่าปลายก้อยนิดนึง(๒*๓ ซม.หมายถึงนิ้วผมนะ) ก็ปาเข้าไปเกือบสามร้อยแล้ว แต่ชาวพม่าท่ทาน้ำมันจันทน์ให้สันนิษฐานได้เลยว่า ยัยนี่ไฮโซ แต่ไม่ใช่น้ำมันจันทร์อย่างเดียวนะครับ ต้องผสมน้ำมันหอมอย่างอื่นอีก ซึ่งจะรักษาสภาพดาบและศาสตราวุธไว้ได้อย่างดี.....


@คุรทะลวงฟัน ผมก็เหมือนกันนั่นแหละครับ ไม่ได้บาดเจ็บ แต่หุ่นไม่ให้ เลยเลือกเรียนศาสตราวุธดีกว่า อย่างน้อยเมื่อศาสตราวุธยังอยู่เขา จะดามหาเจ้าของเอง เมื่อมีเจ้าของและศาสตราวุธ วิชาก็จะไม่ตายครับ เอาไว้จบป.โท นี่ก่อน คงได้ประดิษฐ์อะไรสวยๆโชว์ในบอร์ด บ้างหล่ะ ส่วนเรื่องหัวเข่านี่ถ้าอยู่ใกล้ๆจะเอายาไปให้แล้ว งั้นผมแนะนำว่าเอาใบพลับพลึงลนไฟแล้วประคบดูนะครับ จะทำให้พื้นตัวเร็วขึ้น แต่ต้องตบๆพอแตกก่อนนะครับ แล้วลนไฟพออุ่น เดี๋ยวดีเองครับ


@พี่เหม ผมว่าภาคเหนือก็มีนะครับ ทั้งฟ้อนเจิง ตะม่ะผาบ รำดาบสิบสองเล่ม ทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อันนี้น่าส่งเสริมนะครับ เดี๋ยวผมจะเอาคลิปลงให้ดูอีกซักรอบแล้วกัน ฟ้อนดาบไทใหญ่ครับ


ความเห็นที่: 1229 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 01:01 น.

ดีเลยครับคุณตั้มผมไม่ได้ไปมาสักห้า หกปีแล้วครับ คุณตั้มเองก็มีความรู้หลายแขนง ผมเองก็ได้เรียนรู้จากเวปนื้

ละครับ ทุกๆท่านเป็นกันเองดี เดียวนี้รู้สึกว่าเวปนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวันไปแล้ว  ภูเก็ตก็อยากไปครับ

หาโอกาสไปไหว้องค์พระผุดต้วยครับ  ภริยาเคยไปขออะไรท่านไว้แต่เธอหมดโอกาสไปแก้บนเสียแล้ว ผมว่าจะไป

ทําแทนเธอ  เสียดายที่ค่าครองชีพสูงไปหน่อยครับแต่ถ้าพักในเมืองก็ลดค่าใช้จ่ายได้พอควร  เชียงใหม่ค่าโรงแรม

ถูกกว่ามากครับ


ความเห็นที่: 253 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ส.ค. 2553 เวลา 12:57 น.
ถ้าน้าเหมให้พ่อสล่าตี ผมจะติดตามรอชมดาบเล่มนี้ ฝีมือพ่อสล่าทันครับ  เล่มนี้คอเป็นงานเงิน 8 เหลี่ยม แต่ด้ามเป็นทรงกลมครับผม

ความเห็นที่: 305 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 19:46 น.
ด้ามน่าจะเป็นไม้ตาล มีเสี้ยนเป็นเส้น ๆ 

ความเห็นที่: 260 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 ก.ย. 2553 เวลา 00:32 น.
ดาบหัวมน สวยมากครับ เป็นอีกแบบที่สวยมากๆ  ลายกระดูกงูทำยากมั้ยครับ ผมว่าจะลองๆ แต่ดูไปดูมาไม่กล้าแกะย้อนของที่มีอยู่ เลยล้มเลิกความอยากจะลองไปเสียดื้อๆ กลัวทำคืนไม่ได้  ดาบหัวมนเล่มนั้นที่พี่เหมราชจะจำลองขึ้นมาใหม่ อาจต้องลงแรงมากหน่อย กว่าจะจบงานได้  แต่เมื่องานออกมาแล้วเสร็จสมบูรณ์ เราจะรักและเห็นคุณค่าเค้ามากเลยละครับ

ความเห็นที่: 2501 ตอบโดย: warrrior เมื่อ: 15 มิ.ย. 2554 เวลา 11:31 น.
ครับ  ถ้ามีวาสนา คงได้ครอบครองไว้ชื่นชมซักอัน คงต้องศึกษาให้ละเอียดกว่านี้เพราะเพิ่งสนใจศาตราวุธเหล่านี้ครับเพราะเวลาจับแล้วเหมือนตัวเองได้ใช้งานมันปกป้องบ้านเมืองเมื่ออดีตชาติครับ

ความเห็นที่: 1865 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 19 ม.ค. 2554 เวลา 16:06 น.

สมาชิกท่านใดมีภาพ ทวนและหอกแบบชัดๆ เอาแบบมีด้ามและเห็นใบด้วยนะครับ กรุณาลงให้ชมด้วยครับ

ผมมีแต่ใบ ไม่มีแบบมีด้ามเลย


ความเห็นที่: 1636 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 15 ธ.ค. 2553 เวลา 09:38 น.

วันเสาร์นี้ใครมีโอกาสได้ไปงานนี้บ้างครับ แล้วเจอกันที่งานนะครับ / ธงชาติ 089-1202659


ความเห็นที่: 3769 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 7 ม.ค. 2555 เวลา 10:54 น.
 งามอย่างมีคุณค่าทุกชิ้นครับ 

ความเห็นที่: 294 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:30 น.

ความเห็นที่: 737 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:30 น.
สังเกตลายที่ด้ามด้านบน และสันมีด ที่ก้นด้ามลักษณะเป็นรูปหน้าสิงห์แบบเดียวกับโลห์

ความเห็นที่: 736 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:25 น.
อีกรูปครับ

ความเห็นที่: 735 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:24 น.

ดาบสกุลช่างลาว ลูบเงินที่ฝักและด้ามลูบที่ด้ามเดิม ฝักน่าจะหลูบใหม่ครับ

ส่วนอีกเล่มน่าจะเป็นดาบไทยหัวตัดด้ามทำใหม่ฝักไม่มีครับ


ความเห็นที่: 734 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:22 น.

ถ้าทำด้ามทำฝักแล้วใช้ได้ครับ  แถมใช้ได้ดีอีกด้วยครับ 

สมดุลย์ของดาบจะตกอยู่ช่วงกลางของดาบ  (วัดจากปลายด้ามถึงปลายใบดาบ)

การชุบแข็งดี   ดูได้จากแนวคมชุบของดาบที่ไม่ได้ขัดขาวหลังจากชุบแล้วครับ  คมชุบแข็งขึ้นเป็นแนวตลอดทั้งใบดาบ  

ผมมีแบบไม่ได้ขัดขาวอยู่  3 ใบครับ เป็นใบดาบ 2 ใบ กับใบหอก 1 ใบครับ

แนวคมชุบขึ้นสมำเสมอกันดีครับ  ถ้ามีงบว่าจะสั่งใบดาบมาเก็บไว้อีกแน่ ๆ ครับ 


ความเห็นที่: 267 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 ก.ย. 2553 เวลา 22:33 น.
หอกพื้นบ้านครับ

ความเห็นที่: 268 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 ก.ย. 2553 เวลา 22:34 น.
ด้ามเป็นไม้เนื้อเข็ง ลงรัก หรือ สีดำหรือเปล่าไม่แน่ใจ คอหอกเป็นทองเหลือง

ความเห็นที่: 269 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 ก.ย. 2553 เวลา 22:36 น.
ด้านท้ายหอกเป็นเสียม คาดว่าใช้ขุดหาของป่า เช่น หน่อไม้ รากไม้ หนู ตัวตุ่นครับ

ความเห็นที่: 1795 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 ม.ค. 2554 เวลา 20:32 น.

ใช่ครับคุณเหม เดิมฝักมีเครื่องประดับแต่โดนแกะถอดออกไปเป็นส่วนให้เกิดความขํารุดที่ปากและท้ายฝัก

ผมพยามช่อมเรื่อยๆให้คล้ายของเดิมๆมากที่สุด เป็นงานอดิเรกไปในตัว คงต้องหาเวลาเข้าไปซื้อรักแถว

เสาชิงข้าชักหน่อยครับ ว่าจะลงรักที่เชือกถักด้ามด้วยครับเพื่อรักษาและยืดอายุไปอีกนาน

ขอบคุณข้อมูลจากคุณดาบประหารด้วยครับ ตรงกับท่านเจ้าของเดิมให้ตํานานไว้ เล่มนี้ไปได้จากทางใต้

ไปไกลทีเดียว แต่มีเหตุปัจจัยที่ทําให้ดาบสกุลช่างกําแพงเพชรนี้พบมากตั้งแต่เพรชบุรีลงไปด้วย


ความเห็นที่: 1260 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 17:46 น.

สวยครับยินดีด้วยจริงๆช่วยรักษ์ดาบไทยกันมากๆจะได้ไม่ต้องพลัดพรากไปแดนไกลครับ

น้องตั้มยินดีครับ ปลายปีไปขมของสวยงามกันครับ อ้อคุณศรศิลป์ด้วยครับ


ความเห็นที่: 1790 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 4 ม.ค. 2554 เวลา 09:22 น.

ช่วยกันบันทึกก็ดีครับ   มีเวปล้านนาหลายแห่งที่บันทึกตามพงศาวดารไว้อย่างดี

วัฒนธรรมล้านนาเข้มแข็งคนรักในบ้านเกิด

 

แต่มีส่วนที่ขอท้วงเรื่องเหตุผลดาบอยุธยาไปเหมือนดาบลาวนั้นอาจจะเป็นไปในยุคของดาบหลังจากที่เสียกรุง 

เหตุผลคือชาวลาวมาอยู่ที่บ้านอรัญญิกในสมัยปปลายกรุงธนบุรี  (แก้ไข)หลังจากที่เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(ต่อมาคือรัชกาลที่ 1)ยกไปตีเวียงจันทน์

ดาบของชาวลาวคล้ายทางกำแพงเพชร น่าน แพร่ แถวนั้นมากกว่ามั้ยครับ


ความเห็นที่: 703 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 22:03 น.
ขอบคุณครับ กำลังดีเลย เห็นเนื้อเหล็กสวยครับ รู้สึกมีเดินร่องเลือดเส้นเล็ก ๆ 

ความเห็นที่: 746 ตอบโดย: kul naimnim เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 20:31 น.
มาเข้าเรียนครับ

ความเห็นที่: 271 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ก.ย. 2553 เวลา 16:31 น.
หอกเล่มล่าสุดของพี่เหม ทรงเค้าคล้ายคลึงกับงานหอกของทางใต้เลยครับ มีหัวมีท้าย สารพัดประโยชน์จริงๆ แต่ผมเชื่อว่า นอกจากจะใช้ แทงหน่อไม้แล้ว ใช้งัดใช้แซะ สิ่งกีดขวาง หรือถ้าโดนเข้าที่พุงก็น่าจะสร้างแผล ได้ไม่น้อยเลยครับผม 

ความเห็นที่: 934 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 10:28 น.
ปรุงเสียงามเลยครับพี่เหม  มีดแทงคอสัตว์เล่มนี้ ทรงดูเลียบๆเคียงๆ มีดซุย  มีอีซุย เลยครับ ถ้าปรุงดีๆ งามมากนะครับ ส่วนดาบเห็นแล้วน้ำลายไหลลล สวยมากครับ ค่อยๆปรุงเติมไปเรื่อยๆเน้อพี่เหม หหลายตังค์เลยละครับ ออิอิ

ความเห็นที่: 933 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 10:20 น.

เอาสายสะพายดาบของชาวพระนครมาให้ชมครับ รูปจากเวปคนรักมีดต้องขออนุญาติไว้นะที่นี้ด้วยครับ

เป็นแบบยัดไส้ด้วยผ้า ใครมีฝีมือทําออกมาจะขออุดหนุนครับ จะได้มีแบบหลากหลาย


ความเห็นที่: 1218 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:26 น.
ตอนนี้ชีวิตผม อิจฉาพี่เหมราชที่ซู๊ดดดดดเลยครับบบบ เดินออกมาจากคอนโดก็เจอมีด เจอดาบ เต็มไปหมด 

ความเห็นที่: 1193 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 09:43 น.

เขาไปดังถึงเมืองนอกเลยนะ

ความเห็นที่: 1192 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 09:38 น.

ความเห็นที่: 2526 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 19 มิ.ย. 2554 เวลา 05:09 น.

(มีดลวะ จากแม่แจ่ม)
หวังว่า tamusung คงชอบนะ

ทิพย์ธรรม อันอำรุง       มาปรุงปราชญ์ ให้เปรื่องศิลป์
เพลงดาบ อันอาบริน      เป็นเพลงพิณระรินสาย
คมคิด tamusung        ถะถ้อย ร้อยระบาย
โยงฟ้า ให้เฟือนฟาย       แล้วทอรักประจักษ์งาม


ความเห็นที่: 273 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 ก.ย. 2553 เวลา 16:09 น.
 ขอบคุณครับพี่เหม 

ความเห็นที่: 1829 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 14 ม.ค. 2554 เวลา 18:44 น.

สวยครับ สายสะพายดาบแบบยัดใส้ซะด้วยเดียวนี้หาคนทําไม่ได้เลยครับ ปล่อยไว้เดิมๆสวยดี คงไม่ต้องทํา

อะไร รักษาให้คงสภาพไว้เป็นอันพอ  ขอบคุณครับที่พานําชมเตาดาบของห้างฉัตร มีโอกาสคงต้องไปเยี่ยม

ชมบ้างตรับ


ความเห็นที่: 2525 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 19 มิ.ย. 2554 เวลา 04:55 น.

(มีดชาวปาเกอญอจาก อมก๋อย)
น้อมรับไมตรีจิตของ dhama ด้วยโคลง บทนี้ครับ

dhama ดาวเด่นแต้ม                  เติมสรวง  พ่อเอย
ฉายส่องเสกรักปวง                      ปกหล้า
อวลอุ่นเอิบอิ่มยวง                        ยิ้มหยาด 
ร่ายดาบลีลากล้า                          ว่ายเวิ้งเวียงขวัญ


ความเห็นที่: 1144 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 21:12 น.

ยินดีต้อนรับคุณระวินครับ คิดว่าสมาชิกหลายท่านคงดีใจครับ ทีมีสมาชิกใหม่มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ มีนิด มีหน่อย รวม รวมกัน ครับ


ความเห็นที่: 1216 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 22:22 น.
ครับผม แน่นอนครับ ถ้าเวลาตรงกันได้จัดทริปเล็กๆแน่นอนครับผม 

ความเห็นที่: 1803 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 07:41 น.

คุณเหมลองเอามือลูบจับบ่อยๆตอนมีเหงื่อออกยิ่งดีครับ คนโบราณว่าถ้าใครเหงื่อเค็มยิ่งทําให้เงินดําเร็ว

ถ้าคนเหงื่อเปรี้ยวใส่เครื่องเงินแล้วสุกขาวสวย สังเกตุดูใครใส่เครื่องเงินแล้วดําเร็วขอให้ช่วยจับๆถูๆให้

หน่อยคงจะดีครับ แลดูเป็นธรรมขาติดีครับ


ความเห็นที่: 3120 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 20 ส.ค. 2554 เวลา 00:18 น.
ขออภัยครับ พลาดไปได้ ..ส่งภาพให้ใหม่ครับ แต่พี่ส่งให้น้องตั้ม ทาง mail นะครับ หาวิธีอยู่ครับ ใช้กล้องจากมือถือถ่ายครับ ไฟล์ใหญ่มาก รบกวนช่วยจัดการต่อทีครับ .....

ความเห็นที่: 974 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 13:04 น.

วันี้ขอนำรูปของช่างรุ่นเก่าแห่งสุโขทัยมาลงให้ชมกันนะครับ 

รูปแบบอาจเป็นแบบที่ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปในรุ่นนั้นทำกัน.....แต่ว่า 

ลองพิจารณากันเอาเองดีกว่าครับ


ความเห็นที่: 1519 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 16:43 น.
ชอบคำพูดพี่ตั้มเนอะ "ทำแค่เล็กๆ น้อยๆ แค่หายอยากพอครับ" ได้ใจจริงๆ

ความเห็นที่: 292 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 18:27 น.
วนเชือกครั้งที่ 1ครับ

ความเห็นที่: 1130 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 13:17 น.

ไม่ทะเลาะหรอกครับน้ามิตร ผมคนรุ่นใหม่ไม่หาความเป็นหนึ่งครับว่าอะไรดีกว่าอะไรครับ
ถ้าผู้ใหญ่มัวแต่นั่งทะเลาะกันลูกหลานเราก็ไม่เหลืออะไรให้ศึกษาแหละครับ
ผมก็ใช่จะรู้จริง ก็ดูวีดีโอที่ยูทูบเปรียบเทียบเอา และก็เอาไปถามผู้รู้วิชาอีกทีน่ะครับ
ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมดาบต้องโค้ง มียาว มีสั้น มีคว่ำไว้ทำอะไร อะไรทำนองนี้น่ะครับ
ใบหอกสวย ใบง้าวแจ่มเลยครับ รอรับชมน้ามิตรบูรณะครับ





รูปพ่อทันชุดนี้เป็นแรงบันดาลใจของผมครับ
อาวุธไทยมันเป็นเสน่ห์ที่ช่างอาวุธสื่อสารกับผู้ใช้น่ะครับ มันเป็นความรักที่ถูกถ่ายทอดระหว่างคนสองคน
ประสานเป็นลักษณะอาวุธครับ บางครั้งอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นก็ต้องสังเกตุเจตนาของอาวุธครับ
จะได้รู้ว่าวิชาดาบย่านนั้นเป็นเช่นไรครับ ทุกอย่างมันประสานกันครับ ทักษะผู้ใช้ อารมณ์ผู้สร้าง
ช่างน่าสงสัยว่าเหตุอันใดผู้สร้างอาวุธจึงเข้าถึงทักษะของผู้ใช้ มันคือความรักความใส่ใจที่มีให้กันนั่นเองครับ


ขอบคุณพี่เหมราชครับ ผมเพิ่งเคยเห็นกูบอีกแบบก็คราวนี้ครับ เคยเห็นแต่แหลมๆ

ความเห็นที่: 825 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 22:48 น.

วันนี้ขออนุญาติเปลี่ยนแนวนิดนึงครับ พึ่งได้รับมีดเชียงตรังหรือเดือยไก่ซุ้มมีดตรัง จากน้องตั้ม ขออนุญาติโชว์หน่อยครับกำลังเห่อของใหม่.. ใบมีดตีจากเหล็กก้านวาวล์ ปัดเงาใสเป็นเนื้อกระจกครับ เล็กน่ารักมากครับ  ถ้าช้าไปอีกซักวันคงไม่มีโอกาสครอบครองแน่ ขอบคุณน้องตั้มมากครับ


ความเห็นที่: 281 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ก.ย. 2553 เวลา 11:48 น.
พี่เหมครับ ถ้าเรามีเงินใหม่ๆ แล้วอย่างทำให้เค้าดู เก่าๆ ดำๆ หมองๆ แบบนี้ พี่เหมพอมีวิธีทำมั้ยครับผม คาดว่าหลายๆท่านคงได้รับประโยชน์ไปด้วยแน่ๆครับ 

ความเห็นที่: 282 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 20 ก.ย. 2553 เวลา 13:20 น.
วิธีทำเงินเนื้อเงินแลดูเก่า เขาว่า (ออกตัวก่อนยังไม่เคยลอง) ให้ใช้ขี้ผึ้งเบอร์ 28 (ยาสำหรับทารักษาโรคผิวหนัง) ทาบริเวณเนื้อเงิน ทำเงินเงินดำและดูเก่าสวยงามไม่แพ้ของโบราณเลยครับ ใครลองทำดูแล้วอย่าลืมแจ้งผลด้วยนะครับ

ความเห็นที่: 283 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ก.ย. 2553 เวลา 15:03 น.
เดี๋ยวกลับไปค้น "ตำรางานเครื่องรัก" ตอนสมัยเรียนก่อนครับ นานมากแล้ว ถ้าบรรเลงเองจากหัวขมองอาจเพี้ยนได้

ความเห็นที่: 285 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ก.ย. 2553 เวลา 15:47 น.
วันนี้ไปร้านช่างทอง เลยลองสอบถามว่าจะทำให้เงินดูเก่าๆ ดำๆ แต่ยังคงความเงา ต้องทำยังไง? ช่างทองบอกว่า ให้ใช้ ไฮเตอร์ครับ ชุบผ้าแล้วเช็ดทิ้งไว้ รับรองดำเหมือนของเก่าเลยครับ ไม่กัดเนื้อแต่ทำปฎิกริยา กับผิวเงินเท่านั้นครับ 

ความเห็นที่: 286 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 21 ก.ย. 2553 เวลา 22:17 น.
ได้มาอีกสูตรหนึ่งแล้วครับ ความรู้อีกแล้วอย่าลืมใครลองแล้วบอกผลต่อด้วยนะครับ

ความเห็นที่: 1710 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ธ.ค. 2553 เวลา 22:46 น.
วัชระ มีตั้งแต่ 1 ถึง 9 แฉกเลยครับ อย่างตัวอย่างภาพลายเส้นที่ผมนำมาเกี่ยวกับ "วัชระ" ได้ประโยชน์ มากเลย ดังนั้น วัชระ, วชิระ 3 แฉก เรียกได้อีกว่า "ตรีศูล" เช่นกันครับ เรื่องชื่อนี่มากมาย อย่างชื่อของพระอินทร์ เจ้าของ วัชระเองนั้น ยังมีหลากหลายชื่อ อัมรินทร์ สักกะเทวราช มัฆวาน ฯลฯ  และตรี คฑา จักร สังข์  เคยได้ยินครูอาจารย์ท่่านว่า เกี่ยวกับ ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ อีกด้วยครับ 

ความเห็นที่: 1709 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 21 ธ.ค. 2553 เวลา 22:38 น.
อ้อยังมีแผนที่จารกรรม14ฟุต ของสายลับพม่าที่กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของกรุงธนบุรีสมัยนั้นด้วยครับ
อันนี้ตื่นตาตื่นใจสำหรับผมมากครับ องค์ประกอบในรูปนั้นมีหลายจุดที่มีความสำคัญทาง
ประวัติศาสตร์กรุงธนบุรีเลยครับ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์สุเนตร ที่นำความรู้มาเผยแพร่ครับ
ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่เป็นความรู้ครับ เช่น แฉง ของหอก รับอิทธิพลคติความคิดจากวัชรยาน
อย่างข้อตรงกลางของด้ามดาบรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกกรอยดาบ แหวนต่างๆเรียกประกันดาบ
คอดาบที่มีบัวสามชั้นสำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น ประมาณนี้ครับที่พอเล็คเช่อร์ทันครับ

ความเห็นที่: 1208 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 23:49 น.
วันนี้กลับมาดึกอีกแล้วครับ งานค่อนข้างยุ่งครับ ลืมเอากล้องถ่ายรูปมาด้วยครับ ว่าจะลงรูปดาบเมืองแพร่เขี่ยวเขาควายเผือกให้ชมครับ ได้มาค่อนข้างสมบูรณ์ครับ ได้มาพร้อมกับมีดหลูบเงินเล่มเล็ก ด้ามาก้นเลี้ยม สวยงามมากครับ พรุ่งนี้จะจัดไห้ชมครับ ภาพด้านบนเป็นมีดของชาวลั๊ะครับ (ไม่ใช่ของผมครับ ท่องเวป แล้วเจอครับ)  รูปทรงฝักปลายจะโค้งขึ้นครับ แตกต่างจากงานล้านนาสายอื่นครับ ซึ่งส่วนใหญ่ฝักจะตรงครับ สวยงามมากครับ ถ้ามีโอกาสอยากมีไว้ครอบครองเหมือนกันครับ

ความเห็นที่: 287 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 16:12 น.
ของคนเมืองเก่าครับ

ความเห็นที่: 288 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 ก.ย. 2553 เวลา 17:16 น.

สายสะพายดาบ สีน้ำเงิน สวยเข้มเชียวครับ สายเชือกเส้นใหญ่ การถักรัดดูแน่นหนามากครับ พี่เหมมีทั้งหมดกี่สีครับผม 


ความเห็นที่: 1802 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 ม.ค. 2554 เวลา 06:54 น.

สงสัยอยู่เหมือนกันครับว่าน้องตั้มหายไป นึกในใจว่าคงขึ้นมากรุงเทพ แอบมาชมอะไรสวยๆไม่บอกกันซะอีก

ทุกอย่างเหมือนลมพัดมาปะทะแล้วก็ต้องผ่านไปครับ  ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ สู้ครับ


ความเห็นที่: 1264 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 18:53 น.

ขอนําดาบที่อาจารย์บัญชาท่านได้ถอดแบบทําไว้มาเผยแพร่เพื่อเป็นแรงใจให้คุณมิตรทําขึ้นบ้าง

หลายคนแล้วครับ


ความเห็นที่: 317 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 19:30 น.
แก้ขัดตาไปพลาง ๆ ก่อนครับ 

ความเห็นที่: 320 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 21:51 น.
เชื่อว่า ดาบปลายเวียด ปลายว้าย มีส่วนต่างกันที่รายละเอียดนิดหน่อย 

ความเห็นที่: 321 ตอบโดย: nontan เมื่อ: 25 ก.ย. 2553 เวลา 22:59 น.
พันเชือกสวยมากเลยครับ

ความเห็นที่: 1201 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 12:27 น.
น้ำมันเครื่อง ถุงพลาสติก ดาบเปลือย พันอยู่ด้วยกัน อ่านแล้วหวาดเสียวคมครับคุณตั้ม 

ความเห็นที่: 322 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ก.ย. 2553 เวลา 13:43 น.
พี่เหมครับ.....เดี๋ยววันนี้จะกลับไปทดลองรัดเชือกสะพายดาบแบบพี่เหมบ้างแล้วละครับ

ความเห็นที่: 323 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 ก.ย. 2553 เวลา 23:56 น.
คุณ TAMUSUNG อย่าลืมส่งการบ้านด้วยครับ

ความเห็นที่: 324 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 ก.ย. 2553 เวลา 20:42 น.
ส่งการบ้านครับพี่เหม  วุ่นอยู่พักใหญ่แต่พอจับจุดได้ก็ไม่ยากมากครับ สมาชิกทดลองด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณพี่เหมราชมากๆ เลยครับ ม่ายงั้นผมก็รัดสายสะพายลายนี้ไม่ได้ซะที ขอบคุณครับ 

ความเห็นที่: 1313 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 18:58 น.

 นายทหารชั้นผู้ใหญ่ถ่ายไว้ขณะไปปราบกบฎเงี้ยวเมืองแพร่ พ.ศ.2445  แม้ปืนเป็นอาวุธหลักแต่ดาบไม่เคยห่างกาย

เห็นแล้วชอบมากครับ  ขอขอบคุณข้อมูลจากท่านเจ้าของภาพด้วยครับ


ความเห็นที่: 2818 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 5 ก.ค. 2554 เวลา 20:53 น.
ปลายเหลี้ยมใบข้าวหัวโหนก เคยสะพายไปงานแต่งานที่โรงแรมหรูในตัวเมือง  พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบเดินเข้ามาหา แล้วพูดว่า "ขอชมดาบหน่อยครับลุง"

ความเห็นที่: 2817 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 5 ก.ค. 2554 เวลา 20:48 น.
ถอดจากฝัก

ความเห็นที่: 2816 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 5 ก.ค. 2554 เวลา 20:46 น.

(ดาบเขี่ยวนาคอีกเล่มหนึ่ง)

ช่วงที่รอชื่นชมด้ามดาบอิ่มมนตราของคุณธงชาติอยู่นี้ ผู้เฒ่ามีเรื่องมาเล่าถ่วงเวลา...  ต้นปี พ.ศ.2552 เพื่อนรุ่นน้องท่านหนึ่ง มีดาบงามมากมานำเสนอ ในราคาที่ไม่กล้าสนอง แต่ก็อดใจไม่ไหว ที่สำคัญมีนากประดับอยู่ 4 แห่ง ดังภาพประกอบ หากแต่ที่สมบูรณ์มีเพียงส่วนด้ามที่ยังคาอยู่  ส่วนปลายฝักและปากฝัก เจ้าของเดิมถอดออกมาเตรียมชั่งขายเป็นกรัม  เป็นดาบแลว สะพายแอ่วเล่น  ทั้งเล่มยาวเพียง 26 นิ้ว สะพายออกงานได้ เพื่อให้ใช้สะดวกจึงทารักน้ำเกลี้ยงทับหวายอีกที กันหวายหลุด


ความเห็นที่: 326 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ก.ย. 2553 เวลา 10:20 น.
ว่าแต่พี่เหมจบปลายสายยังไงครับ สวยจัง 

ความเห็นที่: 1075 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 00:23 น.
ผมได้จากหลายทางครับ มากมายจำไม่ไหวเช่นกัน ทั้งจากช่างกริช ช่างมีด นักสะสมชั้นแนวหน้าสายต่างๆ ได้มาทั้งเหนือ ใต้ กลาง

ความเห็นที่: 1244 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 10:08 น.

ภาพขาวดำประกอบบทความด่านล่างครับ

ได้ประวัติคร่าวๆ ของมีดอุ่มน้อย เล่มน้อยจริงๆ ครับ  ลักษณะคล้ายๆ ที่ได้รับจากพี่เหมเลยละครับ แต่ผู้เขียนเข้าใจไปว่าเป็นด้ามงา ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นเขี้ยวสัตว์ครับ ไม่ว่าจะเขี้ยวเสือ เขี้ยวหมี หรือเขี้ยวหมูป่า อาจเป็นได้ทั้งหมดครับ

มีดอุ่ม โดย  จุลจันทร์ นันทมาลา ฉบับที่ 2495 ปีที่  48 ประจำวัน  อังคาร ที่  13 สิงหาคม  2545

มีดอุ่มน้อยด้ามงาเล่มนี้เดินทางไกลมาจากหัวเมืองสิบสองพันนา คำว่ามีดอุ่มตรงกับที่ไทยเราใช้ว่ามีดซุย แต่รูปร่างของมีดอุ่มจะเล็กกว่าหรือสั้นกว่าประโยชน์เพื่อการแทง ชักออกจากฝักได้รวดเร็ว เป็นมีดป้องกันตัวระยะประชิดของเจ้าหญิง เจ้านางและบรรดาลูกผู้ลากมากมีชาวไทลื้อทั้งหลาย

เคยเห็นหนุ่มน้อยชาวไทลื้อ ไทยองพกมีดอุ่มเหมือนกันในงานปอยหลวงที่เมืองยอง พวกเขาแต่งตัวตามแบบแผน ดูงามเหมาะสม พกมีดอุ่มเหน็บเอวดูเท่ เลยไม่แน่ใจว่ามีดอุ่มเป็นมีดที่ใช้เฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ใช้ได้ หากให้เดา ขอเดาว่าเป็นมีดผู้หญิงมาก่อน ต่อมาในรุ่นหลังๆ หนุ่มน้อยไทลื้อไทยองอาจเห็นว่าเท่ เลยเอาไปพกบ้าง

แต่มีดอุ่มน้อยด้ามงาเล่มนี้ไม่แน่ใจว่าแต่ดั้งเดิมจริงๆเป็นของชายหรือหญิง ที่ทำให้ไม่แน่ใจก็ตรงงานั่นแหละ "เชื่อกันว่างากับผู้หญิง ไม่ถูกกันผู้หญิงจะทำให้งาแตก" แต่หากเป็นมีดชายก็ดูกระจุ๋มกระจิ๋มไปหน่อย หรือว่าส่วนด้ามที่เป็นงาจะมาเติมเข้าไปตอนหลังก็ไม่รู้เหมือนกัน


ความเห็นที่: 329 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ก.ย. 2553 เวลา 23:39 น.


ออกตัวก่อนครับไม่ใช่ผู้รู้นะครับผม ^_^ แต่เคยได้ยินมาบ้างครับพี่เหม  ชื่อตามลักษณะเลยครับ คือ สามง่าม ตามข้อมูลจากหนังสือวิวัฒนาการแห่งศัตราวุธในกองทัพบกไทย เขียนไว้ว่า สามง่ามเป็นอาวุธ ใช้แทงและพุ่งมีปลายแหลม เป็น 3 แฉก เรียงอยู่ในแนวเดียวกันมีด้ามยาว แต่ที่ผมได้ข้อมูลอีกทางจากนักสะสมทาง 3 จังหวัดชายแดนที่ท่านมีเจ้าสามง่ามนี้อยู่  ท่านว่าเป็นอาวุธที่ซื้อมาจากชาวจีนที่มาตั้งรกรากที่กรือเซะ ปัตตานี  และอีกตัวอย่างหนึ่งคือ พี่อันที่จันทบุรีเล่าว่า ได้ 3 ง่ามมาจากลุงเชื้อสายจีนข้างๆบ้านอีกด้วย 

แต่.....อีกกรณีที่น่าสนใจมากคือ ผมเคยคุยกับน้ามิตร ซึ่งน้ามิตรเล่าให้ฟังว่า สามง่ามเป็นของที่ควาญช้างมีใช้ด้วยเช่นกันครับ ใช้ในการตักหญ้าให้ช้างด้วยครับ ^_^ และยังใช้ควบคุมช้างด้วย แค่ช้างเห็นก็คงต้องสยบ ให้กับผู้ดูแลแล้วละครับ อ้อ และยังใช้เป็นอาวุธแทงพุ่งจากบนหลังช้างในกองคาราวานได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ


ความเห็นที่: 1438 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 18:29 น.

ขออภัยจากใจจริงครับ ภาพด้านบนใหญ่มากครับ ผมต้องการให้เป็นความละเอียดของเส้นหวายไม่อยากย่อภาพครับ 

    วันนี้ไปทำธุระแถวบ้านถวายมาครับ สายตาสอดส่องใต้ยุ้งข้าวตามประสาคนหาของเก่า เห็นหอก 2 ด้ามครับ เป็นใบข้าว และ ปีกไก่ครับ แต่เจ้าของไม่ยอมขาย ลองสอบถามเรื่องดาบเขาแนะนำให้ไปหาอีกบ้านหนึ่งครับ ลุงแกใจดีมากครับ เอาดาบมาให้ชม ใบดาบเป็นใบคา แต่ฝักเป็นของรุ่นใหม่ ส่วนด้ามเป็นไม้ไผ่ครับ ลุงแกบอกว่าของเดิม ฝักมีงานเงินประกอบด้วย ส่วนด้ามหลูบเงินทั้งด้ามปลายด้ามเป็นหัวบัวด้วยครับ แต่ถอนด้ามและฝักขายไปนานแล้ว  เล่มนี้แกซื้อที่นาแถวบ้าน 120 บาท เจ้าของแถมดาบให้ด้วยครับ  น่าเสียดายจริง ๆ


ความเห็นที่: 1856 ตอบโดย: sudpipat เมื่อ: 18 ม.ค. 2554 เวลา 12:36 น.
รูปหอกของไทยไปเที่ยวเมืองนอกครับ.  เขาใช้อะไรขัด รักษาอย่างไรสภาพจึงดีสวยแบบนี้

ความเห็นที่: 1890 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 22 ม.ค. 2554 เวลา 18:30 น.

เล่มนี้หรือเปล่าครับที่ได้มาใหม่ ถ้าไม่ใช่กรุณาลงภาพเล่มนั้นให้ชมบ้างนะครับ

วันนี้ไปดูง้าวที่พี่โยเดียบอกมาแล้ว คงยังไม่ใช้เนื้อคู่กันเลยปล่อยไว้ก่อนครับ แต่ก็ฝากพี่เจ้าของร้านช่วยดูให้ดู

พอจะมีโอกาสได้ชมอาวุธสวยๆของพี่โยเดียบ้างไหมครับ จะได้ขอความรู้จากพี่ด้วย? / ยังไงก็ขอบคุณล่วงหน้านะครับ 


ความเห็นที่: 1213 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 14:02 น.

ขอบคุณครับคุณเหมอุตสาห์หาข้อมูลทางยามาฝาก  ผมนําดาบหลูบมาให้ชมกันครับ ก็ตัองขออนุญาตท่านเจ้าของ

ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับเป็นทรงใบที่ผมชื่นชอบมากครับ  คงจะให้สล่าทันตีให้อีกสักเล่มและให้ร้านวัวลายศิลป์หลูบให้

อยากขึ้นเชียงใหม่เองพาลูกๆไปพักผ่อนช่วงหนาวนี้ด้วยจะได้หาแบบไว้ให้ทางร้านด้วยครับ  ที่สําคัญจะได้พบเยี่ยมเยียน

คุณเหมด้วย เผื่อคุณเหมว่างจะได้ขอให้ช่วยพาขมดาบเมีองสวยๆครับ   อันที่จริงผมชอบดาบเก่าๆครับแต่เป็นหลูบ

จับไม่ลงครับจบยาก  ข่วงปลายปีงาน BANK คงหาเวลายาก น่าจะเป็นข่วงต้นปีครับคงจะได้ดาบเอาไปทําพอดี


ความเห็นที่: 330 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 1 ต.ค. 2553 เวลา 22:48 น.
สนใจง้าวจีนอีกแล้ว พอดีไปเห็นมาที่ร้านของเก่า

ความเห็นที่: 331 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ต.ค. 2553 เวลา 23:30 น.
พี่เหมถ่ายภาพมาบ้างมั้ยครับผม^_^   ภาพนี้เห็นแล้วชอบมากมาย 

ความเห็นที่: 332 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ต.ค. 2553 เวลา 23:50 น.
ดาบเล่มนี้น่าสนใจมากครับ ในสายงานเครื่องรัก สีแดง หรือ ชาด นั้นผู้ใช้รักทุกท่านจะทราบสืบต่อๆกันมาว่า จะสงวนไว้ใช้เฉพาะชนชั้นสูงๆ (หรือกรมกองเฉพาะ) เท่านั้นครับ เหมือนกันทั้งในขนบของทางเหนือและทางใต้ (กรุงเทพฯ)  ดาบเล่มนี้ลงชาดหลูบเงินและทองแดงเป็นส่วนประกอบไว้ น่าสนใจมากครับ
ของใครกัน?

ความเห็นที่: 333 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ต.ค. 2553 เวลา 23:51 น.
จากลักษณะองค์ประกอบโดยรวมแล้ว สวยมากครับ 

ความเห็นที่: 3145 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:33 น.

ตามคำขอ พี่เหมราช (ช่วงนี้ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย )

ภาพแรก ทำฝักเอง ก็พอดูได้ เพราะเครื่องมือมีไม่มาก


ความเห็นที่: 2384 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ค. 2554 เวลา 13:38 น.
ขนาดพอดีมือครับ 

ความเห็นที่: 334 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 07:08 น.
ดูดาบแล้วรู้ว่าเป็นของไทยล้านนาแน่นอน( เพราะส่วนใหญ่ จะเป็นดาบคะฉิ่นเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน) ดูจากภาพมีการบรรยายภาษาอังกฤษ คิดว่าปัจจุบันคงไม่ได้อยู่ในมือคนไทยแล้วเหมือนกัน เหลือไว้ให้คนไทยได้ชื่นชมบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะตั้งราคาไว้สูงไงครับ คนไทยถึงไม่มีปัญญาเหมือนฝรั่งเงินถุงเงินถัง

ความเห็นที่: 1214 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 14:22 น.

แบบนี้ก็สวยครับ เหมาะกับบุถุขนคนคนธรรมดาอย่างผมเหมีอนกันแฮะ  คุณเหมมีโอกาสพบของสวยๆบ่อยครับ

ยินดีด้วยครับ  วันนี้ที่เชียงใหม่และสุโขทัยคงได้ลอยกระทงกันสนุกครับ


ความเห็นที่: 338 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 16:39 น.
มีดจากแม่ฮ่องสอนสายไทยใหญ่ ไปเจอโดยบังเอิญ

ความเห็นที่: 341 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 16:47 น.

ความเห็นที่: 342 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 16:51 น.
อีกเล่มหนึ่ง ตราคุ้น ๆ สันหนา แต่ไล่ปลายบางเฉี่ยบ คดนิดหนึ่ง หุ้มเงินนิดหน่อย จำราคาไม่ได้แล้ว

ความเห็นที่: 343 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 16:54 น.

ความเห็นที่: 344 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 3 ต.ค. 2553 เวลา 16:55 น.
เล่มที่ 3 ราคาเบาหน่อย แต่ไม่ได้พกกะตังไปด้วย

ความเห็นที่: 640 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:17 น.
ชัดเจนด้วยชื่อเลยครับ หอกอย่างพระขรรค์จริงๆด้วยครับ 2   เล่มที่พี่เหมพามา งานโกเนี๊ยวครับผม เห็นตัวรัดทองเหลืองจำได้เลยครับ 

ความเห็นที่: 349 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 4 ต.ค. 2553 เวลา 17:42 น.
บ้านเมืองเรายังมีพระแสงดาบองค์สำคัญๆ ไว้ปกบ้านป้องเมืองนะครับ

ความเห็นที่: 357 ตอบโดย: kiattisak_crma เมื่อ: 4 ต.ค. 2553 เวลา 20:26 น.
งามมากครับ เล่มนี้

ความเห็นที่: 358 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 4 ต.ค. 2553 เวลา 20:39 น.
สันดาบ ลำปางเขี่ยวเงิน ปลายบางของน้องตั้มครับ

ความเห็นที่: 1120 ตอบโดย: นายระริน เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 09:29 น.

พี่สุมิตร เป็นผู้ที่น่านับเป็นแบบอย่างที่ดี ในวงการครับเพียงชื่อพี่ท่านไม่ถูกกล่าวให้ได้ยินในบางช่วงเท่านั้น

ต้องขออนุญาติ เข้ามาร่วมชมและฟังกับ วง ดาบ เเห่งนี้ด้วยครับ

ความรู้เพียงน้อยนิด มิอาจคิดตอบ

แต่ชอบฟังครับ...........

 

ขอแสดงความนับถือในตัวตนของทุกท่านที่ชอบศาตร์แห่งอาวุธ ครับ

 


ความเห็นที่: 4226 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 มิ.ย. 2555 เวลา 13:34 น.
ขอบคุณครับพี่เหม ขอบคุณครับครูโอ 

ความเห็นที่: 360 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 ต.ค. 2553 เวลา 14:36 น.
ขอฝากให้น้ามิตรชมหน่่อยครับ รูปลักษณ์ของมีดเล่่มนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นงานแถบถิ่นดินแดนสุโขทัยรึปล่าว.......สวยมากๆเลยครับ 

ความเห็นที่: 582 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:22 น.
เล่มนี้สนิมไม้ครับ หนึ่งในใจเช่นกันครับ

ความเห็นที่: 580 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:10 น.

เล่มนี้ของร้านศิลาแอนติคครับ สวยมากครับ ใบ60cm. โดยรวม102cm. ขออนุญาตแจมครับ เคยโทรสอบถามได้ความว่าเจ้าของรักมากเลยครับ นี่แหละเสน่ห์อาวุธไทยครับ......




ความเห็นที่: 1145 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 21:22 น.
ได้น้องตั้มนั้นแหละแนะนำครับ เรื่องไฮเตอร์  ถ้าพี่มัวแต่ใช้ขี้ผึ้งเบอร์ 28 คงหายคันพอดี 

ความเห็นที่: 364 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 7 ต.ค. 2553 เวลา 23:30 น.
สะสมพอให้มีความสุขเล็กๆนะครับพี่เหม  แต่พรายกระซิบว่าพี่เหมมีของเด็ด ด้ามจากวัสดุธรรมชาติเลี่ยมเงินอะไรเงินๆทองๆ นี่ทำให้ตาลุกคับ น้องๆ ขอชมบ้างนะครับพี่เหม 

ความเห็นที่: 1436 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 18:14 น.
เล่มนี้เขี่ยวเป็นทองเหลือง แต่งานหวายละเอียดมากครับ เพราะฉนั้นไม่มีรูปแบบตายตัวครับ ต้องดูโดยรวม

ความเห็นที่: 1247 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 19:08 น.
เห็นรูปนี้แล้วอยากชวนพี่ ๆ มาทำงานย้อนยุคแบบนี้เก็บไว้ดูกันบ้าง  น่าจะดีไม่น้อยครับ 
หายไปหลายวันเลยครับติดงานลอยกระทง 3 วันเต็มๆ เลยครับเหนื่อยมากๆๆ

ความเห็นที่: 1155 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 12:16 น.
อยากทราบเรื่องดาบชะตาครับหมายถึงอะไรและเราสามารถสร้างขึ้นมาได้ไหม๊ครับ
นานๆมาทีแต่ติดตามอ่านทุกวัน

ความเห็นที่: 2029 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 มี.ค. 2554 เวลา 10:53 น.
ย้อนกลับไปดู หอกของน้าเม่นใบนี้ ลูกหมากสวยมากครับ ไม่ทราบว่าเป็นชิ้นเดียวกันทั้งเล่มหรือเป็นคนละชิ้นกันกับใบหอกครับผม
ถ้าเป็นชิ้นเดียวกันละสุดๆ เลยครับ

ความเห็นที่: 1642 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 15 ธ.ค. 2553 เวลา 20:36 น.

สวยงามมากเลยครับ  ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่ามีร่องรอย ของลายอยู่นะครับ  

ให้คูณตั้มดูและถอดลายดูซิครับน่าจะกระจ่างว่าเป็นลายอะไร ( ที่หมุดเหล็ก)  


ความเห็นที่: 3638 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 17 ธ.ค. 2554 เวลา 09:13 น.

ถ้าคุณตั้มว่า ดาบเล่มนี้มีคุณค่าดังนั้น เพื่อนๆพี่ๆ ช่วยกันพิจารณาหน่อยครับว่า คือสกุลช่างใด ที่สำคัญอยากทำด้ามใหม่ด้วย

แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบใด (ดาบยังอยู่กับผมครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง) 

*** เพื่อนๆท่านใดอยากชมดาบเล่มนี้ บอกได้นะครับ


ความเห็นที่: 3637 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 17 ธ.ค. 2554 เวลา 08:59 น.

สวัสดีครับกลับบ้านได้เสียที

น้ำท่วมว่าหนักแล้ว หลังน้ำท่วมหนักยิ่งกว่า กลับมาได้ 1 อาทิตย์ ของในบ้านยังรกไปหมดเลย ทำไปเรื่อยๆ


ความเห็นที่: 3572 ตอบโดย: ต้าวโอริท เมื่อ: 10 ธ.ค. 2554 เวลา 02:43 น.
ดาบมิตรไมตรี และ เพื่อนของเขา(ที่รอชุดด้ามแบบดุน)
  ถ้าไม่มีท่านๆในเรื่องคงไม่เสร็จดังประสงค์ กว่าจะจบ ต้องไปหลายที่มีเรื่องราวอย่างไม่น่าเชื่อ
และในการสร้างมีแต่ความรู้สึกดีๆ จริงๆ ทำให้ได้รู้จักคน มีแต่ความสุข ถ้านึกย้อนหลังไป
 มันมี คุณค่า มากกว่า มูลค่า เสียอีก และผมอยากให้มันมีคุณค่า  สร้างมิตรไมตรีต่อไป
  ดาบสองใบนี้ จะได้อยู่ตรงไหนคงไม่สำคัญ แต่ขอสร้างคุณค่า ได้ ต่อไปก็เพียงพอแล้ว

ความเห็นที่: 370 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 ต.ค. 2553 เวลา 13:28 น.
มาแล้วแบบเต็มรูปแบบ

ความเห็นที่: 375 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 ต.ค. 2553 เวลา 13:45 น.
ทรงใบ น้องตั้มชมว่าสวยงาม

ความเห็นที่: 377 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 ต.ค. 2553 เวลา 14:14 น.
สวยมากครับ งานเงินสวย ทรงใบข้าว พอเป็นมีดน้อยแล้วสวยมากครับพี่เหม   ดาบที่ผมสะสมมีทั้งใหม่ทั้งเก่า สมบูรณ์บ้าง ชำรุดบ้าง ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ปนๆกันไปครับ ชมเล่มนี้ไปพลางๆ ก่อนครับ ดาบพ่อสล่าทรงใบข้าวเล็ก ตีจากเหล็กตลับลูกปืน ผมชอบวิธีมัดสายสะพายมากครับ เรียบง่ายสวยลงตัว 

ความเห็นที่: 378 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 ต.ค. 2553 เวลา 14:22 น.

เขี่ยวหัวท้ายเป็นงานทองเหลืองครับ เป็นดาบคู่แรกที่ทำให้ผมรู้ว่า ในเมืองไทยยังมีช่างทำดาบเมืองที่เก่งๆอยู่ จากนั้นก็เริ่มต้นเสาะหา หาทางติดต่อพ่อสล่าเลยครับ

อยากให้เป็นที่รู้จักครับ งานดาบเมืองจะได้ฟื้นขึ้นมาเพื่อที่จะให้หมู่ชนทั่วไปไม่ลืมว่า บ้านเมืองเราเป็นบ้านเป็นเมืองมาได้ก็ด้วยคมหอกคมดาบเหล่านี้นี่ละครับ

วที่บ้านของท่านมีดาบไทยบ้างหรือปล่าว หรือว่ามีแต่ดาบญี่ปุ่น? ดาบฝรั่ง? T_T


ความเห็นที่: 1194 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 09:48 น.

สาวๆจากปักษ์ใต้ครับ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงก็ทำอะไรได้หลายๆอย่างแล้ว

ความเห็นที่: 544 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 13:02 น.
สายสีแดงคับน้าเหมดำแดงขึ้นสุดๆคับ

ความเห็นที่: 781 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:31 น.

เจิงลื้อของพ่อหนานบุญมา ขันธวงค์   ขอขอบคุณข้อมูลจาก คีตะการล้านนาครับ


ความเห็นที่: 1133 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 15:02 น.
คุณโยเดียครับ สร้างขึ้นมาดูๆแล้วคล้ายๆพระมาลาเบี่ยงเลยครับ 

ความเห็นที่: 3152 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 13:22 น.
อย่าลืมตรวจสอบใบดาบว่าเข้ากับด้ามแน่นมั๊ย ไหนๆก็ทำแล้วจัดไปให้สมบูรณ์ครับ 

ความเห็นที่: 1625 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 ธ.ค. 2553 เวลา 15:44 น.
ภาพจากในเนทครับ จำไม่ได้ว่าจากที่ไหน ขออนุญาตินำมาเผยแพร่ต่อนะครับผม ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 1203 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 14:07 น.
แหม....พี่ศรก็ ผมก็แบบๆนั้นแหละ บางครั้งการเฝ้าพิพิธภัณฑ์เนี่ยต้องถามว่าเฝ้าแบบยามหรือเฝ้าแบบไหน เพราะงานที่ผมทำอยู๋ก็ไม่ต่างจากเฝ้าเท่าไหร่หรอกครับ ส่วนใหญ่เป็ฯงาน อรรถศาสตร์ชาติพันธุ์หน่ะครับ อธิบายที่ไปที่มาขอวัฒนธรรม เชื่อมโยงสู่ความเป็ฯจริงที่มีอยู่ หนักทางด้านชีวิตวัฒนธรรมครับ พวกศาสตราวุธเป็นส่วนประกอบของงานผม แต่ไม่มีก็ไม่ได้ งานมันจะจืดหน่ะครับ

ความเห็นที่: 545 ตอบโดย: Guest_แก้วแลว เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 13:24 น.

สวัดดีคับพี่ๆ...น้องใหม่รายงานตัวคับ....ยินดีที่ได้รู้จักนักดาบทุกท่าน

นานๆทีจะได้คุยเรื่องดาบกับผู้รู้(แบบนี้คุยกันยาวคับ อิ อิ)


ความเห็นที่: 1683 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 ธ.ค. 2553 เวลา 22:31 น.

ภาพส่วนยอดปรางค์และนภศูล ใต้ภาพอดีตพุทธเจ้า ส่วนนี้เป็นส่วนแสดงให้เห็นชัดเเจนว่าเป็นฝีมือช่างชาวไทย เพราะสถาปัตยกรรมแบบพระปรางค์นี้ ไม่มีปรากฎ

ในพม่า ประเทศหมื่นเจดีย์เป็นแน่ครับ 


ความเห็นที่: 1682 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 ธ.ค. 2553 เวลา 22:29 น.

อุโบสถหลังนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองสะกาย อันเป็นเมืองใหญ่คนละฝั่งแม่น้ำอิระวดีกับเมืองมัณฑเลย์ ชาวพื้นถิ่นเรียกโบสแห่งนี้ว่า" ยูน (ยวน) จองเตง

ตั้งอยู่ในเขต"กา นา ดอ ยับ,กอนนยินตองยวา อันมีความหมายว่า"หมู่บ้านคุก,เขตคุกหรือที่อยู่เชลย ภาพวาดนี้เป็นภาพบุษบกที่ประทับของพระพุทธเจ้าประดับส่วนฐาน

ด้วยลายกระจัง เทพพนม ครุฑ และสิงห์ ขนาบด้วยเครื่องสูง


ความเห็นที่: 384 ตอบโดย: Guest_มือเจิงล่องของ เมื่อ: 12 ต.ค. 2553 เวลา 16:41 น.

อยากได้ครับ  ไม่รู้จะติดต่อยังไง  เบอร์ติดต่อก็ไม่มี ช่วยหน่อยนะครับ

มือเจิงล่องของ   แห่งเมืองเชียงแสน


ความเห็นที่: 386 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 12 ต.ค. 2553 เวลา 19:10 น.

ถึงพี่ตั้มครับนี่เป็นรายชื่อมีดดาบคราวๆครับ ตามที่พ่อสล่าทันจำได้นะครับ ตามที่ได้คุยกันไว้กับพ่อสล่าทันนะครับ ว่าจะเอารายชื่อมีดดาบต่างๆมาให้ดูครับ

1.ดาบกรุลำปาง*** แยกออกมาคร่าวๆนะครับ - ปลายแหลมเอวแข็ง - ปลายแหลมเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวแข็ง

2.ดาบปลายบัว***แยกออกมามี - บัวตูม - บัวจี๋ - บัวป้าน - บัวหางเต่า - บัวหงอนไก่

3.ดาบปลายว้าย*** แยกออกมามี - ปลายว้ายหน้าเต็ม - ปลายว้ายหน้าแหลม (ปลายว้ายส่วนมากจะเอวอ่อน)

4.ดาบทรงยอง*** แยกออกมามี - ปลายแหลมหลังโหนก - ปลายอิ่มหลังโหนก (แต่ไม่เหมือนกันแล้วแต่ลูกค้าสั่ง โหนกใกล้ โหนกใกล)

5.ดาบปลายตัด***แยกออกมามี - ปลายตัดหน้าเว้า - ปลายตัดหน้านูน - ปลายตัดหน้าตรง (ทุกเล่มมีคมตรงปล่าย)

6.ดาบหน้าตั๊กแตนมี 2 อย่าง - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงสั้น - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงยาว

7.ดาบหัวมน***แยกออกมามี - ดาบหัวมนยาว - ดาบหัวมนสั้น

8.ดาบใบคา***แยกออกมามี - ดาบใบคาโหนกปลาย - ดาบใบคาไม่มีโหนกแต่ใบเล็ก (ใบคากับใบข้าเหมือนกัน ทรงเดียวกัน แต่ต่างกันที่ขนาด ใบข้าจะใหญ่กว่า ดาบใบคา เป็นมีดดาบที่ใบเล็กสุดในบรรดามีดดาบ)


ความเห็นที่: 390 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 13 ต.ค. 2553 เวลา 19:00 น.
เอา

ครับนี่เป็นลักษณะของดาบหน้าตั๊กแตน มีตัดเฉียงสั้น กับ ตัดเฉียงยาวครับ ดูไปปลายคล้ายกับซามูไร แต่ไม่ใช่ครับพอดีว่าผมลงรูปไม่ได้อะครับ ก็เลยเอามาเป็นเวปให้เข้าไปดูแทนครับ ขออภัยด้วยนะครับ เลือกเข้าดูได้ครับ เหมือนกันครับเอามากันไว้ก่อนครับ ^^

http://upload.siamza.com/showpic.php?id=1214891

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/131010/1214891.jpg

พอดีว่าไม่มีแบบตัวจริงนะครับ พ่อสล่าทันก็เลยตัดกระดาษให้ดูก่อนครับ เพราะว่าตอนนี้ก็ทำมีดดาบแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว ^^ แต่ตัวจริงถ้าทำออกมาจริงๆก็จะได้ปลายแบบนี้ครับ

ความเห็นที่: 2497 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 15 มิ.ย. 2554 เวลา 09:28 น.
สนั่นวงการเลยหรือครับ อยากเห็นจังครับพี่ 

ความเห็นที่: 388 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 13 ต.ค. 2553 เวลา 16:05 น.

ผมสนใจสายสะพายดาบครับ ไม่ทราบว่าจะติดต่ออย่างไรครับ ผมเองหลงไหลดาบและอาวุธโบราณและมี

สะสมสืบทอดบ้างครับ ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 1200 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 12:12 น.

ไม่ผิดดอกครับ ผมจำได้ตอนเด็กๆ ดาบของปู่ (ก๋ง) ที่บ้าน พ่อเอามาเช็ดด้วยน้ำมันเครื่อง เพนซอยด์ แล้วเอาถุงพลาสติกพันรัดไว้ เนื่องจากเป็นดาบเปลือยครับ

เดี๋ยวกลับบ้านเที่ยวนี้จะพามาอยู่ภูเก็ตด้วยแล้วครับ ทั้งตะพด และดาบ เลย อิอิอิ อ้อมีดาบลำปางด้วย ป่านนี้ผุหมดแล้วมั๊งครับอายุ 40 กว่าปีเอง เดี๋ยวเอามาดู

เอามาบูรณะกันครับ 


ความเห็นที่: 1198 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 12:03 น.
ตอบแบบฟันธงยากเหมือนกันครับ งานเงินที่คอ ลายของเค้าคล้ายว่า เป็นงานทางแถบล้านช้่างน่ะครับ แต่ด้ามเฉพาะส่วนไม้ดูใหม่กว่าใบมีด ความจริงไม้น่าจะออกสีเข้มมืดๆไปแล้วนี่นาาา ใบดาบมีดทรงแปลกๆ เหมือนสร้างไว้ใช้ในการแทง การเสียบโดยเฉพาะ  ใบมีร่องเลือด แถมตอกลาย  ตอบยากจริงๆ รู้อย่างเดียวคือสวยอีกแล้วครับ

ความเห็นที่: 463 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 08:30 น.

 เล่มนี้งามมาก ๆ เลยครับ อยากได้ๆๆๆๆ    ส่วนการถักด้ามด้วยเชือก  เอาไว้ว่าง ๆ จะลงให้ชมครับ

แต่ว่าคุณตั้มสั่งดาบหน้าลูกไก่จากพ่อทันหรือยังครับ  ผมสั่งไปแล้ว 1 หน่วย เห็นว่าอีก 5 วันคงเสร็จ   


ความเห็นที่: 452 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 15:52 น.


ดาบเล่มนี้สวยมากครับ ตอนนี้ลายเหล็กดำรึยังครับผม เล่มนี้สวยมากๆ ขอชมแบบเต็มๆ อีกครั้งได้มั้ยครับผม  

ความเห็นที่: 1197 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 10:51 น.
อีกรูปครับ ตะเข้ขบฟันที่ด้าม มีข้อโลหะที่ด้ามสามชิ้น

ความเห็นที่: 451 ตอบโดย: kiam2522 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 15:47 น.

ใช่ครับคุณต้ำ ไม่ค่อยได้โพส ไม่มีกล้องถ่ายรูปครับ ได้แต่ดูอย่างเดียว


ความเห็นที่: 433 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 ต.ค. 2553 เวลา 22:11 น.
สายสะพายดาบ เส้นใหญ่ สวยดีครับ เห็นทีต้องหาทางสั่งทำแล้วครับ

ความเห็นที่: 434 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 ต.ค. 2553 เวลา 22:28 น.
ดาบน้องตั้มสวยทุกเล่มเลย พี่ไม่มีของใหม่เลย เลยเอาของเก่าที่บูรณะแล้ว มาให้ชมกัน เล่มนี้เป็นเขี่ยวเงิน ซ่อมเงินส่วนท้ายด้ามแล้วครับ

ความเห็นที่: 436 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 ต.ค. 2553 เวลา 22:33 น.
โชว์ใบดาบนิดนึงครับ

ความเห็นที่: 439 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 10:13 น.
ขอขอบคุณตั้มคุณเหมที่ไต้ให้ความรู้หลายต้านครับ

ความเห็นที่: 440 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 10:44 น.

คุณตั้ม ดีชิครับที่หาช่างไม้ซ่อมแซมฝักดาบได้ แล้วทําใหม่เลยได้ไหมครับตือผมได้ดาบศิลปะพม่าจาก

ชาวบ้านที่สังขะ ไม่มีฝักครับอยากหาช่างทําครับ      เห็นพ่อทันตีใบดาบเหมือนดาบทหารหลวงสมัยอธยา

ผมชอบมากครับทางนี้เรียกหัวปลาหลด โอกาสหน้าคงต้องให้ท่านตีให้สักเล่ม ผมมีรูปที่ท่านเจ้าของนัก

สะสมกรุณาเผยแพร่ให้ชม


ความเห็นที่: 442 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 11:32 น.

 
งานรักตีลายอย่างที่แอบนึกไว้ในใจจริงๆ ด้วยครับ ลวดลายกระจัง เม็ดไข่ปลา บัวกลีบขนุน มาจากงานสายเดียวกับหัวโขนครับ เป็นรูปแบบกระจังใน ยุครัตนโกสินทร์ช่วงกลางๆถึงปัจจุบันครับ ช่างทำหุ่นหัวโขนจะถูกฝึกให้แกะหินสบู่เพื่อทำรักตีลายในรูปแบบนี้ ถ่ายทอดกันมาครับ ร่องรอยที่ด้ามผ่านการทารักมา และงานฝีมือชุดนี้เชื่อว่าเป็นของช่างภาคกลางครับ ขอบคุณครับภาพชัดมากเลย 

ความเห็นที่: 445 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 17:26 น.

ดาบเล่มนี้ครับได้จากสังขะบุรี  คุณตั้มครับพอช่วยแนะนําด้วยครับผมอยากหาช่างรับทําฝักดาบ

ขอบคุณมากตรับสําหรับข้อมูลดาบ  เยี่ยมจริงๆครับ


ความเห็นที่: 446 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 17:48 น.

ผมมีฝักดาบเก่าอยู่ ไม่มีใบดาบครับ ลองวัดขนาดหรือทาบลงกระดาษแข็งตัดส่งลงมาครับ ลองใส่ดูถ้าใส่ กันได้มอบให้เลยครับ หรือถ้าจะส่งดาบไปทำฝักใหม่ก็ลองค่อยๆ ถอดใบออกจากด้าม แล้วส่งไปเฉพาะใบดาบให้พ่อสล่าทัน ทำฝักให้ครับ


ความเห็นที่: 447 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 ต.ค. 2553 เวลา 20:03 น.

up loadรูปไม่ขึ้นไว้ถ่ายใหม่ครับ  ผมต้องลดความละเอียดลงอีก ต้องขอขอบคุณใน

ความมีน้ำใจของคุณตั้มไว้ที่นี้ครับ     วันนี้ได้คุยกับคุณเหมเล็กน้อย  ดีครับทื่มีคน

อนุร้กษ์งานดืๆของไทยเรา  ดืใจที่เป็นสมาชิกwebนื้ครับ


ความเห็นที่: 1211 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 13:05 น.
พี่เหมครับ น้ำมันงาถ้าไม่มองเรื่องของพิธีกรรม ถ้ามองเฉพาะสรรพคุณของยา มันมีเทคนิคในหารเคี่ยวครับ คือต้องใช้กระดูสัตว์ หลายชนิดในการเคี่ยว แล้วห้ามน้ำน้ำมันเคี่ยวโดยสัมผัสไฟโดยตรง แต่ให้ผ่านความร้อนจากไอน้ำแทน ความร้อนแบบระอุถึงเนื้อใน ตัวยาจะค่อยละลายออกมาผสมกับน้ำมัมครับ เทคนิคประเภทนี้มีแต่พวกหมอโบราณเท่านั้นที่รู้ ส่วนน้ำมันว่านตามงานวัดก็.......นะอย่าพูดเลย เดี๋ยวเขาตามาตื้บผม สำหรับกระดูกที่ใช้เนี่ย มักจะเป็น กระดูกความเผือก เขาเก้ง กระดูกเลียงผา โคนเขากวาง ไขข้อวัว(ในตำราเรียกว่า เปรียงพระโค) แล้วก็กระดูกงูชนิดต่างๆ ครับ

เคยอ่านเจอในตำราเล่นแร่แปรธาตุ แบบสมุดข่อยเหมือนกัน ใช้น้ำมันลักษณะดังกล่าว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกันไหม ตำราบอกเพียงว่าใช้ชุบเหล็ก ให้แข็งให้กล้าเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นว่าเกี่ยวกับด้านโลหะวิทยายังไง ผมเองก็ตอบไม่ถูกครับ

ความเห็นที่: 1931 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 ก.พ. 2554 เวลา 13:29 น.
หัวตะพดอีกซักมุมครับ แสงสวยพอดียิงไปอีกรูป 

ความเห็นที่: 1932 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 ก.พ. 2554 เวลา 13:33 น.

สุดท้ายแล้วครับ  แต่ก็เป็นส่วนที่สำคัญมากครับ ซ่นตะพดครับ เป็นงานทองแดงตีขึ้นรูปไว้รัดด้วยงานเงิน โดนซ่นตะพดกระทุ้งหรือค้ำเข้าที่

ท้องน้อยละก็ ได้จุกกันไปไม่น้อยเลยเชียว  ส่วนมากจะไม่ค่อยได้เห็นส่วนซ่นตะพดกัน อาจด้วยลืมถ่ายหรือถ่ายให้เห็นเฉพาะหัวตะพด  งานสมัยนี้

จากที่เคยลองซื้อมา ตะพดของใหม่ๆ หัวเป็นงานทองเหลืองกลึงเอา เห็นเค้าใช้กำมะหยี่รองที่ซ่นรัดด้วยทองเหลืองซะอย่างนั้น เลยคิดว่าน่าจะนำ

ภาพมาลงเอาไว้ครับ เผื่อใครนึกอยากสร้างตะพด จะได้มีรูปแบบไปประยุกต์ดัดแปลงได้ครับ 


ความเห็นที่: 897 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 08:31 น.
ดาบของชมรมคนรักดาบ

ความเห็นที่: 771 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 11:56 น.

เห็นพ่อทันว่าดาบทรงยองก็เป็นดาบทรงใบข้าวนั่นแหละครับ  แต่ว่าใบกว้างกว่า

ดาบใบข้าวของพ่อทันใบกว้างประมาณ 2 เซนครับ  แต่ว่าทรงยองใบกว้างประมาณ นิ้วครึ่งได้ครับ

ส่วนดาบหน้าตั๊กแตน   ปลายใบคล้าย ๆ ดาบญี่ปุ่นครับ  แต่ว่ามีทรวดทรง สรีระแบบของไทยครับ

คือว่าเป็นแบบ มีตะโพก  มีเอว มีอก  ตามสรีระของดาบไทยครับ 

ตอนแรกผมสั่งปลายว้ายไปนะครับ  อธิบายกันไปมา  ได้ดาบหน้าตั๊กแตนมาแทนครับ   

 แต่ว่าชอบครับ  ตอนนี้ก็เลยสั่งหน้าลูกไก่ไปอีกเล่มครับ 

  


ความเห็นที่: 450 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 15:40 น.

 
คุณยอดรึปล่าวครับ ผมจำชื่อ Kiam ได้แต่ไม่แน่ใจนะครับ  ดาบเหล็กผสมแบบนี้ เชื่อว่าสามารถใช้วิธีการล้างแบบกริชได้ครับ แต่ถ้าหมั่นเช็ดถูด้วยน้ำมัน ลายเนื้อเหล็กก็ขึ้นดำได้เหมือนกันครับผม 

ความเห็นที่: 453 ตอบโดย: kiam2522 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 16:26 น.
ตอนนี้ยังไม่ค่อยดำครับไม่กล้องถ่ายรูปครับต้องเอากล้องบริษัทกลับบ้านก่อนครับ เล่มนี้ก็ลายครับลายเป็นเส้นเล็กมากจนถ่ายรูปไม่เห็นครับเล่มนี้เชือกดาบสีแดงจะมีใส้เป็นเส้นใยธรรมชาติเหมือนป่านดูเก่ามากครับ

ความเห็นที่: 455 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 17:50 น.

ความเห็นที่: 526 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 23 ต.ค. 2553 เวลา 14:04 น.

ผมได้เจ้านี่มาจากร้านของเก่าหลายปีแล้ว เรียกว่าอะไรครับ ขอหอกหรือเปล่าครับ

ตั้งแต่เข้ามาในกระทู้นี้ทําให้มีความคิดทําคันด้ามขึ้นมา  วันนี้ได้เริ่มทารักไม้ไผ่

ที่ได้มาจากอยุธยา เสียดายลําอวบไปนิดครับ


ความเห็นที่: 456 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553 เวลา 21:32 น.

ผมสนใจอยากถักด้ามดาบเหมือนคุณคนเมืองเก่าสวยมากครับ คงยากน่าดู

มีลายง่ายๆบ้างไหมครับ แบบเรียนวันเดียว ลายกระบองน่าจะง่ายกว่าใช่ไหม

ครับ ผมได้ดาบมาเล่มนึง ท่านเจ้าของเดิมใช้เทปกันลื่นพันด้ามไว้ หวายคง

ชํารุดหาช่างทําไม่ได้

คุณเหมเข้าด้ามทวนที่ไหนครับน่าสนใจครับ ผมมีใบหอกแต่เสียบไม้ไผ่ไว้เฉยๆครับ

คุณตั้มพอทราบไหมครับใน กทม มีที่ไหนรับทําบ้างครับ


ความเห็นที่: 460 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 07:38 น.


ดาบเล่มนี้สวยมากครับ งานเงินน่าจะดุนลายสวยมาก ต้องรอชมภาพชัดๆ อ้อ....หาสายสะพายสวยๆ ให้เค้าได้รึยังครับผม หวายที่ฝักสวยมาก ถ้าจะให้สมบูรณ์ต้องส่งดาบขึ้นไปให้พ่อสล่าทันซ่อมงานหวายที่ด้ามให้ครับ ลองโทรไปคุยดูก่อนครับผม


ผมเองก็สนใจการถักด้ามดาบแบบน้ามิตรเช่นกันครับ ต้องรอน้ามิตรมาสอนนำทางเสียหน่อย  แต่น่าจะดัดแปลงวิธีการแบบอื่นๆ มาใช้ได้เช่นกันครับ  
(ผมได้ดาบมาเล่มนึง ท่านเจ้าของเดิมใช้เทปกันลื่นพันด้ามไว้ หวายคงชํารุดหาช่างทําไม่ได้) ถ้าอยากให้สมบูรณ์ ต้องส่งขึ้นไปหรือถักด้วยเชือกเองก็มีความสุขกับงานสะสมไปอีกแบบครับ อิอิ 
(คุณตั้มพอทราบไหมครับใน กทม มีที่ไหนรับทําบ้างครับ)
ในกทม ไม่ทราบเลยครับและไม่น่าจะมีหวายที่ใช้ได้ ผมเคยเดินหาตามร้านที่ทำงานจักสานเค้าบอกว่า ไม่มีหวายที่จักได้เส้นเล็กๆ เท่าแบบ
ส่วนหอก สามารถดัดแปลงทำเองได้ อย่างปลอกรัดกั่นก็ไปขอแบ่งซื้อจากร้าน 
ขายวัสดุก่อสร้าง ถ้าท่อทองแดงก็ตามร้านช่างแอร์ก็ น่าจะยอมแบ่งขายให้ครับ การยึดใบหอกกับ ด้ามก็ อีพ๊อกซี่ มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างครับผม


ความเห็นที่: 461 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 07:55 น.
( แต่ถ้าหาคนรับจ้างทำจ้างเขาดีกว่าครับ ผมเองทำงานธนาคารแต่มือดำปี๋เลยครับ ล้างไม่คอยออก แต่ทำเองรู้สึกภูมิใจ และมีความสุขมากครับ )
นี่แหละคับสุดยอดความภูมิใจ  ถ้าพอทำเองได้เราจะได้รับความสุขจากงานอดิเรกสุดรักครับ  สนุกตรงนี้แหละคับ  พี่เหม อธิบายวิธีไว้ค่อนข้างชัดเจน พอจะนำไปทำตามหรือดัดแปลงได้ไม่ยากครับ ลองทำกันดูครับผม

ความเห็นที่: 462 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 08:01 น.
ยินดีต้อนรับครับ  ในกรุงเทพ ลองไปเดินตามสวนจตุจักรดูรึยังครับ ตามโซนขายของโบราณและแผงพระ ได้เห็นได้จับได้ตัดสินใจเลย ถ้าเป็นWeb ลิงเข้าไปชม ที่นี่ ดูครับ เจ้าของร้านท่านอัธยาศัยดีมากๆ ผมเองก็ ได้จากท่านมาหลายชิ้น ราคาก็พอรับได้ในระดับร้านค้า ถ้าคุยกันถูกคอถูกอัธยาศัย อาจมีลด   ครับ
รักและชอบในสิ่งเดียวกันอยู่แล้วครับ มีอะไรก็สามารถช่วยเหลือแบ่งปันกันได้ครับ 

ความเห็นที่: 466 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 09:10 น.

เอ เล่มนี้คุ้น ๆ ตา เหมือนเคยเห็นที่ไหนหว่า   

ความเห็นที่: 475 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 10:59 น.

ขออัญเชิญ พระแสงราชศัสตราประจำเมืองกำแพงเพชร มาลงไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ข้อมูลจากจังหวัดกำแพงเพชร

เมืองคนแกร่ง แหล่งนักรบ ผู้เก่งกล้า คือพระยา รามรณรงค์ ยิ่งยงแสน 

พระยากำแพงนุช กระเดื่องแดน ทุกแว่นแคว้น ไม่กล้า มาผจญ 

ตามเสด็จไปสงคราม ปัตตานี ด้วยวิถี คนกล้า ย่ำทุกหน 

พระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก โปรดบัดดล ดาบฝักทอง ให้กับคน พิชิตชัย

พระแสงราชศัสตรา กำแพงเพชร งามก่องเก็จ คู่กำแพง ทุกสมัย


ความเห็นที่: 476 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:08 น.

พระแสงราชศัสตรา ประจำเมืองกำแพงเพชร มีประวัติความเป็นมาที่มหัศจรรย์ คือเป็นดาบฝักทองคำด้ามทองคำลงยางดงามเกินบรรยาย คมกริบ เป็นดาบพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระราชทานแก่ พระยากำแพงนุช เมื่อคราวไปรบชนะ "เมืองปัตตานี " และพระราชทานตำแหน่งให้เป็นที่ " พระยารามรณรงค์สงครามรามภักดีอภัยพิริยปรากรมพาหุ" กินเมืองกำแพงเพชร พร้อมทั้งพระราชทาน "แขกปัตตานีเชลย"  มาไว้ที่ เกาะแขก จำนวน 100 ครอบครัว


ความเห็นที่: 477 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:09 น.

ดาบฝักทอง พระแสงอาญาสิทธิ์พระราชทานประจำตระกูลเจ้าเมืองกำแพงเพชรมาหลายชั่วอายุคน คือ พระยากำแพงนาค พระยากำแพงบัว พระยากำแพงน้อย พระยากำแพงเกิด พระยากำแพงอ้น และตกทอดมาถึงหลวงพิพิธอภัย (หวล ) บุตรพระยากำแพงอ้น ซึ่งมิได้เป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร เมื่อเดือนสิงหาคมพุทธศักราช ๒๔๔๙ พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชร หลวงพิพิธอภัย ได้นำดาบฝักทองพระราชทานไปถวายคืนแก่ พระพุทธเจ้าหลวง


ความเห็นที่: 478 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:11 น.

(ความย่อ) ภายหลังนายอ้นได้เป็นพระยากำแพง ครั้นพระยากำแพง(อ้น)ถึงแก่กรรม ดาบจึงตกอยู่กับหลวงพิพิธอภัยบุตร ผู้นำมาให้นี้ พิเคราะห์ดูก็เห็นจะเป็นดาบพระราชทานจริง เห็นว่าเมืองกำแพงเพชรยังไม่มีพระแสงสำหรับเมืองเช่นแควใหญ่ ไม่ได้เตรียมมา จึงได้มอบดาบเล่มนี้ไว้เป็นพระแสงสำหรับเมือง ให้ผู้ว่าราชการรักษาไว้สำหรับใช้ในพระราชพิธี .....พระแสงราชศัสตราประจำเมืองกำแพงเพชร จึงเป็นพระแสงที่ได้รับพระราชทานจากสองมหาราช ผู้ยิ่งใหญ่ คือจาก
ล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 และจากล้นเกล้ารัชกาบที่ 5  นับได้ว่าไม่เหมือนกับพระแสงราชศัสตราองค์ใด ในประเทศไทยผู้รับพระราชทานดาบฝักทองนี้ไว้คือ พระวิเชียรปราการ ผู้ว่าราชการเมืองกำแพงเพชรในขณะนั้น


ลักษณะดาบฝักทอง เรียกลักษณะนามเป็น องค์ เป็นพระแสงด้ามทอง ฝักทอง ลักษณะอาวุธประจำกายมิได้ไว้รบระยะห่าง แต่ไว้รบเมื่อประชิดตัว เป็นพระแสงดาบคู่พระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีลักษณะเหมือนดาบล้านนา คือเรียวยาวและขนาดเล็ก มีความยาว 88.5 เซน ด้ามยาว 39.5 เซน ฝักยาว 49 เซน ใบดาบยาว 45.5 เซน ใบดาบกว้าง 2.4 เซน มีน้ำหนักของด้ามพร้อมใบพระแสงราชศัสตรา 471 กรัม น้ำหนักของฝักพระแสงราชศัสตรา 165.2 กรัม รวมน้ำหนัก 632.2 กรัม เนื่องจากอายุของพระแสงราชศัสตรามากกว่า 300 ปี และมีลักษณะกรำศึก ทำให้มีบางส่วนชำรุดไป คือปลายฝักปลอกฝักทองหลุด
หายไป ด้ามและฝักมีความหม่นหมอง ไม่เปล่งประกายโลหะทองคำและใบมีคราบสนิมจับอยู่บางส่วน


ความเห็นที่: 492 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:49 น.

ความเห็นที่: 493 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:50 น.

ความเห็นที่: 494 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:51 น.

ความเห็นที่: 495 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:52 น.

ความเห็นที่: 496 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:53 น.

ความเห็นที่: 498 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 11:55 น.

ความเห็นที่: 522 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 22:47 น.
ดาบหลูบเงินเล่มนี้อ่อนช้อยงดงามมากจริง ๆ ครับ  น่าเสียดาย โกอินเตอร์ซะแย้ว 

ความเห็นที่: 506 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 19:46 น.

อ๋อไม่ใช่ครับเล่มนื้ได้จากแม่สายครับ เล่มที่ได้จากสังขะบุรีไม่มีฝัก น่าจะเป็นดาบพม่าครับ

ใบมีร่องเลือดใหญ่ๆ


ความเห็นที่: 507 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 19:49 น.
ด้ามเป็นทองเหลืองและไม้ครับ

ความเห็นที่: 1708 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 21 ธ.ค. 2553 เวลา 22:22 น.
ผมเข้าใจว่าตรงคอด้ามที่มีขีดๆเรียกว่า ตรี ครับ ไม่งั้นไม่ครบอาวุธพระอินทร์
นะครับ ผมได้รับชมวิดีโอส่วนหนึ่งอาจารย์ปริญญาท่านว่าไว้น่ะครับ

ส่วนงาน"การสงครามและศาสตราวุธรัตนโกสินทร์ตอนต้น"นั้นส่วนหนึ่งก็จะเล่าเรื่อง
ความเป็นมาและพระปรีชาสามารถของวังหลังน่ะครับ
ซึ่งหลายท่านรู้จักน้อยมากน่ะครับ โดยมี กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข เป็นประมุขน่ะครับ
อีกทั้งได้กล่าวถึงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์วังหลัง ซึ่งจะมีเครื่องอาวุธโบราณ
ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของลูกหลานสายกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ถูกจัดแสดง
ในพิพิธภัณฑ์สถานสถานีรถไฟธนบุรีน่ะครับ ที่เห็นในภาพสไลด์ ก็นับเป็นบุญตา
น่ะครับเพราะได้เห็นพระแสงประจำจังหวัดอ่างทอง นอกฝัก ได้เห็นเนื้อเหล็ก
ซึ่งไม่ได้หารับชมได้ง่ายนัก
รอพิพิธภัณฑ์แล้วเสร็จคงมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง คราวนี้เราก็จะได้
รับชมอาวุธโบราณของวังหลังกันล่ะครับ

ความเห็นที่: 509 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 20:33 น.

reความคิดเห็นที่463 ขอขอบคุณครับ ว่างเมื่อไหรช่วยสอนถักต้ามดาบนะครับคุณคนเมืองเก่า

วันนี้ผมได้รับสายสะพายดาบจากคุณเหมแล้ว สวยมากครับ

ผมชอบดาบหัวปลาหลดแบบเล่มนี้ครับ แต่ชอบฝักแบบสุโชทัย คงต้องปรึกษาคุณตั้มครับ มอบให้พ่อทันตืให้สักเล่ม


ความเห็นที่: 518 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 21:53 น.
ช่วยยุซ้ำครับ น้ามิตรสุดหล่อครับ อย่าลืมสอนพวกผมถักเชือกแบบจะเข้ขบฟันบ้างนะคับ  แซวเล่นครับ น้ามิตรงานยุ่งมากๆ เวลาว่างน้อยกว่าพวกเรามากครับ นานๆจะเข้ามาดูได้ซักที พวกเรารออยู่คร้าบบบบบ 

ความเห็นที่: 521 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 22:44 น.
น่าจะได้ครับพี่เหม แต่เสียดายอ่ะครับ ดาบสั้นๆสวยๆแบบนี้หายากแล้วครับผม   อย่างดาบเล่มนี้ เคhาระบุว่าเป็นดาบหัวบัวไทยใหญ่ หาชมได้ยากเล่มของพี่เหมเองก็ด้วยครับหายากนะนั่น

ความเห็นที่: 524 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 ต.ค. 2553 เวลา 22:57 น.
เดี่ยวโอกาสต่อไปสมาชิกเราจะได้มีสายสะพายดาบเส้นใหญ่ไว้คู่กับดาบแสนรักแล้วครับ เส้นใหญ่ประมาณเกือบเท่านิ้วชี้แนะ  กำลังประสานกับสล่าที่รับถักอยู่ครับ (สล่า=ช่าง)

ความเห็นที่: 3150 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:39 น.

เล่มนี้ ใบนี้น่าสนใจ


ความเห็นที่: 3148 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:37 น.
แต่ไม่เป็นไร กะว่าจะซ่อมเอง ทำเอง ฝึกวิชาไปในตัว แต่ไม่ทิ้งขนบเดิม จะทำให้ใกล้เคียงที่สุด 

ความเห็นที่: 3147 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:36 น.
สวยบ้าง ไม่สวยบ้างรวมกันมา

ความเห็นที่: 3146 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:34 น.
ดาบชุดนี้ได้มาเมื่อวานแบบเหมามา

ความเห็นที่: 1196 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 10:47 น.
เห็นดาบเล่มนี้แล้วนึกถึงรูปในพิพิธภัณฑ์ที่คุณตั้มลงไว้ในหน้าก่อนเลยครับ
ยุครัตนโกสินทร์ หัวเผล้ ที่ราชบัณฑิตยสถานตีความไว้
ปลายแหลมตัดปลายสันเฉียง ปัดไปทางปลายดาบเรียกว่า มีดดาบหัวเผล้
หรือเปล่าครับ
เสียดายจังที่คนเก็บไม่ใช่คนไทย
แต่ถ้าเป็นคนไทยคงหารับชมไม่ได้ง่ายแน่ๆ

ความเห็นที่: 3151 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 12:42 น.

สึกไปบ้าง ช่วงปลาย ใบยาว 51cm 

 แต่อยากถามเพื่อนๆว่า 2 เล่มที่เห็น เรียกทรงอะไร


ความเห็นที่: 530 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:19 น.

วันนี้ได้มีโอกาสเสวนากับน้องเจ้ ซึ่งเป็นวัยรุ่นเชียงใหม่คนหนึ่งที่สนใจสะสมดาบเมืองล้านนา และน้องเขาอนุญาติให้ถ่ายภาพดาบ 2 เล่ม และมีดอุ่ม 1 เล่ม ที่น้องเขานำมาให้ชม ขอบคุณมากจริง ๆ   (ได้เชิญชวนน้องเขามาร่วมเป็นสมาชิกกับพวกเราด้วย)

เล่มแรก เป็นใบมีดโบราณ แต่ได้มีการบุรณะฝัก และ ด้ามใหม่ ดูเอาเองครับ เกินคำบรรยายจริง ๆ


ความเห็นที่: 531 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:22 น.
ด้ามดาบเป็นหวาย ผสมเงินตีขึ้นรูปแล่วยลวดลายสวยงามแบบล้านนาโบราณ ส่วนด้านท้าย เป็นแท่งหินควอซ์ครับ

ความเห็นที่: 532 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:23 น.
ฝักดาบเป็นของเดิมที่มีการซ่อมแซมบูรณะพร้อมลงรัก ห้วและท้ายหลูบเงิน ครับ

ความเห็นที่: 533 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:26 น.
สันจั่ว ยกสูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ด้วยสมรรถนะของกล้อง ไม่สามารถดึงความงามของใบดาบให้ชมครับ

ความเห็นที่: 534 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:27 น.
ต่อเล่มที่ สองครับ ของน้องเจ้เช่นกัน เป็นดาบหลูบเงิน บางส่วน เรียบง่ายแฝงด้วยเสน่ห์ครับ ทรงใบดาบสวยงามมากครับ

ความเห็นที่: 535 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:31 น.
เหมือนเล่าแรก ใบดาบและฝักของโบราณ แต่บุรณะซ่อมแซมฝัก และ หลูบเงินเพิ่มครับ

ความเห็นที่: 536 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:32 น.
ให้ชมปลายดาบแบบเน้น ๆ อีกทีครับ ชอบมากจริง ๆ ครับ

ความเห็นที่: 537 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:33 น.
เล่มที่ 3 ของน้องเจ้ เป็นมีดอุ่มน้อยครับ

ความเห็นที่: 539 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 01:39 น.
ขอสันนิฐานว่าเป็นหอกแต่เป็นตะขอสับช้างในตัวครับ ผิดถูกไม่ว่ากันนะครับ  ว่าแต่ว่า คุณโยเดีย มีของสะสมไม่ธรรมดานะเนี่ย............ อ้อ..ผมเคยเห็นด้ามสามง่ามจีน ด้ามใหญ่มากครับมือเราจับได้ไม่มิดเลยครับ

ความเห็นที่: 1187 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 08:17 น.

ช่วงนี้สุขภาพไม่ดีเท่าไรเลยมีเวลาท่องเวปไปเจอเจ้านี้ครับ ผมดูจากงานเงินน่าจะเป็นงานทางนครศรีธรรมราช

แต่ทางเวปบอกเพียงว่าเป็นอาวุธทางแถบบ้านเรา คุณตั้มว่าอย่างไงครับ บางทีฝรั่งเขาได้จากถิ่นไหนก็คงประเมิน

ว่าน่าจะเป็นของที่นั้นๆเหมือนดาบไทยที่ไปตกอยุ่ในพม่า


ความเห็นที่: 1188 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 08:18 น.
มีรูปใกล้ๆครับ  ใบมีร่องเลือดใหญ่และมีลายด้วยเลยไม่แน่ใจครับสับสนไปหมด ใครพอให้ความกระจ่างหน่อยครับ

ความเห็นที่: 1276 ตอบโดย: nontan เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 16:06 น.

ขอบคุณครับผม


ความเห็นที่: 548 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 17:47 น.

เล่มเดิมทารักและปิดทองไม่ให้มืดจนเกินไปครับ   คุณเหมยังเหลือสายสะพายดาบ

สีอะไรบ้างครับ อยากได้อีกสักเส้นครับ  เอเดียวนี้ไม้มีใครทําสายแบบทางใต้เลยหรือครับ


ความเห็นที่: 549 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 17:48 น.
หาถังใส่น้ำไปวางไว้ใกล้ๆครับผม ซัก 2 ถัง แต่ถ้าเป็นสูตรของโกเนี้ยว ให้เอากระบะใส่ทรายชื้นๆ (หรือทำให้มันชื้น)  มาวางไว้ใกล้ๆชิ้นงานที่ทารักไว้ครับผม  

ความเห็นที่: 664 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:46 น.


เล่มสุดท้ายนี้ไงครับ ที่ว่าหัวโหนกกัน (แต่ผมอยากเรียกหลังโหนกนะ) ส่วนใหญ่ใบแบบนี้ที่ผมเห็นมาจะใช้ด้ามโค้ง
เพราะใบค่อนไปทางตรง แต่ ลองคาดจากเจตนาแล้วลำบากจริงครับ ตีไปคงซะท้านมือน่าดู


เล่มนี้ตรงแด่วเลยครับ......แต่ก็สวยอยู่ดี ปลอกรัดกั่นกับใบดาบดูเข้ากัน ไปสะดุดตากับด้ามและหัวเม็ดด้านท้าย 
ซึ่งไม่เข้ากับปลอกรัดกั่นเลย  เพราะปลอกรัดกั่นมีลายคร่ำทองบรรจุอยู่.....แต่หัวเม็ดกลับกลึงเกลี้ยงและ
วัสดุต่างกันมาก  น่าจะผ่านการบูรณะมานิดหน่อยแล้วละครับ ภาพอาจบอกเราได้ไม่หมด......ต้องงงเห็นตัวจริง
ครับผมมม  

ความเห็นที่: 553 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 19:14 น.

        ดาบคุณเหมลงรักมาสวยมากครับ ผมทําเองไม่ได้เรียบอย่างนี้ครับ เล่มต่อไปต้องปรับ

กรรมวิธีที่คุณตั้มแนะนําไว้ครับคงดีขึ้นเรื่อยๆ  เออคุณตั้มได้หอกหัวบัวหรือยังครับ อยาก

ชมจังและกระจังยังมีที่ทําไว้บ้างไหมครับ ผมให้พ่อทันทําให้คงนานหน่อยครับตามคิวคุณตั้มอยู่

ถ้าได้จะได้ทําให้สมบูรณ์อย่างโบราณ ขอชมเป็นแบบด้วยครับ


ความเห็นที่: 554 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 ต.ค. 2553 เวลา 19:42 น.

อ้อไม่ครับคุณตั้ม ผมประเภทชอบเดินดูของเก่าครับ เจออะไรที่พอมาประยุคต์ได้ก็ซื้อมาไว้

เดิมเป็นธรรมมาศครับ(ขอภัยถ้าสะกดผิด) ชํารุดหมดเหลือด้านเดียว ผมเลยมาทําที่ตั้งดาบ


ความเห็นที่: 561 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 11:45 น.

ดาบลงรัก...น่าจะใช้เชือกแดง...จะดูงามและมีพลัง...(เชือกขาวสกปรกง่าย  ถ้าใช้กับดาบลงรักเวลานานๆไปจะดูไม่ขลัง)

...แต่จะใช้สีเชือกดาบอะไรก้ก้ตาม...น่าจะเปนไปตามโฉลกดาบของเจ้าของ  หรือไม่ก้ใช้ตามความพอใจหรือจำเปน


ความเห็นที่: 562 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 11:50 น.
จากคำถามน๊ะครับ  ยาวหน่อยน๊ะครับ 
๑.ดาบไทยเหนือ อีสาน กลาง ใต้ (ในที่นี้ขออ้างดาบเมืองกรุลำปางแล้วกันนะครับเพราะพ่อทันท่านเป็นชาวลำปาง)
นี่อันที่จริงแล้วจะต้องตีให้เหล็กได้สปริง(เหล็กเปน)หรือเปล่าครับ?


จากเหล็กที่นำมาใช้ (แหล็กแหนบ) คุณสมบัติจะเป็นเหล็กเป็น เป็นสปริงในตัวอยู่แล้วครับผม เมื่อก่อนชาวบ้าน ก็จะนำเหล็กมาหลอมแล้วตีนวดตามแบบโบราณที่ส่งต่อกันมา ช่างดาบที่มีชื่อเสียงบ้านอรัญญิก เล่าว่า "ในหลวง" ท่านเสด็จฯเยี่ยมเยือนประชาชนที่บ้านอรัญญิก ทรงเห็นว่าคุณภาพเหล็กในปัจจุบันก็สามารถนำมาทำดาบได้ โดยไม่ต้องหลอมต้องถลุงจากสายแร่แบบเดิมๆ ทรงแนะนำให้ชาวบ้านลองใช้เหล็กแหนบ ซึ่งมีความยืดหยุ่นเป็นสปริง เหมาะที่จะนำมาตีดาบ ลดขั้นตอนและเวลาลงไปได้มาก ชาวบ้านจึงหันมาใช้เหล็กแหนบตามที่ทรงฯ แนะนำ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

อาชีพช่างตีมีด ตีดาบ ทำรายได้มากมาย งานเร็วขึ้น คนที่ไม่ได้สืบทอดวิชาการตีดาบหรือช่างที่หวังแต่ผลกำไรก็แห่กันมาทำอาชีพนี้กันมาก เป็นเหตุให้งานมาเสียในภายหลังลูกค้าสั่งมากๆ ทำไม่ทัน หลายๆ ช่างนำเหล็กมาขัดเจียร์เป็นดาบเลย ไม่มีการตีเหล็กร้อนขึ้นรูปแบบโบราณ ไม่มีการชุบแข็ง ความสวยงามเอย คุณภาพลดลง ดาบออกมาแข็งๆ ด้ามและฝักก็กลึงก็ทำกันอย่างลวกๆ ช่างที่ยังทำแบบเดิมเหลือน้อยและลดลงไปเรื่อยๆ ด้วยราคาสู้ช่างที่ทำแบบลวกๆ ไม่ได้ ชาวบ้านที่ไม่รู้ก็ แห่ไปซื้อของถูก เพราะว่าเห็นเป็นดาบเหมือนกัน ช่างเก่าแก่ก็ต้องเลิกตีกันไป "สิ่งที่คล้ายดาบ" เหล็กมีคม จึงออกมากลาดเกลื่อนอย่างเช่นทุกวันนี้ครับ 

ความเห็นที่: 558 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 02:33 น.

สวัสดีครับ
อ่านมาก็พอสมควร ก็ได้เป็นสมาชิกแล้ว ต่อไปผิดถูกอย่างไรก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ผมคิดว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์หนึ่งช่างดาบรบซึ่งเราก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วในบุคคลากรที่จะตีดาบรบได้ขนาดนี้ แต่เข้ามาก็ยังได้สงสัยอยู่ครับ ด้วยความรู้ทราบเท่าหางอึ่ง จึงใคร่มาหาความรู้เพิ่มเติมน่ะครับหากไม่รบกวนมากเกินไป
คือผมอยากทราบว่า
๑.ดาบไทยเหนือ อีสาน กลาง ใต้ (ในที่นี้ขออ้างดาบเมืองกรุลำปางแล้วกันนะครับเพราะพ่อทันท่านเป็นชาวลำปาง)นี่อันที่จริงแล้วจะต้องตีให้เหล็กได้สปริง(เหล็กเปน)หรือเปล่าครับ?
๒.ทางพ่อสล่าทันหรือว่าท่านที่รับดาบพ่อทันมาเคยลองดัดใบดาบดูมั๊ยครับว่าดาบคืนตัวหรือเปล่าครับ?
๓.ผมเข้าใจไปเองว่าดาบที่ดีต้องตีทบอบเหนียวแข็งสามชั้นไล่จากคมแข็งกลางอ่อนหลังเหนียวทางพ่อทันยังคงใช้วิธีนี้หรือไม่ครับ?
ทั้งนี้ผมลองแนบลิงค์ให้ชมดาบทางคาตาน่าเค้าดูเพราะว่าผมยังไม่เคยเห็นดาบไทยทำแบบนี้มาก่อนเลยครับ
http://www.youtube.com/watch?v=qbpkkH4dDS4
http://www.youtube.com/watch?v=XB9JLr7BuZ4
ผมทราบมาคร่าวๆเท่านี้เองครับ หากล่วงเกินอันใดอย่าได้ถือโทษในความใคร่รู้ของผมเลยนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ


ความเห็นที่: 901 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 08:37 น.
อิอิอิ

ความเห็นที่: 900 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 08:36 น.

ง้าวสั้น


ความเห็นที่: 559 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 10:45 น.
ชอบเหมือนกันเลยครับผม..แต่ผมได้แต่ไปเดินดู ชองเก่าประเภทนี้ที่ภูเก็ต แพงมหาศาลเลยครับ กะขายฝรั่งกันเน้นๆ

ความเห็นที่: 560 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 11:30 น.

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับผม  พวกเราก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากหรอกครับ รอความรู้จากสมาชิกใหม่ๆ หรือท่านผู้รู้อยู่เหมือนกันครับผม
กระทู้นี้รวบรวมความรู้ที่พอหาได้ทั้งจากในเนท จากช่างและจากสมาชิกที่กำลังค่อยๆเข้ามาครับผม   รวมๆไว้ มีทั้งข้อมูลอาวุธไทย เน้นทางดาบเสียมาก ที่มาก็จากที่ผมได้งานของพ่อสล่าทันมา ทรงใบดาบ การเข้าด้ามเข้าฝัก มันเหมือนกับดาบเมืองของเก่าๆ ที่ผมสะสมไว้อยู่บ้าง จึงเริ่มตามหาสอบถามข้อมูลของท่าน ซึ่งผลงานของท่านนั้น โดดเด่นกว่าช่างท่านอื่นๆ สวยงามเหมือนของเก่าของโบราณครับ พ่อสล่าทัน เป็นช่างดาบที่ขึ้นชื่อมากในภาคเหนือ ในกลุ่มนักดาบ เจิงดาบสายเหนือ ทุกคนจะมีดาบของท่านอยู่ เพราะเบาเหมาะกับสายดาบ ทางดาบที่พวกเขาเรียนรู้สืบต่อกันมาครับ แต่ท่านยังไปเป็นที่รู้จักทางภาคกลางเท่าใดนัก เราจึงนำงานของท่านมาเผยแพร่ต่อครับ ซึ่ง ขณะนี้สมาชิกของเราโดยส่วนใหญ่สะสมเพราะความสวยงามมากกว่า ยังไม่ค่อยมีที่เรียนรู้หรือมีทักษะทางการใช้ดาบมากนัก  

ต้องแยกเป็น
2 สายครับ สะสมเพราะความสวยงาม สุนทรียะ คุณค่า ความชอบ กับกลุ่มผู้เรียนรู้และใช้ดาบจริง ฉะนั้นคำถามที่สมาชิกใหม่ถามมา เรายินดีและจะพยายามรวบรวมคำตอบ หรือตอบเฉพาะที่พอจะตอบได้ครับ ต้องให้สมาชิกมาช่วยๆ กันตอบครับ เพราะเราเริ่มมีสมาชิกทางภาคเหนือเข้ามาบ้างแล้ว ทั้งที่เป็นนักดาบ  เรียนเจิงก็เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว 


ความเห็นที่: 564 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 11:56 น.

.ทางพ่อสล่าทันหรือว่าท่านที่รับดาบพ่อทันมาเคยลองดัดใบดาบดูมั๊ยครับว่าดาบคืนตัวหรือเปล่าครับ?

เดี๋ยวจะสอบถามให้ครับ หรือถ้าน้องทอมลูกชายพ่อสล่าเข้ามา คงจะตอบคำถามให้ ผมเองไม่เคยดัดครับ เคยแต่โดนดาบพ่อสล่าบาด  คมดาบท่านดุจริงๆ ถือดาบด้วยความไม่ระวัง ดาบจะหล่นดันเอามือไปกำ ไปรับ .....ปล่อยมือแทบไม่ทัน ปลายนิ้วนางโดนเข้าไปกว่า 5 มิล ปวดแสบปวดร้อนอยู่สองสามวัน 
จำไปอีกนานครับ 


ความเห็นที่: 565 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 11:59 น.
คือ  ผมก้ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเหล็กมากเท่ารัย  แต่เคยคุยกับ  พ่อทัน  ท่านเคยบอกว่าเหล็กแหนบ  เปนเหล็กที่โอเคในการตีดาบ   ทั้งคุณภาพ  หาง่าย  ราคา  และความแข็ง  คับ 

ความเห็นที่: 566 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 12:02 น.

โอ้...ท่านใดคิดจะลอง  ดัดใบดาบพ่อทันอย่าลองคับ  ถ้าไม่ใช้เหล็กสปริงจิงๆ  ย่ำเหล็กสปริงจิงๆ


ความเห็นที่: 567 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 12:05 น.

๓.ผมเข้าใจไปเองว่าดาบที่ดีต้องตีทบอบเหนียวแข็งสามชั้นไล่จากคมแข็งกลางอ่อนหลังเหนียว ทางพ่อทัน
ยังคงใช้วิธีนี้หรือไม่ครับ?

เดี๋ยวให้น้องทอมมาช่วยตอบครับ   ชมคลิปแล้ว ใครจะลอง...อัดคลิปไว้ให้ชมด้วยนะครับ แต่ต้องระวังมากๆ  ผมคนนึงละ ไม่เอาเด็ดขาดต้องให้ท่านที่มีทักษะ และอุปกรณ์ป้องกันที่ดีทดลองครับ พลาดท่า โดนขึ้นมาละก็ อูยยยยยยย เจ็บยาวแน่ๆครับ  สรุปว่าอย่าดีกว่าครับ แต่ถ้าคุณ ศรศิลป์ ใคร่อยากรู้ อาจจะต้องลองสั่งไปทดลองดูครับ อัดคลิปไว้ด้วยนะครับ


ความเห็นที่: 568 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 13:11 น.
ดาบอยู่ที่ใจครับเหล็กนำมาเจียรขึ้นรูปว่าเป็นดาบมันก็คือดาบนำเหล็กมาตีขึ้นรูปมันก็คือดาบ
แต่ตรงที่น่าสนใจคือความใส่ใจของช่างที่สร้างสิ่งที่เรียกว่าดาบขึ้นมาต่างหากครับไม่ว่าจะเป็น
ใบดาบฝักด้ามหรือแม้กระทั้งหวายเส้นเล็กๆที่รัดพันดาบอยู่ผมว่าคุณค่าของดาบอยู่ตรงนี้มากกว่าครับ
ลองคิดดูดาบของพ่อทันช่างตีใบช่างทำฝักด้ามช่างจักหวายถักปลอกถักเชือกสะพายอายุอานามก็มากอยู่ยัง
ร่วมกันสร้างงานดีๆแบบนี้ไว้ให้เราได้เชยชมเก็บไว้ไม่อายใครแน่นอนครับ

ความเห็นที่: 569 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 14:27 น.
คารมคมดาบ...จริงๆ น้าอันเรา  ทุกสิ่งอย่างทุกองค์ประกอบเหล่านั้นที่รวมกันเป็นดาบเมืองตราเต่าของพ่อสล่าทัน แห่งบ้านขามแดง ในความคิดผมนะ ผมว่าเป็นยอดดาบเมืองเลยละครับ สุดแต่เจ้าของจะนำไปหลูบเลี่ยมตกแต่ง ประดับประดาเพิ่มเติม กันตามวิสัย..........เป็นดาบเมืองที่ทรวดทรงงามเทียมของโบราณได้เลยครับ 

ความเห็นที่: 570 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 14:35 น.
พระแสงราชศัสตราประจำเมืองกำแพงเพชร อีกครั้งครับ สมบูรณ์มาก เป็นดาบใช้รบแบบประชิดตัวครับ สวยงามมากจริง น่าจะฟื้นให้กลับมาอีกครั้งครับ (แต่จำลองเป็นงานหวายหรืองานเงินก็คงพอแล้ว ทำเป็นทองเลยเดี่ยวจะไม่เป็นการอันควร ด้วยเหตุหลายประการฯลฯ  สมัยก่อนๆคงมีดาบรูปแบบนี้อยู่มากมาย แต่ไม่รู้ทำไมหายไปไหนหมด หารูปทรง ด้ามยาวมากๆ แบบนี้ไม่ค่อยมีเลยไปอยู่กับฝรั่งมังค่าหมดแล้วกระมัง 

ความเห็นที่: 571 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:10 น.

เห็นชอบด้วยเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดของดาบครับ
มิเห็นเป็นอื่นครับ
ด้วยมองเห็นลักษณะงานของพ่อทันก็เกิดประทับใจในรูปทรงเป็นขั้นต้นในการพิจารณานี่แหละครับ ผมเลยใคร่ขอความรู้เรื่องดาบตีโบราณสายที่พ่อทันร่ำเรียนมา ว่า เหล็กในปัจจุบันและเหล็กในอดีตไม่ได้เป็นปัญหาในการตีให้เหล็กใช้งานในลักษณะดาบได้แม้เหล็กจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ช่างก็สามารถประยุกต์วิชานวดเหล็กอบชุบได้ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นประโยชน์ต่อชาติไทยครับ ผมเห็นสมควรร่วมกันช่วยส่งเสริมครับ
เรื่องราวดาบส่วนใหญ่ก็ตามอ่านที่นู่นบ้างที่นี่บ้างตัวผู้ใช้บ้าง(ไม่ได้หมายถึงผู้ใช้ในยุคนั้นนะครับ5 5 5) ตัวผมเห็นจะเอาดีไม่ได้หากไม่ได้สัมผัสช่างดาบจริงๆซะที เมื่อพบช่องทางนำไปสู่คำตอบก็สอบถามกันน่ะครับ นี่ผมเองก็กะกันคร่าวๆว่าจะถือวิสาสะขึ้นไปเยี่ยมเยียนพ่อทันกัน อยากไปพบปะพูดคุยกับท่านว่า ทำอย่างไรลูกหลานถึงจะได้วิชานี้ให้แพร่หลาย
ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผมสัมผัสมาจากวิชาโบราณ เห็นทีจะไม่ได้เกิดจากผู้ให้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการตีความของผู้รับและก็กลายเป็นปัญหากระทบกลับไปยังผู้ให้ว่า ปิดวิชาให้ตายไปกับตัว อันนี้ผมเถียงใจขาดเลยว่าไม่จริงแน่โดยสันนิษฐานจากจิตวิสัยลึกๆของคนไทยส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ จนกลายเป็นขนบที่ดีของสังคม ซึ่งผมคิดว่าควรจะช่วยกันส่งเสริมวิสัยการให้นี้กันต่อๆไปด้วย
ว่าด้วยเรื่องlinkที่ผมแนบไว้ เห็นทีผมจะผิดพลาดด้วยลืมคิดว่ายังมีเยาวชนและผู้ไม่ชำนาญอีกมากที่เฝ้าดูอยู่ ก็โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยอย่าได้ปฏิบัติเลียนแบบ ก่อนที่จะรู้ว่านั่นลับแหลมคมหรือยังถ้าลับแล้วเห็นทีก็ต้องให้ผู้ชำนาญหรือช่างท่านเป็นผู้สาธิตแล้วกันนะครับเพราะอันตรายครับถ้าเหล็กมันเด้งกลับ ไม่อยากคิดต่อเลยครับ.....
ขอบคุณทุกคำตอบมากครับ ต่อไปจะตามอ่านและจะขออนุญาตแจมในบางส่วนที่รู้ทราบมาผิดบ้างถูกบ้างช่วยกันแก้ไขอย่าถือสาเลยนะครับ


ความเห็นที่: 572 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:22 น.

เห็นด้วยช่วยกันอีกหลายๆแรงครับ  ความรู้นั้นต้องช่วยๆกันครับ เพราะมีรู้ผิดมีคลาดเคลื่อนตามวิสัยแน่นอนครับ ผมเชื่อว่า ความรู้มีถูกมีผิด และไม่มีใครรู้ไปเสียหมดทุกสิ่งอย่างครับ  ถ้าได้พี่ๆสมาชิก มาช่วยเหลือ  หล่อเลี้ยงและเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปให้ภูมิรู้เหล่านี้ที่เราช่วยกันรวบรวมไว้ ได้งอกเงยขึ้นมาได้ ก็ถือเป็นประโยชน์มากเลยครับ มาเถอะครับ ต้อนรับทุกท่านจริงๆ ด้วยใจบริสุทธิ์ครับ  ขอขอบพระคุณจากใจอีกครั้ง 


ครูอาจารย์ท่านก็อยากจะถ่ายทอดทุกสิ่งอย่าง อยากจะส่งต่อความรู้ที่ท่านสั่งสมมาจากประสบการณ์ไม่ให้เสียปล่าว  อย่างน้อย......มีศิษย์ที่รับรู้และสืบสาน นำไปต่อยอด องค์ความรู้ จากรุ่นสู่รุ่น ครูท่านคงจะอิ่มเอมและมีความสุขมากกว่าที่วิชาความรู้ต่างๆ สูญหายไปโดยไม่มีใครสนใจเลยละครับ  แต่ในสมัยนี้น้อยมากครับแต่ก็ยังพอมีหลงๆอยู่บ้าง เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ มีแต่อยากจะเป็นนักร้อง ดารา (ดาราล้นจอเต็มบ้านเต็มท้องฟ้าไปหมดแล้ว) ค่อยๆสูญไปทีละนิดแล้วครับวิชาความรู้ในงานช่างแขนงต่างๆ 


ความเห็นที่: 573 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:53 น.

เห็นลุงเฒ่าเงาเห็นเล่นด้วยภาพ.....
ตามที่ทราบดาบนี้เปนเช่นสหาย.....
ร่วมรุกรับแลร่วมรบเปนเพื่อนตาย.....
คู่ควรชายชาติชาตรีนี้ผู้ไท.....


กำลังได้อารมณ์ครับ


ความเห็นที่: 575 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:56 น.
แลเล่มนี้ ทรงใบ ด้ามยาวเหมือนกันเลยครับ

ความเห็นที่: 576 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:56 น.

ภาพชุดนี้ได้มานานเหมือนกันครับจำไม่ได้ว่าไปรับมาจากที่ไหน ก็ขอถือวิสาสะขอบคุณเจ้าของภาพไว้ณ.ที่นี้ด้วยครับ
๑.ดาบตะไบครับ


ความเห็นที่: 577 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 15:58 น.
๒.ดาบตะไบครับ อีกซักเล่มนะครับ

ความเห็นที่: 578 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 ต.ค. 2553 เวลา 16:46 น.
ดาบเมืองเล่มนี้ รัดหวายถี่มากเลยครับ 

ความเห็นที่: 581 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:18 น.
อันนี้ล้านนาแกลเลอรี่ครับ
ผมชอบทรงใบและลักษณะฝักมากๆครับ ปลายว้าย ฝักปลายมน

ความเห็นที่: 583 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:26 น.
สวัสดีเช่นกันครับคุณเหมราช ผมว่าปลายว้ายมีเสน่ห์มากๆครับสำหรับดาบเมืองครับ

เล่มนี้เป็นอีกมุมของสนิมไม้ครับ

ความเห็นที่: 585 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:37 น.
คิดว่าน่าจะใช่นาคนะครับ เผอิญผมไม่ทันได้โทรสอบถามครับ เพราะขายไปแบบรวดเร็วมากๆ

รูปด้านบนเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งในหลายเล่มของร้านนี้ แต่ผมจำไม่ได้ว่ารับรูปมาจากที่ใดครับ

อันที่จริงผมมีความต้องการอยากเห็นผลิตผลของพ่อทันในมุมที่แตกต่างหลากหลายครับ จะได้เป็นแนวทางต่อผู้สนใจน่ะครับ

ความเห็นที่: 586 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:40 น.
อีกรูปแล้วกันนะครับ
แล้วว่างๆจะแวะเข้ามาร่วมพูดคุยด้วยอีกครับ
ขอบคุณคนมีคมทุกท่านครับ.....

ความเห็นที่: 587 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:47 น.
ดาบสวยๆงามๆทั้งนั้นคับ

ความเห็นที่: 590 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 00:56 น.
เมื่อกี้  ก็กำลังจะเอารูปลงคับ  แต่เสียดาย  ไฟล์มันใหญ่ไปคับ  เรยลงไม่ได้คับ  พอดีมีรูปดาบเก่าๆที่ผมปล่อยออกไปแล้ว

ความเห็นที่: 593 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 01:12 น.

อาจารย์ผมอาจจะรู้จักคนทำร่องเลือด เพราะเคยได้ยินแว่วๆว่าอาจารย์เคยเล่าหัยฟัง   ยังไง  ถ้าวันไหนพี่เหมว่าง  ลองเข้าไปหาอาจารย์ด้วยกันคับ


ความเห็นที่: 595 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 02:37 น.
ทามมายผมเอารูปลงไม่ได้คับ  มานบอกว่า ขนาดรูปใหญ่เกิน  (ผู้รู้ชี้แนะด้วยนะคับ)+++ผมน้องใหญ่หันโฟด

ความเห็นที่: 596 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 07:27 น.
โอ้โห....ไม่ได้เข้ามาคืนเดียว ดาบมาเพียบเลย ผมเองก็เคยตามดูดาบของร้านของเก่าเหล่านั้นครับ ทั้งพระลานนา, สนิมไม้ ฯลฯ  ได้แต่ตามดูจริงๆ  บางเล่มราคาสูงถึง 7,000 บาท  ทั้งที่งานดูธรรมดาแถมแอบมีชำรุดด้วย  แต่บางเล่มก็สวยสมราคาเช่นกัน  

ผมคุ้นๆ ว่าน้ามิตร จะเดินร่องเลือดได้นะครับพี่เหม สวยมากๆ ซะด้วยครับ  เคยได้ยินน้ามิตรเล่าว่า โกเนีี้ยวท่านรับเดินร่องเลือดดาบซามูไร ราคาเล่มละ 1,500 บาทครับ แต่ก็คงเพราะว่ามันยากมากๆ น่ะครับ 

ความเห็นที่: 597 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 07:38 น.
รอชมได้เลยครับผม ใบหอก 2 แบบ กับใบดาบไอ้เด้ง 2 แบบ (ดาบใต้แต่ตีโดยช่างเหนือ) ฝีมือพ่อทัน กำลังเดินทางมาครับ 

ความเห็นที่: 598 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 07:47 น.
ต้องย่อภาพก่อนครับน้องเจ้  ใช้โปรแกรมจัดการภาพต่างๆ ที่มีในเครื่องได้ ย่อให้เหลือขนาดซักไม่เกิน 120-140 Mb หรือ แนวนอนกว้างประมาณ 700 ถึง 730 Pixcel ได้ครับ หรือถ้าคิดเป็น เซน ภาพแนวนอนกว้าง 25 cm ที่ความละเอียด 72 dpi   และภาพแนวตั้งกว้าง 15-20 cm ที่ความละเอียด 72 dpi เช่นกันครับ ถ้าย่อขนาดประมาณนี้ภาพจะใหญ่ชัดไม่หนัก server ครับ 

ความเห็นที่: 600 ตอบโดย: hs4kac เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 09:28 น.
ครับคุณศรศิลป์ครับ  สิ่งที่ผมตามหามานานแล้วครับ รูปผู้เฒ่าเผ่าภูไทกระพายง้าวรูปนี้ผมเห็นมานานพอสมควรแล้วยังเหลือแต่ภาพในชีวิตจริงก็ยังพอมีให้เห็นครับในงานประเพณีต่างๆเช่นขึ้นบ้านใหม่หรือการเลี้ยงผีครับผมกำลังศึกษาทางภาคอีสานก็น่าจะมีการฟ้อนดาบแต่ทียังเหลืออยู่ก็คือรำมวยโบราณผมลองให้นักเรียนสอบถามผู้ปกครองแถว อ.เมือง อ.โคกศรีฯ อ.เต่างอย และอีกในหลายพื้นที่ของสกลนคร ก็ไม่มีครับ  แต่ดาบเก่ายังพอมีให้เห็นครับ

ความเห็นที่: 601 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 09:37 น.
ลุงแล็ค สมัครละเนอ  เอ็ม เนอ

ความเห็นที่: 605 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 11:47 น.

แก้ไขครับ เป็นเดินร่องเลือด ข้างละ 1500 บาทครับคุณตั้ม   ตอนนี้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ  

ของผมตอนนี้ลองหัดเดินร่องเลือดอยู่ครับ เล่มแรกเสร็จแล้วต่ว่ายังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  กว้างประมาณ 8 มิลครับ

เลยลองโทรปรึกษากับโกเนี๊ยวดู  ก็ได้รับคำแนะนำที่ดีมาครับ ก็ว่าจะลองทำตามดู ตอนนี้ก็เลยทำฝักของเล่มหัวปลาหลด

ที่ทดลองเดินร่องเลือดดูครับ  ด้ามเชือกถัก****เข้ขบฟัน  ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าของเลยครับ ว่าจะลงขายทำทุนจั๊กหน่อย  

ไม่รู้ว่าจะขายได้อะเปล่า


ความเห็นที่: 608 ตอบโดย: hs4kac เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 12:43 น.
ครับผมจะพยายามครับ

ความเห็นที่: 609 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 18:11 น.

มีดอีกแบบครับลองเข้ามาดูกันครับ ^^ ผมกับพ่อสล่าทันก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าทรงอะไรดี แต่ว่าคล้ายๆกับดาบทรงไปทางอินเดียหน่อยครับ  ^^

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/261010/1252516.jpg

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/261010/1252517.jpg


ความเห็นที่: 616 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 ต.ค. 2553 เวลา 23:00 น.
ตะเข้ขบฟันของน้ามิตร เล่มนี้แน่เลยน่าสนใจครับหาคนทำยากครับ.. 

ความเห็นที่: 617 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 00:20 น.
วันนี้ผมไปบ้าน  อาจารย์มาคับ  อาจารย์เอาเชือกดาบแบบเย็บมาหัยดู  ผมว่าสวยดีคับดูแบบขลังๆ  อยากจะเอารูปมาหัยชมเหลือเกิน  ไอ่ผมนั้นก้เล่นคอมไม่เก่งซะด้วยไว้ยังไงจะเอามาหัยดูวันหลังนะคับ

ความเห็นที่: 619 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 00:52 น.

อย่าพึ่งชมผมกระนั้นเรยคับพี่เหม  ไอ่กระผมหายไปจากวงการดาบนานมากๆขอพูดว่านานจิงๆ   จนดาบในมือลดน้อยถอยลง  เพราะพี่เหนนะเนี้ยที่ทำหัยผม   กลับขึ้นมาสู่วงการดาบอีกครั้ง


ความเห็นที่: 1288 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 10:45 น.
ก็เพราะได้ชมงานงามๆของพี่โย จนติดตา พอไปเห็นงานแบบเดียวกันในภาพจิตรกรรมไทย จึงนำมาลงไว้เทียบเคียงครับผม 

ความเห็นที่: 1598 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 19:05 น.

 ขอบคุณครับน้องตั้มดีทีเดียว  ปลอกทองเหลืองหาได้จากร้านค้าประเภทไหนครับทราบว่าทองแดงหาได้ตาม

ร้านซ่อมแอร์ ไอเดียคุณนนท์ก็ไม่เลวครับถ้าเอามากลึงซักหน่อยคงสวยครับ  แต่วันนี้ขับรถผ่านร้านขายไม้ไผ่

เลยได้มาหนึ่งมัดเป็นไผ่เลี้ยงครับ  เอามาคัดดูพอใช้ได้ซักสามลําจากสิบ ว่างๆจะเริ่มทําตามกรรมวิธีอย่าง

ของน้องตั้มตู ขอหอกเล่มที่แล้ว คันไผ่ได้จากอยุธยาน่าจะเป็นไผ่เป็ง  ช่วงนี้ไม่กล้าไปดุเหลือเกิน ฮิฮิ


ความเห็นที่: 620 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 09:58 น.
ครับพี่เหม ใบหอกจากเตาพ่อสล่ายังมาไม่ถึงครับ ชมใบหอกของเตาสุโขทัยไปพลางๆก่อน น้ามิตรส่งมาให้พักใหญ่แล้ว แต่ผมวุ่นๆอยู่เลยไม่ได้นำมาถ่ายภาพ หรือทำอะไรๆกับเค้าเลยครับ สวยมาก พ่อทันเรียกใบหอกแบบนี้ว่า "ทรงบัวอูม" ครับทางภาคกลางเห็นเรียกกันตามรูปทรงใบที่เหมือนพระขรรค์ ว่า หอกทรงพระขรรค์  ในภาพเอาลงเปรียบเทียบขนาดไว้ครับใบที่ 2 คือ ใบหอกซักปัตตานี  

เอาข้ออมูลจากหน้าแรกๆมาฝากด้วยครับ เราจะได้เข้าใจหอกันมากขึ้น  
หอก หมายถึงอาวุะสำหรับแทงชนิดหนึึ่ง เป็นอาวุธประจำกายของพลเดินเท้า หากแต่ว่าเป็นอาวุธที่ใช้ได้เฉพาะ 
การแทงอย่างเดียว เท่านั้น  หอกอาจจำแนกได้คร่าวๆเป็น 2 ชนิดคือ หอกมีกระบัง(แฉง) และหอกไม่มีกระบัง   ใบหอกมีลักษณะต่างๆกัน เล่น ใบหอกอย่างพระขรรค์ และยังมีชื่อเรียกตามลักษณะรูปทรงของใบหอกอีกคือ หอกใบข้าว, หอกใบพาย, หอกปลายขอ และยังมีชื่อเรียกตาม ลักษณะการใช้งานเช่น  หอกซัด ซึ่งสร้างให้เบาเพื่อการพุ่งซัดในระยะไกล  

คันหอก (ด้ามหอก) อาจทำด้วยโลหะ ล้วน เช่นเหล็กกล้า หรือทำด้วยไม้ หรือผสมทั้ง 2 อย่างคือ การหุ้มปลอกโลหะ (บ้างทำด้วยหวายก็มี) เพื่อการสะดวกในการจับ และใช้ได้ถนัดมือ หอกต้องมีความยาวเหมาะกับผู้ใช้ คือ ยาวตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ศูนย์กลางน้ำหนักอยู่ชิดกับมือตรงบริเวญที่จับ  


ความเห็นที่: 621 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 10:10 น.

วัสดุที่ใช้ทำด้ามดาบแขก  พร้อมออกเดินทางแล้วนะครับคุณตั้ม  

คัดแบบตัน ๆ ไว้ให้หลายคู่เลยครับ 


ความเห็นที่: 766 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 11:15 น.



   ดาบด้ามกลมที่สวยมากนี้ เกิดจากความนิยมดาบญี่ปุ่นในราชสำนักไทย แต่สมัยก่อนๆนั้น ดาบญี่ปุ่นไม่ใช่จะได้กันมาโดยง่าย  จึงมีการสั่งช่างหลวงให้ผลิตดาบในลักษณะดาบญี่ปุ่น แต่จากความถนัดของเรา ทั้งจากตัวช่างเองและจากผู้ที่จะใช้หรือครอบครอง ด้ามจึงแปรเปลี่ยนมาเป็นแบบกลม บรรจุความเป็นไทยลงไปเต็มอัตตราศึก แต่ดาบในลักษณะนี้ (ที่มีการเลี่ยมการหลูบต่างๆ)  มักจะเป็นของพระราชทานฯ หรือของข้าราชสำนัก ขุนนาง ขุนทหารนายกอง ที่มีชื่อ มีชั้น มียศ หรือผู้ที่สร้างคุณงามความดี  เพื่อเป็นเกียรติหรือเป็นของเทียมยศมากกว่า (แบบพระแสงดาบอาญาสิทธิ์หรือดาบประจำตำแห่งแม่ทัพ ของเจ้าพระยาบดินทร์เดชา) ส่วนแบบที่นำไปใช้จริงก็เคยเห็นมีภาพปรากฎ เป็นด้ามไม้แกะสลัก รูปแบบลวดลายเหมือนกัน แต่ไม่มีการเลี่ยมการหลูบต่างๆ  
สามารถหาชมได้ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั้งภาคกลาง และภาคเหนือครับผม


ด้ามดาบพยายามทำให้เหมือนดาบญี่ปุ่น ช่างไทย ได้สร้างลวดลายเส้นยาวๆ (ลายช่วงงานเงิน) ให้คล้ายเชือกพันด้ามแบบดาบญี่ปุ่น ในช่องว่างระหว่างเส้นเชือกบรรจุลายประจำยามไว้ ช่วงคอมีกระบังมือแบบดาบญี่ปุ่นครับ ทำจากทองคำ? ที่คอด้ามและท้ายด้ามเป็นรูปแบบ "ลายหน้ากระดานประจำยามใบเทศ" ซึ่งเป็น ลายพื้นฐาน (ลายมาตรฐาน) ที่ช่างไทยมักบรรจุไว้ในช่องว่างเพื่อให้นำสายตาไปสู่ลายที่ช่างอยากให้สนใจครับ (ช่วงด้ามที่เป็นงานเงินครับ)  ด้ามนี้เชื่อว่าอาจจะเป็นงานหลวงครับ   งดงามมากๆครับ

ความเห็นที่: 622 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 13:40 น.

ผมเห็นดัวยกับคุณsadam007ครับ ปัจจุบันหาช่างตีดาบที่ยังยึดรูปแบบอย่างโบราณน้อยมาก

อย่างที่บ้านอรัญญิกก็ยึดแบบดาบลาวเกือบทั้งนั้น น้อยนักที่จะตีดาบมีลักษณะแบบไทยแต่หนา

ผิดรูปแบบไปหมด  เว้นก็อาวุธยาวที่ยังถอดแบบได้ดีครับ  ดังนั้นเราควรสนับสนุนไม่ใช่หรือ

อย่างน้อยก็ไม่ให้หมดไปในยุคเรา


ความเห็นที่: 623 ตอบโดย: sadam007 เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 13:55 น.
เรียกผมว่า อัน ก็ได้คับดูเป็นกันเองดี

ความเห็นที่: 1597 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 19:00 น.
ฝีมือเด็กจากซุ้มน้ามิตรใช่ย่อยเลยครับ 

ความเห็นที่: 624 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 16:44 น.

ขอสอบถามลักษณะใบดาบที่พ่อทันตะไบอยู่  ทางเหนือเรียกว่าหัวอะไรครับ เห็นจิตกรรมที่วัดหลวงต่างๆ

มักเขียนใบดาบลักษณะนี้ครับ  คงเป็นของร่วมสมัยในยุคนั้นๆใช้ไหมครับ 


ความเห็นที่: 625 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 17:51 น.
มุมนี้มองไม่ชัดครับ อาจคลาดเคลื่อนได้ครับผม 

ความเห็นที่: 626 ตอบโดย: KNU CommanDo เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 18:38 น.

ถึงพี่ตั้มครับตรงนี้เป็นรูปหอกปลายบัว กับหอกใบข้าวครับ ^^

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/271010/1255336.jpg

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/271010/1255337.jpg


ความเห็นที่: 627 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 18:44 น.
ผมว่าคล้าย ๆ  จะเป็นทรงที่เรียกว่า  ดาบทรงเจ้า หรือเปล่าครับ ที่มีพี่ ๆ จากอีกเวป มาสั่งไปทำแบบย้อนยุคนะครับ

ความเห็นที่: 628 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 19:01 น.
ผมว่าดูไปดูมาคล้ายดาบปลายว้าย  มีโหนก

ความเห็นที่: 629 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 20:18 น.


คาดว่าน่าจะเป็นตั้งแต่เล่มที่ 3 ลงมามั้งครับที่เรียกว่า ดาบทรงเจ้า


ความเห็นที่: 797 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 21:55 น.
๓.พัน พัน พัน แล้วสอดไขว้ไว้ใต้เส้นคู่

ความเห็นที่: 630 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 20:43 น.
รูปหอกปลายบัวและหอกใบข้าว สมาชิกได้เห็นความแตกต่างแล้วภาพเล่าแทนแล้วครับ โคนแบบกลีบมะเฟืองครับ

ความเห็นที่: 631 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 20:46 น.
อีกภาพครับ พ่อทันตีได้สวยมากครับ

ความเห็นที่: 633 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 20:51 น.
โอ้โหน้องตั้ม พี่เหมน้ำยายหยัย อีกแล้วครับ สวยทุกเล่มครับ

ความเห็นที่: 634 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 21:16 น.

ปลายว้าย (ปลายเวียด ดาบทรงเจ้า ชื่อที่เรียกกันในหมู่ผู้สั่ง เพราะทรงนี้เห็นกันมากในดาบยศของ เจ้านายทางเหนือครับ เรียกกันตามอัธยาศัยว่า ดาบทรงเจ้า ครับ)  กับหัวบัวป้านครับ (คล้ายๆ ปลาหลดเลยครับ)


ความเห็นที่: 635 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 21:17 น.
อีกภาพครับ  

ความเห็นที่: 636 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 21:28 น.
รับครับ  งามจริง ๆ ครับ เล่มล่างน่าจับมาเดินร่องเลือดจริง ๆ

ความเห็นที่: 637 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:11 น.
ลักษณะดาบแนวฝรั่งครับ

ความเห็นที่: 638 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:12 น.
อีกรูปหนึ่งครับ

ความเห็นที่: 639 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:14 น.
รูปนี้คล้ายหอกของน้องตั้มครับ

ความเห็นที่: 642 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:33 น.
ขออนุญาตินำภาพจาก web http://www.thaimtb.com/ มาลง ณ ที่นี่ด้วยครับ มากมายขนาดนี้ น้ำลายยยไหล งานสานศิลป์ถิ่นน่านครั้งที่ 3 ครับ เดือนกุมภาที่ผ่านมาครับ เสียดายจังอยู่ไกลไปหน่อยครับ 


ความเห็นที่: 643 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:34 น.
ชุดนี้ทางด้านขวามือเล่มล่างๆ มีเล่มนึง ยาวมากๆๆๆเลยครับ เคยได้ยินว่าถ้าไม่ใช้บนหลังม้า ก็ใช้รบในที่โล่งกว้างของพลเดินเท้า

ความเห็นที่: 644 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:35 น.
เล่มบนสุด สายสะพายดาบใหญ่เชียวครับ.......  มองขึ้นไปที่เข้าขวา มีมีดอุ่มน้อยหลูบเงินดุนลายกับขอช้างด้วย.....

ความเห็นที่: 645 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:35 น.
แต่ละเล่ม สวยๆทั้งนั้น 

ความเห็นที่: 646 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:36 น.
งานหลูบเงิน งามแต้ๆจ้าวววว  

ความเห็นที่: 647 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 ต.ค. 2553 เวลา 22:37 น.
ชุดบนใบเรียวเล็ก ชุดล่างๆมีทั้งกรุลำปาง อุตรดิตถ์ ปลายอวบๆเอวคอดๆ สวยมากครับ สวยทุกชิ้นเลย 

ความเห็นที่: 1596 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 18:58 น.

โม เชือกดาบเส้นใหญ่แบบภาคกลาง ใช้พู่เก่าครับ พอเปรียบกับของน้ามิตรได้รึเปล่า 

(ยามว่างของคนมือบอนครับ)


ความเห็นที่: 1189 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 08:56 น.

เห็นด้วยครับทรงใบดาบได้รับอิทธิพลจากเปอร์เซีย บางทีเอาทั้งใบเลยมาใส่ด้ามและฝักในแบบวัฒนธรรม

ของตนเอง ผมเคยชมบทวิเคราะห์ว่าทําไมชาวเปอร์เซียถีงได้รับชัยชนะต่อกองทัพจากตะวันตกหลายครา

ก็จากการมีใบดาบทรงวงเดือนนี้ละครับเนื่องจากเพลงดาบล้ำลึกกว่าดาบชองพวกอัศวีนที่ใช้ดาบทรงตรง


ความเห็นที่: 899 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 08:32 น.
ส้นบัว

ความเห็นที่: 1148 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 21:41 น.
ฝันเห็นสุนัขตัวใหม่ งับมือแต่ไม่กัด แค่งับไว้เฉย ๆ แล้วเราก็ควบคุมเขาได้ ฝันแบบนี้ไม่ต้องแปลครับ ตรงตรงเลยครับ 32 เฮ้ย ไม่ใช่หวยยยยยยยย....... แสดงว่าดาบเล่มนั้นเลือกเจ้าของแล้วครับ   

ความเห็นที่: 1147 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 21:32 น.

แต่............ลวดลายเหมือนดาบเล็กของผมเลยครับ มันน่าจะเป็นของคู่กันหรือเปล่าเนี้ย เบื่อก็บอกครับ


ดูจากเนื้อโลหะ เงินแน่นอนครับน้ามิตร ของผมตอนได้มาใหม่ ๆ สีก็แบบนี้ครับ ลวดลายก็เหมือนกันอีก อิจฉาครับ..


ความเห็นที่: 1146 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 21:28 น.

ง้ามน้ามิตรงามแต้ แต้ งามขนาดเลยครับ แต่......................................


ความเห็นที่: 1237 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 08:32 น.
ภาพที่ 2 ครับผม แบบเดียวกับที่น้องตั้มจองไว้ที่ร้านของเก่ารึเปล่าครับ

ความเห็นที่: 796 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 21:53 น.
๒.จับปลายมาเส้นหนึ่งเพื่อมาทับเส้นคู่ที่วางไว้

ความเห็นที่: 648 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 14:18 น.

คาดว่าน่าจะเป็นเล่มที่สี่และห้าจากข้างบนครับ เรียกว่าดาบทรงเจ้าหรือครับ   ใบดาบจะตรงกว่าดาบที่มี

ลักษณะหัวแบบอื่น  โดยทั้วไปเฉพาะใบดาบชนิดนี้จะมีความยาวเท่าไหร่ครับ  ผมชอบจังคงต้องให้พ่อทัน

ตีให้อีกสักเล่ม


ความเห็นที่: 649 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 14:30 น.

งานนี้จัดกันทุกปีไหมครับ  ในช่วงเวลาเดียวกัน  ดาบสวยทั้งนั้นเลยน่าไปร่วมเที่ยวชมมากครับ

เผื่อมีสตางค์อาจได้ดาบหลูบมาไว้ครอบครอง ฮิ ฮิ  ถ้ามีข่าวคราวช่วยกระจายกันด้วยนะครับ

จากเชียงใหม่ไปน่านสดวกไหมครับ  ประมาณกี่กิโลครับ


ความเห็นที่: 650 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 14:49 น.

เรื่องสัดส่วน  ผมว่าลองถามน้องทอมลูกชายของพ่อทันดูครับ

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน  รู้แต่ว่าผมคงต้องสั่งเอามาไว้ครองซักเล่มแล้วครับ


ความเห็นที่: 975 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 13:15 น.

ประวัติคร่าว ๆ ของช่างครับ  ชื่อ  นายบุญมี  ดวงเกิด  ตอนนี้เสียชีวิตแล้วตั้งแต่ปี  2535 ครับ 

ตอนที่เสียชีวิตอายุประมาณ 75 ปี ครับ  รูปที่ถ่ายไว้เป็นรูปตอนที่แข่งขันตีมีดในงานกาชาดที่สุโขทัย

ดูรางวัลที่ได้รับนะครับ เป็นขันน้ำพานรองที่ทำด้วยเงินแท้  ในรูปก็จะมีดาบสั้นกับ เคียว  ที่ได้รับรางวัลครับ

เคยสอบถามคนรุ่นเก่า ๆ ว่าฝักกับด้ามที่รัดทองเหลืองแบบนี้ใครเป็นคนต้นคิดทำ 

ก็เห็นว่าทำกันมานานแล้วไม่ทราบว่าใครเป็นต้นแบบ  เพียงแต่ว่าใครทำได้เรียบร้อยปราณีตมากกว่ากัน 


ความเห็นที่: 651 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 18:08 น.

อย่างนี้ใช่ไหมครับ   เล่มที่สามจากข้างบน   รูปใหญ่ไปหน่อย  ผมจะเอาออกทีหลังครับ


ความเห็นที่: 795 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 21:52 น.

ทราบว่าพี่เหมราชแนะนำวิธี พันเชือกรัดฝักไว้หนึ่งแบบแล้ว วันนี้ผมขออนุญาตนำอีกวิธีมาเสนอครับ
ผมได้มาจากเว๊ปฝรั่งนานมากแล้วครับอยากเก็บไว้ที่กระทู้นี้บ้างจึงเอามาลงไว้ ลองดูนะครับ


ความเห็นที่: 700 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 21:39 น.
ถ้าติดต่อช่างกลึงได้ ผมฝาก 1 อันครับ หอกพุ่งที่มีอยู่ไม่มีคอครับ น่าสนใจมาก ๆ ครับ 

ความเห็นที่: 652 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 19:06 น.

เอแต่ผมเรียกดาบลักษณะนี้ว่า "สกุลช่างอยุธยา"ครับ เห็นว่าพบมากที่อยุธยา
น่าจะอยู่ในตระกูลเดียวกับหัวปลาไหล หัวปลาหลดนะครับ หัวโหนกหรือหัวเจ้านี่ เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละครับ
ทรงเจ้า น่าจะมากจาก พระเจ้าตากหรือเปล่าครับ
ที่อยุธยารุ่นใหม่ มักเรียกแบบนี้ และทำโหนกซะสูงเกิ๊น

สังเกตุสันจั่วภาพของคุณโยเดียซิครับตั้งแต่โคนยันปลาย งามปะล้ำปะเหลือ งามจ๊าดนัก ใช้คำแบบนี้เปล่าครับ

อ้อ อ้อ ฝากด้วยครับ งามจั๊กเด่ ไม่ใช่โคราชทั้งหมดครับใช้เป็นบางอำเภอในโคราช จั๊กแหล่ว แปลว่าไม่รู้สิ เด่ น่าจะเป็น เครียดเด่ แปลว่าบอกให้รู้ว่ากำลังเครียดอะไรทำนองนี้น่ะครับ.....


ความเห็นที่: 653 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 19:08 น.
นี่อีกภาพครับ

ความเห็นที่: 654 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 20:15 น.

ประเด็นเรื่องดาบทรงเจ้าลองอ่านอันนี้ดูครับ เป็นข้อมูลเชิงอนุรักษ์ครับ

http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/lofiversion/index.php?t7329.html


ความเห็นที่: 655 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 20:33 น.
ถ้าไปทางพะเยา ระยะทางประมาณ 100 กว่าโลครับ

ความเห็นที่: 656 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 20:37 น.
ฝากพี่ๆน้าๆ สมาชิก....ระบุที่มาของภาพไว้นิดนึงด้วยครับถ้าภาพนั้นๆ มีที่มาชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด หรือปัญหาต่างๆ ในภายหลังครับผม...ให้เครดิตเจ้าของภาพนิดนึงถ้าจำได้นะคับ.................ขอบคุณครับ  ภาพสวยๆ ทั้งนั้นเลยครับ  พามาลงกันหลายๆหน่อยครับ

ความเห็นที่: 657 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 20:43 น.

อีกช่องแล้วกันครับ ใน blade review ครับ สวยงามอยากให้ทุกท่านได้ชมกัน







อันนี้ยาวปี๊ด น่าจะดาบหลังม้าครับ รึเปล่า


เล่มสุดท้ายนี้ไงครับ
ที่ว่าหัวโหนกกัน(แต่ผมอยากเรียกหลังโหนกนะ)ส่วนใหญ่ใบแบบนี้ที่ผมเห็นมาจะใช้ด้ามโค้ง
เพราะใบค่อนไปทางตรง แต่ ลองคาดจากเจตนาแล้วลำบากจริงครับ
ตีไปคงซะท้านมือน่าดู


ความเห็นที่: 658 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 20:53 น.

ใบดาบชุดนี้สวยๆทั้งนั้นเลยครับ  สวยมากๆๆ  


ความเห็นที่: 659 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:02 น.
เห็นด้วยตามนี้ครับ ดาบปะทะ กับ ดาบปาดตัดเฉือน
ผมกำลังสงสัยว่าเหตุใด กั้นจึงสั้นนัก จะแสดงว่าด้ามต้องสั้นไม่กันศอกหรือไม่
น่าสงสัยในเจตนา ช่างดาบ และ นักดาบ ยิ่งนักครับ

ความเห็นที่: 660 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:16 น.

เอแต่ผมเรียกดาบลักษณะนี้ว่า "สกุลช่างอยุธยา"ครับ เห็นว่าพบมากที่อยุธยา น่าจะอยู่ในตระกูลเดียวกับหัวปลาไหล
หัวปลาหลดนะครับ หัวโหนกหรือหัวเจ้านี่ เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละครับ ทรงเจ้า น่าจะมากจาก พระเจ้าตากหรือเปล่าครับ
ที่อยุธยารุ่นใหม่ มักเรียกแบบนี้ และทำโหนกซะสูงเกิ๊น


หัวปลาไหล หัวปลาหลด ดาบไทยแท้เลยครับน้าศร  เล่มนี้จำได้ว่าเป็นงาน Reproduct ของอ.ปริญญา เป็นดาบศิลปะสกุลช่างอยุธยาที่สวยมากๆครับ ทุกวันนี้แทบไม่เห็นแล้วที่จะอยู่กับคนไทย น้อยมากๆ 

ส่วนหัวโหนกหรือทรงเจ้า ผมคิดว่า ช่างน่าจะเรียกด้วยความเคยชิน จากลูกค้ามังครับ....ทรงเจ้าไม่น่าจะมาจากเจ้าตาก  แบบที่ช่างอรัญญิกเรียกกัน ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะมาจาก เจ้าทางเหนือซึ่งมียุคนึงที่นิยมดาบแบบญี่ปุ่นซึ่งเหนือหัวของเวียดนามส่งมาถวายพระเจ้าแผ่นดินของเราเพื่อแสดงความขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือทุกสิ่งอย่าง ดาบเล่มนั้นคือ พระแสงดาบเวียด จึงยึดเอาทรงนั้นมา  ปลายเวียด ปลายว้าย ทรงเจ้า ผมเชื่อว่าคือทรงเดียวกันหมดเลยครับ ต่างกันนิดหน่อยแบบที่มองแทบไม่ออกมีทั้งหลังอ่อน หลังแข็ง มีโหนก และไม่มีโหนกเลยครับผม เรื่องดาบทรงดาบ ต้องมีเวลามานั่งศึกษากันแบบเอาจริงเอาจัง 
เลยละครับ ตอนนี้ยังแยกยากขนาดนี้ รุ่นต่อจากนี้ไป คงเรียกไม่ถูกเลยครับ ต้องช่วยกันครับเดี๋ยวดาบไทยแท้ๆ หายไปหมด 


ความเห็นที่: 672 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 23:03 น.
แยกร่าง.......

ความเห็นที่: 661 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:20 น.
สังเกตุสันจั่วภาพของคุณโยเดียซิครับ ตั้งแต่โคนยันปลาย งามครับ
(เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดครับ  งามขนาด)



อ้อ อ้อ ฝากด้วยครับ งามจั๊กเด่ ไม่ใช่โคราชทั้งหมดครับใช้เป็นบางอำเภอในโคราช จั๊กแหล่ว แปลว่าไม่รู้สิ เด่ น่า
จะเป็น เครียดเด่ แปลว่าบอกให้รู้ว่ากำลังเครียดอะไรทำนองนี้น่ะครับ.....

(งามจักเด่ จั๊กๆ น่าจะ "สูงเนิน" หรือ "ขุนทด" น่ะครับ พอดีเห็นแม่ของอาสะใภ้ผมชอบพูดครับ อิอิท่านอยู่ทางนั้นขอบคุณครับ  )

ความเห็นที่: 662 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:26 น.


เท่าที่พอเห็นได้ ต่างกันมาก ทั้งๆที่ปลายคล้ายกันครับผม 

ความเห็นที่: 663 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 21:39 น.


อันนี้ยาวปี๊ด น่าจะดาบหลังม้าครับ รึเปล่า 
(ยาวปี๊ดเลยครับ สวยมากนาสังเกตุว่า ลงชาดไว้แดงตลอดทั้งเล่ม อาจเป็นสีประจำกองหรือหน่วยใดก็เป็นได้ครับผม..... 

ความเห็นที่: 665 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 22:24 น.
สำหรับผมอยากไปชมเล่มนี้มากครับ จากภาพ ทรวดทรงใบสวย ด้ามและฝักสวยมากๆ ได้ยินว่าด้ามดาบทำจากเสาจากโบสถ์ครับ งานเงินหมดไปมาก เลี่ยมเงินแท้ๆครับ จัดแสดงที่หลังอนุสาวรีย์พระยาพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ (รึปล่าวครับ ชักไม่แน่ใจ)  

ความเห็นที่: 666 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 22:34 น.
ได้ความรู้มากๆเลยครับ ดาบสีชาดนี่ประวัติชักน่าสนใจซะแล้วซิ

ให้ได้รู้ นิสัยคนไทยเลยครับว่าพิถีพิถันในเชิงช่างศิลป์จริงๆ
กระทั่งดาบยังมีหลายรูปลักษณ์และหลากวิธีใช้
ซึ่งต่างกับ จอมยุทธในละแวกใกล้เคียงไทยซะจริงๆ
ขอบคุณความรู้ดีดีจากคุณtamusungครับ

ไปพิพิธภัณฑ์ต้องไปดูน้ำพี้ในตู้ข้างๆด้วยครับ เห็นเล่ากันว่า งามเชียว
ถ้าไป ถ่ายรูปมาฝากด้วยนะครับ

ความเห็นที่: 668 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 22:56 น.
แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นตราดอกจันทร์ หรือตราพระอาทิตย์

ความเห็นที่: 667 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 22:54 น.
มาแล้วครับ ดึกนิดนึ่ง  ดาบเล่มนี้รับมาเมื่อวาน ตีตราดอกจันทร์  เล่มนี้มีโครงการทำด้ามไม้แปดเหลี่ยมหัวบัวครับ ส่วนฝักต้องพึ่งน้ามิตรแล้วละ

ความเห็นที่: 669 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 22:57 น.
เล่มที่ 2 ครับ เป็นตราเต่าครับ เปลี่ยนด้ามใหม่เป็นด้ามไม้กลึง ฝักดาบไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใช่ของเค้าหรือเปล่า แต่เห็นสายสะดายดาบแล้ว เก่าแน่ ๆ ครับ

ความเห็นที่: 670 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 23:00 น.
ขอดูตราหน่อย

ความเห็นที่: 674 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 29 ต.ค. 2553 เวลา 23:31 น.
ถูกใจดาบเล่มนี้มากครับ ดาบหลังม้า ชอบดาบยาว ๆ ครับ ดูอ่อนช้อย และ น่าเกรงขามในตัวครับ

ความเห็นที่: 823 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 22:16 น.

งานเงินสวยมากครับ ไม่แพ้ทางเชียงใหม่เลยครับ. 


ความเห็นที่: 675 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 00:50 น.

เปรียบเทียบกับตราดาบที่สล่าโอรวมรวมไว้ครับ น่าจะเป็นตราตะวันหรือตราดอกจันทร์ แบบที่น้องตั้มว่านะครับ

ขอขอบคุณสล่าโอด้วยครับที่อุตสาหรวมรวมองค์ความรู้ไว้ให้คนรุ่นหลัง


ความเห็นที่: 676 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 09:49 น.

ต้องขอขอบคุณในองค์ดวามรู้ในเชิงลีกของดาบไทยโบราณจากคุณศรศิลป์ คุณตั้มและทุกท่านในกระทู้นี้

ผมได้รับความกระจ่างในหลายแง่หลายมุม   ต่อไปนี้เราจะได้เดินไปในแนวทางเดียวกันเพื่อชนรุ่นลูกหลาน

สืบต่อไปครับ   ตามความเห็นส่วนตัวผมว่าดาบไทยไม่ว่าล้านนาหรือสกุลช่างอยุธยามีความเหมือนกันใน

รูปแบบจะต่างกันในรายละเอียดของการใช้งานและเพลงดาบ ดาบสกุลช่างอยุธยาทื่เราได้เห็นในที่ต่างๆ

มักเป็นดาบทหารหลวงก็ทหารอาชีพอย่างปัจจุบัน   เน้นในการศีกโดยตรง  ส่วนเล่มในภาพนี้น่าเป็นยุครัตนะ

มีด้ามยาวคุมศอก ต้องขออนุญาติท่านเจ้าของป้จจุบันครับ ผมได้ร่วมประมูลเล่มนี้


ความเห็นที่: 677 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 10:39 น.

ต่อนะครับเป็นอันว่าเรียกว่าหัวปลาไหลหลังโหนกใช่ไหมครับคุณศรศิลป์  ที่เรียกว่าหัวปลาชิวก็คงเป็น

ชนิดเดียวกันกับหัวปลาไหล  ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ   เอคุณตั้มถ้าจะให้พ่อทันตีให้เราจะบอกท่านอย่างไรครับ

ตามรูปแบบของล้านนาหรือสล่าเข้าใจครับ   คุณศรศิลป์เคยเห็นฝ้กของดาบสกุลช่างอยุธยาไหมดรับ

โดยเฉพาะดาบทหารหลวง  ผมไปชมในที่ต่างๆก็ไม่เคยพบเว้นแต่ของเจ้านายหรือนายทหารระดับสูงเท่านั้น

โดยมากจะมีใบดาบยาวเท่าไหร่ครับ


ความเห็นที่: 678 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 12:30 น.

ขอถามอีกละครับคุณตั้ม จากดาบที่ทาชาด ชักตะหงิดๆใตร่อยากรู้มีกรรมวิธีลงรักทาชาดอย่างไงครับ

อยากทําบ้างครับสําหรับเล่มใหม่  ผมเห็นเครื่องเขินทางเหนือและพม่าก็นิยมทําเช่นกัน กรรมวิธีเดา

เอาเองนะตรับทารักก่อนแล้วทาชาดทับทีหลังไช่ไหม  ต้องรอให้รักแห้งสนิดก่อนไหมตรับ ความมัน

มันจะเกิดเหมีอนทารักอย่างเดียวหรือเปล่าครับ


ความเห็นที่: 1595 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 9 ธ.ค. 2553 เวลา 18:41 น.

ใช่ครับเป็นการตอกลาย    แต่ว่าถ้าเด็กในซุ้มทำได้เก่งแล้วคงจะลองแกะสลักดูบ้างครับ


ความเห็นที่: 679 ตอบโดย: Guest_อ เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 18:59 น.
รักแดงที่สีสด ต้องใช้รักจีนหรือรักญี่ปุ่น ซึ่งได้จากต้นรักคนละสายพันธุ์กับรักไทยครับ 

ความเห็นที่: 1511 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 10:13 น.
ถามหน่อยครับฝักหอกให้ใครทำให้ครับ ราคาเท่าไหร่?

ความเห็นที่: 682 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 22:24 น.
ผมว่าถ้าจะสั่งพ่อทัน ติดรูปให้ชัดว่าเราต้องการแบบนี้ เอวแบบนี้ หัวแบบนี้ ปลายแบบนี้
น่าจะเข้าใจกันง่ายกว่านะครับ เพราะชื่อเรียก เห็นทีจะแยกยากพอควรอย่างที่คุณตั้มว่าไว้น่ะครับ
อย่าเอานามเป็นบรรทัดฐานมากเลยครับ ผมคิดว่ายังหาข้อสรุปไม่ได้จริงๆ เพราะช่างแต่ละถิ่น
เรียกต่างกันน่ะครับ
ส่วนผมก็พยายามจัดรวมให้ลักษณะดาบน่ะครับ เช่นตระกูลปลายแหลม ตระกูลปลายตัด ตระกูลปลายมน ก็ยังไม่สามารถอยู่ดีครับ รอให้ท่านผู้รู้มาบอกเราอีกทีดีกว่า
แต่ปลาซิว เท่าที่ผมอ่านพบเป็นปลายแหลมงอนขึ้นนิดหน่อย คล้ายใบข้าว กับใบคารวมกัน มากกว่า
คิดแบบผมมั๊ยครับว่า ช่างและนักดาบในอดีต ท่านต่างเอารูปแบบมาผสมกัน ดูตัวอย่างเช่น หัวบัวกับ หัวลูกไก่เป็นต้นครับ

ความเห็นที่: 683 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 22:55 น.



เล่มนี้พื้นเดิมเป็น รัก  ส่วน ชาด (สีแดง) ที่เห็นเป็นการทาทับหลังจากทารักดำเ
เอย่างที่ทราบกันว่าชาดกับรักเป็นวัสดุคนละชนิดกัน สีแดงสดของชาดเป็นสีที่ถือว่าแทนความศักดิ์สิทธิ์ สูงส่งในสมัยโบราณ งานเครื่องบนต่างๆ มักจะใช้สีชาด  ทางเหนือ ชาวบ้านจะเรียกว่า "ทาฮัก ทาหาง" หาง ก็คือชาดที่มีสีแดงในภาษาไทยภาคกลางครับ  การลงรักปิดทองของคนเหนือ เดิมนิยมทาหาง(ชาด) รองพื้นก่อนปิดทองครับ เพราะมันจะช่วยขัยสีทองให้สุกขึ้นมากกว่าการใช้รักดำรองพื้น 

(ขอถามอีกละครับคุณตั้ม จากดาบที่ทาชาด ชักตะหงิดๆใตร่อยากรู้มีกรรมวิธีลงรักทาชาดอย่างไงครับอยากทําบ้างครับ
สําหรับเล่มใหม่  ผมเห็นเครื่องเขินทางเหนือและพม่าก็นิยมทําเช่นกัน กรรมวิธีเดา เอาเองนะตรับทารักก่อนแล้วทาชาด
ทับทีหลังไช่ไหม )

การทารักหรือชาดทุกครั้ง ต้องให้รักหรือชาด"แห้งสนิท" ก่อนครับ เพราะบางทีการแห้งนั้นอาจจะแค่ "แห้งผิว" พอจับสัมผัสได้เท่านั้น แต่ถ้ากดเบาๆก็จะเป็นรอยนิ้วมือครับ 

( ความมันมันจะเกิดเหมีอนทารักอย่างเดียวหรือเปล่าครับ) ชาดผงนั้นเวลาใช้ต้องผสมน้ำมัน ถ้าอยากให้เงาก็ผสม  น้ำมันยางปนไปด้วยครับ และอาจผสมยางรัก(รักน้ำเกลี้ยงน่ะครับ คือน้ำยางดิบที่กรองด้วยผ้าขาวอย่างดี ไม่มีเศษใบไม้หรือสื่งแปลกปลอมปนอยู่ เวลาทาจะเรียบใส ไม่มีเศษตะกอนครับ) ผสมลงไปนิดหน่อย สีจะได้ไม่แดงสดมาก เบรคสีหน่อย และช่วยให้ชาดเงางามขึ้นครับผม 


ความเห็นที่: 684 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 23:29 น.
ของคุณครับ ถูกต้องเลยครับคุณ "อ" เสริมอีกหน่อยครับ เพราะหลายท่านสับสนอยู่  ยางรักไทย อยู่หลายพันธ์ุ แบ่งได้ 2 พวกคือ
1. รักดอก ที่ดอกใช้ประดับพานดอกไม้นะครับ ชาวเพชรนิยมเรียก รักเขา, รักซ้อน ทางอีสานจะเรียก ปอเถื่อน มีดอกสีขาวปนม่วง
2. รักต้น แบ่งได้อีก 2 ชนิดครับ คือ
    - รักไทยใหญ่ พบมากทางเหนือ หรือ ฮักหลวง นั่นเองครับ ใช้งานเครื่องรัก เครื่องเขิน ชื่อทางวิชาการของเค๊าตรงๆตัวเลย BlackTree ที่นิยมมากเพราะน้ำยางคุณภาพดี ไม้สร้างอาการแพ้ต่อผู้ใช้มากนัก
    - รักหมู น้ำยางมีคุณภาพไม่ดีเลย จึงถูกเรียกว่า รักเลว น้ำยางมีราคาถูกครับ "ระวังโดนลวงน๊ะครับ" และที่สำคัญมีพิษรุนแรงมาก คนที่แพ้จะมีอาการบวมที่ผิวหนังเป็นผื่นและกัดเนื้อเยื่อของเราได้ครับผม  (วิธีแก้เผื่อสมาชิกเราแพ้นะครับ ยาแก้แพ้หรือคารามายด์ไม่ค่อยได้ผลครับ ใช้ต้นกุ่ยช่ายมาต้ม แล้วเอาน้ำมาทาก็หายคัน)  

ส่วน "รักญี่ปุ่น"  มีคุณภาพดีมากกว่าชนิดอื่นๆ ราคาก็สูงมากๆ เช่นกันครับ เนื้อยางรักใสอย่างที่ คุณ อ แจ้งไว้ครับผม ไม่ค่อยมีประสบการณ์กับรักญี่ปุ่นเท่าไหร่ครับ เพราะราคาสูงมาก ตอนเรียนที่แผนกก็ใช้แต่รักไทยใหญ่ครับผม   ( ยังมีรักพม่า, รักเวียดนามครับ)

ความเห็นที่: 685 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 23:41 น.
แล้วทีใช้ในงานปิดทองพระ ตู้รายรดน้ำ(สะกดถูกหรือเปล่าครับ) ใช้รักแบบใดหรือครับ?
ใช้แบบเดียวกับที่ลงฝักดาบด้วยหรือเปล่าครับ?

วิธีแก้เผื่อสมาชิกเราแพ้น๊ะครับ ยาแก้แพ้หรือคารามายด์ไม่ค่อยได้ผลครับ ใช้ต้นกุ่ยช่ายมาต้ม แล้วเอาน้ำมาทาก็หายคัน

ขอบคุณคุณตั้มมากๆครับ ช่วยกันแปะไว้ในนี้ก็ดีครับ เผื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะได้แก้กันได้

ความเห็นที่: 686 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 23:44 น.
แถมครับ เทคนิคดีๆง่ายๆ ที่จะทำให้รักแห้งโดยไม่ต้องพึ่งตู้บ่มรัก คือปกติทั่วไปเราจะปล่อยให้รักแห้งด้วยตัวเอง ลองเติมยางสน ลงไปนิดหน่อย อย่ามากนะครับ เดี่ยวผิวรักจะแตกราน หรืออีกวิธีคือเติม กลีเซอรีน ครับ มันจะดูดความชื้นที่เป็นส่วนผสม 1 ใน 3 อยู่ในยางรัก (นอกเหนือจากเรซิ่นธรรมชาติและกาว) 

ความเห็นที่: 3326 ตอบโดย: chalamwan เมื่อ: 27 ต.ค. 2554 เวลา 20:30 น.

ตอนนี้บ้านผม ถึงอกแล้วครับ ต้องขอโทษ ที่หายไป  2-3 วันที่แล้วไปเชียงใหม่ เจอสล่าโอ คุยเรื่องดาบ กับหมวก  กัน ครึ่งค่อนวัน  ได้ความรู้ดีครับ

ขอบคุณทุกๆๆคนครับ


ความเห็นที่: 687 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 ต.ค. 2553 เวลา 23:56 น.
ครับน้าศร ผมมัวนั่งกดแป้นพิมพ์อยู่เลยช้าหน่อยครับ ตอบไม่ค่อยทันครับ  แบบที่ใช้ปิดทองนั้น ต้องแยกออกมาก่อนครับผม คือรักที่ใช้เตรียมพื้น กับรักที่ใช้เช็ดปิดทองครับ

- การเตรียมพื้นสำหรับเขียนลายรดน้ำ เราใช้รักน้ำเกลี้ยงครับ (ใช้ทาเคลือบชิ้นงานต่างๆด้วยเช่นกันคับ) การเตรียมพื้น ถือเป็นงานช่างรักขั้นสูงเลยครับ เผลอๆ สูงกว่าเขียนลายปิดทองอีกครับ ในช่างลายรดน้ำเราจะวัดกันที่การเตรียมพื้นครับผม พื้นใครเรียบกริบ ดำคลับ เงาลึก ถือเป็นสุดยอด ช่างรักครับ เพราะมัน
จะส่งผลให้ผิวทองที่ปิดเรียบเสมอ ทองเงาไม่เงา หรือด้านๆ ก็อยู่ที่จุดนี้ด้วยครับผม

- การปิดทองจะใช้รักเช็ดหรือรักเคี่ยวครับ  เราจะเอารักน้ำเกลี่ยงมาเคี่ยวให้น้ำที่ปนอยู่ในรัก ระเหยไปหมด ยางรักเคี่ยวที่ได้จะหนืดๆมากๆและเหนี่ยวด้วยครับ ใช้เช็ดลงบนพื้นวัสดุเพื่อปิดทอง งานรายลดน้ำเท่านั้นครับ

ส่วนงานปิดทองพระ หรือสิ่งของต่างๆ เราใช้รักน้ำเกลี้ยงครับ ทาหลายๆชั้น  พอถึงกำหนดเวลาก็ปิดทองคำเปลวลงบนผิวงานได้เลย ไม่ต้องมาเช็ดรักครับผม

ความเห็นที่: 688 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 00:09 น.
เอามาฝากคุณโยเดียครับ
ผมเห็นในกระทู้ คนรักมีด ก็เคยนำภาพพ่อทันมาลงไว้ พร้อมกับลักษณะดาบที่คุณโยเดียต้องการ
จึงขออนุญาตนำลิ้งภาพมาให้พิจารณาครับ credit : konrakmeed.com

















สวยมากๆครับ ชักจาอดใจไม่ไหว.....

ความเห็นที่: 690 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 00:25 น.
คุณตั้มชอบเหมือนผมครับ ไม่ปัดเงาดูดาบดิบดีมากๆครับ
ผมเคยมีมีดดายหญ้ายาวประมาณศอกหัวตัด ของตาน่ะครับ
ที่ใบเหมือนเคลือบด้วยยางดำๆเลยครับ จะว่าสนิมก็ไม่ใช่ครับ คิดถึงจัง
พี่ชายผมเอาไปทำหายเสียแล้ว

ความเห็นที่: 692 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 12:41 น.

ขอบคุณมากครับสําหรับทุกข้อมูลทุกความคิดเห็น  ผมคงให้พ่อทันตีให้เพิ่มอีกสักเล่ม  หลังจากได้เล่มแรกพร้อมใบทวน

หัวบัวก่อน  เล่มแรกให้พ่อทันทําหัวปลาหลดแบบดาบตะไบครับดูดิบๆๆดีครับ   ใบทวนว่าจะถวายเป็นเครื่องสักการะ

องค์พระนเรศวรที่บูชาอยู่  รูปทั้งหมดดูกระจ่างมากครับ  วันนี้เอามีดที่สะสมมาให้ชมกันบ้าง


ความเห็นที่: 693 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 12:46 น.
สังเกตุเห็นก้นฝักดาบทั้งคู่ไม่เหมือนกันครับ หัวมนทำฝักปลายมน หัวตัดฝักทำปลายตัดด้วย คุณตามี คงตั้งใจให้ฝักดาบออกมาต่างกัน มองเห็นได้ตั้งแต่ภายนอกว่า ในฝักเป็นดาบทรงอะไร แต่ไม่เป็นแบบนี้ทุกเล่มนะครับพี่ๆสมาชิก มีก้นฝักดาบเมือง แบบใดกันบ้างครับ 

Photobucket

ความเห็นที่: 695 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 12:59 น.
ว่าจะหาช่างรับกลึงทองเหลืองคอหอกหรือทวนตามแบบในภาพ ได้มาจากเวปของนักสะสมชาวต่างชาติครับ

ความเห็นที่: 696 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 13:12 น.
งานคร่ำงามมากๆครับ งานปลอกคอพวกนี้ร้านรับกลึงงานทั่วไปที่มีเครื่องกลึง รับงานได้หมดครับ แต่ว่าเราต้องจ่ายถึงๆหน่อย เพราะไม่กี่ชิ้นเค้าไม่อยากทำให้ครับ และเราอาจต้องซื้อวัตถุดิบ เส้นทองเหลืองกลม ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว 2 หุน แบบตัน ไปให้ช่างด้วยครับ และที่สำคัญถอดแบบไปให้ชัดเจนครับผม หน่วยเป็น มิล นะครับผม ช่างกลึงสมัยนี้มีฝีมือแบบชัดๆทำได้สบายมากครับ

ความเห็นที่: 697 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 13:22 น.
ค้างคุณเหมไว้ครับวันนี้ถ่ายใบดาบเล่มเดิมหลังจากทําความสะอาดและใช้กระดาษทรายน้ำขัดนิดหน่อย

ความเห็นที่: 698 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 13:38 น.

ครับคุณตั้มปัญหาอยู่ที่  ถ้าเราต้องชื้อวัตถุดิบเองละครับและอย่างที่ว่าราคาคงสูงเมื่อเราทําน้อยชิ้น

ฝักดาบที่คุณตั้มลงไว้มีปลายฝักแบบปลายป้านๆคล้ายดดาบของคุณทวด  แต่ปัจจุบันผมทําปลอกเงิน

แกะลายสวมไว้ครับ(หาช่างดุลลายยากครับใน กทม ถ้าเป็นที่เชียงใหม่ก็เนียนๆเลยครับไว้ถ่ายภาพ

ให้ขมพร้อมมีบางอย่างให้สนทนาร่วมกันครับ)


ความเห็นที่: 699 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 20:38 น.
น้าศร ผมนนท์ครับ ติดสอยห้อยตามประจำบอร์ด เขาไปถึงไหนเราไปถึงนั่น
มาจุ้นจ้านเรื่องยางรักครับ นอกจากที่น้าตั้มพูดเรื่องยางรักแล้วเนี่ย มันอยู่ที่ชนิดด้วยนะครับ เพราะต้นรักเขา(งานนี้ต้นไม้ล้วนๆนะครับเดี๋ยวจะงง) แบ่งออกเป็น เป็นสองชนิดใหญ่ คือ รักน้ำเกลี้ยงกับรักน้ำเช็ด ทั้งสองชนิดต่างกันที่ใบครับ รักน้ำเกลี้ยงเนี่ย ใบคล้ายมะม่วงหิมพานต์ ส่วนรักอีกชนิดใบคล้ายใบมะม่วง หากเอายางรักมาผสมกันเขม่าที่ได้จากการเผาหญ้าคาหรือกาบมะพร้าว แล้วนำมาใช้จะเรียกว่า "รักสมุก"ครับ อ่อ สำคัญอย่างนะครับ ถ้าใครคิดจะหัดทำงานเกี่ยวกับยางรักเนี่ย ผมสนับสนุนครับ เป็ฯการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอย่างนึง แต่ควรหาต้นแมงลักกับปูนขาว(อันที่ไว้ทำขนมหรือว่าที่กินกับหมากหน่ะครับ) ถ้าแพ้ยางรักขึ้นมาจะระคายเคือง คัน แสบร้อน แตกผื่น ให้รีบเอาใบแมงลักขยำกับน้ำปูนแล้วรีบทาครับ สักครู่ก็หาย......ไม่รู้เอามะพร้าวมาขายสวนหรือเปล่า

ความเห็นที่: 1466 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 22:10 น.
แบบนี้เอาไปทำตะพด สวยมากครับ

ความเห็นที่: 1464 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 22:01 น.
อาจจะเป็นไม้ "บุนนาค" ก็มีส่วนครับ เพราะเป็นเนื้อไม้ดี นิยมทำด้ามหอกกันมาก ข้อมูลของไม้ชนิดนี้หาเพิ่มได้ครับ

ความเห็นที่: 701 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 21:47 น.
เรื่องงานกลึงคอหอกพุ่ง เหล่าสมาชิกเราคงสนใจกันหลายท่าน รวม ๆ กัน ราคาคงเบาลงหน่อยครับ  

ความเห็นที่: 702 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 21:55 น.
2 วันนี้ขอออกตัวครับ ไม่กล้าแจมจริง ๆ เรื่องรัก เรืองชาด เรื่องหาง  เหนือชั้นครับ สมาชิกเรามีความรู้หลายท่านครับ ผมเองไม่รู้เรื่องเลยครับ แต่ถ้าเรื่องงานสีธรรมดาพอได้ครับ แต่ก็พอได้ความรู้ไปคุยกับเขาได้บ้างครับ ดีใจที่เรามีสมาชิใหม่เพิ่มขึ้นหลายท่านครับ แต่ละท่านมีองค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดโดยไม่หวงวิชาครับ

ความเห็นที่: 1463 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:58 น.
ครับพี่เหมราช
ผมได้อ่านในเว๊ปเรา พี่ท่านหนึ่งเขียนไว้ว่าเป็นไผ่ลวกข้อสั้นครับเดี๋ยวผมลงลิ้งนะครับ
ไผ่ลวกข้อสั้น


ความเห็นที่: 705 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 22:18 น.

คุยกัยสบายๆ ครับพี่เหม  พอดี "รัก" เนี่ยเราประยุกต์ใช้กับงานสะสมของเราได้ครับ และไม่ใช่แค่เพียง ยางรักนะครับ  เพราะมันค่อนข้างยุ่งยาก เราเอาวิธีประยุกต์แบบอื่นๆ มาใช้ได้เช่นกันครับ  สะดวก ง่าย และไม่ยุ่งยากครับ  เอามาแชร์กันบ้างเน้ออ


ความเห็นที่: 1462 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:55 น.
ถ้าเป็นผมคงอยู่ในนั้นได้ทั้งวันเลยละครับ  เห็นด้วยกับพี่โยครับ คนไทยเรา "ส่วนมาก" จะได้ "ใหม่แล้วลืมเก่า" ครับ

ความเห็นที่: 1461 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:55 น.

น้าศรครับ ไผ่น้ำเต้าผมเองก็พยามมองหาเล่มที่เหมาะ ๆ อยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่ยักจะเจอคับ ส่วนใหญ่จะคดโค้งมากครับเอามารนไฟดัดคงยากหน่อย ต้องหาลำที่แก่ แกรน ลำเล็กตรง ยากจริง ๆ  เคยตัดเล่มใหญ่มาท่อนหนึ่งครับ พอทิ้งระยะสักหน่อยปรากฏว่าเหี่ยวครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ดูไปเรื่อย ๆ เดี่ยวนี้เวลาไปไหนเจอกอไผ่เป็นต้องยืนจ้องครับ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั้นครับ เกือบลืมบอกครับ ไผ่ดำ ก็เหมาะกับงานของเราครับ แต่คงหายากหน่อย ครับ บ้างถือว่าเป็นของมงคลครับ


ความเห็นที่: 706 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 22:55 น.
ตายครับ ตายแน่ ผมอายุ๓๔เองครับ ไม่น่าจะน้าล่ะครับ ขอขมาพี่ๆน้องๆน้าๆอาๆครับ

ผมว่าเป็นความรู้จากประสบการณ์ล้วนๆครับ
ทั้งคุณตั้มก็ให้ไว้หนึ่งวิธี คุณนนท์อีกวิธีหนึ่ง ยิ่งหลายวิธียิ่งดีครับ
เพราะผมเชื่อว่า วิธีหนึ่งอาจจะได้ผลกับคนหนึ่ง อีกวิธีอาจจะได้ผลกับอีกคนหนึ่ง
มีวิธีแก้ไขเยอะๆไว้ย่อมดีกว่าครับ แล้วเราก็จะพบแต่สิ่งดีดีครับ

ขอบคุณประสบการณ์ของทุกท่านจากใจครับ ผมดีใจที่มีประสบการณ์ดีดีมาฝากกัน ใครรู้เอามาให้โดยไม่หวง สิ่งนี้เป็นขุมกำลังหลักของการอนุรักษ์วิชาเก่าๆอย่างแท้จริงครับ
ผมคาดว่านะครับถ้าเราเกาะกลุ่มแลกเปลี่ยนสรรพวิชาโบราณของเราต่อกันให้มั่นคงแบบนี้ ต่อไปการจะสืบค้นอะไรต่อมิอะไรก็จะง่ายขึ้นครับ
ผมมีความเชื่อว่าทุกๆประสบการณ์ของทุกๆคนมีประโยชน์ทั้งนั้นครับ ทุกท่านมีคมจริงๆครับ
ในดาบหนึ่งเล่มมีองค์ประกอบของหลากวิชาอยู่ในดาบเล่มนั้น เหล็ก ไม้ หวาย เชือก ผ้า งานสาน ถักทอ สมดุลย์มวล ประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังจิตวิญญาณของช่างต่อดาบเล่มนั้นและจิตวิญาณของนักดาบที่ส่งต่อประสบการณ์ต่อช่าง ฯลฯ
บรรพบุรุษเราล้วนคงไว้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราจึงมีโอกาสที่จะรับองค์ความรู้เหล่านั้นและส่งต่อให้อนุชนผู้ไขว่คว้าต่อไปในภายภาคหน้าครับ

ความเห็นที่: 707 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 31 ต.ค. 2553 เวลา 22:58 น.
ผมยังติดใจเรื่องใบดาบเดินร่องเลือด
ไม่ทราบว่าอันนี้เป็นอิทธิพลจากดาบญี่ปุ่นหรือไม่ครับ?

อีกเรื่องครับ คุณ โยเดียสอบถามไว้ น่าสนใจเหมือนกันครับ
ผมได้อ่านเรื่องราวของดาบโบราณมาบ้าง แต่ เรื่องฝักดาบนี่ ผมก็ยังไม่เคยเห็นใครวิเคราะห์เรื่องลักษณะปลายฝักไว้ละเอียดๆเลย
ถ้าคิดถึงผู้ใช้ ถ้าไขว้ดาบสองเล่มกลางหลัง ปลายฝัก ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาในการเยื้องย่าง
ถ้าสะพายไหล่แบบล้านนา หรือสะพายไหล่เหน็บชายพกหลัง ก็ยังไม่เห็นปัญหาครับ
คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความนิยมส่วนตัว หรือช่วงยุคหรือไม่ครับ?
ส่วน ฝักดาบ ที่ผมเคยพบเห็น มี ๓ ลักษณะ ปลายมน ปลายตัด(ปลายตัดงานหลูบ) ปลายแหลมเข้าลักษณะดาบ
หรือ พลเดินเท้า ไม่พกฝักดาบ อันนี้ก็เป็นไปได้มากๆเช่นกันครับ
นึกดูแล้ว ดาบเล่มเดียวprofileเยอะมากครับ


ภาพนี้ ผมได้ จาก blog ของคุณ katathorn ครับ ขออนุญาตและขอขอบคุณที่นำมาสู่การเผยแพร่ครับ
ที่เห็นนี้ ผมมองจากภาพ และคาดการณ์ว่า เป็นทหารรักษาพระองค์ครับเป็นกรมพระตำรวจทั้ง๘แน่นอนครับ เพราะ ถือ ไม่หอกก็ทวน แต่จะกะเดียดไปทางหอกนะ ยามตามกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค กรมพระตำรวจจะมีหน้าที่ประจำรอบเท้าช้างพระที่นั่งโดยจะพกอาวุธแบบนี้แหละครับ(อ้างอิง: คุณ V_mee บ้านเรือนไทย เรื่องขุนนางในอดีตครับ) สังเกตุดาบสะพายไหล(ไม่ไขว้แล่ง) ดาบห้อยลงไม่ตกแน่นอนเพราะมีฝัก  ปลายฝักก็เป็นแบบปลายตัดครับ ผมไม่ทราบเรื่องชุด สันนิษฐานว่าน่าจะอโยธยาครับ เพราะมีกรมพระตำรวจและตรงกับบทบรรยายในพงศาวดารครับ

ความเห็นที่: 708 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 1 พ.ย. 2553 เวลา 08:50 น.
น่าจะเกิดจากความคล่องตัวในการใช้อาวุธด้วยนะครับ ลองคิดถึงหลักกลศาสตร์ที่หอกจะต้องแกว่งจากบนลงล่าง ใช้เวลากี่วินาที แต่กลับกันถ้าหอกอยู่ด้านล่างอยู่แล้วสามารถใช้ เท้าเตะปลายหอกให้พุ่งไปด้านหน้าได้ด้วยความแรงและความเร็ว อีกประการหนึ่งด้านความเชื่อนะครับ ความเชื่อเรื่องกษัตริย์คือสมมุติเทพซึ่งเป็ฯแนวคิดของขอมโบราณ จะห้ามหันคมอาวุธไปหา จะหมายถึงการไม่เคารพต่อเทพเจ้าด้วยครับ ส่วนดาบก็เหมือนกัน ลองคิดถึงวงการแกว่งดาบนะครับ ถ้าหันลงเนี่ยวิถีโค้งจะเพิ่มมากขึ้น อำนาจในการทำลายย่อมมากขึ้นตามครับ ผมว่านะ

ความเห็นที่: 709 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 1 พ.ย. 2553 เวลา 11:56 น.
๑.ประการแรก การใช้
ผมว่าไม่ว่าจะอยู่แนวไหนถ้าผู้ใช้ใช้เป็นเรื่องความคล่องตัวของหอกซัดย่อมกระทำได้ทุกแนวครับ ไม่เสมอไปที่ปลายหอกจะกลับลง ถ้ากลับลงแล้วคิดว่าจะใช้การเตะปลายหอกเพื่อยิงหอกออกไปนั้นไม่เห็นจะเป็นวิธีที่ดีนะครับ หอกถึงแม้จะเน้นแทงก็จริงอยู่แต่ส่วนคมก็มีครับ การเตะปลายหอกเป็นวิธีเลือกสุดท้ายของผมครับ หันด้ามดาบลงฝักดาบหงายขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหาของการใช้ครับ ดาบเมื่อลั่นออกจากฝักก็เข้าฟาดฟันได้ทุกทิศได้เช่นกันครับ ฝักดาบไทยแท้หันด้ามลงดาบไม่หลุดครับ มันมีเทคนิคเชิงช่างผสมอยู่ในนั้นครับ ปลายดาบ สันดาบ เอวดาบ มันขัดคอฝักอยู่ครับ ยังไงก็ไม่หล่นครับ นอกจากจะตบด้ามทางด้านคมขึ้นบน ดาบหลุดแน่ครับ ดาบ หอก แหลน ทวน อาวุธต่อแขนขาให้ยาวขึ้น ล้วนเรียนรู้วิธีใช้หลากรูปแบบครับมิเว้นการสบัดที่กระทำเช่นเดียวกับแซ่ครับ
๒.ประการที่สอง ความเชื่อ
จริงอยู่วัฒนธรรมขอมมีบทบาทมาก่อน แต่จากรูปแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาก็เข้ามาแล้วเช่นกันเพราะเป็นสมัยอโยธยา เรื่องการทำความเคารพสมมุติเทพ ผมว่าสรุปยากอยู่ครับ แต่ ขนบแบบไทย มักทำความเคารพแบบยอกายน้อมเคารพนั้นปรากฏในหลากลักษณะครับ ไหว้พ่อแม่ ไหว้ครูบาอาจารย์ ไหว้ผู้ใหญ่ ในที่นี้ผมขอยกการไหว้ครูมาแล้วกันนะครับ กรมพระตำรวจ๘กรม ถูกคัดเลือกมาจากผู้เป็นมวย เป็นยอดฝีมือในเชิงการต่อสู้ทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นเหล่านี้ล้วนมีครู ครั้นเมื่อถูกคัดเข้าสังกัดรักษาพระองค์ เหล่านี้ย่อมได้รับการเรียนรู้พิชัยสงครามแน่นอนครับเพราะสังเกตุจากการเข้าคลุมพื้นที่จาตุรังคบาท(ที่เค้าว่ากันว่า๔คนแต่ผมว่าน่าจะเป็น๔กองมากกว่า)ครับ หากไม่รู้วิธีไสช้างพระที่นั่ง โดนช้างเหยียบตายแน่ครับ เพราะฉะนั้นย่อมต้องผ่านศาสตร์การยุทธโยธานี้ครับและเท่าที่ทราบมีแต่พระราชาเท่านั้นที่จะได้ทรงศึกษาและในเมื่อประชาชนธรรมดาได้ศึกษาย่อมยอจิตน้อมถวายชีวิตเป็นราชพลีตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณแน่นอนครับ เอางี้ครับสมมุตินะครับแค่ครูที่สอนดาบเรามานี่แหละหากเราถือดาบสองมืออยู่เราจะหันปลายดาบไปหาครูมั๊ยถ้าเรากำลังยกมือไหว้ครู เราหันคมไปทางคู่ปรปักษ์เสมอครับ ขนบการนบนอบต่อผู้มีพระคุณอยู่ในเลือดลูกไทยทุกคนครับผมเชื่ออย่างนั้นนะ

ความเห็นที่: 941 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:35 น.
นึกขึ้นได้ว่า หอกลักษณะนี้ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นของกลุ่มควาญช้างใช้น่ะครับ น้าเหม ส่วนใหญ่ใช่ควบคุมช้างตกมันหรือช้างดุๆ (ไว้ขู่ช้าง แค่เห็นก็เจียมเนื้อ
เจียมตัวแล้ว) แต่สมัยก่อนก็เป็นอาวุธด้วยอยู่แล้วครับ   ลักษณะของเค๊าจะแบนๆ ไม่มีกระดูก(สันกลาง) ใช่มั๊ยครับผม คมก็ไม่ได้ขึ้นไว้จนคมใช่มั๊ยครับ
น่าจะใช่จริงๆ เค๊าว่ามีพระเวทย์ลงคุมไว้ด้วยน๊ะครับ ก็ขนาดช้างยังกลัวแล้วคน (ที่บ้าน) จะไปเหลือหรือครับ 

ความเห็นที่: 944 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.

ความเห็นที่: 945 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:54 น.

ความเห็นที่: 946 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:57 น.

ความเห็นที่: 947 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 12:00 น.

ความเห็นที่: 942 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:52 น.

ง้าว ฝีมือโกเนี้ยว(สล่าบุญตัน) คุณ นพดล นำมาเมื่อปี 51 โน่นน่ะครับ เอาภาพมาลงให้ชมกันใหม่  ง้าวมือเดียว ใบยาว 24 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว โคนหนา 9 มิลลิเมตร 4 ด้ามยาว 24 นิ้ว ถักหวาย ดุนเงินรมดำ  เงิน 100% จากเชียงตุง   ใบง้าวคล้ายๆ ฝีมือพ่อทันเหมือนกันนะครับ  โดยรวมสวยมากครับ น่าจะจุดประกาย  สมาชิกหลายๆท่านได้ไม่มากก็น้อยละนะครับ จำได้คร่าวๆว่า ใบง้าวพ่อสล่าทัน ใบละ 2,500 แต่นานแล้วครับ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ราคานั้นได้ใบงามๆขนาดนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากครับ  เล่มนี้เค้าขายอยู่ 25,000 บาท 


ความเห็นที่: 943 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 11:53 น.

ความเห็นที่: 712 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 พ.ย. 2553 เวลา 22:22 น.
 ผมยังติดใจเรื่องใบดาบเดินร่องเลือด ไม่ทราบว่าอันนี้เป็นอิทธิพลจากดาบญี่ปุ่นหรือไม่ครับ?

พี่ใหญ่ "จีน" มหาอำนาจทางวัฒนธรรมในเอเซีย ก็น่าจะมีอิทธิพลกับบ้านเมืองรอบข้างมากพอดูครับพี่ศร  เพราะในดาบจีน เห็นมีการเดินร่องเลือดเช่นกันครับผม ส่วนตัวผมคิดว่า การเดินร่องเลือดนอกจากจะแก้ไขเรื่อง ที่แทงแล้วชักออกยาก  ยังมีส่วนช่วยลดน้ำหนักของใบดาบลงได้ไม่มากก็พอสมควรเลยครับผม 


ความเห็นที่: 1460 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:45 น.
ขอบคุณสำหรับภาพถ่ายครับคุณโย อยากเห็นของจริงมั่งครับ เห็นด้ามไม้ไผ่สวย ๆ แล้วเกิดไอเดียครับคงต้องออกแรงหาลำไผ่แบบนี้บ้าง ขาดก็แต่คอหอกกับแฉ่งครับ ที่พิพิธพัณฑ์เชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นง้าวหลังช้างและง้าวจีนครับ หอกซัดไม่แน่ใจครับคิดว่าไม่มี เดี๋ยวมีโอกาสจะเข้าไปดูอีกทีครับ แต่เขาห้ามถ่ายภาพครับ ไม่รู้ว่ากลัวแสงแฟลตทำลายชิ้นงาน หรือป้องการการออเดอร์ของนักสะสมรึเปล่าไม่แน่ใจ อีกที่หนึ่งพิพิธพัณฑ์วัดเกตุการามที่เคยถูกขโมยลูกเป้งยกชุด ไม่ค่อยมีของประเภทที่เราหลงไหล  หอกที่เห็นก็เป็นหอกสำหรับบังคับช้างซะมากกว่า ส่วนดาบที่โชว์ไว้ส่วนใหญ่เป็นดาบไม่เก่ามากครับ เป็นของที่ชาวบ้านมอบให้ตามความศัทธาเก่าไม่เก่าก็คงต้องรับไว้

ความเห็นที่: 713 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 พ.ย. 2553 เวลา 23:57 น.
จากภาพโน้นต้องสืบค้นต่อครับ ผมสงสัยว่าเป็นภาพขบวนพยุหยฯ นี้เสด็จไปไหนหรือผ่านสิ่งใด ขบวนถึงพนมมือวันทากันถ้วนทุกคนครับ   หรือว่าจะออกรบ (อาจมีการเดินผ่านพระสงฆ์ที่กำลังอำนวยอวยพรให้ก่อนออกศึกสงคราม เอ....ผมคิดมากไปป่าวครับเนี่ย  อย่างภาพนี้ ขบวนน่าจะผ่านสิ่งสำคัญสูงค่าที่ต้องวันทาสักการะ  แล้วรึป่าวครับผม จึงแบกหอกในสภาพปกติ  แต่ในภาพพลหอกชุดนี้แขกครับ ท่าถือหอกพร้อมใช้ได้ ตลอดเวลาเลยคับ เหน็บกริชด้วย แล้วที่นั่งอยู่หน่วยใด ทำไมถ้าทางการจับหอกจึงเป็นเช่นนั้น ดาบก็เหน็บที่ผ้าคาดซึ่งดาบที่เหน็บอยู่ก็ขนาดไม่ใหญ่มากครับ และมีฝักด้วย กันฝักก็ตัดตรงด้วยครับ  ดาบเลี่ยมรัดด้วยเงินด้วยของจริงๆ จะสวยงามมาก 

ความเห็นที่: 714 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 00:03 น.
โดยท่าถือหอกจากภาพนี้  ภาพแรกขบวนก่อนเข้ารณยุทธ์ ภาพที่สอง ปะ ฉะ ดะ กันอย่างตะลุมบอน ดูที่มือพลหอกครับ ถึงแม้จะเป็นทหารคนละกลุ่ม แต่จากภาพแรกมาภาพที่ 2 คล่องตัวมากครับ ถ้าจับถือในขณะนั้น ย้อนกลับมาที่ภาพจิตรกรรมไทยสมัยอยุธยาชุดนั้น ของพี่ศร (ซึ่งหาชมได้ยากมาก ขอบคุณครับ) หน่วยมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต้องอยู่ในท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลากระมังครับผม ไม่แน่ใจอ่ะคับ  สมมุติฐานล้วนๆเลยครับ  

ความเห็นที่: 715 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 00:17 น.

ความเห็นที่: 716 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 00:36 น.
ทหารจีนในกองทัพพระเจ้าชัยวรมันครับ ถือหอกด้วย 

ความเห็นที่: 717 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 00:37 น.
ส่วนภาพนี้ ขอมูลจาก bangkok Museum ครับ สมัยรัชกาลที่ 7 ครับ ในภาพมีหอกไทยทรงอย่างพระขรรค์ และทวนลาวคอลูกแก้ว ประดับภู่จามรีอยู่ด้วยครับ ยาวมากๆ สวยมากๆด้วยครับ

ความเห็นที่: 718 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 01:06 น.
แล้วนี่ล่ะครับคุณตั้ม
เนะสยำกุ๊ก

กองทัพสยามที่นครวัด
คือถ้าพูดถึงการใช้ คงจะสรุปที่ภาพยากครับ อย่างที่ผมกล่าวไว้คือ ใช้ได้ทุกแนว ถ้าใช้เป็นนะครับ
ลองนึกถึงท่าพุ่งแหลนในกีฬาโอลิมปิค มันก็เป็นวิถีโค้งลง หอกตวัดขึ้นอย่างคุณนนท์ว่าไว้ก็เป็นไปได้
ถือแนบลำตัวปลายหอกอยู่ด้านบน ใช้เท้าเตะส้นหอกให้ไปข้างหลังใบหอกลดลงมาแล้วกระแทกไปข้างหน้าก็เป็นไปได้ ยกเว้นทวนครับยาวเกิ๊น คงต้องล้มลงก่อนแล้วยันพื้นไว้แบบในหนังก็เป็นไปได้ครับ อันนี้ผมว่าแล้วแต่กาละโอกาสครับ
แต่การที่เอาปลายหอกทิ่มลง ด้ามดาบทิ่มลงนี่ ผมก็คาดเอาจากวิถีชีวิต จิตวิสัย ความอ่อนน้อมถ่อมตนของคนไทยน่ะครับว่าท่านก็คงแสดงให้เห็นว่าจับอาวุธแบบไม่มีจำนงค์ที่จะเข้าทำร้ายอย่างในภาพน่ะครับ ไม่งั้นในภาพทั้งหมดนั้นก็คงเป็นหอกข้างแคร่ซินะครับ

จากรูปของความเห็นที่๗๑๓ ผมว่าด้านขวาน่ะอาสาแขก แต่ไม่ทราบว่าใช่แขกจามหรือไม่(ดูจากภาพความเห็นที่๗๑๔ภาพขวาเป็นพวกจามปา ดูแล้ว น่าจะใช่แขกจามจริงๆลักษณะมวยผมแบบเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของภาพห่างกันหลายร้อยปีอยู่นะครับ) ที่ทราบเพราะ ผ้าม้วนมวยผม เหมือนอาบังเลยครับที่เอาผ้ามาครอบจุกผมและรัดเอาไว้ มลายูที่เหน็บกริชใช้หอกมีคอที่ไม่มีเฉงด้วยครับ ของแขกกับอโยธยาดันมีเฉง กองทัพอโยธยาเอง บ้างก็ใส่หมวก บ้างก็ไม่ใส่ ผมว่านะภาพทั้งหมดนี้มาไม่เต็มถ้ามาเต็มยังพอจะเดาการจัดขบวนได้บ้างน่ะครับ เอาอ่านเป็นงงๆไปก่อนแล้วกันนะครับ

ความเห็นที่: 719 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 07:38 น.
กลับไปเรื่องอายุก่อน เขาจะเถียงกันทำไมในเมื่อผมเพิ่งจะ ๒๕ เอง(จริงๆนะไม่ได้โกงอายุ)
ส่วน"จากรูปของความเห็นที่๗๑๓ ผมว่าด้านขวาน่ะอาสาแขก แต่ไม่ทราบว่าใช่แขกจามหรือไม่(ดู จากภาพความเห็นที่๗๑๔ภาพขวาเป็นพวกจามปา ดูแล้ว น่าจะใช่แขกจามจริงๆลักษณะมวยผมแบบเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของภาพห่างกันหลายร้อยปีอยู่นะครับ) ที่ทราบเพราะ ผ้าม้วนมวยผม เหมือนอาบังเลยครับที่เอาผ้ามาครอบจุกผมและรัดเอาไว้ มลายูที่เหน็บกริชใช้หอกมีคอที่ไม่มีเฉงด้วยครับ ของแขกกับอโยธยาดันมีเฉง กองทัพอโยธยาเอง บ้างก็ใส่หมวก บ้างก็ไม่ใส่ ผมว่านะภาพทั้งหมดนี้มาไม่เต็มถ้ามาเต็มยังพอจะเดาการจัดขบวนได้บ้างน่ะครับ เอาอ่านเป็นงงๆไปก่อนแล้วกันนะครับ " ผมว่าน่าแขกจามนั่นแหละครับ อาจจะกลุ่มเดียวกับที่กัมปงจามด้วย เพราะที่นั่นเป็นดั้งเดิมของแขกกลุ่มดังกล่าว กลุ่มนี้มีความสามารถหลายด้านโดยเฉพาะการจับช้าง ซึ่งภายหลังวัฒนธรรมภาคใต้ บางส่วนได้รับอิทธิพลจากแขกกลุ่มดังกล่าวด้วย วัฒนธรรมของกัมปงจามจะเดินทางผ่านภาคกลาง ลงสู่ภาคใต้ หลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมชวามลายู จนการกลายเป็ฯวิชาการจับช้างของภาคใต้ตอนล่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนที่ใด


ความเห็นที่: 720 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 10:17 น.
จริงด้วยพี่ศร กองทัพของพี่ไทยที่ไปช่วยรบ   นี่ผมนั่งนึกไปนึกมายังมีแยกระหว่างหอกทหารราบกับหอกซัดอีกมากมายจริงๆครับ ผมจึงนำภาพขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 7 ท่านมาลงปิดท้ายไว้ให้นะครับ ท่าทางการถือหอกมีหลากหลายอาจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ชนิดของหอก และสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นเป็นปัจจัย

ความเห็นที่: 722 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 10:57 น.

ดีซิครับคุณเหม ถ้าใช้เหล็กแทนน่าจะถูกลงมากเลยครับ เอคุณเหมมีของเก่าอยู่ในมือไหมครับ ผมอยากรู้ขนาดสัดส่วน

หรือใครมีช่วยแนะนําและให้ข้อมูลกันหน่อยครับ  ผมว่าคุณตั้มน่าจะทราบดีถ้าว่างข่วยกันหน่อยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากุณนนท์ด้วยครับ  ผมโชคดีไม่แพ้รักครับแต่มืเพื่อนแพ้มากมีอาการเป็นผื่นคัน และขณะนี้

เขาขอรักที่เหลือไปทาพระพุทธรูปไม้อยู่พอดี จะได้ให้ขัอมูลคีๆไปใช้กัน

หลังน้ำลดว่าจะลองไปบ้านอรัญญิกคูเผื่ออาจจะมีถอดแบบไว้บ้าง จะได้ขอซื้อเลย  อย่างไรจะส่งข่าวให้คุณเหม

ทราบ


ความเห็นที่: 824 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 22:19 น.

เรื่องร้านที่รับทำงานเงินที่เชียงใหม่ มีร้านที่รับทำอยู่ที่ถนนวัวลายครับ เขามีช่างทำฝักดาบโดยเฉพาะครับ อันนี้ผมได้ข้อมูลมาจากน้องเจ้ครับ น้องเค้าทำไว้หลายเล่มครับ เห็นว่าตอนนี้กำลังทำอีกหนึ่งเล่มครับ ส่วนรายละเอียดเรื่องราคาหรือชื่อร้าน  รอให้น้องเจ้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมดีกว่าครับ ผมไม่มีข้อมูล แต่ช่วงนี้น้องเขาคงเรียนหนักครับจากภาพด้านบนเป็นงานที่น้องเจ้เคยสั่งทำไว้ครับ ดูภาพเพิ่มเติมจากภาพที่ผมเคยรูปไว้ได้ครับ


ความเห็นที่: 724 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 11:19 น.

ภาพสวยมากครับ  ร๗ทรงเสด็จพระราชพิธีเปีดใช้สะพานพุทธยอดฟ้า  ไทยเรานิยมใช้หอกลาวกันอย่างแพร่หลาย

นะครับอันที่มีลูกแก้วผมเห็นในที่ต่างๆที่มีการจัดให้ชมอาวุธโบราณโดยเฉพาะที่พระบรมหาราชวัง งดงามจริงๆ


ความเห็นที่: 726 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 11:41 น.
มีภาพมากมายหลากหลายมาก ต้องเข้าไปชมครับ พิพิธภัณฑ์นี้น่าไปเยี่ยมชมมากครับผม 

ความเห็นที่: 727 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 11:55 น.

สมาชิกใหม่ครับ ใช้ชื่อเดิม สมาชิกบางท่านอาจรู้จักผมแล้วครับ

ผมเข้ามาดูในกระทู้อยากได้เชือกดาบสวยๆช่วยแนะนำกันบ้างครับ


ความเห็นที่: 1013 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 08:19 น.
ขอบคุณครับ ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยครับน้องตั้ม 

ความเห็นที่: 728 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 14:02 น.
ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกท่าน ที่เราโปรยเรื่องเชือกดาบไว้หวังให้มีสมาชิกที่สนใจหรือสะสมอยู่ได้มาคุยกันแบบกันเอง สบายๆ หรือถ่ายภาพงานสะสมมาให้ชมบ้างนะครับ  เพราะเดี๋ยวนี้หาชมได้ยากขึ้นทุกทีแล้ว ไปอยู่กับฝรั่งจะหมดแล้วกระมังครับ เรื่องเชือกดาบ PM สอบถาม พี่เหมราชได้เลยครับ ล่าสุดที่พี่เหมคุยกับผม รู้สึกว่ายังเหลืออยู่ ไม่กี่เส้นแล้วครับผม  รีบเลยครับ

ความเห็นที่: 733 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:03 น.

เล่มล่างเรียกว่าทรงใบข้าวหรือใบคาครับ  แล้วยาวกี่นิ้ว

งานสวยแบบนี้เหมาะจะเอามาใช้งานหรือเปล่าครับ  หรือไว้โชว์เฉยๆ


ความเห็นที่: 738 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:32 น.
ใบข้าวครับผม ที่เหลือตามน้ามิตรครับ 

ความเห็นที่: 739 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:41 น.
ขอบคุณน้ามิตรและน้าตั้มมากครับ  กลัวถึงเวลาจะสั่งแล้วเรียกไม่ถูก 

ความเห็นที่: 740 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:46 น.

ดาบด้ามกลม มีทั้งของทางน่าน พะเยา พบมากแถบนัั้นครับ อาจคาบเกี่ยวไปถึงล้านช้างด้วยครับ งานเงินเป็นศิลปะช่างเงินแบบล้านช้างครับ ซึ่งเราเทครัวมามากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ดาบรูปแบบนี้พบเห็นได้น้อยมากครับภาพเองก็แทบจะไม่มี สวยมากๆ ดาบทำคล้ายรูปแบบดาบญี่ปุ่นแต่ด้ามกลมตามความถนัดของไทยเรา (ของพี่ย้อนเวลาไม่มีกระบังมือ?) ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ อย่างในภาพ รายละเอียดตามนั้น เลยครับ งานสะสม ของพี่ย้อนเวลาล้ำค่าสุดยอดมากเลยครับ 


ความเห็นที่: 741 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:50 น.
ผมเกรงว่าเวลาคุยกับพ่อสล่าทันจะเป็นแบบนี้ครับ  "แล้วลูกจะเอาใบข้าวแบบไหนละ มันมีหลายแบบนะลูก"  ส่งภาพไปทาง email ระบุสิ่งที่ต้องการ พร้อมชื่อที่อยู่และเบอร์โทร แน่นอนกว่าครับ แล้วโทรตามไปแจ้งพ่อสล่าท่านอีกครั้งครับ เดี๋ยวส่ง Mail น้องทอมให้ทาง Pm ครับผม

ความเห็นที่: 742 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 15:54 น.

ถ้าคุณตั้มทําออกมาจริงๆก็เยี่ยมชิครับ  ขอแจมด้วยเลยครับสักหนึ่งชุดครับและยังมีอีกหลายท่านสนใจอย่างแน่นอน

นั่นละครับเกาะไทยราคาฝรั่ง ผมเห็นอาจารย์บัญชาท่านทําไว้ในเวปคนรักมีดสวยครับ     เป็นเหตุให้ผมเป็น

สมาชิกคนนึงแต่ก็ไม่เคยpostอะไรเฝ้าแต่ชื่นชมงานของท่าน   e-mail ผมใส่ไว้ใน proflie แล้วครับ


ความเห็นที่: 743 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 16:32 น.

ใบดาบเล่มนี้น่าจะ 20 กว่านิ้วยังไม่เคยลองวัดสักที ถ้ากลับบ้านเสาร์อาทิตย์จะลองวัดดู และจะถ่ายรูปดาบที่มีมาให้ชมกันครับ


ความเห็นที่: 748 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:33 น.




เอ ทำไมผมดูว่าออกจะเป็นหัวปลาซิวล่ะครับ ปลายมันงอนขึ้นอยู่นะครับ
หัวปลาซิว เป็นสกุลช่างลาวหรือเปล่าครับ?


ความเห็นที่: 747 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:19 น.
น้องตั้มครับ หอกกับแฉ่งที่ภูเก็ต ราคาคงใช่ย่อย ถ้าถอดแบบเรียบร้อยแล้ว ส่งแบบมาให้พี่เช็คราคาที่เชียงใหม่ก่อนดีกว่าครับ ราคาน่าจะถูกกว่ากันเยอะ( ข้าวราแกง 20 บาทไข่ดาว 5 ครับ) ถ้าทราบราคาจะได้แจ้งให้สมาชิคทราบเพื่อรวบรวมจำนวนอีกที่ครับ 

ความเห็นที่: 749 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:33 น.
ขอออกตัวอีกแล้วครับ คอหอกผมยังไม่มีเลยครับ เคยแต่มีคนมาเสนอ ยังไม่เห็นของ เขาว่าสิ้นปีจะเอามาให้ดูครับ บ้านเขาอยู่ตจว. เรื่องสัดส่วนไม่เคยเห็นของจริงเลยครับเห็นแต่ภาพ ส่วนภาพที่ลงไว้ผมเอามาจากเวบเพื่อนบ้านครับ เรื่องสัดส่วนคงต้องรบกวนน้องตั้มอีกแล้วครับ

ความเห็นที่: 750 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:36 น.
ไม่ผิดแน่ ผมว่าผมเคยเห็นคล้ายๆแบบนี้ที่ไหน
ในเว๊ปฝรั่งว่า เป็น ดาบเวียดนาม ผมก็นึกเถียงอยู่ว่าไม่ใช่
เพราะด้ามเป็นลายบัวคว่ำบัวหงาย แถมส้นด้ามยังเป็น หน้าสิงห์ ที่มีลักษณะเหมือนเขนไทยด้วย

คุณตั้มครับทั้งแบบทั้งลายมือสวยมากครับ

ความเห็นที่: 751 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:39 น.
ด้ามบัวคว่ำหงายครับ

ความเห็นที่: 752 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:43 น.
โดยรวมงามมากครับ

ความเห็นที่: 753 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 21:46 น.
ผมมีความคิดว่าสมาชิกท่านใดมีดาบทรงทรงอะไรให้ลอกแบบพร้อมสัดส่วนแบบเต็มใบ แล้วลงภาพไว้ แล้วจัดทำเป็นสารบบทีไหมครับ แต่ขอแบบเต็มใบเพราะดาบเมืองหรือดาบไทยแต่ละแบบก็แตกแขนงออกไปอีก สามารถเป็นข้อมูลสำหรับสมาชิกเวลาสั่งดาบครับ หรือสำหรับศึกษาได้สำหรับคนรุ่นหลังครับ

.ดาบกรุลำปาง*** แยกออกมาคร่าวๆนะครับ - ปลายแหลมเอวแข็ง - ปลายแหลมเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวอ่อน - ปลายอิ่มเอวแข็ง

2.ดาบปลายบัว***แยกออกมามี - บัวตูม - บัวจี๋ - บัวป้าน - บัวหางเต่า - บัวหงอนไก่

3.ดาบปลายว้าย*** แยกออกมามี - ปลายว้ายหน้าเต็ม - ปลายว้ายหน้าแหลม (ปลายว้ายส่วนมากจะเอวอ่อน)

4.ดาบทรงยอง*** แยกออกมามี - ปลายแหลมหลังโหนก - ปลายอิ่มหลังโหนก (แต่ไม่เหมือนกันมี โหนกใกล้ โหนกไกล)

5.ดาบปลายตัด***แยกออกมามี - ปลายตัดหน้าเว้า - ปลายตัดหน้านูน - ปลายตัดหน้าตรง (ทุกเล่มมีคมตรงปลาย)

6.ดาบหน้าตั๊กแตนมี 2 อย่าง - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงสั้น - หน้าตั๊กแตนตัดเฉียงยาว

7.ดาบหัวมน***แยกออกมามี - ดาบหัวมนยาว - ดาบหัวมนสั้น

8.ดาบใบคา***แยกออกมามี - ดาบใบคาโหนกปลาย - ดาบใบคาไม่มีโหนกแต่ใบเล็ก

(ใบคากับใบข้าวเหมือนกัน ทรงเดียวกัน แต่ต่างกันที่ขนาด ใบข้าวจะใหญ่กว่าดาบใบคา และดาบใบคา เป็นมีดดาบที่ใบเล็กสุดในบรรดามีดดาบ) 

 


ความเห็นที่: 755 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 22:03 น.

ในรูปที่พี่เหมให้ไว้ฝรั่งเข้าใจผิดเยอะครับ
๑.หัวลูกไก่
๒.หัวแหลม หรือ หัวดาบ (อันนี้ ผมว่าหัวแหลม ปลายว้าย)
๓.หัวบัว
๔.หัวตัด หัวเชย (ผมว่าเค้าจะพยายามเขียนว่าเชลยนะ ที่ผมเรียกก็ หัวตัดเฉียงลง)
๕.หัวตัดคอง (อันนี้ผมก็เรียกหัวตัดหน้าเว้า)
มันก็อย่างที่ว่าไว้น่ะแหละครับคุณตั้มก็กล่าวไว้ว่า ถ้าจะเอากันจริงๆ ก็นั่งถกกันยาวครับ สำหรับชื่อเรียก
อยากได้แบบไหน ชอบแบบไหนก็อย่างที่พี่เหมว่า ลอกทั้งรูปส่งให้ดีกว่าครับ ช่างแต่ละท่านอาจจะเรียกไม่เหมือนที่เรารู้มาครับ
อย่างหน้าตั๊กแตน กับดาบทรงยอง ผมก็ยังไม่เคยเห็นเลยครับ อยากเห็นครับ



อย่างอันนี้ ผมเรียก ง้าวสั้นอัตตะปือ สกุลช่างลาวครับ สอบถามผู้ถือครองได้ความว่านายฮ้อยสมัยก่อนมักเหน็บไว้ยามไปค้าควายครับ


ความเห็นที่: 757 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 พ.ย. 2553 เวลา 23:57 น.
ลืมถามครับ
ถ้าส่งรูปและแบบให้พ่อทัน ส่งผ่านทางไหนดีครับ

ความเห็นที่: 792 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 08:15 น.
เฮ่อเรื่องดาบนี่ไม่ค่อยสันทัดเลยจริงๆๆ

ความเห็นที่: 758 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 08:09 น.
คุณเหมครับ
บอร์ดนี้ดีหลายอย่าง ทั้งที่ซื้อที่ขาย ประมูล แลกความรู้สารพัดเรื่อง ผู้คนก็หลากหลายอาชีพ ตั้งแต่ช่าง นักธุรกิจ ฯลฯ เยอะแยะ ส่วนผม"แพทย์แผนไทย" ความรู้เกี่ยวกับการรักษาก็จากที่เรียนมา เคยรักษาบ้าง ตามเรื่องหน่ะครับเลยเอามาแลกเปลี่ยนกัน ส่วนเรื่องเชิงช่างเชิงศิลปะต้องน้าๆท่านอื่หล่ะครับ

ความเห็นที่: 759 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 08:33 น.

เคยได้อ่านเจอมาว่าทางแถบอีสานบ้านเฮา  ใช้คำว่าง้าว  ซึ่งก็หมายถึงดาบในความหมายของภาคกลาง

ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใดครับ  ขอถามผู้รู้หน่อยครับ   

 เพราะว่าบางครั้งคนในยุคเราอาจจะตีความหมายผิดไปได้ครับ 

แต่ว่าปลายง้าวในรูปเหมือนกับในหนังสือ ดาบเมือง ของ  อ.วิลักษณ์  ศรีป่าซาง เลยครับ 

เห็นว่าเป็นดาบของลาวใต้ (ถ้าจำไม่ผิด) ด้านสันจะทำให้คม เหมือนกับเป็นดาบ 2 คมครับ


ความเห็นที่: 760 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 08:38 น.

ยินดีต้อนรับน้องใหม่ครับ    

ว่าแต่พี่ไม่เอาดาบคู่งามมาโชว์บ้างละครับ   เห็นว่าขัดไว้ซะขาวเงาวับ  

เผื่อว่ามีคนสนใจใช้บริการบ้าง


ความเห็นที่: 761 ตอบโดย: kul naimnim เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 09:42 น.

อายยยยยยยได้แค่ที่เห็นน่ะแหละ ยังไปไม่ถึงไหนเลยครับขอเข้ามาเรียนเสริมก่อน


ความเห็นที่: 764 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 10:32 น.


พี่ศร (ทำไมผมดูว่าออกจะเป็นหัวปลาซิวล่ะครับ ปลายมันงอนขึ้นอยู่นะครับ หัวปลาซิว เป็นสกุลช่างลาวหรือเปล่าครับ?)

อันนี้ อิอิอิ ตอบยากครับพี่ศร  ว่าปลายแหลมหัวปลาซิว เป็นของล้านช้างหรือปล่าว หัวปลาซิว ปลายว้าย ปลายเวียด ผมดูอย่างละเอียด พยายามหาความต่าง แต่ดูยังไงๆ ก็เหมือนกันมากๆ เลยครับ ส่วนตัวผมคาด ว่ากลุ่มชนลุ่มน้ำโขง ทั้งล้านนา ล้านช้าง น่าจะมีรูปแบบลักษณะของดาบหรือวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลืนกันอยู่ เพราะยักย้ายถ่ายเท "เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง" การแสวงหาผู้คนมาใส่ให้เต็มเมือง หรือการรวบรวมชนเผ่าต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ขึ้นเป็นประเทศได้นะครับผม  พิมพ์ไปมึนไปเลย"อาจจะ"กลายเป็นของชิ้นเดียวกันแต่คนละชื่อหรือปล่าวก้ไม่ทราบแน่ครับ  ผมเชื่อว่า  น่าจะเรียกแยกไปตามช่างแต่ละพื้นถิ่นครับ พ่อสล่าทันเป็นช่างทางล้านนา ชื่อที่ท่านเรียกขานทรงใบของดาบ หรือหัวดาบนั้น ก็เรียกกันตามชาวล้านนาของท่าน แถมยังผสมกับชาวบ้าน นักดาบต่างๆ ที่เรียกขานกันอีกครับ

ความเห็นที่: 768 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 11:33 น.
ศรศิลป์ อย่างหน้าตั๊กแตน กับดาบทรงยอง ผมก็ยังไม่เคยเห็นเลยครับ อยากเห็นครับ 
ดาบทรงยองหรือเมืองยอง ยังไม่เคยเห็นเช่นกันครับ สงสัยต้องลองสั่งซะแล้ว  อิอิ เมืองยอง อยู่ในรัฐฉาน พม่าส่วนใหญ่เลยเป็นชาวลื้อ "ไทลื้อ" นั้นสืบสายมาจากเมืองเชียงรุ่ง ข้อมูล (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) ว่าเป็นกลุ่มชนชาติพันธ์ุดั้งเดิมในแถบดินแดนสิบสองปันนาเลยครับ และเมื่อ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ในเมืองลำพูน ในปี พ.ศ. 2348 คนทั่วไปจึงเรียกว่า คนเมืองยอง  ในสมัยนั้นผู้คนต่างบ้านหลายเมืองที่มาอยู่ร่วมกัน จึงเรียนขานกันตามชื่อบ้านเมืองเดิม เช่น คนเมืองเชียงใหม่ คนเมืองลำปาง คนเมืองแพร่ คนเมืองน่าน คนเมือง เชียงตุง เป็นต้น ฉะนั้นคนไทยอง จึงไม่ใช่คนไทยที่เป็นชาติพันธุ์ยอง แต่เป็นคนไทลื้อ ที่อาศัยอยู่เมืองยอง

ความเห็นที่: 769 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 11:45 น.
มีภาพการฟ้อนดาบของสาว (สาวมานานแล้ว แม่อุ๊ย ) สาวเมืองยองมาให้ชมครับ แต่ในมือแม่คงจะไม่ใช่ หรือใช่ ดาบทรงยอง ดูเหมือนมีโหนกเล็กๆด้วย

ความเห็นที่: 772 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 12:10 น.

พี่คนเมืองเก่าเคยได้อ่านเจอมาว่าทางแถบอีสานบ้านเฮา  ใช้คำว่าง้าว  ซึ่งก็หมายถึงดาบในความหมายของภาคกลาง
ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใดครับ  ขอถามผู้รู้หน่อยครับ   
เพราะว่าบางครั้งคนในยุคเราอาจจะตีความหมายผิดไปได้ครับ 
แต่ว่าปลายง้าวในรูปเหมือนกับในหนังสือ ดาบเมือง ของ  อ.วิลักษณ์  ศรีป่าซาง เลยครับ
เห็นว่าเป็นดาบของลาวใต้ (ถ้าจำไม่ผิด) ด้านสันจะทำให้คม เหมือนกับเป็นดาบ 2 คมครับ


ไม่ใช่ผู้รู้จริงนะครับแต่ขอแจมตามอัตภาพครับ
ทางอีสานไม่ทุกจังหวัดมั้งครับที่เรียกดาบว่าง้าวแต่ที่ลาวน่ะเรียกง้าวแหละครับ (เอาประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกครับ)
แต่ที่ผมเรียกง้าวสั้น เพราะป้องกันการเข้าใจผิดความของทางกลางเลยเติมคำว่าสั้นไปครับ
ส่วนชื่อจริงมันน่าจะ อัตตะปือ นี่แหละครับ เหมือนชื่ออำเภอหนึ่งทางอีสานครับ ผมได้ยินมาแบบนี้นะ
เล่มที่ผมเห็น ด้านสันที่คมเริ่มตั้งแต่กลางๆสันไปยันปลายใบครับ
หัวปลาไหล หัวบัวบางเล่มก็เป็นแบบนั้นครับ รึเปล่านะ

คุณตั้มจะเอาทุกทรงเลยหรือครับ อ้าวผมมึนอ่านไปมานึกว่าคุณตั้มขออภัยด้วยครับทั้งสองท่าน
พี่คนเมืองเก่า ขอบคุณเรื่องใบดาบครับ

เอางี้ครับผมพอมองภาพออกบ้างและ
เดี๋ยวว่างๆผมจะอาสาเขียนชื่อตามที่พ่อทันเรียก
และแสดงออกมาเป็นภาพให้ทุกท่านได้เลือกครับ
แล้วผิดถูกเอามาแก้กันในนี้อีกที ดีมั๊ยครับ
เดี๋ยวดึกๆเข้ามาใหม่ครับ


ความเห็นที่: 774 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 14:25 น.
ครับพี่ศร  อย่าซีเรียสครับ พวกเราทุกคนก็ใช่ว่าจะรู้อะไรมากครับพี่  ถึงได้รวมตัวกัน ปันแบ่งสิ่งละเล็กสิ่งละน้อยหลายสิ่งเป็นแค่สมมุติฐาน  คุยกันด้วยใจรักมากกว่าน่ะครับ อย่าซีเรียส แต่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมากเลยครับ  เดี๋ยวช่วยๆกัน รวบรวมไว้ครับ 

ความเห็นที่: 798 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 21:57 น.
๔.แล้วก็ พัน พันใต้นั้น แล้วไขว้ทบมาทับเส้นคู่

ความเห็นที่: 777 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 15:55 น.

นำภาพพ่อครูเจิง มาลงครับ น่าสนใจมากๆ พ่อครูสล่าลน ช่างเหล็ก ครูก้าลาย ก้าไม้ค้อน ลายแซ้น ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เป็นที่ชายของพ่อครูปุ้น ช่างเหล็ก อ.ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ  : tony_aye    พี่ๆสมาชิกทางเหนือ ช่วยแปลด้วยครับ 


ความเห็นที่: 778 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 15:55 น.
"พ่อครูคำสุข ช่างสาร(ครูหล้า) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว มีลูกศิษย์คือ ครูแสบ และ อ.สนั่น ธรรมธิ เป็นต้น"

ความเห็นที่: 779 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 15:56 น.
พ่อครูแข่ง ครูลายไทใหญ่ ก้าแลว ก้าลาย  อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

ความเห็นที่: 780 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:00 น.
"พ่อหนานบุญมา ขันธวงค์ บ้านแสนสุข อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่  เปิ้นเป๋นคนลื้อลุกเมิงยองมา

ความเห็นที่: 782 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:33 น.
ท่วงท่าลีลา แข็งแกร่งผสานอ่อนช้อย

ความเห็นที่: 784 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:35 น.
ย่างตวยไม ...

ความเห็นที่: 783 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:34 น.
แม่สี่ด้านน้อยลายเจิ

ความเห็นที่: 785 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:35 น.
สง่างามและดุดัน

ความเห็นที่: 787 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 16:39 น.
พ่อหนานสักหมึกขาลาย  

ความเห็นที่: 791 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 3 พ.ย. 2553 เวลา 18:19 น.
สังเกตุดูเชือกดาบแล้วคาดว่ายาวไม่ตำกว่า 4 เมตรแน่เลย ครับ   
ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆ  แบบนี้  ถูกใจจริงๆเล้ยยยยยยยยยย  ให้พี่เหมจัดมาให้มั่งดีกว่า

ความเห็นที่: 3429 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2554 เวลา 23:49 น.
ตอนนี้งานเงินค่อนข้างสูงครับ ร้านเงินในเชียงใหม่ ขึ้นราคาจากปีที่แล้วเกินเท่าตัว แต่ถ้าใจสู้ ต้องการสร้างของควรค่าติดต่อสล่าโอที่ชมรมคนรักดาบได้ครับ สล่าโอมีช่างผีมือดีอยู่ 

ความเห็นที่: 3428 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2554 เวลา 23:49 น.
ตอนนี้งานเงินค่อนข้างสูงครับ ร้านเงินในเชียงใหม่ ขึ้นราคาจากปีที่แล้วเกินเท่าตัว แต่ถ้าใจสู้ ต้องการสร้างของควรค่าติดต่อสล่าโอที่ชมรมคนรักดาบได้ครับ สล่าโอมีช่างผีมือดีอยู่ 

ความเห็นที่: 807 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 5 พ.ย. 2553 เวลา 03:52 น.
สวยครับคุณตั้ม คูลงตัวดีตรับที่แขวนมายังงี้เลยหรือเปล่า

ความเห็นที่: 1167 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 06:41 น.

สุดยอดครับ ราคาเช่นนี้พลิกพสุธาหาก็ยังพบยากครับคุณตั้ม แต่อย่างที่ว่าละครับดาบเล่มนั้นเขาเลือกเจ้าของ

แล้วครับ  ใช่ครับเป็นหุ่นพยนต์อาจารย์ลอย อยุธยา ผมชอบที่เขาถือดาบสองมือครับให้เขาช่วยดูแลบ้านอย่าง

เดียวครับ


ความเห็นที่: 794 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 18:48 น.
พี่ เหมราชครับ ได้ทราบว่าพี่อยู่ที่เชียงใหม่หรือครับ
พี่เหมราชเล่าเรื่องงานหลูบ ดุนลาย หุ้มเงินดาบ ที่นู่นให้อ่านบ้างนะครับ
ถ้าพี่เหมราชจะกรุณาครับ
เผื่อหลายๆท่านสนใจ ณ.ที่นี้ผมคนหนึ่งล่ะที่สนใจมากครับ

เอ หรือเขียนกันไปแล้ว ผมมาช้าไปครับ
ขอบคุณหักคอไว้ก่อนเลยครับ

ความเห็นที่: 799 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 21:59 น.
๕.พันไปอีก แล้วสอดในเส้นคู่ ตามภาพเลยครับ

ความเห็นที่: 800 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 22:01 น.
๖.ดึงปลายเชือกทั้งสองพร้อมกัน

ความเห็นที่: 801 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 22:03 น.
๗.เท่านี้ก็เสร็จ เรา

วิธีนี้ผมเห็นใช้กันมากเลยครับ ดาบที่เห็นแขวนๆขายกันก็ใช้วิธีนี้ครับ

ความเห็นที่: 805 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 23:45 น.

เรื่องมีดหลูบเงิน ผมไม่ค่อยมีข้อมูลมากครับ รู้แต่ว่าทางเชียงใหม่ เราเรียก มีดอุ่ม หรือมีดอุ่มน้อยครับ มีทั้งแบบที่ด้ามเป็น เขา งา หรือเขี้ยวของสัตว์ต่าง ๆ เชียงใหม่หรือล้านนามีควากหลากหลายทางเผ่าพันธุ์ และ ชาติพันธุ์ ครับ เช่น ลั๊ว เงี้ยว ลื้อ ยอง ลาว พม่า เรียก รวมๆ กันว่าเป็นคนเมืองครับ และยังมีชาวเขาเผ่าต่าง ๆ อีกหลายชนเผ่า

           ส่วนรูปแบบและลวดลายของมีดอุ่มแบบต่าง ๆ  จะมีการแสดงอัตลักษณ์ ของเผ่าพันธุ์ครับ  ผมเดาว่า(ขอย้ำ เดาเอานะครับ) แบ่งสายได้ลวดลายที่ช่างขึ้นงานเงินครับ เช่นสายคะฉิ่นจะมีลายเป็นรูปข้าวหลามตัด  สายไทใหญ่จะเป็นรูปดอกคล้ายดอกทานตะวัน ตามภาพด้านบนครับ(ของผมเองครับ)  ส่วนของเชียงใหม่น่าจะมีด้ามและฝักกลมมีเส้นเงินพันเกลียวรัดเป็นข้อ **ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ**  ผิดถูกประการใดขออภัยขอกราบอภัยด้วยครับ ถ้าสมาชิกท่านใดพอมีความรู้เชิญแนะนำด้วยครับ ผิดถูกไม่ว่ากัน เรามาแชร์ความรู้กันครับ

       ส่วนการหาซื้อ ถ้าหาจากร้านของเก่า ราคาค่อนข้างสูงครับ น่าจะอยู่ที่ 10,000 ขื้นไปครับ แล้วแต่ความสมบูรณ์ ความสวยงาม และ ความยาว ครับ แนะนำให้หาจากแหล่งเช่าพระครับผมเจออยู่บ่อย ๆ ราคาค่อนข้างถูกลงมามากครับ แต่ก็แล้วแต่สภาพเช่นกันครับ ครับ และขอขอบคุณสำหรับวิธีพันสายสะพายดาบอีกวิธีหนึ่งที่คุณศรศิลป์จัดมาให้ความ รู้แก่สมาชิค     สืบสาน อย่าให้ขาดสาย


ความเห็นที่: 3317 ตอบโดย: nuthatch เมื่อ: 14 ต.ค. 2554 เวลา 09:29 น.

ติดตามกระทู้น้าตั้มมาสักพักแล้วครับ ได้ความรู้ไปพอควร และเป็นกระทู้ที่อ่านแล้วรู้สึกสบายใจ ว่าคนไทยเราไม่ลืมรากเหง้าของตัวเองครับ และเหมือนเป็นที่ๆคนที่รักและชอบในดาบไทยมาคุยกันแบบสบายๆแต่ได้สาระครับ

เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านครับ และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่แบ่งปันให้ครับ


ความเห็นที่: 806 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 4 พ.ย. 2553 เวลา 23:57 น.

น้องตั้มครับ สวยจริง ๆ ครับ คิดไว้แล้วถ้าอยู่ในมือต้องตั้มคงต่อยอดได้ งานนี้ดูลงตัวเปะเหมือนเตรียมรอประกอบไว้เลยครับ ลงตัวจริง ๆ ตอนอยู่กับพี่ก็งง ๆ กับของสิ่งนี้พักใหญ่ไม่รู้ทำอย่างไรดี จะใส่ด้ามยาวก็ดูไม่สมส่วนครับ 

ขอคาระวะ


ความเห็นที่: 810 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 5 พ.ย. 2553 เวลา 07:30 น.
(โยเดีย001   ของผมเข้าคันหอกแล้วเสร็จ  ให้ช่างแกะลายเงินที่รัดคอ คอหอกและกระจังทํามื่อไหร่ช่วยบอกกันด้วยนะครับ)

ครับคุณโย   เวลามีด้ามครบสมบูรณ์แล้วยิ่งสวยมากๆเลยครับ สนนราคาของงานเงินประมาณเท่าไหร่ครับผม  เผื่อสมาชิกจะได้ มีแรงกระตุ้นตกแต่งประดับงานสะสมเพิ่มกันบ้าง อิอิ ถ่ายงานเงินให้ชมเพิ่มบ้างนะคับ  ส่วนคอหอกเมื่อจะเริ่มทำแล้วผมจะแจ้งแน่นอนครับผมทำหลายๆชิ้น ค่าแรงจะได้เบาๆ  เพราะว่าได้ใบหอกมาแล้วครับ สวยๆทั้งนั้นครับ  



ความเห็นที่: 1137 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:29 น.

เฉพาะใบอย่างเดียวครับ27 นิ้ว

สั่งมานานแล้วครับ แต่เพื่อนนำมาคืนให้เมื่อ วันอาทิตย์ครับ


ความเห็นที่: 1615 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 ธ.ค. 2553 เวลา 16:04 น.

ฝากให้น้ามิตรครับ  เมื่อกลางวัน ลงไว้คร่าวๆ กลับมาทำต่อเพิ่งเสร็จหมาดๆเลยครับ  ช่วงนี้ปวดข้อมือมาก เขียนดินสอไม่ได้ 
เลยใช้คอมพ์ช่วยถอดแบบให้แทนครับผม  ให้น้ามิตร เอาไปตอกดุนลายดูครับ ลายไม่ซับซ้อนแต่มีระเบียบแบบแผน จังหวะการ
ตอกดุนลายต้องสม่ำเสมอครับผม  อ้อ!.....อย่าลืมคิดวิธีทำข้อเข็มขัดไว้ด้วยน๊ะครับผม อิอิอิ   ส่วนผมจะเริ่มแสวงหาไม้มาทำ
ต้นแบบไปพลางๆก่อนครับ (แต่คงต้องรอให้พี่มือเค๊ามีแรงก่อนน๊ะครับผม)


ความเห็นที่: 1136 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:13 น.

เยี่ยมยอดครับตามตําราหลางพ่อเดิม 27 นิ้วเฉพาะใบหรือด้ามด้วยครับ

ครับคุณตั้มพอดีมีวัตถุดิบและรักที่เหลือจากทาฝักดาบก็เลยลองทําดูครับ


ความเห็นที่: 811 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 12:09 น.
ผมกำลังสนใจลายหลูบเงินแบบนี้อยู่เลยครับ เห็นว่าเป็นงานเชียงใหม่ครับ credit: konrakmeed.com

ขอบคุณพี่ เหมราช เรื่อง มีดอุ่ม ครับ
ให้ได้นึกถึง มีดชายธง มีดซุย เลยครับ ผมกะลังคิดว่าถ้าทำมีดชายธงให้คอเป็นอินทริกรันจะสวยขนาดไหนน้า
พี่เหมราชครับ แล้วงานเงินดุนลายนี่ราคาเอาการมั๊ยครับ?

คุณตั้ม ครับ โตมรที่เห็น ผมดูเหมือนเห็นรอยเชื่อม ชิ้นนี้เชื่อมแขน(เรียกง่ามข้างๆว่าไงดีน้า )หรือเปล่าครับ?
ใบหอกสวยมากครับ ทรวดทรงองค์เอว ไฉไลครับ รอรับชมคอครับ
ที่แขวนกริชนี่เยี่ยมเลยครับ ผมนึกภาพตาม หากมันขัดด้านด้วยสีฝุ่นเกาะผิว แล้วมาแขวนอยู่ผนังที่บ้านผมคงงามตาน่าดู 

ภาพของ คุณโยเดีย เรียกหอกใบพาย แต่ไหงมีงอสับช้างแล้วงี้เรียกไรดีครับ ขอสับใบหอก ได้รึเปล่าน้า
ผมกำลังคิดแบบดาบสี่ภาคในเล่มเดียวอยู่ เสร็จเมื่อไหร่จะเอามมาอวดครับ

ความเห็นที่: 1236 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 22 พ.ย. 2553 เวลา 08:31 น.
ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จ.น่านครับ ขออนุญาติคัดสำเนาจากเวปเพื่อนบ้านด้วยครับ เป็นลักษณะการแต่งการและการพกมีดอุ่มน้อยล้านนา เล่มนี้เป็นมีดอุ่มหน้อยหลูบเงินหัวบัวครับ

ความเห็นที่: 812 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 13:43 น.


จากภาพมีดไ อ้เชียงนี้   เปลี่ยนด้ามถดใบร่นเข้ามาทางโคนหน่อย ทำใบให้อวบๆสั้นๆละก็ใกล้เคียงครับ พี่ศร

ความเห็นที่: 1381 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:44 น.
 ยินดีต้อนรับครับ เอาเป็นว่าเราค่อยๆ มาหาความรู้ไปพร้อมๆ กันนะครับ   จากในภาพ ผมเชื่อว่าง้าวลักษณะของคุณธงชาติน่าจะตรงกับ (จากทางซ้าย) ชิ้นที่ 1 และชิ้นก่อนชิ้นสุดท้ายครับ  เป็นง้าวไทย  ทรงใบข้าว ที่สวยมากเลยครับ  รายละเอียดที่พอหาได้เกี่ยวกับง้าวคือ ง้าวเป็นอาวุธที่ใช้ฟัน แทง สามารถฟันแทงในระยะที่ไกลกว่าดาบ มีใช้ทั้งบนหลังช้างและพ้ืนราบครับ  ใบจะคล้ายๆดาบ แต่อาจจะสั้นและเล็กกว่าส่วนมากใบจะทำด้วยเหล็กกล้าอย่างดี ปลายโค้งเรียว สันหนา พร้อมทั้งมีกระบังที่ทำด้วยเหล็ก หรือทองเหลืองมีไว้ป้องกันไม่ให้ใบง้าวอีกฝ่ายเลื่อนเลยมาถึงด้าม ซึ่งมีมือของเราจับถืออยู่ครับ เมื่อต่อสู้ ต้องจับด้วยสองมือ โดยจะจับด้ามง้าวให้ห่างกันในระยะที่ถนัด ส่วนใหญ่คือ หนึ่งช่วงลำตัวของผู้ใช้ครับ 

ความเห็นที่: 1380 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:30 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1378 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:29 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1377 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 13:28 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 819 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 19:12 น.

ศรศิลป์   คุณตั้ม ครับ โตมรที่เห็น ผมดูเหมือนเห็นรอยเชื่อม ชิ้นนี้เชื่อมแขน (เรียกง่ามข้างๆว่าไงดีน้า )หรือเปล่าครับ?
ใบหอกสวยมากครับ ทรวดทรงองค์เอว ไฉไลครับ  รอรับชมคอครับ ที่แขวนกริชนี่เยี่ยมเลยครับ ผมนึกภาพตาม หาก
มันขัดด้านด้วยสีฝุ่นเกาะผิว แล้วมาแขวน อยู่ผนังที่บ้านผมคงงามตาน่าดู

ครับชิ้นนี้มานั่งดู เชื่อแยกเป็น 4 ส่วนครับ ใบแต่ละใบ กับตัวบ้อง แยกกันหมดเลย   พี่เหมว่าซื้อมาจากตลาดในเชียงใหม่ครับ อันเล็กนิเดียวเองครับผม แต่สวยดี ที่แขวนกริชแบบนี้พยายามหาอีกก็ไม่มีแล้ว สวยมากเลยครับ งานแกะไม้สวยละเอียดมาก 


ความเห็นที่: 816 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 18:35 น.
ปลายฝักดาบครับ

ความเห็นที่: 817 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 18:55 น.

คุณศรศิลป์   ผมเคยเปิดพบเวปล้านนาอะไรทํานองนั้นมีครูดาบท่านได้เอาใบดาบเก่ามาทําหลูบใหม่ทั้งดาบและฝัก

ในแบบโบราณเลยครับและท่านยังบอกชื่อเสียงเรียงนามตลอดจนที่อยู่ของช่างทําไว้ด้วย ในปัจจุบันเหลืออยู่ท่าน

สองท่านเอง  ถ้ามีสตางค์ผมก็อยากทําเหมือนกันครับก่อนที่จะหาช่างไม่ได้ ท่านอยู่เชียงใหม่ผมจําอําเภอไม่ได้

ซะแล้ว ไว้เปิดเจอจะส่งข่าวครับ  บางทีคุณเหมอาจทราบครับ


ความเห็นที่: 821 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 21:25 น.

เดิมคุณปู่เล่าให้ฟังว่าดาบคุณทวดมีปลายแหลมครับแต่ชํารุดเลยแก้ไขเป็นอย่างที่เห็นปัจจุบัน  ผมเองยังฉงนอยู่

น่าจะเป็นลักษณะใด  ก่อนที่ผมทารักครั้งล่าสุดเดิมทารักจีนหรือเปล่าไม่ทราบเนื่องจากมีสีน้ำตาลไหม้อมแดง

สกุลช่างทางเหนือตอนล่างครับ  ที่ฝักก็มีพันด้ายดิบไว้เช่นกันครับ  ผมได้มาพร้อมเขนน่าจะเป็นยุคหลังๆแล้ว

เนื่องจากเป็นโลหะครับ ไปรื้อมาจากห้องเก็บของเมื่อคุณปู่เสียก็ยี่สิบกว่าปีแล้วครับ


ความเห็นที่: 822 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 21:28 น.
เทียบกับฝักครับ

ความเห็นที่: 826 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 6 พ.ย. 2553 เวลา 22:59 น.
ขอบคุณทุกท่านครับ
งานที่พี่เหมราชลงไว้ น่าจะ เรียกว่า เขี้ยวเงิน หรือเปล่าครับ?
ผมเรียกไม่ถูกจริงๆครับ  หลูบ เขี้ยว คร่ำ ดุน แต่เกิดสนใจงานเงินขึ้นมาครับ
อย่างที่คุณโยเดียว่าไว้ ยิ่งมีน้อยคนที่ทำได้ ยิ่งต้องหาคนไปฝึกไปเรียนเพื่อคงไว้
แต่ใครจะไปเรียนไปรักษ์นี่คงหายากอยู่เป็นแน่ครับ?

รู้แล้วครับ มีดที่คล้ายกริชนี้คือมีดเดือยไก่นี่เอง
ถ้ามีซุยจะเหมือนดาบแต่ขนาดจิ๋ว
ก็คือมีดอุ่มที่พี่เหมราชบอกไว้

คุณโยเดียครับ ดาบคุณทวด เนื้อเหล็กเนียนมากครับ
ผมสังเกตุเห็นเหมือนหลังอ่อน(ที่โค้งๆตรงคอใบเรียกหลังอ่อนหรือเปล่าครับ )
คล้ายลักษณะดาบเหนือเลยครับ ถ้าได้เห็นมุมด้านข้าง จะเป็นบุญตามากครับ 
งานเงินปลายฝักสวยมาจริงๆครับ

เหล็กก้านวาล์ว
แทรกเนื้อหาเรื่อง ทวน หอก ครับ
ทวน มีลูกแก้ว เฉง มีหรือไม่ก็ได้ครับ
หอก ไม่มีลูกแก้วครับ เฉงมีหรือไม่ก็ได้ครับ
ถ้าไม่มี คอจะเป็นทรงกรวย เรียกหอกซัดครับ

ความเห็นที่: 3240 ตอบโดย: chalamwan เมื่อ: 20 ก.ย. 2554 เวลา 17:50 น.

ดาบปลายแหลม  กรุลำปาง  ใบดาบยาว  27 นิ้ว   ด้าม  15  นิ้ว

ดาบปลายตัด  หน้านูน          ใบดาบยาว  27 นิ้ว   ด้าม  15  นิ้ว

ดาบหัวปลาหลด                   ใบดาบยาว  27 นิ้ว    ด้าม  15  นิ้ว  (ยังได้แค่ ด้ามเปลือย  และปลอกด้าม  เปลือย รอการตกแต่งครับ แต่หาไม่ได้ครับ  มีงบสัก 2000-3000 บาท ถ้าได้ถูกกว่านี้ดีมากครับ  (ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินแท้  )

ดาบปลายบัว                   ใบดาบยาว  27 นิ้ว    ด้าม  15  นิ้ว  ( ตีเองครับ )

ในใจอยากได้ดาบ พม่า สักเล่มจะได้ดูเป็นการเปรียบเทียบครับ

รบกวนคุณตั้ม หรือ พี่เหมราชนะครับ

ผมไม่รู้จัก ดาบหน้าตักแตน เป็นอย่างไรครับ

ถ้าไม่เป็นการรบกวน กรุณา  บอกผมว่า เป็นดาบไทยเหนือ หรือกลาง ช่วยส่งรูปให้ผมดูหน่อยครับ

ดาบภาดกลาง ผมดูไม่ออกจริงๆ เห็นตามห้าง  และเวปไซด์  ดูลักษณะไม่เป็นครับ ถ้าจะตีดาบไทย  ควรเป็นลักษณะได

ครับในกรุงศรีตอนต้น และปลายรบกวนครับ

เหตุผล  เพื่อจำแนกและแยกประเภทครับ

ขอบคุณ

อีกอย่างครับ ชั้นวางดาบ อยากได้แบบไทยแท้  ราคาสัก1000มีไหมครับ


ความเห็นที่: 1402 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 19:39 น.

เห็นคุณธงขาตินําง้าวมาให้ชมกัน  ก็เลยหวนคิดถึงง้าวที่คุณมิตรได้มาใหม่  ราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเอกาทศรถ

ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดพุทธไธสวรรย์อยุธยานั้นพระองค์ถือง้าวที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน   วัดสุวรรณาดารามผมมี

โอกาสได้ไปทําบุญและเช้าชมภาพจิตรกรรมสวยมากครับ บ้างภาพชํารุดเนี่องจากความขื้นจากน้ำฝนของอุโบสถ

หลังใหม่  ส่วนหลังเก่าสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาฐานเป็นแบบเรือสําเภามีโอกาสน่าไปชมมากครับ

ภาพดาบและทวนสวยมากครับน้องตั้ม  เอ๋รูปแบบของทวนต้องมีลูกแก้วเสมอไหมครับน้องตั้ม


ความเห็นที่: 827 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 7 พ.ย. 2553 เวลา 23:20 น.

วันนี้ได้ดาบ1เล่มความยาวตลอดด้าม25 นิ้ว  พร้อมหอกด้ามบ้องยาวประมาณ 25 นิ้วเช่นกันครับครับ  ดาบเป็นดาบเล็กมากครับ เป็นดาบปลายว้ายครับ ด้ามมีงานโลหะเก่าสีออกดำ รัดเป็นข้อ ๆ เล่นลวดลายด้วยเส้นลวดบิดเกลียวต่อด้วยไม่ไผ่ลงรัก ปิดท้ายด้วยเหรีญสตางค์แดง สวยมากครับ ซื้อแบบวัดดวงครับ พอกลับถึงห้องก็เอาวีนอลขัดดูให้พอเห็นเนื้อโลหะปรากฎว่าเป็นเนื้อเงินครับ ส่วนฝักดาบเป็นด้ามไม้ลงรัก ไม่มีหวายรัดครับ รัดด้วยเชือกฝ้ายและลงรักปิดทับไว้ ส่วนใบหอกน่าจะเป็นทรงใบข้าวครับเป็นด้ามบ้องตีขึ้นรูปแบบไม่มีคมใบยาวมากครับ..


ความเห็นที่: 828 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 00:58 น.

วันนี้ขออนุญาตินำเสนอมวยเจิงล้านนา

ขอบพระคุณผู้ถ่ายทอดครับ


ความเห็นที่: 829 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:03 น.
ต่อครับ

ความเห็นที่: 830 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:07 น.
ดาบสองมือครับ

ความเห็นที่: 831 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:10 น.
เจิงมีดก้อมครับ

ความเห็นที่: 832 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:24 น.
เจิงมีดก้อมต่อเลยนะครับ

ความเห็นที่: 833 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:26 น.
ขอมือต่อมือเปล่าอีกครั้งหนึ่งครับ ปิดปกยกศอกตีครับ

ความเห็นที่: 834 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:29 น.
เจิงไม้ค้อนยาวครับ

ความเห็นที่: 835 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 01:34 น.
นำเสนออีกท่านหนึ่งครับ ลีลาสวยงามครับ เป็นการฟ้อนเจิงก่อนหยิบดาบครับ

ความเห็นที่: 836 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 02:02 น.
หวังว่าสมาชิกคงได้รับความรู้พอสมควร ลองฝึกฝนดูได้ครับ ถ้าจะฝึกจริงจังคงต้องขึ้นเหนือครับ เห็นว่าน้องตั้มสนใจเจิงดาบล้านนา พอจะหาข้อมูลได้นิดหน่อยครับ เชิงดาบล้านนาแบ่งแม่ลายตามนี้ครับ1.แม่เกิ๋นก่ายฟ้า 2.แม่ตากหมอกมุงเมือง3.แม่ปล๋าเลี้ยมหาด 4.แม่กวาดข่วง 5.แม่นางสีไคล 6.ลายฟัน 7.ลายแตง 8.แม่บิดบัวบาน 9.แม่เกี้ยวเกล้า ไว้หาข้อมูลให้ใหม่นะครับ

ความเห็นที่: 837 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 05:14 น.

คุณเหมขอชมบ้างครับ อยู่ทางโน้นโอกาสพบเจอของดีๆราคาไม่สูงนักง่ายครับ  ผมเคยไปชมกะบี่ของเจ้าสามพระยา

ที่อยุธยา ปลายด้ามมีหินควอทคล้ายเล่มที่คุณเหมเคยลงครับ


ความเห็นที่: 875 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:40 น.

ความเห็นที่: 876 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:41 น.
พี่เหมครับ ชมภาพนี้ครับ สุดยอด  น้ามิตรส่งมาให้ช่วยแต่งภาพใส่เชือกให้ครับ ใบดาบเมืองหัวปลาหลดเดินร่องเลือด ด้ามถักเชือกจะเข้ขบฟัน งาน
ด้ามและฝักรัดทองเหลือง ฝีมือลุงจิตต์  ฝักทำจากไม้เนื้อดี สวยมากๆ ดาบไทยที่ปรุงถึงๆแบบนี้ หาคนทำได้น้อยมากแล้วครับ  ผมว่าจะสอบถามอยู่เหมือนกันว่า ถ้าสมาชิกเราสนใจ อยากให้น้ามิตรช่วย "ปรุง" ดาบเมืองแบบ"สุโขทัย" ให้  สนนราคาทุน ค่าแรง ค่าเหนื่อย ค่าของ รวมแล้วประมาณ เท่าไร  ครับ น้ามิตรครับบบบ

ความเห็นที่: 840 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 12:11 น.
ดาบเมืองลูบเงินครับ ใบดาบยาว 57.8 cm. (22 นิ้ว 7 หุน)ด้ามยาว 40.5 cm. ( 16 นิ้ว 2 หุน) หัวบัวตรงด้ามหลุดหายไปครับ ไม่รู้ว่าใช่กำแพงแพชรหรือปล่าว

ความเห็นที่: 841 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 12:13 น.
อีกรูปครับ

ความเห็นที่: 842 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 12:14 น.
อีกรูปครับ

ความเห็นที่: 843 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 12:17 น.
อีกรูปครับ ถ้ายภาพตอนกลางคืน แสงแฟรช อาจ over หน่อยครับ

ความเห็นที่: 844 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 12:43 น.
ดาบสวยมากครับพี่พันธุ์ หายากและแพงมากด้วยครับแต่ก็เปรียบไม่ได้กับคุณค่าของโบราณที่มีประวัติศาสตร์ในการร่วมปกป้องบ้านเมืองเรา ดีใจครับที่คนไทยมีโอกาสครอบครอง   ผมพอจะหารูปใกล้เคียง และข้อความอธิบายจากเวบเพื่อนบ้านครับ 
 *( ดาบแนวนี้พบตั้งแต่กำแพง ไปถึงเมืองแพร่ค่อนข้างมาก แต่ก็มีใน จ.ลำปาง และเมืองใหญ่อย่าง จ.เชียงใหม่ที่เป็นแหล่งรวมดาบหลายสกุลช่างอีกที่ที่พบแต่งานเงินต่างกันอยู่บ้างเคือในเขตของประเทศลาวครับ) **
   น่าจะเป็นแนวทางเดียวกันครับ ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลด้วยครับ

ความเห็นที่: 845 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 13:01 น.
อย่างดาบเมืองหลูบเงินเล่มนี้ ผู้ขายให้ข้อมูลว่าเป็นดาบของเจ้าเมืองสายลำพูนครับเท็จจริงประการใดไม่กล้ายืนยันครับ  ราคาตั้งไว้สูงครับ สำหรับผมแล้วถ้ามีสตางค์ถือว่าไม่แพงครับ ไว้มีสตางค์เยอะเมื่อไรจะหามาครอบครองให้ได้ครับ

ความเห็นที่: 848 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 14:39 น.
ผมย่อภาพเล็กไปหน่อยครับ

ความเห็นที่: 1212 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 13:17 น.
ผมอยู่ดอนเมืองครับ ไปแวะแถวรามอินทราบ่อยครับ
มีโอกาสดีจะขออนุญาตไปเยี่ยมเยียนคารวะและฝากท้องซักมื้อครับ
จะได้ถือโอกาสพูดคุยเรื่องที่เราชอบกันด้วย
ว่าแต่รอคุณตั้มขึ้นมาก็ถือเป็นโอกาสดีเหมือนกันนะครับ

ดีเลยครับคุณนนท์ บ้านผมมีช้างอยู่กอใหญ่เชียว คงจะคุยกับแฟนผมได้ถูกคอเทียว 

เรื่องเคี่ยวน้ำมัน ใช่เลยครับวิธีนี้ ผมเคยคุยกับอาหมอแถวปทุมธานีท่านหนึ่งก็ใช้วิธีนี้ครับ
เคี่ยวน้ำมันจากกระดูกสัตว์

พี่เหมราชครับ มีดสวยมากครับ อยากเห็นชัดๆครับ มีดอุ่มเล่มนี้สวยจริงๆครับ

ความเห็นที่: 849 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 18:07 น.

สวยครับดาบหลูบผมเองก็ไฝ่ฝันไว้เหมือนกันครับเคยพบเล่มหนึ่งที่เชียงใหม่ แต่ควักเงินหมดกระเป๋าแล้วยังไม่พอ

ดีครับถ้ามีสตางค์ก็น่าเก็บไว้  ดีกว่าไปอยู่ในต่างประเทศกันหมด  ลูกหลานจะไม่รู้จักรากเง่าของตัวเอง  ดีครับช่วยๆ

กันรักษามรดกของชาติ


ความเห็นที่: 850 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 18:24 น.

อย่างเล่มนี้guntoดาบทหารญี่ปุ่นที่อยู่ในความครอบครองครับ  นักวิชาการมักเชื่อว่าคาตานะจะเป็นงานที่ปราณีต

ในการตีใบดาบมากกว่า(ช่วงเวลาเดียวกัน)   แต่สําหรับเล่มนี้ไม่เป็นรองกันเท่าไหร่ครับ


ความเห็นที่: 851 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 18:26 น.
ตูใบดาบกันใกล้ๆครับ

ความเห็นที่: 852 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 18:53 น.

เออคุณเหมในภาพเป็นถนนคนเดินหรือในร้านของเก่าครับ  ผมเคยได้กระพรวนม้าโบราณแถวประตูท่าแพร

เดินไปตามถนนคนเดินพบพ่อค้าวางขายในวัดจําชื่อไม่ได้ซะแล้วซิครับ  มีของโบราณหลากหลายครับแต่ครั้ง

นั้นไม่พบดาบงามๆสักเล่ม  มาเจออยู่ในร้านของเก่าก็จับไม่ลงเลยครับ


ความเห็นที่: 855 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 23:54 น.
ส่วนใหญ่ผมจะไปเดินดูดาบแถวบริเวณหลังโรงเรียนปริ้นส์ครับ วันเสและ าร์ และ อาทิตย์ แต่นาน ๆ ถึงจะเจอดาบสวย ๆ ซักทีหนึ่ง อีกแหล่งหนึ่งตรงบริเวณ เจ เจ มาร์เก็ตครับ ดาบหลูบเงินเล่มนั้นอยู่หลังโรงเรียนปริ้นส์ครับวางอยู่ซัก 1 เดือนได้แล้ว เคยไปเจอดาบด้ามเมืองมีเขึ่ยวเงินหัวท้ายด้ามกลางถักหวายสามปอปเส้นเล็ก ฝักไม้รัดหวายชนิดเดียวกัน  ดาบสมบูรณ์มากครับ ผมชอบมากเลย แต่พ่อค้าเรียกราคาค่อนข้างสูงครับเคยต่อรองแบบโหด ๆ แล้ว พ่อค้าไม่ยอมขาย  สุดท้ายคนอื่นก็รับไปดูแลจนได้

ความเห็นที่: 854 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 8 พ.ย. 2553 เวลา 23:45 น.
สายสะพายดาบตอนนี้คงเหลือ แดง 3 น้ำเงิน 2 ครับน้องตั้ม หมดล็อตนี้คงต้องรอกันอีกนานครับ 

ความเห็นที่: 856 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 00:04 น.
วันนี้ได้มีมีโอกาสพบกับ อาจารย์เสถียร ณ.วงศ์รักษ์(สล่าอู๊ด) ฉายาของท่านคือ "สล่าพันช่าง" ท่านเป็นพ่อครู(ทางเหนือใช้เรียกแทนคำว่าอาจารย์) ของน้องเจ้ และ น้องเอ็มครับ ซึ่งน้องเค้าอุตสาหพาไปพบที่บ้านของท่าน พ่อครูอู๊ดเป็นนักสะสมดาบตัวยงเลยครับ ท่านนำดาบ มีด และหอก ที่ท่านสะสมไว้ประมาณ 50-60 เล่ม เป็นบุญตามากครับ ท่านอุตสาหะค่อย ๆ ทะยอยขนลงมาให้ชมครับ ชนิดที่ว่าไม่มีที่วางกันเลยทีเดียว งาม ๆ ทั้งนี้น เห็นแล้วน้ำลายหกครับ  พ่อครูท่านเป็นคนมีความรู้หลายแขนง คุยสนุกและเป็นกันเองมากครับ อ้อลืมไป ท่านมีดีกรีด้วยนะครับ ท่านเป็นอาจารย์พิเศษคณะวิจิตรศิลป์ ภาควิชาศิลปไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และ  อาจารย์พิเศษยูเยสโก้ อนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปกรรมดั่งเดิมในพุทธศาสนสถานล้านนา และสิบสองปันนา ประเทศจีน ครับ วันนี้เป็นบุญจริง ๆ โอกาสหน้าจะไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์บ้างครับ

ความเห็นที่: 858 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 00:15 น.
ได้ข้อมูลค่าเสียหายของหลูบเงินครับ วันนี้ได้มีโอกาสเจอน้องเจ้ เจ้าของดาบส้นแก้ว เลยสอบถามเรื่อการส่งดาบหลูบเงินครับ ได้ข้อมูลว่าร้านที่รับทำชื่อ  ร้านวัวลายศิลป์ ตรงถนนวัวลาย อ.เมืองเชียงใหม่ ครับ ส่วนค่าเสียหายอยู่ที่น้ำหนักเงินครับ คิดกรัมละประมาณ 45 บาท โดยคิดรวมค่าแรงแล้วครับ

ความเห็นที่: 859 ตอบโดย: Guest_แก้วแลว เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 00:57 น.
สวัดดีคับรายงานตัวคับ    นานๆมาทีคับ(แต่เข้ามาดูทุกวัน)   วันนี้พาพี่เหมไปดูดาบที่บ้านอาจารย์มาคับแต่ลืมถ่ายรูปดาบของอาจารย์มาหัยดู  ยังไงไว้คาวหน้าคับ  แต่ความงามของดาบที่บ้านอาจารย์บอกได้แค่ว่า  ไม่สัมผัสไม่รู้คับ  (ที่แน่พี่เหมสัมผัสมาแล้วคับ) 

ความเห็นที่: 860 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 02:06 น.
ขอบคุณ พี่เหมราช สำหรับข้อมูลครับ 
ขอบอกว่าอิจฉาพี่เหมราชมากครับ ที่มีโอกาสอยู่ท่ามกลางไออุ่นจากอาวุธโบราณที่จับต้องได้มากกว่า๕๐เล่ม
ยากมากครับที่จะมีโอกาสดีดีแบบนี้ พ่อครูใจดีมากครับ

ความเห็นที่: 1792 ตอบโดย: ดาบประหารชีวิต เมื่อ: 4 ม.ค. 2554 เวลา 11:28 น.

ดาบสันจั่วยกสูง พบในดาบย่านกำแพงเพชรและลาว

เช่นดาบในกระทู้นี้ คห. 278

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=75&topic_no=203985&topic_id=206603&&page=6


ความเห็นที่: 1017 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 12:01 น.
ไม่ทราบเลยครับ ต้องรอเข้าไปชมพร้อมๆ กันครับ แต่มีภาพจิตรกรรมไทยอยู่ด้วย ที่ด้านบนของเค้ามีอะไรบางอย่างด้วยครับ 

ความเห็นที่: 862 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 09:15 น.
เห็นพูดถึงกระพรวนเลยนึกขึ้นได้ ของเก่าที่เก็บไว้ในสต็อกมีอยู่นั่นชิ้นนึง โซ่ทองสัมฤทธิ์แต่เป็นสัมฤทธิ์ที่มีสะเก็ดทองเจืออยู่ไม่รู้เอาไว้ทำอะไรเหมือนกัน คนขายเขาบอกว่า โซ่ผูกคอม้า(ผมก็ไม่รู้นะ)ได้จาก อำเภอเชียงแสน คนขุดเจอได้ตอนหน้าแล้วริมแม่น้ำโขง รอยต่อระหว่างเชียงแสนกับเชียงของหน่ะครับ แต่ข้อกว้างซัก ๑ ซม.โซ่ยาวประมาณ ๔๕ ซม.เห็นจะได้ โซ่ตีด้วยมือล้วนๆ ไม่มีรอยเชื่อม เพียงแค่ดัดวงกลมเฉยๆ ใครพอให้ความกระจ่างได้บ้างครับว่า เขไว้ทำอะไร

ความเห็นที่: 864 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 10:05 น.

คุณนนท์เท่าที่ทราบกระพรานม้า โบราณเขาจะร้อยโซ่ไว้ที่ข้อเท้าม้าครับ  เวลาม้าศึกวี่งเสียงจะดังระงมไปทั้ว

สนามรบเป็นการข่มขวัญศัตรู   แต่ทุกๆอาณาจักรแถบนี้ก็ใข้กันหมดส่วนใหญ่ทําจากสัมฤทธิ์ครับ  ถ้าเป็นลพบุรี

ข่องเม็ดกระพรวนจะเป็นกากบาทชึ่งจะเก่าสุดๆตรับ


ความเห็นที่: 867 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 10:26 น.
ขึ้นเชียงใหม่ครั้งต่อไปคงต้องไปเยี่ยมเยียนคุณเหมและขอให้พาชมตลาดกันหน่อยครับ

ความเห็นที่: 868 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 10:27 น.

ลงเชือกดาบขนาดใหญ่แม่บ้านลองหัดทำหัวพู่ดูครับ

ยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ครับ  เห็นคุณตั้มอยากเห็นเลยมาลงให้ดู 


ความเห็นที่: 869 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:23 น.
ถือว่าไช้ได้เลยครับ นี่แค่ลองหัดทำนะครับฝีมือแม่บ้านน้ามิตรนี้ไม่ธรรมดาครับ เชือก 3 เมตร สั้นไปนิดหนึ่งครับ เห็นทีต้องให้ 5 เมตรซะแล้ว เดี่ยวคราวหน้าจัดส่งให้ครับ

ความเห็นที่: 870 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:31 น.
งามมากครับ   น้ามิตรรรรรร 

ความเห็นที่: 871 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:32 น.

ขอบคุณครับที่ช่วยเป็นธุระให้  เมื่อครู่โทรศัพท์แบตหมดครับเลยดับไปเฉย ๆ

ขอโทษทีนะครับ


ความเห็นที่: 872 ตอบโดย: Guest_SuperB3 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:37 น.


ความเห็นที่: 877 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 11:41 น.

เป็นรอยต่อนะครับ  เลยรับมาทั้ง 2 ฝั่ง  เป็นแบบเหนือตอนล่าง  กลางตอนบนครับ 

และแถมนี่ให้คุณตั้มอีกเล่มครับ  เป็นดาบของลุงจิตเหมือนกันครับ น้องชายตีใบดาบ

ลุงจิตเป็นคนทำฝัก+ด้ามครับ 


ความเห็นที่: 879 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 13:00 น.

อ.อู๊ด คับ


ความเห็นที่: 880 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 13:02 น.
ดาบยาวที่เมืองแพร่

ความเห็นที่: 881 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 13:07 น.
รูปชาวเงี้ยวบ้านท่าฟ้า เมืองเชียงม่วน ยุค ร.๕ มาฝาก

ความเห็นที่: 1439 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 18:32 น.
ลืมครับ ขอต้อนรับสมาชิกใหม่อีกท่านหนึ่งครับ  ถ้ามีโอกาสลงของสะสมให้ดูบ้างนะครับ.. อยากเห็นครับ.... จะได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กัน..

ความเห็นที่: 884 ตอบโดย: ย้อนเวลา เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 15:18 น.

ดาบที่ไหน ปลายแปลกๆๆครับ ความยาวใบดาบ 15 นิ้วครึ่ง


ความเห็นที่: 1215 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 21 พ.ย. 2553 เวลา 14:53 น.
คุณนนท์ไปแต่ละที่ก็เด็ดๆทั้งนั้นเลยครับ  สินค้าน่าชมของกินอร่อยทั้นนั้นละครับ 

ความเห็นที่: 885 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 17:32 น.
น้องตั้มช่างรู้ใจจริง ๆ พี่ชอมดาบยาว ดาบหลังม้ามากครับ แต่ที่สะสมเป็นดาบแลวครับ ของเก่าใบดาบยาว ๆ อยากได้มากครับ  สังเกตุคนที่สองขวามือครับ ดาบยาวมากๆ ๆ ความยาวจากพื้นอาจถึงราวนมครับ  ไม่รู้ดาบเล่มนี้ไปอยู่ที่ไหนนะ ขอบคุณน้องเอ็มด้วยครับอุตสาหะหาภาพเก่า ๆ มาให้ศึกษา

ความเห็นที่: 886 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 17:38 น.

น้องตั้มมาเที่ยวเชียงใหม่ เมื่อไรจะพาไปพบพ่อครูขอเป็นลูกศิษย์ (อย่างน้อยเป็นศิษย์แดนใกลศึกษาทางโทรศัพท์) อย่าลืมถ้าขึ้นมาไติดกริชมาด้วยนะครับ เผือพ่อครูใจอ่อนยอมแลกกับดาบที่สะสม ท่านสนใจมีด และ ดาบหลายแขนงครับ


ความเห็นที่: 887 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 17:44 น.
น้ามิตรครับ อยากได้ด้ามดาบแบบนี้ครับ 

ความเห็นที่: 888 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 17:52 น.
แบบชัดๆครับ ผมมองมะค่อยเห็น

ความเห็นที่: 889 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 17:54 น.
น่าสนใจมากครับ กริชของฝากจากแดนใต้ แลกกับดาบเมืองงามๆของสล่าอู๊ด แล้วสล่าท่านจะสนใจมั้ยน้ออออ 

ความเห็นที่: 890 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 18:00 น.
อันนี้แล้วแต่วาสนาครับ ถ้าโชคดีก็อมยิ้มกลับบ้านครับน้องตั้ม

ความเห็นที่: 1437 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 18:18 น.
ถ้าเป็นหวายเส้นใหญ่แบบนี้ ของใหม่แน่นอนครับ หรืออาจมีการซ่อมแซมงานหวายครับ

ความเห็นที่: 891 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 18:27 น.
ลืมบอกครับ พ่อครูท่านเก่งเรื่องการลงสีเขียนลาย เครื่องเขิน ด้วยรัก และหางด้วยครับ เห็นว่าน่าจะตรงกับสาขาวิชาที่น้องตั้มร่ำเรียนมา ท่านรับบูรณะของเก่าชำรุดด้วยครับ เท่าที่เห็นด้วยตาท่านเป็นเกือบทุกแขนงของศิลปล้านาครับ จนได้รับฉายา สล่าพันช่างครับ

ความเห็นที่: 1581 ตอบโดย: ลุงเล็ก เมื่อ: 8 ธ.ค. 2553 เวลา 20:18 น.
อย่างนี้คงจะเป็นง้าว  ไม่ทราบเป็นอาวุธของไทยเราแต่เดิมหรือไม่...  

ความเห็นที่: 892 ตอบโดย: แก้วแลว เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 21:03 น.

อ.อู๊ด  ได้ฉายา  สล่าพันช่าง    =  ผู้เปนเลิศในวิชาช่าง  (ทุกแขนงใรศิลปกรรมล้านนา) 


ความเห็นที่: 894 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 9 พ.ย. 2553 เวลา 23:24 น.
น้องตั้มเคยถามถึงโลห์ของทางล้านนา เมื่อวานสอบถามพ่อครูอู๊ดได้ความว่า ทางล้านนาไม่ค่อยนิยมครับมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ในการศึกจะใช้ดั้งหรือเขนครับ จะใช้เชือกผูกดั้งติดกับข้อมือใช้ปัดป้องอาวุธของศัตรูและใช้ตอบโต้ได้โดยการเหวี่ยงออกไปกระแทกหน้าและดึงกลับมาตั้งรับต่อได้ 

ความเห็นที่: 2018 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 2 มี.ค. 2554 เวลา 10:26 น.
สันยกจั่วหนาประมาณ 7-8มิล

ความเห็นที่: 904 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 10:46 น.

สวยมากครับ ไม่ทราบว่าเปิดให้เข้าชมไหมครับสําหรับคนทั้วไป  ชมรมคนรักดาบอยู่ที่เชียงใหม่ใช่ไหมครับ

มีโอกาสอยากเห็นใกล้ๆกับตาเลยครับ


ความเห็นที่: 910 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:52 น.
ปลายแหลม

ความเห็นที่: 905 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:39 น.

จะเอาออกมาตอนมีงานเท่านั้นคับ


ความเห็นที่: 906 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:48 น.
งานปอยดาบ 1

ความเห็นที่: 907 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:48 น.
งานปอยดาบ 2

ความเห็นที่: 908 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:49 น.
งานปอยดาบ 3

ความเห็นที่: 909 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:50 น.
งานปอบดาบ 4

ความเห็นที่: 911 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:53 น.
ปลายตัด

ความเห็นที่: 912 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:54 น.
ปลายบัว

ความเห็นที่: 913 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:55 น.
ปลายว้าย

ความเห็นที่: 914 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:57 น.
ปลายแหลม 2

ความเห็นที่: 915 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 12:58 น.
เชือก

ความเห็นที่: 916 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:00 น.
ดาบยศ

ความเห็นที่: 917 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:01 น.
มีดหลูบเงิน

ความเห็นที่: 918 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:30 น.
จากหนังสือดาบเมืองหรือปล่าวครับ ยังไม่มีกะเค๊าซักเล่มเลย สมาชิกทางเหนือพอจะยังหาได้มั้ยครับ 

ความเห็นที่: 919 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:49 น.
บ้าน อาจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระดับ ๘ ราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ ข้อมูลภาพจาก palungjit.com ขอบคุณครับ

ความเห็นที่: 920 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:50 น.
ดาบเมืองที่ท่านสะสมไว้ครับ

ความเห็นที่: 921 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:51 น.
แสดงให้แขกผู้มาเยี่ยมเยือนชมครับ 

ความเห็นที่: 922 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 15:29 น.

เมื่อครู่ได้โทรไปสั่งดาบกับพ่อทันแล้วครับ

ท่านใจดีและพูดจาสุภาพมากครับ 


ความเห็นที่: 923 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 19:45 น.

ฝักดาบของคุณมิตรแบบสุโขทัยสวย classic มากทีเดียวครับ โดยเฉพาะทาย้อมไม้แบบด้านๆขับให้ทองเหลืองดูเด่น

งานสวยมากครับ  ใช้อะไรครับว่างๆช่วยแนะนําหน่อยครับ

คุณsuper b3 งานมีช่วงไหนครับ อย่างไรกระจายข่าวกันบ้างนะครับ ขอบคุณที่นําของสวยๆมาให้ได้ชมกัน

วันนี้เอาตรีศูลมาให้ชมครับ เป็นงานถอดแบบจากของเดิม  งานทางอยุธยาครับ


ความเห็นที่: 1497 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 23:46 น.
จริงๆครับอย่างที่คุณนนท์ว่าไว้
อย่างพี่ท่านนี้ถ่ายรูปมีดได้สวยมากๆครับ (คลิ๊กที่ภาพเลยครับ)

ความเห็นที่: 924 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 23:28 น.
น้องเอ็ม นาน ๆ มาทีปล่อยของซะ....(เก็บกด) ส่วนพู่พันด้ามทวน ผมว่าน่าจะทำไม่ยากครับ น่าลอง แต่เคยเห็นของสล่าอู๊ดใช้กระจุกหางม้าแซมด้วยครับ

ความเห็นที่: 925 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 23:41 น.

.ตรีศูร  น่าสนใจครับ ยังพอหาได้อยู่ไหมครับ 

**ไม่ต้องห่วงครับ งานสืบสานล้านนา วาระต่อไปแจ้งสมาชิกล่วงหน้าแน่นอนครับ**


ความเห็นที่: 926 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 23:51 น.
รูปดาบเล็กเขี่ยวเงินที่ติดค้างไวครับ

ความเห็นที่: 927 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 23:53 น.
ด้ามน่าจะมีหวายรัด แต่คงชำรุดด้วยกาลเวลา

ความเห็นที่: 928 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 10 พ.ย. 2553 เวลา 23:58 น.
ทรงดาบปลายว้าย ความยาวจากปลายถึงสุดด้าม 25 นิ้ว ฝักไม้ลงรัก ส่วนสายสะพายดาบงานสร้างสรรค์ใหม่ครับผม

ความเห็นที่: 929 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 00:01 น.
หอกด้ามบ้อง ยาว 26 นิ้วครับ ยาวๆๆๆๆๆ

ความเห็นที่: 930 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 00:06 น.
ชอบมีดแทงคอเล่มนี้มากครับ เป็นของแถบอิสาน มีส่วนคล้ายของทางล้านนามากครับ ถือโอกาสขออนุญาติเจ้าของเก่าตกแต่งรัก (ปลอม ๆ ) นิดหน่อยครับ ชอบมั๊ก มัก ขอบคุณมากครับ 

ความเห็นที่: 931 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 05:13 น.

ครับคุณเหม  ที่อยุธยายังทําออกจําหน่ายอยู่ตลอดอาวุธยาวยังถอดแบบมาค้อนข้างดีครับ แต่ถ้าเป็นดาบสู้งานทาง

ลําปางไม่ได้ครับ  ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นก็มีของ้าว หอก ตรีศูล ทั้งหมดทําที่บ้านอรัณญิก เมื่อไหร่ลงมากรุงเทพผมพา

ไปเที่ยวชมได้ครับ บอกผมล่วงหน้านะครับจะได้ลาพักร้อน  ผมเห็นของโบราณส่วนใหญ่ใช้หางม้าแต่ถ้าเป็นของเจ้านาย

มักจะเป็นขนจามรีครับ


ความเห็นที่: 932 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 06:24 น.

ใบหอกยาวดีครับ ได้มาใหม่ทั้งสามชิ้นเลยหรือครับ  ผมเป็น airline staff ครับก็เลยเดินทางได้สดวกหน่อยครับ

แต่ช่วงนี้สุขภาพไม่สู้ดีเท่าไหร่เก๊าท์กําเริบบ่อยครับ ส่วนใหญ่ถ้าขึ้นเชียงใหม่ชอบที่จะขับรถไปเองมากกว่าถ้ามี

เวลา คราวหน้าว่าจะเก็บให้หมด ที่ไหนให้เข้าชมอาวุธโบราณต่างๆ ส่วนใหญ่ไปตามแหล่งcampingครับ


ความเห็นที่: 936 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 10:54 น.
เท่าที่พอทราบนะครับ ไส้ที่เป็นผ้าจะต้องเป็นผ้ายันต์ด้วย โดยมากเป็นยันต์พญานาคครับ ตอนเรียนภาษาขอมอยู่ที่วัด พระอาจารย์เคยสอนให้เขียนเหมือนกันครับ ตำรับยันต์ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธและตำราพิชัยสงครามส่วนมาก มาจากวัดประดู่ทรงธรรมครับ ตอนนี้ตำราได้แพร่กระจายไปอยู่ทั่ว โดยที่ไม่ทราบที่มาเดิม โชคดีที่ได้เรียนจากตำรายันต์ของเทพ สาริกบุตรครับ พระอาจารย์ท่านสอนไว้ ภาษาขอมไทยอ่านออกเขียนได้ ส่วนตัวเมืองกำลังเรียนอยู่ครับ งั้นขอโชว์หน่อย เดี๋ยวให้พี่เหมช่วยติชมนะครับ

ความเห็นที่: 948 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 12:12 น.

เสื้อยันต์ของอาจารย์วิลักษณ์ข่างดูน่าเกรงขามจริงๆ

ขอบคุณครับคุณนนท์  ผมเองไม่ทราบมาก่อน  คนโบราณนี่คิดจะทําอะไรดูลึกซึ้งไปหมดเลยครับ

ได้ความรู้เพิ่มเติมครับ


ความเห็นที่: 949 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 13:09 น.

งานดุนเงินแบบนี้น่าจะพอประยุกต์กันได้บ้างครับ


ดุนเงินรมดำ เงิน 100% จากเชียงตุง
คุณตั้มครับ คุณตั้มพอหาข้อมูลผู้ทำได้มั๊ยครับ งานดุนลายนอกจากที่เชียงใหม่แล้ว ที่เชียงตุงจะได้เป็นทางเลือกครับ งานดุนลายสวยมากจริงๆครับ


ได้ทราบว่าคุณนนท์ได้เรียนอ่านเขียน ขอมไทยมา น่ายินดีครับ รุ่นใหม่หาคนได้เรียนเขียนอ่านตรงนี้น้อยมากครับ
ไม่ทราบว่า ขอมไทยที่คุณนนท์เรียน เรียกรวมว่า วุฒโตทัย หรือไม่ครับ


ความเห็นที่: 950 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 13:16 น.
อย่างงานนี้ที่อยู่กับฝรั่ง

ความเห็นที่: 951 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 13:49 น.

ดุนเงินรมดำ เงิน 100% จากเชียงตุง
คุณตั้มครับ คุณตั้มพอหาข้อมูลผู้ทำได้มั๊ยครับ งานดุนลายนอกจากที่เชียงใหม่แล้ว ที่เชียงตุงจะได้เป็นทางเลือกครับ งานดุนลายสวยมากจริงๆครับ 

พี่เหมกับน้องแจ้ น่าจะตอบได้แม่นกว่าผมครับพี่ศร   งานเงินนั้น ทางใต้ก็มีที่นครอีกที่ครับ ที่ทำงานสลักดุนเงินได้สวยไม่แพ้กันครับ  เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียวครับ 

ความเห็นที่: 973 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 10:58 น.
ครับผม พอมีนิดๆ เครื่องถมนคร ลองโทรติดต่อดูครับ แต่ถ้าอยากให้เค้ารับงานอาจต้องจ่ายเพิ่มอีกหน่อย  เพื่อให้เค้ายอมสละเวลางานประจำมารับงานของเราครับ (ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้หมดเลย เฮ้อออออ) เบอร์โทรครับ

คุณนิคม นกอักษร โทร. 08-0536-1192, 08-1082-2512, 0-7534-6391     http://www.alangkarnprakruang.com/nakon-art.html

ความเห็นที่: 1435 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 18:04 น.
เล่มนี้หวายเส้นใหญ่นิดหนึ่งครับ ไม่ค่อยละเอียดมาก แต่ดูโดยรวมแล้วเก่าครับ ส่วนเหรียญสตางค์แดงผมเพิ่มเติมขั้นเองครับ เล่มนี้แหละที่ว่าเคาะใบดาบแล้วเสียงปิ๊งกังวาล

ความเห็นที่: 952 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 15:39 น.

ครับผม

มีเวลาให้คิดอีกเยอะว่าจะแต่งแบบไหน เพราะคิวยาว


ขอมาเก็บไอเดียจากในกระทู้นี้แหละครับ ยิ่งดูยิ่งหลงจริงๆ


ความเห็นที่: 953 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 15:39 น.
ไม่ถึงขนาดนั้นครับ พระอาจารย์ท่านสิ้นเสียก่อน พอถอดความได้ อ่านได้ แต่เล่นแปลบาลีเป็นไทยนี่ไม่ไหวครับ ถอดบาลีเป็นขอม สบายครับ แปลไทยเป็นขอมอันนี้ก็โอเค แปลบาลีเป็นไทย งานนี้เกยหาดเลยครับ

ความเห็นที่: 1434 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 17:59 น.
หวายแบบนี้เก่า 100 เปอร์เซ็นต์ครับ เส้นเล็กละเอียดมากครับ ขออนุญาติใช้ภาพใหญ่นะครับ จะได้เห็นกันชัด ๆ

ความเห็นที่: 970 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 08:04 น.
ลักษณะนี้น่าจะเป็ฯมีดหมอที่ไว้ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับถอดอาถรรพ์ เพราะอักขระลงว่า "ยะ ธา พุท โม นะ" เรียงตามตัว เขียนแบบตัว ธา มีสก หรือหางด้านล่าง แสดงว่าเป็นคาถาเต็มสูตร ที่ต้องการถอดอะไรซักอย่าง โดยใช้มีดเล่มนี้ประกอบพิธีกรรม
ครับน้าตั้ม ช่างที่หุ้มดาบให้ผมคือช่างทำสลุงเดิม แต่ภายหลังเพิ่มมูลค่าของชิ้นงาน แต่ช่างที่ผมไปทำเนี่ย ช่างเชียงใหม่ครับ เพราะเมืองน่าน จะได้อารมณ์ของศิลปะอีกแบบ เนื่องจากอิทธิพลจากชาวไทลื้อเสียเป้นส่วนใหญ่ ผมก็มีก่ะเขาใบนึง เป็นสลุงเมืองน่าน ทำงานเงินแท้ครับ เพราะหากเป็นสลุงขายตามตลาด ไม่นานก็ดำ เพราะเป็นอะลูมิเนียม นี่ตั้งหลายปีแล้ว ไม่ลอกไม่ดำ ห้ามจำนำเพราะเขาเอามาให้ คนให้เป็ฯเชื้อสายเจ้าเมืองน่าเดิม ผมไปรักษาลูกเขาหาย แล้วไม่คิดค่ารักษา เขาก็ไม่รู้จะเอาอะไรให้ เลยได้สลุงเงินมาใบนึง เดี๋ยวจะลงรูปให้ดูนะครับ ขอไปล้างก่อน ตอนนี้กลายเป็นขันน้ำนต์อยู่แฮ่ะๆๆ


อ้อลืมบอกไปรูปที่ฝากให้พี่เหมเนี่ย ผมบอกตรงๆเลยว่าไม่ชอบเอาเสียเลย เห็นใครหล่อกว่าแล้วหมั่นไส้.....เชอะ ถ้าหล่ออย่ามาง้อก็แล้วกัน อิอิ

ความเห็นที่: 956 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 16:03 น.

รับทราบครับ 

เห็นแบบแล้วจะได้ไม่ผิดพลาดครับ 


ความเห็นที่: 957 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 16:20 น.

ฝักไม่ได้ทาหรือเคลือบอะไรเลยครับ  บ    แต่ว่าใช้ไม้แดงที่เก็บไว้มาทำฝักครับตอนแรกจะใช้ไม้สักทำ

แต่ว่าไม่ขับให้ทองเหลองดูเด่นเลยใช้ไม้สีเข้มทำครับ  ผมไปนั่งดูลุงแกทำ 1 วันเต็มๆครับ

ฝักต้องวัดขนาดให้ไล่ระดับไปทุกจุด 18 จุดก็วัด18ครั้ง  ถ้าไม่อย่างนั้นใส่ทองเหลืองเข้าไปไม่ได้ครับ


ความเห็นที่: 958 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 18:23 น.
ได้ภาพมาจากเว๊ปคนรักมีดครับ ถือวิสาสะขออนุญาตนะครับเพราะลายสวยมากอยากให้ได้ชื่นชมฝีมือคนไทยกันครับ
ได้ยลโฉมงานกริชทางใต้อยู่บ้างครับ ให้ได้เห็นลวดลายไทยแล้วรู้สึกชื่นชอบอยู่เหมือนกันครับคุณตั้ม

เท่านี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วครับคุณนนท์  ผมเคยอ่านหนังสือเรื่องชายชาตรี หรืออะไรนี่แหละครับของ อ.เทพ สาริกบุตร เป็นพระคาถาเก่าแก่ครับ ไม่ธรรมดาครับคุณนนท์ 
ผมเป็นสมาชิกใหม่ ไม่ค่อยรู้จักสมาชิกท่านเก่าๆ
เห็นคุณตั้ม เรียก ขออนุญาตเรียกตามนะครับ
และก็ถือโอกาสแนะนำตัวเลยนะครับ น้ามิตร
ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูกครับ ว่าน้ามิตรคือท่านไหนครับตอนนี้ทราบแล้ว สวัสดีนะครับ

ความเห็นที่: 959 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 19:22 น.

เห็นเขาโชว์ดุนลายกันขอร่วมวงด้วย ดาบเหล็กน้ำพี้ครับ เล่มที่เอาโชว์เนี่ยขายไปแล้ว เลยเอารูปมาโชว์หน่อย คงไม่เสียหายเนอะ สิงห์เหนือพบเสือใต้ไปแล้ว ส่วนเรากรรมการจากภาคกลาง เป้งงงงง ยกที่หนึ่ง

น้าศรครับ ของผมไม่มากมายหรอกครับ ถ้าอยากลงอักขระคาถาภาษาขอมส่งมาก็ได้ครับ เดี๋ยวแปลไทยเป็นขอมให้ ช่วยเหลือกัน เพราะบอร์ดนี้คือ ความรู้และการแบ่งปัน ตามสะโลแกนเขาหน่ะ ก่อนพระอาจารย์ท่านเสีย ท่านได้ยกคัมภีร์พระเวทย์ปกแข็ง ของเทพ สาริกบุตร ให้ผมทั้งหกเล่มครับ แต่ก็อย่างว่าแหละคนสมองทึบหน่ะ


ความเห็นที่: 960 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 20:19 น.
กรรมการจากภาคกลาง นี่ก็วิจิตรครับ
ขอบคุณด้วยจิตคารวะครับคุณนนท์

ความเห็นที่: 1295 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 16:30 น.
หอกซัดที่เจ้าพลวานร นี่ถืออยู่ ด้ามทรงสวยมากครับ  ด้ามทรงพู่กัน คออูมหนา ไล่เรียวเล็กไปที่ท้ายด้าม สวยจริงๆ

ความเห็นที่: 961 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 21:55 น.

เล่มนี้ไปแล้วก็คุยกันได้เต็มๆหน่อยครับ  ถือว่าแบ่งปันสิ่งที่รู้กันคนละนิดละหน่อย  ด้ามนาคของเล่มนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะรูปแบบพม่า มาค่อนข้างมากครับ โดยเฉพาะหัวนาค  ลวดลายบนฝักสลักดุน เป็นลายเถาว์เครือใบไม้ ที่ปลายมีขดทุกใบ ไม่ใช่พุดตาล น่าจะเป็น ลายดอกกระถิน  ส่วนลวดลายหน้ากระดาน ที่ขอบฝักและก้นฝัก(ลายตั้งต้นและใช้จบลาย) เป็นลายปากพาน (ขอบขัน) นั่นเองครับ ช่างที่ดุนลายมีฝีมือมากครับ ดูจากลวดลายโดยรวมน่าจะเป็น
ช่างทำสลุงของล้านนาป่าวครับ  ส่วนใบดาบเหล็กน้ำพี้นั้น มีการถกเถียงเป็นสาระกันมานาน  ตามอ่านจากบทความเก่าๆ ได้จากหลายๆ ที่ครับ 

ความเห็นที่: 962 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 22:11 น.

ลุงบุญช่วย หิรัญวิทย์ ได้รับรางวัล "ภูมิแผ่นดิน ปิ่นล้านนา" ปี 2552
พูดถึงงานสลุง ก็เริ่มจะหมดช่างมีฝีมือไป ทีละน้อยๆแล้วครับ ถ้าไปเที่ยวหรือได้พบเจองานก็ช่วยกันสนับสนุนช่างหน่อยนะครับ งานฝีมือสุดงามเหล่านั้น ราคาไม่แพงเลยครับ  ถ้าเทียบกับฝีมือ เวลาและความทุ่มเท ที่ช่างสร้างออกมา

ขอยกช่างมาแนะนำอีกซักท่านครับ จะว่าไป ช่างสลุงนี่แหละครับ จะช่วยเราในเรื่อง ปรุงดาบ ได้อย่างดีเลย
นายบุญช่วย  หิรัญวิทย์ ช่างทำสลุงเงิน จังหวัดน่าน ๓๗/๑ บ้านประตูปล่อง ถ.เปรมประชาราษฎร์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  โทรศัพท์ ๐๕๔-๗๕๑๐๘๙
เริ่มหัดทำเครื่องเงิน ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๓ ขณะนั้นอายุได้ ๑๗ ปี และได้ประกอบอาชีพการทำเครื่องเงินอย่างจริงจังใน พ.ศ.๒๔๙๘ จนถึงปัจจุบัน


ความเห็นที่: 963 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 22:12 น.
ประวัติความเป็นมาของเครื่องเงินเมืองน่าน
   ครูบุญช่วย  หิรัญวิทย์ เล่าประวัติความเป็นมาของการทำเครื่องเงินเมืองน่าน ว่า เป็นอาชีพที่เกิดมาพร้อมกับการสร้างเมืองน่านขึ้นมา ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นครน่านได้แผ่ขยายอาณาจักรตั้งแคว้นสิบสิงจุไทลงมา และได้กวาดต้อนเชลยที่เป็น ช่างเงิน ช่างทอง ช่างเหล็ก ช่างทองแดง จากเมืองฮ่อน้อย ฮ่อหลวง เมืองยอง และเชียงแสน เอามาไว้ในนครน่าน โดยช่างเงินได้จัดไว้ที่บ้านประตูปล่อง อ.เมืองน่าน และสืบเชื้อสายเป็นช่างเงินมาจนถึงทุกวันนี้ และบางส่วนมีเชื้อสายเป็นช่างเงินมาจนถึงทุกวันนี้ และบางส่วนมีเชื้อสายพม่าอยู่ได้นำศิลปะพม่าเข้ามาผสมผสาน แต่ไม่ค่อยมากนัก ส่วนใหญ่จะเข้ารับใช้ทำเครื่องเงินให้เจ้านาย บุตรหลาน คหบดีและท้าวขุน เท่านั้น พอหมดนายไป ช่างเงินก็เกือบจะไม่เหลือใครในนครน่าน

ความเห็นที่: 1433 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 17:55 น.

วิธีของผม หลักการคล้ายของคุณธงชาติครับ เฉพาะดาบเมืองนะครับ

1.ใบ ดาบเน้นสันหนาไว้ก่อนครับ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ อยู่ที่วัตถุประสงค์การใช้ดาบอีกทีครับ บางทีสันดาบบางอาจเพราะเจ้าของต้องการให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ หรือใช้สำหรับฟ้อน หรือสำหรับผู้หญิงครับ บางเล่มสันหนาแต่ไล่ปลายจนบางมากก็มีครับ(เล่มนี้ต้องให้น้องตั้มถ่ายรูปใบให้ชมแล้ว) ถ้าเป็นแบบท้องใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นของทำใหม่ไม่นานมากครับ ตอนนี้กำลังสงสัยครับ มีใบดาบเล่มหนึ่งเอาเล็บเคาะจะมีเสียงใสดังกังวานเอากระดาษทายลูบทำความ สะอาดจะไม่มีสนิมขุมเลยครับ จะมีแต่รอยดำๆ แต่ไม่ลงเนื้อเหล็กเลยครับ ส่วนดาบ บางเล่มเสียง แปก ๆ ครับ  ใบดาบเก่าถึงแม้เป็นสนิม แต่จะไม่กินลึกครับ เหล็กดีมากครับ บางทีอาจได้เหล็กเขียวหรือเหล็กจากบ่อเชียงตุง

2.ด้ามจะเน้นหวายเส้น เล็กละเอียดถักสามปอบ เท่าที่ลองๆ สอบถามดูด้ามหวายแบบโบราณแบบนี้หาคนทำไม่ได้แล้วครับ เคยเอาเส้นหวายของเก่า แช่น้ำและขยี้ดูจะแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ ไม่น่าจะเป็นหวายจริง ๆ ครับ แต่จะเป็นอะไรต้องรบกวนผู้รู้ท่านอื่นครับ  

3.หวายที่ด้าบกับที่ฝักต้องเหมือนกันครับ ถ้าต่างกันคิดว่าคงผิดฝาผิดตัวแน่ครับ

4.เขี่ยวดาบถ้าเป็นทองเหลืองจะเดาไว้ก่อนว่าเก่าไม่ถึงครับ  ถ้าเป็นโบราณจริง ๆ ถ้าไม่เป็นด้ามหวายล้วน ก็จะทำเขี่ยวเป็นเงินประกอบ เพราะสมัยก่อนเงินแท้ คงราคาไม่สูงเท่าไร หรือไม่ก็เป็นเขี้ยวเขาควายไปเลยครับ (มี1เล่มครับงานสายแพร่)  เขี่ยวเงินถ้ามีลวดลายเงินถัก จะเส้นเล็กมากครับ เคยถามร้านเงินดู เงินถักเส้นเล็ก ๆ ทำไม่ได้แล้วครับ

5.สายสะพายดาบ ส่วนใหญ่จะเก่าซีดขาดหลุดลุ่ยตามกาลเวลาครับไม่เน้นมาก

อันนี้เป็นวิธีดูดาบเบื้องต้นของผมเองครับ ไม่ได้เน้นมากครับ ผมดูแบบรวม ๆ ครับ ของเก่าจริงอาจมีการซ่อมแซมบ้างเป็นเรื่องธรรมดาครับ บางอย่างไม่เข้าตามหัวข้อด้านบนแต่ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นของเก่าจริงครับ บางทีพบเขี่ยวเป็นทองเหลืองแต่หวายเส้นละเอียดมากก็มี  ผมจะเน้นความสมบูรณ์ของหวายด้วยครับ บางทีขาดหรือไม่ครบ หาคนทำไหม่ได้แต่คงแตกต่างกันเห็นได้ชัดครับ ดาบเมืองส่วนใหญ่ฝักจะแตกครับ เพราะฝักดาบเมืองจะไม่ใหญ่กว่าตัวใบมาก ตรงรูฝัก(ไม่รู้จะเรียกอย่างไรดีครับ) ส่วนบนจะเซาะร่องแหลม ๆ ไว้ทำให้ฝักดาบช่วงนี้บางมาก ๆ และมีการชำระด อาจเพราะดาบเมืองส่วนใหญ่จะเป็นดาบปลายว้าย หรือทรงดาบที่มีลักษณะงอนขึ้น ทำให้ดึงดาบเก็บดาบได้สะดวก ถ้าดาบมีการใช้งานเวลาเก็บดาบกระแทกแรง ๆ ก็แตกหักได้ ถ้าได้แบบไม่แตกชำรุดถือว่าโชคดีแล้วครับ เจ้าของเดิมคงรักษาดี


ความเห็นที่: 964 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 22:17 น.
จะเห็นได้ว่าช่างเงินในเมืองน่านนั้น มีเชื้อสายจีน และได้นำเอาศิลปะของพม่ามาร่วมด้วย ในอดีตกาลที่ช่างเงินทำงานให้กับเจ้าขุนมูลนาย ทำให้เมื่อไม่มียุคเจ้านายและบ่าวไพร่แล้ว ช่างต่างๆ ก็ระหกระเหินไม่มีงานทำ บ้างก็เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ส่วนที่ยังคงทำอาชีพช่าง ก็จะสืบทอดการทำเครื่องเงินให้รุ่นลูกหลานซึ่งก็มีน้อย ทำให้มีแหล่งผลิตเครื่องเงินสมัยนี้น้อยตามไปด้วย
ลายสลุง
๑.   ลาย ๑๒ ราศี   ๒.   ลายดอกกระถิน  ๓.   ลายดอกกลีบบัวหรือกาบบัว
๔.   ลายเทพพนม  เป็นลายโบราณ
๕.   ลายบานบุรี
๖.   ลายตาสับปะรด
๗.   ลายดอกไม้ เป็นลายที่ครูคิดใหม่ คล้ายลายไทย

ความเห็นที่: 965 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 22:18 น.
นี่ละครับ ช่างทางใต้ ที่ "กินกันไม่ลง" ทางเหนืองานเงินจะออกเหลืองๆเงินขาวๆ  ทางใต้งานเงินจะออกดำๆ เงาๆฝีมือการสลักดุนลวดลายก็จะเป็นคนละแนวเลยครับ ช่างเงินทางนคร ฝีมือโดดเด่นมาก ที่น่าสนใจคืองานสลักดุนเนื้อทองแดงครับ สวยมากๆ  ครับผม    พี่ศรครับ น้ามิตร ของเราฝีมือการตอกลาย บนใบมีดใบดาบ เปิ่นก็บ่อธรรมดาน่ะเจ้า อิอิอิ

ความเห็นที่: 966 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 11 พ.ย. 2553 เวลา 22:32 น.
คุณตั้ม สุดยอดครับข้อมูล
ขอบคุณมากๆครับ
ตัวอักษรของน้ามิตร คมกว่าคมของอีเหน็บอีกครับ 


ความเห็นที่: 971 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 10:27 น.

ครับผม  อย่างที่กล่าวไว้แต่แรกคือ งานดุนอะลูมีเนียมเล่มนี้ลวดลายได้รับอิทธิพลศิลปะรูปแบบพม่ามาค่อนข้างมากครับ  ส่วนผมมีแต่งานดุนทองแดง งานของนครครับ  


อีกนิดครับ ส่วนสูตรผสมเนื้อเงินของทางเหนือ และทางใต้ต่างกันครับ เนื้องานเงินจึงต่างกัน อันเกี่ยวเนื่องมาจาก เมืองไทยเรา ไม่มีสายแร่เงินเป็นของตัวเองครับผมนำเข้ามาทั้งนั้น  หรือไม่ก็นำเงินเก่า แบบต่างมาหลอมทำเป็นชิ้นงานกัน แต่ที่ทางเหนือ เงินออกเหลืองๆขาวๆ ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนว่าผสมอะไรบ้าง
เพราะส่วนผสม มีทั้งทองเหลือง ทองแดง สารเคมีทั้งหลาย เช่นกำมะถัน  แต่ถ้าเป็นเงินแท้ 100% ก็มีแต่น้อยมากๆ ครับ ทำให้เฉพาะ เจ้านายชั้นสูง คุ้มต่างๆ เท่านั้นครับ  


ความเห็นที่: 972 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 10:49 น.

ขอบคุณมากครับสําหรับข้อมูลดีๆ  มีโอกาสคงจะได้ปรุงดาบสวยๆไว้ใช้ส่วนตัวสักเล่มครับ  คุณตั้มพอจะมีข้อมูล

ของช่างถมเงินทางนครศรีธรรมราชด้วยไหมครับ  ขออนุญาตนําภาพจากเวปคนรักมีดด้วยครับ


ความเห็นที่: 976 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:00 น.

ด้ามดาบสั้นเป็นแบบ 8 เหลี่ยมครับ  ใช้การฉลุ และตอกลาย แบบเฉพาะตัวของช่างครับ

ไม่เหมือนทางเหนือ หรือของภาคกลาง  แต่เป็นรูปแบบของตัวช่างเองครับ 


ความเห็นที่: 977 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:02 น.
ส่วนนี่ท้ายด้ามครับ  ใช้การฉลุและตอกตะปูเฟอร์นิเจอร์ที่หัวเป็นทองเหลืองนะครับ

ความเห็นที่: 978 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:04 น.
ส่วนอันนี้ครับ  ดาบ ถ้าเป็นทางเหนือไม่แน่ใจว่าเรียกทรงอะไร

ความเห็นที่: 979 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:16 น.
ปลอกกับแฉ่งคล้าย ๆ กับง้าวสั้น ของคุณ  ศรศิลป์ เลยครับ บังเอิญเหมือนครับ  

ความเห็นที่: 980 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:17 น.
สันต้องฝังทองเหลืองครับถึงจะครบสูร 

ความเห็นที่: 981 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:21 น.

ดาบสั้นสุโขทัยช่างมี (หาใช่ มีดลาบ ไม่)  งดงามมากๆครับ สูญหายไปนาน น้ามิตรพากลับมาให้เราได้ยลกันแล้ว  น้ามิตรครับ รื้อฟื้นกลับขึ้นมาเถอะครับผม  


ความเห็นที่: 982 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:29 น.

ขอโทษทีครับลืมลงรูปใบดาบให้ดูกันครับ  

อันนี้ดาบสั้นครับ  การตอกลายเป็นรูปแบบเฉพาะตัวของช่างครับ

ใบดาบยาวประมาณ 15 นิ้วครับ 

ต้องขอขอบคุณ อ.ประเสริฐ   จันโพยม  ลูกชายของช่างมีครับ ทีให้โอกาสถ่ายภาพมาให้ชมกัน


ความเห็นที่: 983 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:33 น.
ส่วนดาบยาว ยาวประมาณ 20 นิ้วครับ

ความเห็นที่: 984 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 14:37 น.

ส่วนนี่ปากฝักครับ เป็นแบบคล้าย ๆ ทรงหยดน้ำ เป็นการแก้ปัญหาฝักโต อวบอ้วน จนถือไม่ถนัด


ความเห็นที่: 985 ตอบโดย: kul naimnim เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 19:31 น.
คาดว่าคงจะได้เห็นงาน ในทำนองนี้ของช่างมิตรบ้างนะครับ

ความเห็นที่: 986 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:00 น.
คุณโยครับ ดาบเล่มนี้ของอ.วิลักษณ์ ด้ามดาบยาวมากครับ ยาวพอ ๆ กับใบเลยครับ

ความเห็นที่: 987 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:07 น.
ใช้ครับน้องตั้ม ใบหอกเล่มนี้ยาวมากและตีแบนไม่ได้ขึ้นคมเลยครับ คงจะเป็นอย่างที่น้องตั้มกล่าวไว้ครับ  แต่มีมนต์คุมใวคงหรือเปล่าไม่แนใจครับ **ขนาดช้างยังกลัวแล้วคน(ที่บ้าน)จะไปเหลืออะไร** หวังว่าคนที่บ้านคงไม่ใช่พวกเราเองนะ

ความเห็นที่: 988 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:25 น.
คุณนนท์ครับอักษรขอมที่สลักลงบนใบดาบคล้างคลึงกับอักษรพม่าครับ ซึ่งก็มีส่วนคล้ายตัวเมืองหรือ อักษรฝักขาม เหมือนกันครับ ขอค้นคว้าข้อมูลได้ว่าเป็นตัวหนังสือของพ่อขุนรามฯที่แพร่เข้าไปในล้านนา โดยได้เปลี่ยนรูปร่างและอักขรวิธีไปบ้าง จึงกลายเป็นอักษรฝักขาม ครับ 

ความเห็นที่: 989 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:27 น.
จากภาพที่พบบนศิลาจารึก

ความเห็นที่: 990 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:34 น.
ใบง้ามแบบนี้ถ้าให้พ่อทันตีขึ้นใหม่ แล้วส่งไปเข้าด้ามและหวาย ส่วนงานเงินจ้างช่างเงินทำต่างหาก รวม ๆ แล้วคงควักตังจ่ายได้แบบสบายใจครับ

ความเห็นที่: 991 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:41 น.
สวัสดีคุณทะลวงฟันครับ อันนี้ผมเองก็ยอมรับครับ ผมเองเสร็จจากงานรีบกลับบ้านเปิดคอมทันทีครับ งอมแงมเหมือนกันครับ นอกจากวันไหนมีธุระสำคัญจริง ๆ .... สมาชิกเราน่ารักทุกคนครับ ผิด หรือถูก รู้มาก รู้น้อยไม่เป็นไรครับ เพราะบางอย่างไม่มีตำราตายตัวครับ สมาชิกเรามีน้อยคนแต่มีทุกภาคครับ 

ความเห็นที่: 992 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 22:54 น.
สภาพไม่ให้แล้วครับตอนนี้ขอแค่ บ่อหล่อแต่ผ่อบ่อก้าย (ไม่หล่อแต่ดูไม่เบื่อ) อิอิ

ความเห็นที่: 993 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:06 น.
ดาบภาคกลางทรงฝัก,ด้าม,ใบ แตกต่างกับทางล้านนาอยู่มาก เหมือนกันตรงที่มีกันฝังข่ามสำหรับล้างอาคมตามความเชื่อเหมือนกันครับ ดาบเล่มนี้งานละเอียดสวยมาก ช่างรุ่นเก่าตั้งใจกับงานที่ทำมากครับน้ามิตร

ความเห็นที่: 995 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:12 น.
ครับพี่เหม และพี่น้อง ทุกท่าน พยายามหาเวลาเข้ามาทุกวัน ถ้ายุ่งๆก็เข้ามาแวะดูหน่อยก็ยังดี ติดงอมแงม แล้วครับ  และมารอชมงานสวยๆ งามๆ ที่หาชมได้ยากคับ ก็ได้เห็นและได้ความรู้ใหม่ๆ มากมายเช่นกันครับนอกจากงานสะสมได้ความสุนทรีย์ และความสุขความอิ่มเอมทางใจแล้ว ยังได้กัลยาณมิตร เพิ่มขึ้นด้วยครับ
เยี่ยมยอดจริงๆ ครับ  พูดถึงเรื่องเรามีสมาชิกในกระทู้เราจากหลายภาคส่วนแล้ว พามีดพกสั้นมาให้ชมครับผมเป็นตัวแทนศิลปะจากทางภาค  เหนือ (มีดหลูบเงิน) กลาง (มีดชายธงลงอักขระเลขยันต์) ใต้ (มีดเดือยไก่ ไอ้เชียง) ได้อย่างพอหอมปากหอมคอ เลยละครับผม  ขอขอบพระคุณ ผู้มีอุปการะคุณของผม  มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ความเห็นที่: 994 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:09 น.
น้ามิตรครับ ดาบเล่มนี้ที่ว่าจะส่งไปให้ทำฝักกับด้ามครับ ขอเวลานิดหนึ่งครับ ยังไม่ได้ถอดด้ามเดิมออกเลยครับ ขอจองคิวล่วงหน้าครับ

ความเห็นที่: 997 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:33 น.
ฝากน้ามิตรครับ ด้ามแปดเหลี่ยมแบบนี้ครับ ใบดาบยาว 19 นิ้ว อยากได้ด้ามแปดเหลี่ยมยาว 12 นิ้วครับผม (ไม้กระพี้)

ความเห็นที่: 1001 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:41 น.

ความเห็นที่: 999 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:36 น.
ฝากน้ามิตรครับ จะนำมาเสริมงานเงินเองภายหลัง คล้ายแบบนี้ครับ ยังหาตัวอย่างอยู่ครับ

ความเห็นที่: 1000 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:39 น.
ฝากภาพดาบและอาวุธโบราณต้นกรุงรัตน์โกสินทร์ เราอีกชุดครับ หาชมยากมาก ฝรั่งแอบถ่ายไว้ครับ ใน กทม เรานี่เองครับ   ภาพดาบต้นกรุง ที่ว่ากันว่า ฝัก หาชมได้ยาก จากภาพฝักไม่ปราณีตเอามากๆ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นของทหารหลวงระดับไม่สูงมากครับ งานคอทองเหลืองสวยมากๆ งานถักเชือกที่ด้ามก็งดงามมากครับ 

ความเห็นที่: 1002 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:44 น.
ดาบชุดนี้พบเห็นกันบ่อยมาก แต่เดิมคงมีฝัก แต่นำออกมาเพื่อจัดประดับตกแต่ง เลยนำฝักออกไป...มังครับ 

ความเห็นที่: 1003 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:44 น.
มีดบาแดะ (มีดพกสั้นชาวใต้รูปแบบศิลปะปัตตานี) มีเพียบเลยครับผม 

ความเห็นที่: 1004 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:45 น.
ดาบเมืองหลูบเงิน มากมายล้นตู้เลยครับ ยังดีที่ในบ้านเมืองเรายังเก็บรักษาดูแล สิ่งของล้ำค่าเหล่านี้ไว้อย่างดีครับ

ความเห็นที่: 1005 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:46 น.
หอกอย่างพระขรรค์ ง้าวไทย หอกปีกไก่ครับ  ด้านบนมีกริชปันจางด้วยครับ 

ความเห็นที่: 1006 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:47 น.
ดาบด้ามงาช้างหัวนาค ดาบงานคร่ำเงินก็มีแสดงไว้ครับ มีกริชบูกิส(ไม่มีด้าม) และ ไ อ้เด้ง (ดาบใต้) ทางขวามือครับผม

ความเห็นที่: 1007 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 12 พ.ย. 2553 เวลา 23:47 น.
ฝากน้ามิตรครับ ฝักดาบแบบล้านนาแบบนี้เลยแต่ไม่ใส่งานหวายครับ ชอบมาก ๆ ครับ (ไม้กระพี้เช่นกันครับ) ขออนุญาติเจ้าของดาบด้วยครับ เห็นแล้วทนไม่ได้จริง ๆ 

ความเห็นที่: 1010 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 00:10 น.
น่าจะเป็นพระแสงครับ เห็นแล้วภูมิใจในความเป็นไทยครับ

ความเห็นที่: 1008 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 00:04 น.

น้ามิตรครับ ฝักเสร็จแล้วจะนำมาเสริมงานเงินประมาณนี้ครับ รูปแบบงานเงินยังไม่ตายตัวครับ


ความเห็นที่: 1009 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 00:07 น.
สมบัติของชาติครับ หาดูยากครับ

ความเห็นที่: 1011 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 00:17 น.
ที่โคนเสา เป็นกระบองอาญาสิทธิ์ครับ สำหรับหมอหลวง ใช้ถือออกไปหาเก็บตัวยาสมุนไพรต่างๆ ได้ทั่วราชอาณาจักรครับ

ความเห็นที่: 1012 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 00:24 น.

ข้อมูลเสริมครับผม เป็นกระบองลงชาดสีแดง ส่วนปลายแกะลายทอง ประดับกระจก อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ มีความยาว ๙๕ ซม ใช้เป็นกระบองอาญาสิทธิ์ สำหรับเจ้าพนักงาน กรมหมอหลวง กระทรวงวัง ไปเก็บต้นยาสด ที่ปลูกไว้ตามบ้าน สำหรับประกอบพระโอสถของพระเจ้าแผ่นดินเมื่อเจ้าบ้าน เห็นมีผู้ถือกระบองแดงเป็นอาญาสิทธิ์มาด้วย ก็ยอมให้เก็บต้นยาไปได้ไม่กล้าขัดขวาง สมัยก่อนนี้ถ้าต้องการเครื่องยาที่เป็นของสด ก็หาไม่ได้เพราะไม่มีขาย   ดังนั้นบ้านที่ต้องการใช้ต้นยาชนิดใดบ่อย ๆ จึงมักปลูกเอาไว้เอง พวกหมอหลวงมักรู้กันว่า บ้านไหนปลูกต้นยาอะไรไว้บ้าง จึงไปหาต้นยาได้ถูกที่


ความเห็นที่: 1014 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 08:55 น.

เข้าใจว่าน่าจะเป็นห้องแสดงอาวุธในพระบรมหาราชวังครับ ผมเคยเข้าชมแต่พลาดห้องนี้เนื่องจากกําลังปิดซ่อมแซม

คุณตั้มเข้ากรุงเทพฯถ้ามาชมอาวุธเหล่านี้ผมขอติดสอยห้อยตามไปด้วยคนครับ

คุณมิตรครับผมว่าจะเอาเล่มที่เป็นดาบพม่าไปเข้าฝัก กําลังคิดอยู่ว่าน่าจะเป็นอย่างไรในแบบของทางพม่า แต่เอางาน

ทองเหลืองเป็นหลักครับ ไว้โทรคุยกันครับ


ความเห็นที่: 1015 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 09:11 น.

ฉงนนักครับในภาพที่ตั้งอยู่ขวามือเป็นอะไรครับ อยู่ในห้องนี้ก็คงน่าเกี่ยวข้องกับอาวุธ คุณตั้มพอจะมีข้อมูล

ให้ความกระจ่างไหมครับ


ความเห็นที่: 1016 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 09:57 น.
ไปดูที่ศิริราชก็ได้ครับ ได้ดูในระยะใกล้ๆ เรื่อง****าต้องเรา....อิอิ จริงๆไม่ใช่อาวุธ แต่เป็นอาญาสิทธิในการเก็บยาสมุนไพรในสมัยโบราณ สามารถเข้าเก็บได้ในสถานที่ต่างๆ โดยที่ต้องพากระบองไปด้วย ทั้งนี้และทั้งนั้น ไม่ใช่ใครจะมีกระบองกันได้ง่ายๆ เขามีคู่ครับ นั่นคือ ถุงย่ามแดง ซึ่งเป็นของพระราชทาน โบราณจึงเรียกหมอพวกนี้ว่า****่ามแดง ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของแพทย์แผนไทยครับ ดังนั้นหมอโบราณเวลาไปเก็บยา จึงมักจะพาย่ามแดงและกระบองแดงไป จริงๆมีหลายอันนะครับ เพราะมีทั้งกรมแพทย์ซ้ายขวา กรมหมอนวดซ้ายขวา เจ้ากรมเป็นระดับจางวาง บรรดาศักกดิ์ขั้นพระยา เช่น พระยาพิศนุประสาทเวช ต้นสกุล ถาวรเวช ประมาณนั้นครับ เฉียดมาเรื่องแพทย์แผนไทยเลยตอบหน่อย

ความเห็นที่: 1018 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 12:31 น.
ชัดกว่านี้มีไหมครับ

ความเห็นที่: 1019 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 12:54 น.
ฟ้อนดาบยไทใหญ่ครับลองดูกัน

ความเห็นที่: 1020 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:11 น.
มีดหลูบเงิน ยาว 12 นิ้วพอดี

ความเห็นที่: 1021 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:14 น.


ความเห็นที่: 1022 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:14 น.

ความเห็นที่: 1023 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:15 น.

ความเห็นที่: 1024 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:15 น.

ความเห็นที่: 1025 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:16 น.

ความเห็นที่: 1027 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:17 น.

ความเห็นที่: 1026 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:16 น.

ความเห็นที่: 1028 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:17 น.

ความเห็นที่: 1029 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:18 น.
เตรียมงานสืบสานครับผม 

ความเห็นที่: 1031 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:29 น.
ขออนุญาติโชว์ของสะสมบางส่วนครับ ที่เหลือส่งไปหลูบเงิน ราคากรัมละ 45 บาท  อีกเล่มส่งไปให้น้ามิตรทำฝักและด้ามแปดเหลี่ยมครับ

ความเห็นที่: 1033 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 13:33 น.
เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมเชียว เวลาว่างจะหมดไปกับของรักแล้วละครับทีนี้  

ความเห็นที่: 1034 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 14:38 น.
เรื่องการลักถ่าพภาพตามพิพิธภัณฑ์ จริงๆแล้วแสงแฟลช (UV) จะทำให้งานเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิมครับ เค้าจึงไม่ยอมให้เรานำกล้องเข้าไป เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเลยครับ และยังเรื่องความปลอดภัยอีกอย่างนะครับ  เข้าใจทางราชการครับผม แต่ผมว่าบางที ถ้าขอผู้ดูแล น่าจะถ่ายมาได้บ้างครับ อย่างท่านนี้แอบถ่ายแบบไม่ใช้แฟลชภาพชุดนี้จาก วัดเจ็ดยอดครับ

ความเห็นที่: 1035 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 14:39 น.
ขออนุญาติเจ้าของข้อความยกมาทั้งก้อนเลยน๊ะครับ( จาก เชียงรายโฟกัสครับ)

อิอิ พอดีตะวาผมไปซื้อหนังสือที่สุริวงศ์ พอซักเตี่ยงก็เลยไปแอ่ววัดเจ็ดยอดครับ ไว้มีเวลาได้ไปแถม ถ้าจะได้ปะกั๋นเนาะครับ เพราะว่า จะใส่เสื้อเชียงรายโฟกัสไป (ฮาๆ ยังบ่ได้สั่งซื้อเลย จะใส่ไปแล้ว) อ้ายบ่าวสองเมือง ถ้าว่างลองเข้าไปแอ่วในพิพิธภันฑ์ก่าครับ น่าสนใจดีครับ ค่าบัตร 10 บาท (คนไทย) (ฝรั่ง 30) เอาฮูป (ลักถ่ายมาฝากแถม อิอิ) เปิ้นบ่อหื้อเอากล้องเข้าไป (แสงแฟรตจะไปทำลายคุณภาพวัตถุโบราณหื้อเสื่อมลง) แถมบ่ปอ ถ่ายก็บ่เต็มเฟรม อิอิ กลัวเจ้าหน้าที่เปิ้นว่าหื้อ (ทุลักทุเลยิ่ง)

ความเห็นที่: 1036 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 16:34 น.
ผมว่าราคาก็โอเคนะครับ งานคุณภาพแบบนี้
น้าตั้มนี่พ่อค้าจริงๆเลย เพราะส่วนใหญ่พวกพ่อค้านี่มักพูดได้หลายภาษา สำหรับเรื่องรูปที่ขยายไม่ได้ไม่เป็นไร ขอทราบพิกัดสานที่ได้ไหมครับ จะไปดูแล้วมาเล่าให้ฟัง ปลายๆเดือนจะเดินทาง ต้องแวะซักหน่อยแล้ว(ก็เอามายั่วเค้านิ)

ความเห็นที่: 1038 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 17:50 น.

มากไม่เบาเลยครับคุณเหม ชอบจริงๆ

เอาฝักดาบพม่าให้คุณมิตรชม แล้วผมจะส่งดาบไปนะครับอย่างไรจะโทรไปคุยกันก่อนครับ  ฝักดาบสุโขทัยที่เอามาให้ชม

ส่วยมากครับ มีเอกลักษณ์เฉพาะ 

ขอบคุณสําหรับแหล่งความรู้ดีๆตรับคุณตั้ม คุณนนท์


ความเห็นที่: 1039 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 19:55 น.
ท่องเที่ยวในโลกไซเบอร์ หรือสถานที่จริงกัน ถ้ามีโอกาศก็พามาฝากกันครับ  ภาพชุด ดาบเมืองหลูบเงิน ไม่ซ้ำแบบครับ 

ความเห็นที่: 1040 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 19:57 น.
ด้ามดาบเล่มนี้ ศิลปล้านช้าง ด้ามแกะไม้เป็นปล้อง งามมากครับ

ความเห็นที่: 1041 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:01 น.
งานเงิน ที่คอด้ามช่วงหน้ากระดาน(ช่วงเล็ก) เป็นลายแก้วชิงดวงครับ ที่เชิง(ด้านบนใหญ่ๆ) เชื่อว่าลายดอกพุดตานครับ

ความเห็นที่: 1042 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:03 น.
ย้อมกลับมาที่ชุดนี้อีกครั้งครับ จำไม่ได้ว่าเคยลงรึยัง คุ้นๆครับ อ่านประวัตฺท่านแล้ว ผมศรัทธาท่านเจ้าพระยามากๆครับ

ความเห็นที่: 1043 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:06 น.
ดาบแต่ละเล่มชัดเจนครับ 

ความเห็นที่: 1044 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:10 น.
เป็นดาบที่มีกระบังมือ สังเกตที่งานสลักดุนทองคำหุ้มหัวด้ามและท้ายด้ามครับ 

ความเห็นที่: 1045 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:15 น.
เล่มนี้ ดาบอาญาสิทธิ์ เป็นงานฝีมือที่วิจิตรพิสดาร สุดยอดฝีมือช่างในสมัย ร.3 จริงๆครับ งานสลักดุนทองคำลงยาเลื่อมสีข้อลูกแก้วที่คั่นลาย มีความเป็นไปได้ที่จะทำจากทองคำขาวครับ ช่วงกลางของด้ามสลักดุนเป็นรูปเชือกเกี้ยวกันไปมา งดงามมากครับ

ความเห็นที่: 1046 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 20:18 น.
เล่มล่างซึ่งเป็นดาบประจำตัวของท่าน เป็นงานคร่ำทองครับ 

ความเห็นที่: 1048 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 21:55 น.
สี่เล่มทางมลายูนี่ด้วยสิครับคุณตั้ม เอนี่รูปของใครครับ คล้ายๆ...
เผอิญผมไปอ่านพบกระทู้นี้โดยตั้งใจน่ะครับ กำลังศึกษาครับ...จด จด จด จำ
เอ่อ อาจจะมีเจ้าของแล้ว ขออนุญาตนะครับ เพราะสวยมากจริงๆ

ความเห็นที่: 1049 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:09 น.
นักรบอาเจะ ฝรั่งว่างั้นนะครับ
ดาบที่เหน็บเอว บัวท้ายคล้ายทางคะฉิ่น เขนโลหะ ออกไปทางอินเดีย
เหนือเกือบสุด กับใต้เกือบสุดทวีป แต่วัฒนธรรมอาวุธ คล้ายกันมากเลยครับ

ความเห็นที่: 1050 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:17 น.

อันนี้ก็ได้มาจากเว๊ปฝรั่งอีก เป็นดาบหัวบัว
ที่มีฝัก น่าจะรัดฝักด้วยโลหะเป็นข้อๆ และเคลือบด้วยชันอีกที (คาดจากสายตาผม)?


ความเห็นที่: 1051 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:24 น.
ใกล้ๆอีกภาพครับ

ความเห็นที่: 1052 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:24 น.
น้าศร ปืนปืนคาบศิลาปากลำกล้องน่าจะพอ ๆ กับ M 79 ไม่แน่ใจว่า 2 กระบอกนี้หรือเปล่าที่อาละวาดอยู่ช่วงก่อน ล้อเล่นนะครับ อย่าถือสา  ดูภาพโดยรวมแล้วน่าจะเป็นทหารรับจ้างรึเปล่าครับหน้าตาดูขึงขังทุกคนเลย

ความเห็นที่: 1053 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:25 น.
แถมใบหอกอย่างพระขรรค์ น่าจะผ่านการบูรณะพอควรครับคอมันเงาๆหรือแสงแฟลช เว๊ปนอกเหมือนกันครับ

ผมยังตกใจเลยครับพี่เหม   

ความเห็นที่: 1054 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:42 น.
เดี่ยวพรุ่งนี้น้าศรรอดูของผมก่อนครับ แล้วจะหนาววววว (เชียงใหม่หนาวแล้ว) ขอผมคอหอกด้ามบ้องดูยาวพิลึก ตอนแรกกะจะทำสีแดง ใช้ผงสีฝุ่นผสมแลคเกอร์ขาวทาไว้ แต่สีแดงผสมออกมาแล้วไม่สดครับ เหมือนสีรองพื้นกันสนิมยังไงยังงั้นเลยครับ กะว่าจะทำเลียนแบบสีชาด   พอดีช่วงกลางวันแดดจัดเกินไป ไม่ทันได้ดู งานสีด้ามไม้ขึ้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ เลยเอาทินเนอร์เช็ดออก แล้วลูบกระดาษทรายใหม่ หลงเหลือสีจาง ๆ ก็พอได้ครับ แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก เดี่ยวรอทำพู่ก่อนแล้วค่อยอวดโฉมนะครับ

ความเห็นที่: 1055 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 13 พ.ย. 2553 เวลา 22:46 น.
ที่ติดค้างไว้ครับ ใครสนใจลองติดต่อได้เลยครับ หรือจะรอดูผลงานของผมก่อนก็ได้ครับ

ความเห็นที่: 1057 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 08:22 น.
ว่าไปคุณตั้ม ฟังแล้วเจ๊บแปร๊บที่หัวอย่างกับใครเอามีดมากรีดเลย...โอยๆๆๆๆๆ ตอนนี้ผมไปเจอดาบเมืองเล่มนึง ช่างพื้นบ้านเขาตกแต่งไว้ใช้ถางหญ้า ทำจากดาบหักครับ ยาวซัก ๑๘ นิ้วได้ เขาก่ะทำดาบเมือง แต่พอทำด้ามดันออกมาเมืองดาบโกลกซะงั้น บางทีศิลปะก็อยู่ที่ควมบังเอิญเหมือนกันนะผมว่า....เอิ๊กๆๆๆๆ

ความเห็นที่: 1058 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 12:22 น.
ในเชือกพันฝักแล้วครับ เป็นผ้าฝ้ายเย็บสอดไส้ของเผ่าม้งครับ

ความเห็นที่: 1059 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 13:58 น.
อูย งามนัก

ความเห็นที่: 1060 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 14:40 น.
ด้ามก็งาม ฝักก็งาม....ว้าวววว

ความเห็นที่: 1061 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 15:41 น.
เสร็จแล้วครับ 

ความเห็นที่: 1062 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 15:42 น.
พู่อ้วนไปนิดหนึ่ง แต่พอแล้วครับ มัดฝ้ายจนมือระบมหมดแล้วครับ

ความเห็นที่: 1063 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 15:44 น.
ตะขอเก่า เก็บไว้ก่อน จะเอาไว้ทำที่แขวนดาบครับ

ความเห็นที่: 1064 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 18:37 น.
ตอนแรกๆ ฟังพี่เหมอธิบายวิธีทำไม่ค่อยเข้าใจ  พอเห็นภาพแล้ว อ๋อออออ เข้าใจละครับ น่าจะพอทำได้แล้วครับ ที่คอมีหวายสวมไว้ด้วย งามสมจริงๆครับผม 

ความเห็นที่: 1065 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 20:55 น.

สงสัยผมโดนอาถรรพ์ m79 ตั้งแต่เมื่อคืน เน็ทเพิ่งเข้าได้เนี่ยครับ 


ขอบอกครับว่าหอกสวยมากครับ งานปราณีตสมความรักที่มีให้ต่อศาสตราเลยครับ   
ขอบคุณเรื่องนามบัตรด้วยครับพี่เหม

วันนี้ผมไปเดินจตุจักรมา
พบหอก ใบกว้างสุดประมาณด้วยสายตา 1.5 cm. น่าจะเป็นใบข้าวหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ
ยาวรวมคอหอกด้วย ประมาณ 1ฟุต ไม่มีแฉง
ยาวรวมด้ามประมาณ เมตรเจ็ดสิบ ด้ามเป็นไม้แกะสลักเป็นข้อปล้อง ดูกลายๆตาตอนแรกคิดว่าเป็นไผ่ครับ
ตรงข้อปล้องมีกระจังตาอ้อยด้วยครับ ตั้งแต่คอหอกลงมาถึงส้นจะไล่ความเรียวลงมาถึงส้น
สวยมากครับ ค่าตัว 12พัน
เจ้าของร้านบอกว่าเป็นหอกยุคต้นรัตน เห็นจะได้ หอกเล่มนี้หัวทู่ใบไม่คมครับ
นอกจากหอกแล้ว ยังมีงานดาบเก่า ผมดูแล้วไม่น่าจะถึงร้อยปี
สนิมขุมพอควร แต่เจ้าของไม่ขัดครับ ใช้ชะโลมน้ำมันอย่างเดียว มีเล่มที่สำคัญอยู่สามถึงสี่เล่ม
แต่ไม่มีสันจ้อง(จั่ว)เลย เนื้อเหล็กแจ่มดีครับ ค่าตัว15ร้อยถึง35ร้อยครับ
ไว้ครั้งหน้าผ่านไปจะถ่ายรูปมาให้ชมครับ เจ้าของใจดีชะมัดครับ


ความเห็นที่: 1066 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 20:58 น.

พอดีพบข้อมูลขออนุญาติประชาสัมพันธ์ต่อนะครับเห็นว่าสมาชิคหลายท่านสนใจอยู่ครับ.............................................

งานสืบสานล้านนาปี 53

ชมรมคนรักดาบเชียงใหม่ขอเชิญเจ้าปี้นายน้องแอ่วงานสืบสานล้านนาปี 53

ณ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญาล้านนา จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 2-4 เมษายน 2553 นี้

วันที่ 2 เมษายน 2553

การแสดงคีตการล้านนา ชุด บูชาครู โดย

- การตีกลองสะบัดชัยโบราณ โดยพ่อครูมานพ ยาระณะ ศิลปินแห่งชาติ

” ทอล์คโชว์คำเมือง อยู่อย่างไรแบบ “ใหม่ก็เอา เก่าก็บ่ละ”

โดยพ่อบุญศรี รัตนัง ปะทะ ประพันธ์ แก้วเก๋

วันที่ 3 เมษายน 2553

ขันโตกกาดหมั้วล้านนา ชมการแสดง เรื่อง การสืบสาน สู่ปัจจุบัน โดยใช้เครื่องดนตรีเล่าเรื่องราวการพัฒนาการ

ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมสู่ความรุ่งเรืองด้านอารยธรรม

บัตรขันโตก 1000 บาท นั่งได้ 5 คน

วันที่ 4 เมษายน 2553

การแสดงชุดฮอมปอย ฮอมบุญ

ทอดผ้าป่าสืบสาน การแสดงพื้นบ้านจากกลุ่มเยาวชนสืบสานภูมิปัญญาและพ่อครู แม่ครู

การแสดงจากกลุ่มศิลปินล้านนา ชุด ม๋วนงัน สันเล้า

กาสนี้ชมรมคนรักดาบเชียงใหม่นำโดยพ่อครูสล่าพรชัย(ครูโอ) ตุ้ยดง ประธานชมรมคนรักดาบเชียงใหม่

ขอเชิญผู้สนใจเข้าประกวดฟ้อนดาบฟ้อนเชิงล้านนา ไม่จำกัดสายวิชา

และประกวดดาบงามงาย สำหรับผู้มีดาบโบราณในครอบครอง(ดาบรัดหวาย)

โดยสมัครเข้าประกวดได้ในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2553 และทำการประกวดในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2553

จึงขอเชิญพี่น้องผู้มีใจรักษ์ในศิลปวัฒนธรรมล้านนาทุกท่านเที่ยวชมงานมา ณ โอกาสนี้สะหรียินดีจัดนัก


ความเห็นที่: 1068 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 21:12 น.
พี่ศรครับพี่ศร อย่างเราต้องพกกล้องติดตัวด้วยเสมอครับ ผมเองติดกระเป๋าตลอดเลย แต่พอเห็นงานบางทีก็
ตะลึงตึงตึง เคลิ้มไปจนลืมถ่ายภาพเสียหลายครั้งครับ

ความเห็นที่: 1069 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 21:13 น.

เหมือนกันเลยครับน้าศร เน็ตล่มตอน M79 พอดีเลย ยังไงถ้ามีโอกาสไป เจ เจ อีกอย่าลืมถ่ายภาพมาให้เราชมบ้างนะครับ ได้ยินแล้วอยากไปเหมือนกัน ....ปกติดาบสั่นจ๋องหรือไม่อยู่ที่คนชอบครับ ใครชอบแบบไหนก็ให้ช่างตีแบบนั้นแหละครับ อันนี้แสดงว่าน้าศรชอบดาบสันจ๋องเหมือนผมเลยครับ ดาบที่กำลังสั่งจากพ่อทันผมสั่งแบบสันจ๋องอกไก่ครับ จั่วจะแหลมตั้งขึ้นมากครับ เคยเห็น ตัวอย่างแล้วชอบครับ แต่ถ้าเป็นน้องตั้ม ก็จะเลือกแบบสันหนา ๆ ไว้ก่อนครับ คงกลัวจะได้ดาบยุกต์ใหม่ แบบของที่ระลึก ไม่มีการตี แต่ใช้เหล็กรูปมาเจียร์แต่ง


ความเห็นที่: 1070 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 21:20 น.
เหมืนกันครับ ตอนนี้ยึดกล้องของที่ทำงานติดตัวไว้ตลอดเลยครับ เป็นดิจิตอลธรรมดา ความคมชัดก็ได้ตามสภาพครับ  วันไหนไม่ได้เอาไปด้วยแล้วไปเจอของแล้วอารมณ์บ่อจอยครับ

ความเห็นที่: 1071 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 21:31 น.

วันนี้ก็เดินเพลินๆน่ะครับ ไม่คิดว่าจะพบสิ่งเล้าใจเข้าครับ เสียดายไม่ได้พกกล้องไป คราวหน้าไม่พลาดครับ


ผมชอบสันจ้องจริงๆครับ ตอนจับปลายว้ายเล่มแรก แล้วเจ้าของบอกว่านี่ดาบเมือง
เลยเสาะหาครับ ก็ขาดๆเกินอยู่ครับ พอดีเห็นงานพ่อทันเล่มหนึ่ง สันจ้อง หนาราว4หุน
ถูกใจมากครับ เหมือนกับอีกเล่มที่ผมไปจับเป็นใบข้าว สันจ้องหนาปึ๊กเลยครับ
ลองควงฟันแล้วได้อารมณ์ครับเหมือนได้ควงดาบโค้งสองคมยามแหวกอากาศเลยครับ
ผมกำลังวางเสต๊ปคิดแบบอยู่ครับไม่เสร็จซักที กะใช้สองเล่มดาบชะตาแฝดเลยครับ
กะลังโศกนิ้วอยู่ครับโศกเท่าไหร่ไม่เท่าเดิมซักที


ความเห็นที่: 1072 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 21:38 น.
เรื่องการวัดโฉลก ยุ่งยากน่าดูเลยครับ อย่างกริช เค้าว่าให้นับแค่รอบเดียวเท่านั้น ล่าสุดเพิ่งได้สูตรการวัดมีด วัดกริชจากตรังมาครับ ฟังแล้วฮาเล็กน้อย ใช้หัวแม่มือนับแล้วท่องแค่นี้ครับ "พ่ออีหมาแทงโจร โจรแทงพ่ออีหมา"   ง่ายๆไม่ต้องอธิบายเลยครับ ว่าต้องให้ตกที่คำไหน อิอิ   และยังมีสูตรการนับจากธาตุทั้ง 4 ครับ  " ดิน น้ำ ลม ไฟ " ว่ากันว่าถ้าอยากให้มีดพกสั้นของเราแรงๆ ให้นับไปตกที่ "ไฟ" ครับ มีดเราจะแรงมากๆ  นับหนึ่งรอบก็ประมาณ 4 นิ้วกว่าแล้วแต่ความอวบของนิ้วโป้งเราครับ เหมือนวัดตัวตัดเสื้อเลยครับ   แต่สูตรนี้จะนับกี่รอบก็ได้ครับ คร่าวๆ ก็ไล่ไปที่ 4  8 12 นิ้วครับ 

ความเห็นที่: 1073 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 23:41 น.
ก็อย่างว่าหล่ะครับ เพราะโฉลกมีดดาบพวกนี้เนี่ย ต้องเอาเจ้าของที่ใช้วัดเปลี่ยนมือเมื่อไหร่เอวัง เศษอาจจะเปลี่ยน บางทีออกทางดี บางทีออกทางร้าย ไม่แน่นอน มันพูดยากนะครับ รู้สึกเคยให้คุณตั้มไว้ในกระทู้กริชแล้วนิ จำไม่ได้ว่าอยู่หน้าไหน

ความเห็นที่: 1074 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 14 พ.ย. 2553 เวลา 23:57 น.
ใช่ครับ เอาเป๊ะไม่ได้ครับ ผมก็เลือกใกล้ๆที่ดีที่สุดน่ะครับ ก็ 8-15, 23-30, 38-45ข้อนิ้วโป้งน่ะครับ
แล้วก็มาไว้ใกล้เคียงความถนัดของสรีระเรา เช่น วัดจากหัวไหล่ถึงกลางฝ่ามือ วัดแต่หัวเข่าลงถึงพื้น
ประมาณนี้ครับ ยาวเพิ่มอีกนิดก็ไม่เป็นปัญหามากมายครับ
ผมเคยเห็นพี่ท่านหนึ่งควงดาบเพื่อนแล้วปลายดาบตวัดเข้าต้นขาก็พบมาแล้วครับ
ก็คงด้วยความไม่ถนัดความยาวนั้นด้วยครับ แต่ถ้าเป็นดาบเก่านี่มัวแต่วัดก็อดครับ

ความเห็นที่: 1076 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 00:28 น.
ของเก่าของโบราณ เอาดวงเราเข้าข่มครับ ถ้าเราอ่อนกว่าของก็ได้พบได้เห็นอะไรกันบ้างน่ๆ ฮิฮิฮิ   โกเนี้ยว ท่านยังเคยแนะนำผมว่า สำหรับผมนั้น เกิน 18 นิ้ว หรือ 18 นิ้วครึ่งไม่ดี ถ้ามีดาบยาวกว่านี้ควรเอาไปถู ไปฝนปลายออกซะ แต่เอาเข้าจริง เสียดายครับ อิอิ ได้มายังไงก็ปล่อยไปอย่างนั้นครับ   ถึงเวลา ของ มาอยู่ตรงหน้า ก็เอาความชอบเป็นหลักเสียส่วนใหญ่ครับ พี่ศร  คาดหวังว่า ของที่มีอยู่จะแก้เคล็ดกันเองครับ 

ความเห็นที่: 1078 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 01:06 น.
เนื้อเหล็กใบดาบสวยมาก ขุมสนิมกินมาประปรายครับ คมดูจากภาพแล้วน่าจะยังเฉียบอยู่ครับ

ความเห็นที่: 1079 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 01:10 น.
สันจั่ว สันจ้อง สันจ๋อง (ผมเองก็อีกคนที่ชอบสันจั่วแบบนี้ครับ ยิ่งยกสูง ยิ่งสวย) โคนใบหนามาตรฐาน แต่ที่ผมมี งานของพ่อสล่าทัน
ตีจากเหล็กตลับลูกปืน ที่เคยนำภาพมาลง หนาเกือบ 4 หุน (ดาบโดยทั่วๆ ไป ถ้าขี้เหร่สุดๆ ก็ 5 มิลครับ )
ตีไล่บางไปที่ปลาย สวยมาก
ใช้ไม่ต้องกลัวบิด กลัวงอ ฝากชีวิตไว้ได้เลยละครับ สมัยก่อนถ้าออกรบแล้วดาบหักหรือหลุดมือ นั่หมายถึงชีวิตก็จะหลุดตามไปด้วย

พ่อสล่าทัน สืบทอดมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนครับ ของโบราณยังไง ของท่านก็อย่างนั้น แถมน้ำหนักก็เบา เบามากๆอย่างไม่น่าเชื่อครับ
ท่านที่มีดาบเมืองของ พ่อสล่าอยู่ในมือ จะเข้าใจคำพูดผมครับ  คมดาบของท่านก็ดุ ดุแบบจะกินเลือด กินเนื้อกันเสียให้ได้เลย
ทีเดียว เจ้าของมันเองมันก็ไม่เว้น โดนมาแล้วครับ  แต่ก็ยังรักเค๊าอยู่ดี อิอิอิ

ความเห็นที่: 1081 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 01:39 น.
ถือตะพด( ไม้ถือ) ด้วยครับ

ความเห็นที่: 1083 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 05:31 น.

น่าไปชมบ้างครับ  อยู่แถบzoneขายของเก่าและให้เช่าพระเครื่องติดรั้วหรือเปล่าครับคุณศรศิลป์  ผมไม่ไปเดินซะนาน

อยากเห็นหอกที่ว่าละครับ

หอกคุณเหมเข้าคันด้ามแล้วดูขลังดีแฮะ พู่ก็ยอดครับไว้เอาเป็นแบบครับ


ความเห็นที่: 1084 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 07:56 น.

เชิญคัดลอกแบบตามสบายเลยครับ ผมเองก็ดูแบบเขามาเหมือนกัน แต่ตอนนี้มัดเชือกที่มัดรวบไว้ด้านบนเพิ่มเป็น 3 ข้อแล้วครับ เพื่อความแน่นหนา แต่ก็ดูดึขึ้นครับ 


ความเห็นที่: 1085 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 08:07 น.
ไม่ยากครับ ใช้โองการธรณีทำน้ำมนต์ประหรือล้างสิครับ ล้างอาถรรพ์ได้ เพราะเราไม่รู้ว่ามีดหรือดาบเล่มนั้น ผ่านอะไรมาบ้าง จริงไหมครับ

ความเห็นที่: 1086 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 09:28 น.

ไม่ว่างเข้าเน็ทมา 2 วัน ไม่รู้ความคืบหน้าของกระทู้เลยครับ

มีแต่ของสวย ๆ ทั้งนั้นเลยครับ   สำหรับฝักดาบที่คุณ โยเดียอยากให้ทำแบบรัดทองเหลือง 

ลุงจิตทำได้แต่แบบที่เป็นปล้อง ๆ นะครับ  แบบเล่นลวดลายอย่างช่างมี  ลุงแกทำ บ่ ได้

ส่วนของน้าเหม เดี๋ยวเราเจอกันแน่    ขอเก็บเงินก่อนเถอะ  เดี๋ยวเจอกันแต่ว่าคงหลูบทั้งเล่มไม่ได้แน่ ๆ

งบค่อนข้างจำกัดครับ  แต่ถ้าของน้าเหมทำเสร็จแล้วขอชมบ้างนะครับ


ความเห็นที่: 1087 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 12:09 น.
ซึ่งส่วนใหญ่ของโบราณเหล่านี้ก็ จะผ่ามมาแน่นอน 100% แน่ๆอยู่แล้วครับ ส่วนตัวผมไม่เคยเจอครับ 

ความเห็นที่: 1152 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 11:41 น.
ไม่ว่าจะดาบหรือกริช เลือกเจ้าของทั้งเพนั้น โชคชะตานำมาให้มาพบกันจริงๆครับ ถ้าดูแลเค้าไว้ไม่ดี เค้าก็จะพลัดไปอยู่กับเจ้าของใหม่ละครับ

ความเห็นที่: 1151 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 18 พ.ย. 2553 เวลา 11:38 น.
ท้ายด้ามหายไปนิด ด้ามเงินแท้ ปลอกเป็นเงินผสม  รวมๆสวยมากครับ

ความเห็นที่: 1088 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:31 น.
คุณโยเดียครับ ไม่ใช่ริมรั้วครับ อยู่zoneกลางๆอยู่แถวธนาคาร ผมจำไม่ได้ว่าโครงการไหน แต่ให้เดินไป ไปถูกครับ

คุณตั้มครับ ชอบครับรูปพระเจ้าติโลกราช ดูนุ่มนวล สวยงามครับ ศิลปินท่านใดใน มช.สร้างไว้ครับ

เรื่องล้างอาถรรพ์ ผมเคยได้ยินมาอีกแบบหนึ่งด้วยครับ ว่าให้ผ่าด้ามเก็บแต่ใบดาบ เป็นเรื่องเล่าไม่ยืนยันครับ
แต่ที่ยืนยันได้อย่างคือ ดาบบางเล่มชอบดื่มเลือด ลองได้ดื่มแล้ว ต้องดื่มตลอด กระทั่งเจ้าของก็ไม่เว้น

ความเห็นที่: 1089 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:44 น.
มิน่าละครับ ผมละโดนบ่อยเลย       เอางานหลูบเงินมายั่วครับ ได้ข้อมูลจากพี่เหม เลยสานต่อเสียหน่อยครับ...อิอิอิอิ 
สล่าศักดิ์ บ้านวัวลายครับ ไม่มีเบอร์โทร ไม่มีที่อยู่ครับ ต้องไปหาที่บ้านวัวลายเองครับ ชมผลงานกันครับ 

ความเห็นที่: 1090 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:48 น.

ความเห็นที่: 1091 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:52 น.

ความเห็นที่: 1092 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:53 น.

ความเห็นที่: 1093 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:55 น.

ความเห็นที่: 1094 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:55 น.

ความเห็นที่: 1095 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:56 น.

ความเห็นที่: 1096 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 21:58 น.

ความเห็นที่: 1097 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 22:41 น.
เหมือนกันเลยครับ คงได้แค่แผ่นเงินบาง ๆ ครับ แต่ถ้าเรารักษาดูแลเขาหน่อยคงเก็บได้ถึงลูกหลานแน่ครับน้ามิตร

ความเห็นที่: 1098 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 15 พ.ย. 2553 เวลา 22:44 น.

ชอบเล่มนี้ครับ สวยงามมากครับ คิดว่าราคาคงสูงตามความงามครับ


ความเห็นที่: 1099 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 00:34 น.
    ...............อึ้ง ครับ
นี่คงใช่ที่คุณตั้มเรียกว่า ตะลึง ตึ๊ง ตึง

ความเห็นที่: 1101 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 09:39 น.

ไม่ว่างานทางสายไหนขอให้สวยถูกใจเราเถอะครับ   

ถ้าพอจะเม้มเงินไว้ได้พอจ่ายค่างานละก็เป็นได้เสียเงินแน่ครับ 


ความเห็นที่: 1102 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 14:27 น.
เชียร์งานนครด้วยคนครับ นานแล้วที่ได้เห็นงานถมทองมีไปถมดิน(ฮาาาาาาา)มุขครับมุข
งานถมทองจะอารมณ์และความรู้สึกอีกแบบนึงนะครับ แต่เคยมีคนสงสัยไหมว่า ทำไมเราๆท่านๆถึงไม่ค่อยได้เห็นงานด้านศาสตราวุธจากทางอิสานเลย งงไหม ผมก็หาคำตอบอยู่หน่ะครับ

ความเห็นที่: 1135 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 15:37 น.

ตอนนี้ได้ของดีมาอีก 1 ครับ  เป็นดาบโกเนี้ยว ยาว 27 นิ้ว

ที่ว่าดีคือว่าได้เอาไปจารอักขระตามตำราของหลวงพ่อเดิมมาแล้วครับ  

เป็นดาบล้างอาถรรพ์ครับ  ลงปลุกเสกอธิฐานจิตเดี่ยวนาน 8 เดือนครับ

โดยหลวงพ่อพยนต์ วัดหร่ายหนองหมี จ.พิจิตร  ครับ   

ติดบ้านไว้ป้องกันสิ่งชั่วร้าย อัปมงคลต่างๆ


ความเห็นที่: 1141 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 18:54 น.
เป็นของนักสะสมชาวต่างชาติครับ

ความเห็นที่: 1261 ตอบโดย: ลมล้อกอไผ่ เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 18:04 น.
มาดูขุนศึกเขาคุยกันครับ....ชอบเหมือนกัน......ต้องส่งไม้เท้าไม่ไผ่จระเข้ขบฟันไปถักเชือกลายจระเข้ขบฟันสักอันหนึ่งแล้ว

ความเห็นที่: 1104 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:07 น.
ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ เราคุยกันแบบสบายๆ แบบพี่ แบบน้อง กันเองๆ ไม่เครียดครับ ส่วนใหญ่ก็จะมีใจรักในความสวยงาม ของดาบเมืองและอาวุธไทยนะครับผม   อาวุธนอก (นอกกระแส ก็มีบ้างครับผม อิอิ) 

ความเห็นที่: 1105 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:16 น.
เช้านี้ถ่ายภาพไว้ครับ ดาบโกลก เรียกตาม "แบมุ" อิอิ เลี่ยมเงินทั้งเล่ม เล่มนี้ไม่ ธรรมดาครับ แบมุเล่าว่าเจ้าของเก่า (คนชวา) พามาขายที่บ้านตอนแกไปเอาของที่ชวา เป็นของติดบ้านเคยใช้ งานมาแล้ว อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีครับ เจ้าของเดิมมีความจำเป็นครับ ด้ามทำจากเขาควายแกะสลักสวยงาม ถ่ายเทียบกับดาบเมืองซะเลย ^_^

ความเห็นที่: 1106 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:22 น.
ดาบโกลกเล่มนี้ปลาย 2 คม  ทรวทรง อ่อนช้อย ที่สำคัญเหล็กผสมครับ น่าจับถอดใบมาลองเปลี่ยนเป็นดาบเมืองจังเลยครับ 

ความเห็นที่: 1107 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:22 น.

ความเห็นที่: 1108 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:40 น.
ทางอิสาน นั่นซิครับ ผมก็ไม่เคยเห็นสายวิชาดาบอิสานที่ดูต่างจากวิชาดาบของกรมพละเลยเช่นกันครับ 
ดาบ(ศาสตรา)อิสานพอเห็นบ้างครับ เช่น อัตตะปือ
หรือจะเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมอิสานใกล้เคียงวัฒนธรรมลาว ซึ่งก็นับเป็นเครือญาติที่สนิทที่สุดของไทย
จึงมักพบเห็นดาบในรูปแบบ ใบข้าว ใบคา ซะเป็นส่วนใหญ่ ในลาวก็เป็นเช่นนี้
ในวิชาดาบลาว พบเห็น สีไคล บิดบัวบาน เกลี้ยวกล้าว ให้เห็นอยู่ มองจากเจตนาของวิชา
อาวุธก็น่าจะคล้ายทางล้านนาที่สุดกระมังครับ
แอบไม่ยืนยันครับ เพราะไม่เคยเห็นสายดาบอิสานจริงๆครับ


ความเห็นที่: 1109 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:56 น.

Daab. Northern Thailand, Laos or Vietnam “Montagnard”. Mid- to late-19th Century.
Laminated steel blade. Long wood hilt wrapped with sections of rattan and twisted cord; long ferrule
and small brass guard. Lacquered, rattan-wrapped wooden scabbard.
Overall length: 87 cm
Blade length: 42 cm
Handle length: 45.5 cm
Scabbard length: 41.5 cm

ที่พี่ศรกล่าวนัั้น มีส่วนมากเลย ครับ เคยอ่านๆ เจอเรื่องราวประมาณนี้ครับสรุปเป็นคำพูดคร่าวๆว่า ไทยเราตีลาวแตกแล้วเราก็เผาเมืองแล้วกวาดต้อนผู้คนรวมถึงช่างหลวงต่างๆมามาก อย่างช่าง ตีดาบตีเหล็ก บางส่วนก็นำมาไว้ที่ลำปางนี่ละครับ ภาพผมมีนิดนึงครับ แต่อย่าเพิ่งเชื่อฝรั่งมากครับ ตั้งสมมุติฐานแล้วเรามาสืบค้นสืบหาความจริงกันต่อไปกันครับ 


ความเห็นที่: 1110 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 22:59 น.
Cambodian dha. Late 19th Century.
Wire-wrapped hilt over a wooden core with metal ferrules at each end. There is a small circular guard
of iron. The blade resembles Thai daab of the same period, and has engraved designs along the back
of the blade and just below the guard. The black wooden scabbard has a prominent pointed toe and a
brass strip at the throat.



เล่มนี้ฝรั่งบอกว่าของเขมรครับ

ความเห็นที่: 1111 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 23:01 น.
Daab. Thailand, Laos or Vietnam “Montagnard”. Early 20th Century. 
Brass and rattan fittings, recent baldric replacement.

อัตตะปือ

ความเห็นที่: 1112 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 23:11 น.
มาแล้วครับ สาวน้อยจากวัวลาย ขาวจั๊วเลยครับ ลงรูปให้ดูก่อนครับ ขณะนี้กำลังแก้ไข เช็ดไฮเตอร์สูตรน้องตั้มครับ ทำให้ดูเก่าใช้ได้เลยครับ เดี๋ยวผมลงรูปให้ดูอีกครั้งครับ

ความเห็นที่: 1114 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 23:23 น.
เล่มที่ว่าเป็นเขมรน่าสนใจอยู่ตรงกระบังดาบครับ
เวียดนามก็แนวนี้ครับ
เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆ เคยเห็นวิชาดาบไทยสายหนึ่ง(อาจจะกรมพละ) มีชกด้วยกระบังดาบ
ซึ่งเมื่อโตขึ้นได้เห็นลักษณะวิชาดาบเหนือ ดาบใต้ ดาบกลางแล้ว
ให้ได้คิดว่าจะเอาเวลาช่วงไหนชกด้วยกระบังได้ ในเมื่อสายดาบอื่นพลิกคมได้ทั่วตัว
หากคิดว่ากระบังมีไว้เพื่อกันการตีไหลตีแฉลบของดาบคู่ต่อสู้น่าจะมีประโยชน์กว่า
บอกตรงๆว่าบิดบัวบาน สางคลุมทางเหนือ ปาดข้อตัดเอ็นน่ากลัวกว่าครับ


คุณตั้มพอทราบมั๊ยครับว่า ด้ามที่ถักแบบนี้เรียกว่าอะไรครับ
ดูไกลๆแล้วไม่น่าจะใช่ตะเข้ขบฟัน

ที่แท้ ไฮเตอร์นี่เองที่ทำให้งานเงินดูดำดุ ขอบคุณคุณตั้ม ขอบคุณพี่เหมราชครับ

ความเห็นที่: 1115 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 23:34 น.

ใจเย็น ๆ ครับน้องตั้ม ตอนนี้เสร็จแล้วครับ เช็ดไฮเตอร์ เร็วครับ เช็ดปุ๊ป ดำปั๊บเลย พอที่จะกลมกลืนกับด้ามเดิมบ้าง ขอแถมผูกเชือกดาบโชว์ ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีแล้วครับ(ขี้โม้หน่อย) ตอนแรกต้องใช้แปรงทองเหลืองขัดน้ำยาที่เขาเชื่อมเงินครับสีมันไม่ค่อยกินกันครับ ตอนนี้ใช้ได้แล้วครับ ใช้เงินไปกี่กรัมไม่ทราบครับ ลืมถามครับ รบกวนร.ป.ภ.ไปเอามาให้ ครับ คชจ.2,025.00บาทครับ เจ้าของร้านใจดีลดให้อีก 25 บาทครับ 


ความเห็นที่: 1116 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 16 พ.ย. 2553 เวลา 23:43 น.
ขออนุญาตินอกเรื่องครับผม เป็นของสะสมครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียสตางค์ซื้อซักเท่าไร ผู้ใหญ่ใจดีให้มาเป็นส่วนใหญ่ครับ เผื่อสมาชิคมีความรู้ด้านนี้บ้าง ช่วยวิจาร์ณหน่อยครับ 

ความเห็นที่: 1117 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 00:01 น.

อ่านกระทู้น้าศรแล้วยิ่งเลื่อมใสครับ นึกภาพตามเลยครับ ****กระผมเก็บอย่างเดียวครับ ไม่มีความรู้เชิงดาบเลยครับ เห็นทีต้อง หาพ่อครูช่วยฝึกสอนซะแล้วครับ 


เรื่องทำให้งานเงินดูดำเก่าใช้ไฮเตอร์ได้ผลเร็วดีครับ มีอีกกระแสหนึ่งเขาบอกว่าใช้ขี้ผึ้งเบอร์ 28 ครับแต่คงช้ากว่าครับ แต่เขาว่าใช้ทาใบดาบให้แลดูเก่าแบบสีปีกแมงทับได้ครับ ผมไปซื้อมา 4 ตลับ นึกอายอยู่เหมือนกัน คิดในใจว่าคนขายคงคิดว่า****นี้ท่าจะเป็นหนักครับ นึก ๆ ก็ขำตัวเองครับ


ความเห็นที่: 1118 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 00:15 น.

ยินดีต้อบสมาชิคใหม่ด้วยครับ


ภาพด้านบนตั้งใจไว้ไม่ย่อครับ อยากให้สมาชิคเห็นรายละเอียดชัดเจน สวยงามมากครับ


ความเห็นที่: 1121 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 10:44 น.
เคยได้ยินคำกล่าวว่า ดาบเหนือกับดาบใต้ (ต่ำกว่าเหนือ ใต้หมดครับ) วิชานั้นแพ้ทางกัน เทียมกันกินกันไม่ลง  ต้องอาศัยไหวพริบของผู้ใช้เอง จึงจะสามารถเอาชัยจากอีกฝ่ายได้ครับผม      เรื่องเชือกถัก ไม่มีความรู้จริงครับ ใครพอทราบ มาลงสอนกันบ้างนะครับ  อยากทำเป็นเหมือนกันครับ 

ความเห็นที่: 1124 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 11:29 น.

ใต้ในความหมายของทางเหนือ  ที่เคยได้ฟังมานั้นนับตั้งแต่สุโขทัยลงไปเลยครับ 

จากที่เคยไปบ้านแฟนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ยินเขาเรียกผมว่าคนใต้   

ส่วนสุโขทัยนั้นก็แบ่งครึ่งระหว่างเหนือกับใต้เหมือนกันครับ  คือโซน อ.ศรีสัชนาลัย / อ.ทุ่งเสลี่ยม ก็จะพูดแบบคนเมือง

ส่วนอื่น ๆ พูดกันแบบสำเนียงสุโขทัย

และเมื่อวันก่อนแวะไปหาเพื่อนเก่าที่ขายของเก่าได้ติดมือมา 2 ชิ้นครับ

เป็นง้าวเมือง อิทธิพลแบบจีน  กับหอกปลายบัวครับ ดีว่าไปถึงไว  ไม่อย่างนั้นอด


ความเห็นที่: 1125 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 12:31 น.

ดูใบหอกแล้วค่อนข้างสวยครับ มีเหล็กกระเทาะออกมาหน่อย ดูเหมือนเป็นเหล็กแบบตีทบกันครับ

เพราะว่าดูแล้วไม่น่าจะเป็นรอยของสนิมขุม แต่ว่าเป็นรอยที่เหล็กหลุดออกเป็นแผ่นมากกว่าครับ

แต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปมา ดูแต่ใบหอกไปก่อนนะครับ  ด้ามกับตัวไม่แน่ใจว่าคู่กันมาหรือเปล่า


ความเห็นที่: 1126 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 12:33 น.

ดูคอรัดด้ามง้าวแบบชัด ๆ กันครับ  ดูสีสันแล้วน่าจะเป็นเงินครับ  น่าให้น้าเหมราชนำแบบไปให้ช่างทำให้จัง

ส่วนใบก็สั่งให้พ่อทันตี  ส่วนด้ามกับฝักก็ให้........................ ทำให้


ความเห็นที่: 1127 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 12:41 น.

ยินดีต้อนรับครับ   ผิดถูกอย่างไรก็ต้องให้น้าช่วยชี้แนะด้วยนะครับ 

ในเรื่องชั้นเชิงของการใช้อาวุธนะครับ  ที่นี่ก็คุยกันในเชิงความชอบเสียเป็นส่วนใหญ่น่ะครับ  ส่วนวิชาการไม่เน้นครับ

เน้นมากเดี๋ยวทะเลาะกัน   เพราะว่าต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตัว


ความเห็นที่: 1128 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 17 พ.ย. 2553 เวลา 12:46 น.

โอโหสุดยอดครับคุณเหม  ค่าแต่งองค์ทรงเครื่องหมดไปเท่าใดครับ อยากทําบ้างซิครับ รบกวนคุณเหมช่วย

บอกในpmหน่อยครับ  หลูบขนาดนี้กําลังงามแต้ๆเชียวครับ  ผลจากการใช้ไฮเตอร์เป็นอย่างไรครับ คงต้องนําสูตร

ของคุณตั้มไปทําบ้างแล้วซิครับ

เมื่อวานโทรไปคุยกับคุณมิตรแล้วครับ อีกสามสี่วันจะส่งดาบไปให้คุณมิตรทําฝักครับ


ความเห็นที่: 1174 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 15:35 น.

ขอบคุณครับ

ผมตัดสินใจช้าไปแล้วครับ  ตอนนี้เข่าซ้ายของผมเอ็นขาด

คงได้เพียงแต่ศึกษาทฤษฎี ภาคปฏิบัติคงไม่อำนวย


ความเห็นที่: 1175 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 18:39 น.

ขอบคุณมากครับคุณตั้ม คุณศรศิลป์ที่ช่วยกันเผยแพร่วิชาดาบสุดยอดของไทยเรา  เห็นแล้วอยากไปร่ำเรียน

กับเขาบ้างจริงๆในฐานะคนรักดาบไทยถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้  เดียวนี้สังขารไม่ได้เสียแล้ว

เห็นเพลงดาบอาทมาฏก็เลยลงดาบพม่าให้คุณมิตรชม เล่มนี้ไงครับที่จะทําฝัก  บรรจุหีบห่อแล้วตรับ

วันจันทร์ผมจะส่งEMSไปนะครับ เอคุณมิตรมีชิ้นไหนอยากระบายออกก็รบกวนบอกคนคอเดียวกันบ้างครับ


ความเห็นที่: 1814 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 12 ม.ค. 2554 เวลา 17:03 น.

เจอภาพดาบไทยอีกชนิดครับคงเป็นรูปแบบหนึ่งของดาบภาคกลาง ดาบหัวหยักคงได้รับอิทธิพลจากทางจีน

อ่านพบว่าใช้ทําลายเกราะ เขนต่างๆเช่นเดียวกับง้าวสั้น เล่มในภาพน่าจะเป็นดาบที่ทางอรัญญิกถอดแบบ

ทําไว้ ดาบคงหนาสักหน่อยครับ


ความเห็นที่: 1177 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 22:33 น.
เสียใจด้วยเรื่องเข่าครับคุณทะลวงฟัน
แต่ที่ผมหมายถึง คือ ในอินเตอร์เน๊ทไม่สามารถให้ความกระจ่างได้เท่าตัวผู้เล่าครับ
เมื่อพบผู้เล่าจะเห็นท่าทางสาธิตประกอบ เพราะวิชาเป็นภาคปฏิบัติ
การเขียนทฤษฎีให้ศาสตร์ยากนักครับ เพราะฉะนั้นจะเอาอะไรที่ละเอียดแบบสอนให้เลยคงไม่มี
เพราะมันเป็นภาษากายครับ เช่นกัน หากผมอยากตีดาบขึ้นมาหนึ่งเล่มให้ศึกษาให้ตายในเน๊ทยังไง
ก็สู้ประสบการณ์ของช่างผู้เคี่ยวกรำมาไม่ได้หรอกครับ หวังว่าคงเข้าใจครับ
แต่ผมว่าผมเคยอ่านพบแบบนี้ในคนรักมีดอยู่นี่ครับคุณทะลวงฟัน

ความเห็นที่: 1178 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 22:39 น.

พาดาบรูปแบบอิทธิพลพม่า มาให้ชมด้วยครับ  เจอลงขายในเนทครับ 

มีใจ รักษ์  ก็เป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมแล้วละครับ  อ้อ อยากสอบถามมานานแล้วครับ มีพี่ๆท่านใด ใช้น้ำมันจัน ในการเช็ด ทำความสะอาด เคลือบใบดาบบ้างครับ ตอนเรียนในตรอกทางไปพาหุรัดเห็นมีขาย แต่ตอนนั้นไม่สนใจ เมื่อวานไปถามหาตามร้านสังฆภัณท์ เห็นหยิบออกมา น้ำสีเหลืองเชียว ซึ่งมันไม่ใช่น้ำมันจัน อ่ะครับ มันคือน้ำมันแก้วเจ้าของร้านบอกน้ำมันจันเฉยเลย หาต่อไปในภูเก็ตบางอย่างหาง่ายบางอย่างหายากกกกมากๆคับ 


ความเห็นที่: 1179 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:07 น.
ผมใช้จารบีอ่ะครับคุณตั้ม ผิดวิธีมั๊ยครับ
รู้แต่ว่าน้ำมันจันมีกลิ่นหอม ไม่ทราบคุณสมบัติเลยครับ
ว่าแต่ว่าคล้ายกับดาบที่ผมมีเลยครับ แต่ไม่แกะลาย

ความเห็นที่: 1180 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:10 น.

วันนี้น้องตั้มจัดมาถือว่าสุดยอดครับ เห็นแล้วภูมิใจในความเป็นไทยครับ  ทางเหนือไม่ค่อยมีภาพการต่อสู้ให้ชมครับ ส่วนเรื่องน้ำมันจันทร์ ใช้ทาใบดาบแทนน้ำมันอเนกประสงค์ ส่วนใหญ่ดาบสายทางเหนือเขาใช้กันดาบเขาหอมมากครับ คิดจะไปหาซื้ออยู่เหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ใช้น้ำมันมะกอกทดแทนไปก่อนละกัน  ลองดูร้านขายสมุนไพรอีกทีครับน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ครับ


ความเห็นที่: 1181 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:26 น.
เอารูปดาบแอฟริกา(ฝรั่งว่างั้นครับ)มาฝากบ้างครับ
แปลกใจเหตุใดโค้งจังครับ แต่การตกแต่งดาบนี่สุดยอด

ความเห็นที่: 1182 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:27 น.
อีกรูปแบบแยกฝักครับ
เอว่าแต่ว่า ไม่ใช่อาวุธของไทยคงไม่ทำผิดกฎกระทู้นะครับ

ความเห็นที่: 1183 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:32 น.
แต่พอเห็นงานสานแบบนี้แล้ว 

ความเห็นที่: 1184 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 พ.ย. 2553 เวลา 23:59 น.
ดาบและฝักสวยแปลกตาดีครับ ลักษณะดาบโคงคิดว่าคงได้อิทธิพลมาจากอาหรับครับ 

ความเห็นที่: 1185 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 00:06 น.
ขอบคุณพี่เหมราชครับ จริงด้วยครับ น่าจะได้อิทธิพลทางอาหรับ
ผมมีอีกรูปตอนอยู่ในฝักดูแทบไม่ออกว่าเป็นดาบเลยครับ

ความเห็นที่: 1186 ตอบโดย: นายระริน เมื่อ: 20 พ.ย. 2553 เวลา 01:13 น.

เห็นด้วยกับ พี่เหม ทรงโค้ง งอนออกไปทางเปอร์เซีย ครับ

และทางอินเดียก็มีการรับลักษณะนี้มาใช้เหมือนกัน


ความเห็นที่: 1251 ตอบโดย: cht3913 เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 09:01 น.

ลงมือเลยครับ พี่เมืองเก่า ขอนับนุนด้วยคน  โดยเฉพาะลายตะเข้ขบฟันดูกี่ที่ก็ชอบครับ


ความเห็นที่: 1252 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 09:32 น.
ภาพยนต์ประวัติศาสตร์ น่าสนใจครับ

ความเห็นที่: 1253 ตอบโดย: ทะลวงฟัน เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 10:06 น.

คนพกปืนเองก็ยังต้องรักษาระยะ(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ3เมตรอันตราย)

เพราะยิงแล้วก็มีสิทธิ์โดนพุ่งเข้าเสียบได้เหมือนกันครับ


ความเห็นที่: 1254 ตอบโดย: kiam2522 เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 15:33 น.

ไม่ต้องห่วงครับดาบหลูบเล่มนั้นผมเก็บแทนให้แล้วครับ ผมได้มา 7500ครับไม่ใช่ 5000 สงสัยพี่อำนาจจำผิด


ความเห็นที่: 1255 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 16:50 น.
ที่แท้ก็อยู่นี่เองครับ ได้มาราคานี้ ก็ยังถือว่าไม่สูงมากครับ ยินดีด้วยครับ..

ความเห็นที่: 1256 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 16:53 น.
โอว เยี่ยมเลยครับ คุณยอด  ใช่เล่มที่ใบเป็นเหล็กลายป่าวครับ ถ้าเป็นเล่มเดียวกันก็ยอดมากๆเลยครับ  ได้ราคางามมากๆ

ความเห็นที่: 1257 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 16:55 น.
ครับได้ชื่อว่าอาวุธแล้ว  อันตรายทุกชนิด ยิ่งผู้ใช้ชำนาญๆด้วยแล้วละก็ น่ากลัวมากครับ ถ้าให้ผมเอาปืนไปดวลกับนักดาบเก่งๆ ละก็ขอบายครับ ผมคงมือขาดตั้งแต่ยังไม่ได้ชักออกจากซองด้วยซ้ำ 

ความเห็นที่: 1258 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 23 พ.ย. 2553 เวลา 16:57 น.
หลายเสียงแล้วครับน้ามิตร อิอิ 

ความเห็นที่: 1259 ตอบโดย: kiam2522 เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 08:01 น.
เป็นเล่มเดียวกับเหล็กลายครับ

ความเห็นที่: 1279 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 19:32 น.

ช่างค้นคว้าชะจริงๆน้องตั้ม ผมเลยได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นไว้ใช้อ้างอิงได้ ขอบคุณครับ

พระแสงประจําเมืองอ่างทองงามจริงๆครับ ช่างเป็นปราณีตศิลป์แท้ๆเชียว


ความเห็นที่: 1262 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 18:14 น.

แล้วมันไม่กัดกันแย่หรือครับน้าแขก

ตะเข้สองตัวอยู่ด้วยกัน


ความเห็นที่: 1263 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 18:42 น.

น้องตั้มบรรยายซะเห็นภาพเลย สวยแปลกตาดีครับงานด้าม นั้นซินะเป็นตะกรุดทองคําหรือเปล่าคุณเหม

คนในอดีตมีความลึกซึ่งกับศาสตร์เช่นนื้สูงมากครับ   เช่นดาบพม่าของผมคุณมิตรบอกว่ามีจารเป็นภาษา

พม่าตรงร่องเลือดผมไม่ได้สังเกตุบางทีอาจเป็นชื่อเจ้าของเก่า ไว้ต้องไห้คนงานพม่าอ่านดู


ความเห็นที่: 1265 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 19:21 น.
ขออนุญาตทางบ้านขุนศึกไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ใกล้ๆอีกภาพ 

ความเห็นที่: 1266 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 21:18 น.
สวยจริงๆ ครับ เพิ่มงานคร่ำลงไปก็ครบองค์เลย 

ความเห็นที่: 1267 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 21:27 น.
ก็น้องตั้มกับคุณโย ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าในด้ามดาบมีอะไรอยู่แน่ ถ้าเป็นแผ่นตะกุดทองคำก็ดีสิครับ แต่ ดู ๆ แล้วน่าจะแกะยากครับ เขาฝังตะปูไว้ 2 เล่ม แน่นหนามากครับ เขย่าดู เสียงดัง กรุก กริก

ความเห็นที่: 1268 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 21:32 น.
ยั่วกิเลสจังครับ......... 

ความเห็นที่: 1269 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 21:45 น.
พี่เหมครับ ด้านในน่าจะเป็นเครื่องรางของขลังมากกว่านะครับ อาจจะจำพวกตะกรุดหรือผ้ายันต์ นะครับผม อิอิ เรื่องตะกรุดทองคำ อำนะครับ 

ความเห็นที่: 1270 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 24 พ.ย. 2553 เวลา 21:57 น.
เกือบไปแล้วน้องตั้ม ...............  อย่าคิดมาก .......พี่ก็อำเหมือนกันครับ

ความเห็นที่: 1428 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 08:54 น.

พี่ๆเพื่อนๆสมาชิกครับ รบกวนลงหลักในการมองการเลือกซื้อดาบเก่า ของแต่ละท่านไว้เป็นความรู้ให้หน่อยครับ ว่าดูตรงไหน อย่างไรบ้าง แบบไหน น่าสนใจ

แบบไหนผ่านไปได้เลย เพื่อสมาชิกใหม่ๆ หรือผู้ที่สนใจเรื่องดาบ  อยากสะสม จะได้รวบรวมสิ่งต่างๆเหล่านี้ ไปประกอบการตัดสินใจ ในเลือกซื้อดาบเก่านะครับ


ความเห็นที่: 1294 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 15:43 น.

ส่วนภาพนี้สมัยรัตน์โกสินทร์ตอนต้นเช่นกันครับ ช่วงรัชกาลที่ 2 ถึง 3 ซึ่ง เป็นสมัยที่งานจิตรกรรมไทยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดกลุ่มที่กำลังนั่งพักกองอยู่นั้น มีสื่งที่น่าสนใจมากๆ คือ หอก แต่มี 2  แบบครับคือแบบไม่มีพู่ กับหอก แบบที่มี "พู่แดง" ประดับอยู่แต่ทำไมมีตั้ง " 3 ช่วง" ไม่เคยเห็นจริงๆครับ แต่คาดว่ามีอยู่จริง จะว่าทวนลาวก็ไม่น่า จะใช่ครับ ทวนลาวที่เคยเห็นมี  2 พู่ประดับ 2 ช่วง ดูแล้วสงสัยใคร่อยากจะรู้มากครับ......


ความเห็นที่: 1272 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 13:46 น.
ขออนุญาติ อัญเชิญ พระแสงประจำเมืองอ่างทอง มาลงไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ (ข้อมูลจาก http://www.angthongnews.com )

ใน พ.ศ. ๒๔๔๔ คราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ ได้พระราชทานพระแสงราชศาสตราแก่เมืองอ่างทอง เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ โดยพระยาวิเศษไชยชาญ (อวบ เปาโรหิตย์) ผู้ว่าราชการเมือง ในขณะนั้นเป็นผู้รับพระราชทาน ณ พลับพลาโรงพิธีเมืองอ่างทอง พระแสงราชศาสตราที่พระราชทานนี้เป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ และเป็นที่ระลึกถึงการเสด็จครั้งนั้น อีกทั้งเป็นอาวุธสำหรับแทงน้ำในพิธีถือน้ำพระพิฒน์สัตยาประจำปีของเมือง ซึ่งเดิมใช้กระบี่หรือดาบอันเป็นเครื่องยศที่พระราชทานให้เจ้าเมืองสำหรับแทงน้ำในพิธี แต่ได้เลิกธรรมเนียมการพระราชทาน ในสมัยราชกาลที่ ๔

พระแสงราชศาสตราประจำเมืองอ่างทอง มีลักษณะเป็นพระแสงด้ามทองฝักทอง ยาว ๑๐๗ เซนติเมตร ด้ามยาว ๓๒ เซนติเมตร ฝักยาว ๗๕ เซนติเมตร ใบยาว ๖๗ เซนติเมตร ใบกว่าง ๓.๕ เซนติเมตร ทอดบนพานแว่นฟ้าพร้อมหมอนรองพระแสง ที่ลิ้นพานมีจารึกรายชื่อผู้บริจาคเงินสร้างพานรองพระแสง ใบพระแสงด้านขวาจารึกว่า “พระแสงสำหรับเมืองอ่างทอง” ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่คลังจังหวัดอ่างทอง

ความเห็นที่: 1274 ตอบโดย: nontan เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 14:20 น.
เป็นบุญตามากๆครับ ขอบคุณครับ ขออนุญาตถามต่อครับ ใบดาบเป็นทรงแบบไหนยังไงเหรอครับ

ความเห็นที่: 1277 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 17:40 น.
นำภาพจิตรกรรม จาก วัดไชยทิศ บางขุนนนท์ มาให้ชมครับ เป็นวัดในสมัยอยุธยา งานจิตรกรรมเป็นฝีมือช่าง
สมัยกรุงรัตน์โกสินทร์ตอนต้นครับ กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ใช้ขอเกราะ ของ้าว ส่วนท่านเท้าพระยาต่างๆ (สวมมาลา)
บ้างก็ใช้ของ้าว บ้างก็ใช้ขอหอก ครับ นายท้ายช้างคนล่างสุด ใช้ขอหอก ชัดเจนมากๆครับ  (ขอแก้เป็นขอหอก) ครับ
ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก เรือนไทย ครับ

ความเห็นที่: 1278 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 17:44 น.
ภาพนี้กองทหารตามเสด็จทั้ง แขก จีน ตะพายทั้งปืนและดาบ ภาพจิตรกรรมเหล่านี้ มีคุณค่ามากๆครับ
เป็นเหมือนสิ่งที่ใช้บันทึก สิ่งต่างๆในสมัยก่อนไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องอาวุธ ที่เราๆสนใจกันครับ

ความเห็นที่: 1280 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 22:03 น.
เป็นบุญตาครับน้องตั้ม หาข้อมูลเก่งจังครับ 

ความเห็นที่: 1281 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 22:17 น.
ลงข้อมูลสนับสนุนน้องตั้มครับ เป็นภาพด้ามพระแสงศาสตราประจำจังหวัดตราด

ความเห็นที่: 1282 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 25 พ.ย. 2553 เวลา 22:20 น.
อีกหนึ่งของความภูมิใจครับ ด้ามพระแสงศาสตราประจำจังหวัดจันทบุรีครับ

ความเห็นที่: 1342 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 09:00 น.

ความเห็นที่: 1423 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 พ.ย. 2553 เวลา 19:23 น.

ขอโทษครับ บอกได้ไหมดาบชุดนี้มีแหล่งข้อมูลจากที่ไหน สามารถบอกได้หรือไม่ รบกวนด้วยครับ

หรือ email: tmsale@gmail.com


ความเห็นที่: 1283 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 00:43 น.

ชอบครับพี่เหมราช เป็นบุญตายิ่งนัก
ว่าแต่ว่ามีรูปอีกมั๊ยขอรับ

ขอบคุณข้อมูลของทุกท่าน โดยเฉพาะคุณตั้มด้วยครับ อ่านเพลินเลยผม

ความเห็นที่: 1284 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 05:28 น.
คุณเหมมีภาพเห็นทั้งเล่มเลยไหมครับ  พระแสงประจําจังหวัดตราดสวยงามตาจริงๆครับ

ความเห็นที่: 1285 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 06:49 น.
พระแสงราชศัสตราประจำเมืองตราด(พระแสงด้ามฝักทอง)
คุณโยครับ ภาพเล็กไปหน่อยครับ

ความเห็นที่: 1286 ตอบโดย: นายระริน เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 08:33 น.

เป็นค่าควรเมืองอย่างยิ่งครับ


ความเห็นที่: 1289 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 10:48 น.
แหมพี่เหมคับ เข้าใจกันอยู่ ก็ของชอบนี่ครับผม อิอิ แต่ส่วนใหญ่ภาพเล็กครับ มาขยายก็จะแตกจะเบลอบ้าง ในภาพนี้เป็นพระแสงแบบต่างๆครับ

ความเห็นที่: 1293 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 13:36 น.

จิตรกรรมฝีมือของครูคงแป๊ะ ในภาพมโหสถวัดสุวรรณ ซึ่งท่านเป็นเจ้าตำรับการใช้ภู่กันหนวดหนูในการตัดเส้น ฝีมือการเขียนเล่นเส้นอย่างอิสระ สอดแทรกวิถีไทย และบันทึกการเข้ามาของต่างชาติ ในภาพสังเกตทหารมหาดเล็ก ตะพายดาบหัวตัด ด้ามดาบแบบดาบในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนชาววิลันดาในภาพ สวยมากครับ


ความเห็นที่: 1311 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 17:44 น.

สนใจมากครับขอชมเกราะด้วยครับ เรื่องชนเผ่าต่างๆที่อยู่ในบางเสี้วยส่วนในประวัติศาสตร์ไทยเราครับ

อย่างเงี้ยวเป็นต้น ขอขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 3197 ตอบโดย: สุริยเมฆะ เมื่อ: 5 ก.ย. 2554 เวลา 05:57 น.
สี่เล่มนี้หรือ คือดาบกล้า ซื้อด้วยแรงศรัทธา มหาศาล ดาบใหม่ดาบเก่า เล่าตำนาน รอสักพัก จะขับขาน ตำนานรัก

ความเห็นที่: 1681 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 17 ธ.ค. 2553 เวลา 22:28 น.
เพิ่มเติมให้อีกภาพหนึ่งครับ

ความเห็นที่: 1296 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 21:38 น.
ดูจากภาพที่น้องตั้มลงไว้ คิดว่าเป็นชาวเผ่าครับ เหมือนพวกซาไกหรืออะไรทำนองนี้ครับ จะว่าไปก็มีส่วนคล้ายหอกของชนเผ่านาคา นักล่าหัวมนุษย์ เหมือนกันครับ ชนเผ่านี้อยู่ในประเทศพม่าครับติดชายแดนอินเดีย แต่หอกของเผ่านาคาจะหุ้มเกือบเต็มด้ามหอกครับ  เคยเห็นของจริงมาแล้วครับ เจ้าของบอกว่าน่าจะเป็นหนังเสือโคร่งครับ 

ความเห็นที่: 1297 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 22:34 น.
ผมเคยได้อ่านเรื่องชนเผ่าโบราณที่หัวหยิก ตัวดำ ตาโตเหมือนกันครับแต่จำไม่ได้ครับ
อาจจะเป็นเผ่านาคาเหมือนกันครับ ในเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรของท่านมุ้ยก็ว่าไว้
แต่เคยเห็นทวนลาวมีลูกแก้ว สามลูกครับ ไม่มีพู่ ครับ

ทวนลาว ด้ามไม้หุ้มเงิน 8 เปลาะที่คอมีลูกแก้วเงิน 3 ลูก ตัวเป็นโลหะ ยาว 232 และ 299 ซม. สมัยรัตนโกสินทร์, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร ที่มา : http://www.skn.ac.th/skl/project/money75/arvute2.htm

ความเห็นที่: 1298 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 22:45 น.
รูปนี้เท่ห์มากครับ นับเป็นเกียรติของนักแสดงอย่างสูง อย่างหาที่เปรียบมิได้
ทวนเล่มนี้จำลองแบบได้สวยงามมากๆ ก็ท่านมุ้ยสร้างนิ่เน๊อะ
แต่ทำไม ทวนจึงสั้นจัง 
ที่มา:http://www.rak-mor-or.com/forum/index.php?topic=2490.45

ความเห็นที่: 1299 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 22:48 น.
สวยครับน้าศรแบบนี้คงทำยากน่าดูเลยครับถ้าเป็นโลหะ แต่ถ้าทำลูกแก้วเป็นงานไม้กลึงเจาะรูตรงกลางแกะลายแล้วลงแผ่นทองทับของพอดัดแปลงได้บ้างครับ  แต่จะไม่ค่อยแข็งแรงครับ

ความเห็นที่: 1300 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 22:52 น.
ผมก็นึกสงสัยเหมือนกันครับพี่เหม ว่าลูกแก้วนี้จะแข็งแรงพอทนเป็นอาวุธมั๊ยน่ะครับ
เดี๋ยวไว้ไปทริปกะคุณตั้มแล้วจะแวะมาบอกเล่ากันในกระทู้เราอีกทีครับ 

ความเห็นที่: 1301 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 22:57 น.
ได้พบเค๊าลางบ้างแล้วครับ เส้นผมบังภูเขาจริงๆ ย้อนไปนั่งไล่อ่านหน้าแรกๆ (ผมชอบอ่านหลายๆรอบครับ เพลินดี) ภาพแรก(ภาพเล็กด้านล่าง) ทวนลาว คอลูกแก้วชั้นเดียว มีพู่เหลือนิดหน่อยครับ อยู่ที่วังหน้าครับผม 

ความเห็นที่: 1302 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 23:00 น.
ส่วนแบบมีพู่  3 ชั้น อยู่กับทหาร ที่บานประตูพระบรมมหาราชวังครับ น่าจะแถบๆด้านในครับ คุ้นๆตาอยู่เหมือนกัน มีคำอธิบายว่า เป็นทวนไทยครับ 

ความเห็นที่: 1304 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 23:17 น.
นึกภาพตามเลย ทริปนี้คงน่าสนุกและได้ความรู้มากครับ.. เสียดายอยู่ใกลครับไม่งั้นขอร่วมวงด้วยคน

ความเห็นที่: 1305 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 23:19 น.
น่าจะเป็นซาไกครับ เห็นหัวหยิกๆ  เอ.. แต่ซาไกไช้ลูกดอกอาบยาพิษนี่นา..

ความเห็นที่: 1306 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 26 พ.ย. 2553 เวลา 23:54 น.
ใบทวนนี้ผมได้ภาพมานานแล้วครับมีอยู่สองสามรูปครับแต่จำไม่ได้ว่ามาจากที่ใดแต่ได้ความว่า
เป็นอโยธยาต่อรัตนครับ ที่ทราบว่าเป็นทวนเพราะมีลูกแก้วติดมาด้วยครับแต่ไม่มีพู่ อิจฉาเจ้าของมากครับ

เอาลิ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร มาลองอ่านเล่นๆกันก่อนครับ สนุกดีครับ

ความเห็นที่: 1307 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 06:39 น.

ในภาพยนต์นเรศวรของท่านมุ้ยก็อ้างถึงชนเผ่านาคา  หลายคนตั้งข้อกังขากันมากทีเดียวว่าจะมีตัวตนจริง

เท็จอย่างไร โดยส่วนตัวเชื่อว่ามีจริงทั้งที่ยังไม่พบข้อมูลใดๆเลย เนื่องจากท่านมุ้ยเป็นนักค้นตว้า ไม่ว่าจะ

เป็นเรี่องเกราะต่างๆ  วันนึ้จึงได้ความกระจ่างอีกหนึ่งเรื่องที่คาใจอยู่นาน ขอบคุณน้องตั้ม


ความเห็นที่: 1406 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:29 น.
อาจเป็นง้าวทางล้านนาก็ได้ครับ 

ความเห็นที่: 1308 ตอบโดย: jamareng เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 12:38 น.
ชนเผ่านาคา หรือ นากะ มีตัวตน อยู่จริงครับ อยู่ในรัฐ Chin  ทางทิศของประเทศพม่า ที่มี อาณาเขต ติด ชายแดนอินเดีย เคยได้เกราะ หนังช้าง ลงรักดำ ของชนเผ่านี้ (ไว้จะถ่ายรูป มาให้ชม ) เป็นนักรบ ที่อาศัยในดงดิบ  หอก และ มีด ทำจาก เหล็ก มีความรู้เรื่อง โลหะสำริด และมีวัฒนะธรรมในการทอผ้า ผ้าฝ้ายทอมือ เป็นผ้าที่มีราคาสูงในปัจจุบัน ในตลาดผู้สะสม ( ผมได้สะสมไว้ชิ้นหนึ่ง เนื้อแน่นหนา ลวดลายละเอียด)  ชนเผ่านาคา หรือที่ชาวพม่า เรียกว่า นากะ เป็นนักรบที่โหดเหี้ยม  จะตัดหัวคุ่ต่อสู้ ที่ต่อสู้ด้วยมีดประจำกาย เก่งมากในการสู้ ในพื้นที่เป็นป่า สามารถพลางกาย ให้เข้ากับ สภาพแวดล้อม ที่เป็นพื้นที่สังหาร ปรกติจะล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร ในการดำรงชีพ อาวุธประจำกายจะมีหอก ที่มีพู่เป็นเส้นผมมนุษย์ ที่ล่าได้ หากเป็นพรานใน  ยุคปัจจุบัน ก็จะใช้ขนสัตว์ เช่นม้า แทนวัฒนธรรมล่าหัวมนุษย์ ไว้จะหารายละเอียด และรูปภาพ อื่นๆมาให้หากเพื่อนๆ สนใจ

ความเห็นที่: 1310 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 14:05 น.
เนื้อเหล็ก สวยมากครับ โดยเฉพาะคอ 

ความเห็นที่: 1312 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 18:21 น.
คุณตั้มนี่ช่างสังเกตุจริงครับ ผมก็ว่าคอทำใหม่นะ
อุตส่าห์เอาแค่ใบมาเห็นคอนิดเดียว ยังสังเกตุเห็น

ความเห็นที่: 1314 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 20:23 น.
เจ้าบุญวาทย์ เจ้าหลวงเมืองลำปาง ในชุดนายทหาร แต่ก็ยังคงสะพายดาบเมืองด้วยครับ ผมเองก็ชอบภาพนี้มากๆครับ   ประวัติท่านนิดหน่อยครับ จาก Lannaworld.com ขอบคุณครับ

เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต (พ.ศ. 2400 - พ.ศ. 2465) เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๑๐ แห่ง "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)"  (ครองราชย์ พ.ศ. 2440 - พ.ศ. 2465) ตลอดรัชสมัย เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ทรงดำรงพระองค์ไว้ซึ่งความมั่นคงสุจริตและความจงรักภักดีต่อ พระบรมราชวงศ์จักรี พระองค์ได้ทรงพัฒนานครลำปางและเมืองบริวารในด้านต่างๆ ให้ทันกับการพัฒนาในส่วนกลางได้ทรงประทานที่ดินและทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดสร้างถาวรวัตถุในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการก่อสร้างสถานศึกษาตลอดจนสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อความผาสุกแก่ประชาชนลำปางอย่างแท้จริง

เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต หรือ มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต สามันตวิชิตประเทศราช บริสัตยนารถทิพจักราธิวงศ์ ดำรงโยนวิไศย อภัยรัษฎารักษ์ อุดมศักดิ์สัตยาธิวางค์ ลำปางมหานัคราธิปไตย เจ้าผู้ครองนครลำปาง มีพระนามเดิมว่า เจ้าบุญทวงศ์ ณ ลำปาง ทรงราชสมภพเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๐ ทรงเป็นราชโอรสใน เจ้าหลวงนรนันทไชยชวลิต, เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๙ กับ แม่เจ้าฟองแก้วราชเทวี และทรงเป็นราชปนัดดา (หลานปู่) ใน เจ้าหลวงวรญาณรังษี, เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๖ กับ แม่เจ้า-ราชเทวี

ความเห็นที่: 1315 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 20:30 น.
อีกภาพที่ชอบมากๆครับ ชอบมากจริงๆ พระมหาอุปราชบุณทวงค์ (บุญมา) ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 ครับ ผมของท่านทรงหลักแจว

ความเห็นที่: 1316 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 21:20 น.

สุดยอดน้องตั้ม ผมเจอภาพนี้โดยบังเอิญพร้อมคําบรรยายเพียงเล็กน้อย ดีทีเดียวได้ทราบประวัติขององค์ท่าน

พร้อมกันนี้ได้นําภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถวัดอรุณ จะเห็นชาวสยามมีการสะพายดาบห้อยไว้ข้างลําตัวแบบ

ของชาวตะวันตกด้วยเหมือนกันครับ


ความเห็นที่: 1810 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 10 ม.ค. 2554 เวลา 11:24 น.

ดาบเล่มนี้สวยครับ


ความเห็นที่: 1317 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 22:19 น.
ยินดีต้อนรับครับคุณเล้งเคยได้ยินแต่เสียงล่ำลือครับ อยากชมภาพของสะสมด้วยครับ

ความเห็นที่: 1321 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 22:49 น.
"ขุนรองปลัดชู หัวหน้ากองอาทมาตทั้ง ๔๐๐ " อีกตำนาน ที่ผมชอบมากๆครับ เป็นวีรกรรมที่น่าภาคภูมิมากๆครับ สะเทือนใจมากๆด้วยอยากให้ได้อ่านกันครับ

ความเห็นที่: 1322 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 27 พ.ย. 2553 เวลา 23:01 น.
ภาพเครื่องประกอบ ราชอิสริยยศ ลายเส้นของศิลปินชาวฝรั่งเศษ มีของเด็ดๆให้ได้ชม ทั้ง ง้าว หอก และทวนครับ

ความเห็นที่: 1331 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:02 น.
ภาพหอกชุดนี้ ตอนดูภาพแรกคิดว่าเป็นภาพวาดซะอีก สวยงามมากจริง ๆ ครับ หอกปีกไก่ หรือหอกปีกเป็ด ทางล้านนาใช้ในการบังคับช้างครับ เวลาช้างเชือกนั้นดื้อมาก ๆ ทางล้านนาโบราณ มีช้างเยอะมากครับ เคยเห็นจากภาพเก่า ๆ เดินเต็มถนนกันเลยทีเดียวครับ หอกจากภาพชุดนี้มีงานเงินประดับลูกแก้วเข้ามาประกอบ น่าจะเป็นของชนชั้นสูงครับ สวยงามมากจริง ๆ รูปแบบท้ายด้ามเป็นแบบเดียวกับที่พี่มีอยู่ ตอนแรกเข้าใจว่าเจ้าของเดิมประยุกต์นำเสียมมาสวมไว้เอง เพื่อให้ใช้ประโยชน์ใด้หลายทาง เช่นขุดดินหาสัตว์ขนาดเล็ก หรือขุดหน่อไม้ สมุนไพรต่าง ๆ ตอนนี้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้นแล้วครับ  

ความเห็นที่: 1332 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:04 น.
ไหน ๆ ก็ลงท้ายด้ามให้ดูแล้ว ขอลงปลายหอกเล่มนี้ให้ดูอีกครั้งหนึ่งครับ คอหอกเป็นทองเหลืองครับ ส่วนด้ามเป็นไม้ไผ่เล่มเล็ก เนื้อแน่น แกร่งมากครับ ลงรักปิดทับไว้ ความยาวตลอดเล่ม 2 เมตรครับ

ความเห็นที่: 1333 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:09 น.
อีกนิดหนึ่งครับ เคยลงภาพไว้เหมือนกัน หอกปีกไก่ครับ แต่เล่มนี้ส่วนด้ามไม่มีงานโลหะเข้ามาประกอบ ด้ามเป็นไม้ตาลครับ ความยาวโดยรวม 1.5 เมตรครับ เล่มนี้ใบหอกสวยและสมบูรณ์มากครับ 

ความเห็นที่: 1334 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:21 น.
เล่มนี้จากเวปฝรั่งครับ 

ความเห็นที่: 1335 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:23 น.
ใบดาบพม่า ลวดลายสวยงามมากครับ

ความเห็นที่: 1336 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:25 น.
เล่มนี้ก็สวยครับ แต่โกอินเตอร์ไปแล้ว

ความเห็นที่: 1337 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:28 น.
อีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เคยเห็น

ความเห็นที่: 1338 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:30 น.
ภาพเต็มครับ ขอเดาว่าเป็นของใหม่ครับ ถ้าไม้ถูกต้องฝากขอโทษเจ้าของชิ้นงานด้วยครับ

ความเห็นที่: 1339 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:33 น.
เล่มนี้ก็สวยครับ

ความเห็นที่: 1340 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:37 น.
ด้ามชัด ๆ ครับ

ความเห็นที่: 1341 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 08:39 น.
การผสมผสานทางวัฒนะธรรมของไทยกับชาวอาทิศอุทัยครับ

ความเห็นที่: 1343 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 09:01 น.

ความเห็นที่: 1401 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 19:29 น.
ครับน้ามิตร
แต่น่าจะใช่อักษรพม่าใช่มั๊ยครับน้ามิตร แสดงว่า พม่าก็มีส่วนถือครองทวนเล่มนี้ซะแว้ว
และอาจได้ฝีมือช่างทางล้านนาไปเป็นส่วนผสมในงานอาวุธเรียบร้อยโรงเรียนพม่า

ความเห็นที่: 1386 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:49 น.

ผมมีใบหอกอยู่เล่มหนึ่งอยากจะใส่ด้าม พี่ๆท่านใดพอจะแนะนำผู้น้อยหน่อยครับ หอกยาวรวม 77cm ( ใบหอก53cm คอหอกยาว24cm)

ใช้ไม้อะไร ยาวเท่าไร ทำได้ที่ไหน


ความเห็นที่: 1387 ตอบโดย: SuperB3 เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 14:54 น.

อันนี้รูปงานชมรมคนรักดาบ ที่โรงเรียนสืบสานล้านนา ปี 53

และปี54 ก่อจัดงานดาบเหมือนเดิม ประมาณ ต้นเดือนเมษายน จะบอกวันอีกที

ในงานมีการเอาดาบของพ่อครูต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ และการต่อสู้ต่าง ๆ โดยใช้อาวุธต่าง แสดงอีกมากมาย

ไปดูรูปเพิ่มเติมได้ใน Facebook  เข้าfacebook แล้วค้นหาชื่อ ชมรมคนรักดาบ


ความเห็นที่: 1388 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 15:08 น.

ดาบที่วางอยู่บนแท่นนี้สวยมากสมบูรณ์ด้วย ผมได้จับมาแล้วเป็นของ ผกก.ท่านหนึ่งเอามาให้ดูที่บ้าน


ความเห็นที่: 1389 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 16:04 น.
ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งเกี่ยวกับง้าวครับ
ผมได้เคยอ่านเรื่องง้าวที่ อ.บัญชา แห่งคนรักมีดเคยอธิบายไว้
อย่างหนึ่งคือการนับหรือเรียกอาวุธ ว่าเป็นง้าวหรือไม่ง้าวนะครับ
อ.บัญชาท่านว่า ง้าวนอกจากดูด้านนอกแล้ว ต้องดูที่กั่นด้วยครับ
ว่ายาวขนาดไหนถ้ายาวมากๆถึงจะเรียกง้าวครับ ถ้าสั้นก็เรียกดาบ

ผมคิดว่าคำพูด อ.บัญชา น่าจะตีความได้ว่า ง้าวน่าจะมีกั่นที่ยาวกว่าดาบธรรมดาครับ
เช่นอาจจะยาวมากกว่า2กำมือหรือประมาณนั้น เป็นเพราะง้าวใช้ในวิถีที่ไกลกว่าและสูงกว่า
กั่นสั้นอาจทำให้ใบหลุดจากด้ามเมื่อพบเหตุปะทะที่หนักหน่วงโดยอาศัยแรงGและแรงเหวี่ยงช่วย
เพราะฉะนั้นจะเรียกง้าวได้หรือไม่ได้ต้องดูที่กั่นด้วยครับ
แต่ลักษณะที่คุณธงชาตินำมาสอบถามมาพร้อมด้ามก็จนใจครับ ผมมือใหม่สุดๆเลยครับ
สังเกตุได้เพียงทำไมคอสั้นนักเท่านั้นครับ
วิธีจับง้าวก็มีหลากวิธีครับแล้วแต่สายที่ศึกษา ยืดเหยียด เหวี่ยง แทง ฟัน เกี่ยว กวัด กด ดัน สับ ฯลฯ
กระทำได้เช่นเดียวกับดาบครับ เพียงต่อด้ามให้มีระยะไกลและอาศัยแรงเหวี่ยงเพิ่มความหนักหน่วงครับ
มือเดียวหรือสองมือ นักรบต้องกระทำให้ได้ทั้งสองในยามสงครามครับ แต่ก็ต้องรู้จักเบรคประคองอาวุธครับ
ถ้าจับพอได้ระยะสองมือต้องเรียกว่า1ช่วงไหล่ครับ หมายถึงวางแขนห่างกันหนึ่งช่วงไหล่
เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่ผู้ใช้เลือกครับผม มันเป็นไม้กลของอาวุธพี่ไทยครับ
ไม่ตายตัวครับ พี่ไทย มักซ่อนคมครับ

ส่วนใบหอกพระขรรค์สวยมากครับ เรื่องระยะอายุไม่กล้าคาดเดาครับผม
บอกได้แต่ว่า สวยและมีคุณค่ามากครับ 

ผมสนใจรูป Profile คุณธงชาติน่ะครับ เล่มนั้นของคุณธงชาติหรือไม่ครับ

ความเห็นที่: 1390 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 16:45 น.

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ

ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคอสั้นนัก แต่ก็ยังหาข้อมูลไม่เจอ เจอแต่ง้าวแบบอื่น หรือเป็นง้าวใหม่ที่เอาไว้บูชาศาลเจ้าพ่อต่าง แต่ผมยังสงสัยว่าเป็นง้าวที่ใช้บนหลังม้าหรือเปล่า เพราะน้ำหนักต้องเบาลงมาหน่อยเพื่อความคล่องตัว (อันนี้คิดเอาเองครับ)

ส่วนดาบของผมเองครับ สกุลช่างกำแพงเพชร


ความเห็นที่: 1391 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 16:49 น.

ถ้าให้ระบุชัดๆ ไม่กล้าครับ เพราะยังไม่มีข้อมูลมาอธิบายที่ชัดเจนเพียงพอครับ แต่ถ้าให้ คาดเดาจากความเห็นส่วนตัว ก็น่าจะอยู่ในยุครัตนโกสินทร์เรานี่ละครับ จะถึงต้นกรุงฯมั้ย ไม่ทราบาได้ครับ แต่จากรูปลักษณ์ที่ไม่มีการประดับตกแต่งอันใดมาก คาดว่าอาจจะเป็นงานที่ทำใช้ในกองทหารตัวใบง้าวของคุณธงชาติค่อนข้างสั้น ตรงกับที่ข้อมูลและภาพประกอบจากพิพิธภัณฑ์กองทัพบกที่ได้รวบรวมไว้ครับ ว่าแต่ ได้มาจากที่ไหน (แถบภาคใด) น่ะครับ พี่ๆน้าๆ สมาชิกเราอาจจะเข้ามาช่วยกันให้คำตอบได้ครับผม 


ความเห็นที่: 1394 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 17:05 น.
ดาบสกุลช่างกำแพงเพชรเล่มนี้งดงามครับ
ผมชอบนะ ลักษณะใบค่อนไปแนวตรง ใช้วิธีทำด้ามโค้งรับสวยงามครับ
ว่าแต่ ไปทำหลูบตรงปลายฝักหรือยังครับ อยากเห็นตอนบูรณะแล้วมากเลยครับ
เรื่องความคล่องตัว ต้องคิดไว้ว่าต้องเรียวโค้งและเบาครับ จากด้าม ก็ไม่น่าจะเบาครับ
คาดดูด้วยภาพน่ะครับ

ผมสงสัยเหมือนกันครับคุณตั้มว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่า เป็นอาวุธยุคไหนน่ะครับ
หรือว่าเราต้องดูลวดลายบนชิ้นงานครับ อยากทราบมากเลยครับ

ความเห็นที่: 1395 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 17:06 น.

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ

ได้มาจากกรุงเทพครับ ทั้งง้าว ทั้งหอก ส่วนดาบสกุลช่างกำแพงเพชรได้จาก จ.ลำปางครับ ยังมีดาบเมืองอยู่ที่ลำปางอีกหลายเล่ม วันหลังจะถ่ายภาพมาให้ชม ผมซื้อเก็บอาวุธโบราณครับ

ส่วนง้าวนั้นคนขายให้บอกกับผมว่า ง้าวเล่มนี้เจ้าของเดิมมีตำแหน่ง "ขุน" เขาว่าเป็นง้าวหลังม้านายทหารใช้ จริงเท็จประการใดยังหาข้อมูลไม่ชัด พี่ๆท่านใดมีคำแนะนำดีๆไว้ให้เป็นความรุ้กรุณาด้วยนะครับ / ขอบคุณครับ


ความเห็นที่: 1396 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 17:07 น.

สวัสดีครับ พิพิธภัณฑ์ที่ลำปางใกล้แล้วเสร็จรึยังครับ พางานสะสมมาให้ชมกันบ้างนะครับ 


ความเห็นที่: 1397 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 17:30 น.
แอบสงสัย เลยขออนุญาตเอารูปของชมรมคนรักดาบในFBมาลงนะครับ
ดูลักษณะของง้าวที่ถือ ใกล้เคียงกับของคุณธงชาติเหมือนกันนะครับ
ต้องสอบถามทางสายดาบล้านนาแล้วกะมังครับ
แต่ผมก็ไม่แน่ใจครับภาพมันไหวอาจจะคล้ายง้าวที่ว่าก็ได้ครับ


ความเห็นที่: 1398 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 17:31 น.

โทษทีครับคุณ tamusung ผมจำไม่ได้จริงๆ ช่วยเอยนามด้วยครับ ส่วนแขกนั้นแฟนผมเองครับ

พิพิธภัณฑ์คงไม่ถึงขั้นนั้นหลอกครับ เอาแค่แหล่งเรียนรู้ก็พอครับ ความรู้ผมแค่หางอึ่งเองครับ ต้องเก็บเกี่ยวความรู้จากพี่ๆอีกแยะครับ ว่าแต่ "ธยชัย เนื่องจำนงค์" ชื่อคุ้นคุ้นนะครับ


ความเห็นที่: 1400 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 19:07 น.

ผมตามไปที่แหล่งข้อมูลของคุณตั้มเรื่องทวนพม่า ก็ได้เห็นภาพนี้ด้วยครับ
มีตัวอักษรบุไว้กับงานเงินที่ส้นด้าม(รึคอหว่า)ด้วย ต้องรบกวนน้ามิตรช่วยดูแล้วครับ

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่ผู้รู้เหมือนกันครับ  แต่ว่ามีใจรักในอาวุธโบราณเหมือนทุก ๆ ท่านนั่นแหละครับ  

 ส่วนเรื่องภาษาพม่านั้นจนด้วยเกล้าจริง ๆ ครับ  ถึงจะมีแฟนเป็นคนแถวตะเข็บชายแดนแต่ก็ไม่สามารถตีความได้ครับ


ความเห็นที่: 1459 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:18 น.

หน้านี้เร้าใจมากๆทั้งข้อมูล ทั้งภาคปฏิบัติครับ   
ระวังครับของเก่าถ้าใบคดแก้ยากนะครับคุณตั้ม


คุณโยเดียครับ เป็นบุญตาครับ ผมเกิดกรุงเทพฯแท้ๆยังไม่เคยได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วังหน้าซะที
ผมจะอดใจรอทริปเล็กๆของคุณตั้มครับ คุณโยเดียไปด้วยกันอีกครั้งนะครับผม

"คมแท้แม้จะแช่แต่ในฝัก
เมื่อยามชักผลักออกไม่ลอกหาย
คมไม่ด้อยน้อยกว่าปรีชาใด
คมสหายพร้อมเด่นเช่นคุณธรรม"

ขอบคุณข้อมูลทุกข้อมูลของมิตรสหายครับผม



ใช่ชนิดนี้หรือไม่ครับ หรือไม่ก็ไผ่ลวกข้อสั้น แต่ทั้งสองชนิดกลวงครับ แต่ไผ่ลวกข้อสั้นหายากมากครับ


ความเห็นที่: 1403 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 21:56 น.

ต้องยอมรับว่าศิลปินชาวตะวันตกวาดภาพได้มีมิติดีเหลือเกินครับ เท่าที่เห็นห้องแสดงศาสตราวุธโบราณ

ตามพระราชวังต่างๆมักได้เห็นทวนจะมีปลอกหุ้มใบทวนเสมอ อีกประการหนึ่งทวนลาวก็มักจัดแสดงอยู่

ด้วยกันดั่งเป็นส่วนเดียวกันกับศาสตราวุธไทย เป็นพระราชนิยมหรือเปล่าครับหรือเป็นผลพวงของการกวาด

ต้อนช่างหลายๆแขนงและผู้คนจากลาวช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นครับ


ความเห็นที่: 1404 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 22:46 น.

ัสวัสดีครับคุณธงชาติเหล่าสมาชิคยินดีต้อนรับด้วยความยินดียิ่งครับ เห็นภาพง้าว หอก และ ดาบหลูบเงินแล้วอิจฉามากครับ เคยเห็นลงรับซื้อ อาวุธโบราณเพื่อการสะสมครับ ดีใจครับที่มีคนเห็นค่าอาวุธไทยโบราณเหมือนกัน  ตามดูผลและแอบช่วยลุ้นอยู่ครับ


ความเห็นที่: 1405 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:04 น.

อยากมีหอกซัดแบบนี้ไว้สะสมบ้างครับ แต่ทางเหนือไม่เคยเจอครับ เคยแต่มีคนรู้จักกันอยู่เขาบอกว่าเคยขุดได้ครับ จะเอามาให้ดูตอนต้นปีครับ ยังไม่เปิดราคาด้วยครับ เคยให้พ่อทันตีให้เล่มหนึ่งครับ ยาว 17 ซม. ประกอบชิ้นงานเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ขาดแต่คอโลหะครับ ถ้าได้แบบทำใหม่ จะแก้ไขงานอีกครั้งหนึ่งครับ


ส่วนด้ามสำหรับประกอบใบหอกถ้าเน้นความแข็งแรงทนทานเสมือนนำไปใช้งานจริง แนะนำไผ่เลี้ยงครับหาได้ง่าย สวยงามเนื้อแกร่งพอสมควรครับ หาได้ไม่ยากครับ แอบตัดแถวข้างบ้านก็ได้ครับ หรือไม่ก็ซื้อจากแหล่งขายต้นไม้สวยงามก็มีถมไป หากหาไม่ได้จริง ๆ หวายก็พอได้ครับ หรือถ้าต้องการด่วน ไม่เน้นความแข็งแรงมาก ด้ามตรงเปะ แนะนำไม้สักกลึงครับ เล่มหนึ่งไม่เงิน 250-300 บาทครับ หาได้ตามร้านขายไม้สำเร็จรูปครับ ลงสีและประกอบงานเสร็จได้ภายในวันเดียวครับ ลองทำเล่น ๆ ชั่วคราวก่อนได้ครับ ส่วนไม่ไผ่ ต้องดัดให้ตรงและรอให้แห้งจัดเสียก่อนครับ

ความเห็นที่: 1407 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:34 น.
ลวดลายมีส่วนมากครับคุณศร ลายที่ประกอบอยู่บนชิ้นงาน สามารถเชื่อมโยงหรือเทียบเคียงไปสู่ยุคสมัยนั้นได้ครับ ลวดลายที่ถูกสร่้างสรรค์ไว้ค่อนข้างมีแบบแผนที่ตายตัวของในแต่ละยุคแต่ละสมัยครับผม ยกตัวอย่างเช่น ลวดลายพื้นฐาน ลายกระจังตาอ้อย ช่างสมัยกรุงศรีอยุธยากับช่างในยุครัตน์โกสินทร์ จะมีทัศนคติในความงาม แตกต่างกันครับ ตัวกระจังจะเพรียวผอมหรืออ้วนอวบ แตกต่างกันครับ มองโดยผิวเผินอาจจะมองไม่ค่อยออก แต่ในสายงานช่างศิลปกรรมไทย นั้นมีการสอนการถ่ายทอดวิธีมองรูปแบบงาน ว่าสมัยใดเป็นสมัยใดกันอยู่ครับ  จึงอาจเป็นประโยชน์ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ถ้าเราจะศึกษาเรื่อง ศิลปะไทย ควบคู่ไปด้วยครับ มีหนังสือดีๆ ที่พอจะหาซื้อได้อยู่บ้างครับ  วิวัฒนาการลายไทย ของ อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ ช่วยได้มากคับ ท่านวิเคราะห์ไว้ชัดเจนเข้าใจง่ายครับ 

ความเห็นที่: 1408 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:40 น.
ลวดลายศิลปไทยที่ฝรั่งถอนแบบไว้ หรือจากตำราภาษาอักกฤษรึเปล่าไม่แน่ใจครับ

ความเห็นที่: 1409 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:42 น.
อีกภาพหนึ่งครับ อิจฉาน้องตั้มครับ มีโอกาสได้ร่ำเรียนวิชาเหล่านี้

ความเห็นที่: 1410 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:44 น.
อีกซักภาพแล้วกันครับ ให้น้องตั้มอธิบายแล้วกัน ผมเองบ่ฮุ้เรื่องครับ

ความเห็นที่: 1411 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 28 พ.ย. 2553 เวลา 23:45 น.
เจออีกภาพหนึ่งแล้วครับ

ความเห็นที่: 1419 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 พ.ย. 2553 เวลา 09:43 น.

ของส่วนใหญ่ยังไม่ได้ซ่อม คิวซ่อมรอนานเลยไม่ได้ไปซักที่ แต่หอกจะง่ายหน่อย แต่ยังหาไม้อยู่ ส่วนดาบสกุลกำแพง ถ้าถือรวมฝักหนักพอประมาณ แต่ถ้าถอดฝักถือที่ด้ามกลับเบาครับ และเล่มนี้ได้มาเป็นเล่มแรกเลย

ขอบคุณทุกความรู้ / จากผู้น้อย

ส่วนหอก 2 ใบนี้ได้มาจากเชียงใหม่


ความเห็นที่: 1420 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 พ.ย. 2553 เวลา 09:44 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1421 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 29 พ.ย. 2553 เวลา 09:45 น.
เพิ่ม

ความเห็นที่: 1513 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 11:11 น.
แหมๆๆๆๆพี่ตั้มก็ เขาระดับช่างศิลป์นิ ง่ายไปหมดแหละ
กลับไปที่เรื่องหอกซัดนิดนึงครับ ไม้ไผ่แบบนี้ในภาคใต้ยังพอหาได้นะครับ ตามป่ายางยังพอมี เรียกว่า "ไม้ทู้" บางแห้งเรียกว่า "ไม้โท้ะ" ซึ่งคนละชนิดกับต้นโทะนะครับ ไม้ทู้เนี่ยมาจากคำว่า ไม้กระทู้ มักจะใช้ทำรั้วบ้านหรือปักเป็นแนว เป็ฯไม้ไผ่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป เนื้อเหนียว คงทนต่อการผุกร่อน รับแรงปะทะได้ดีครับ จึงเหมาะแก่การทำด้ามหอก หากลนไฟสามารถดัดให้ตรงได้ ตากให้แห้งหน่อย ขัดเงานิด สวยอย่าบอกใครเลยครับ เคยเป็นเอามาทำด้ามพร้าเหมือนกันครับ เคยเห็นกริชของอาจาย์พิชัยเล่มนึง ด้ามทำจากเหง้าไม้ไผ่ชนิดนี้ ท่านบอกว่าทนมาก เดี๋ยวจะหารูปมาลงให้ครับ

ความเห็นที่: 1451 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 16:02 น.
ใบดาบ เป็นดาบปลายแหลม "ใบข้าว" เนื้อเหล็กออกเทาๆ สีสวยดี สันดาบเรียบ ไม่ยกจั่ว ไม่ฝั่งตอง หนา 8 มิล ตีไล่บางไปจรดปลาย แต่ใบนี้จะบางมากๆ เนื้อเหล็กเป็นสปริงดี บางจนดัดโค้งได้ ใบดาบคดเล็กน้อยครับ 

ความเห็นที่: 1422 ตอบโดย: thiravut เมื่อ: 29 พ.ย. 2553 เวลา 16:53 น.
สวัสดีครับ ผมสมาชิกใหม่ครับ ฝากตัวยด้วยครับ ผมชอบดาบมานานนะครับแต่ไม่มีโอกาศเลยที่จะได้สะสม ตอนนี้จึงหาสะสมอยู่และมาขอความรู้ด้วยครับ ขอใช้โอกาศนี้กล่าว สวัสดี ทุกท่านครับ

ความเห็นที่: 3156 ตอบโดย: Bloodyshadow เมื่อ: 30 ส.ค. 2554 เวลา 16:58 น.
ตรงใบดาบมีตัวอักษรตอกไว้ ถามได้ความว่าเป็นตัวอักษรมอญครับ น้าๆท่านใดมีความรู้ช่วยชี้แจ้งแถลงกระจ่างทีครับ

ความเห็นที่: 1556 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 7 ธ.ค. 2553 เวลา 07:54 น.

ศาสตราวุธโบราณมักเลือกเจ้าของครับ  เมื่ออยู่กับใครแล้วมักไม่ไปไหนละครับ ใจเย็นๆในเมื่อมีใจรัก

เป็นทุนไม่นานคงจะมีเข้ามาหาครับ  หลังสวนจตุจักรจะมีร้านขายของเก่าหลายร้านส่วนใหญ่ขายพวก

ของตบแต่งบ้านแต่ก็มีบ้างที่มีดาบ พายลายรดน้ำ หอกอยู่บ้างครับ ในสวนเองก็มีครับค่อยๆเดินดูอย่า

ตั้งเป้าหมายดูหาดาบอย่างเดียว จะเดินข้ามไปข้ามมาไม่พบ ผมเคยเจออยู่ร้านไม่ได้อยู่ในzoneขาย

ของเก่ามีดาบอยู่หลายเล่มครับ น่าจะเป็นร้านเดียวกันกับที่คุณศรศิลป์พบหอก อีกแหล่งก็สมาชิกเวป

เราครับคุณเล้งท่านอยู่ในวงการอาวุธโบราณ ติดต่อท่านดูครับ  แต่ถ้ามีเวลาชมตลาดของเก่าไปเรื่อย

น่าจะเจอเองเหมือนมีแรงดลใจครับ


ความเห็นที่: 1499 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 23:56 น.
ใช่ครับน้าศร กว่าผมจะเก็บภาพที่พอใจได้ เหนื่อยเอาการเลยครับ 

ความเห็นที่: 1429 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 09:52 น.

ความยาวตามรูปครับ

ผมเก็บดาบเพื่อทำอะไรบ้างสิ่ง แต่บ้างครั้งก็จะมีคนถาม เป็นพ่อค้าหรือเอาไปขายต่อหรือเปล่า ความคิดคนอื่นเราห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่ความคิดเราเราห้ามได้ ผมก็เหมือนกันต้องการพูดคุยกับคนที่ชอบเหมือนกัน เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน สิ่งไหนเป็นข้อมูลดีๆและถูกต้อง เราก็นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

***เพราะชอบแต่ก็อยากให้คนอื่นได้ความรู้ด้วย ก็เท่านี้แหละ***


ความเห็นที่: 1430 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 10:02 น.
น่าจะเป็นเชือก คล้ายเชือกว่าว

ความเห็นที่: 1431 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 10:24 น.

วิธีของผมนะครับเอาแบบคร่าวๆ

ถ้าเป็นดาบเมือง

1.สันตรงโคนใบไม่ต่ำกว่า 8mm  

2.เชือกจับแล้วนิ่ม เส้นยิ่งใหญ่ยิ่งดี ใหญ่สุด นิ้วโป้ง (กรณียังมีเชือกอยู่)

3.นำใบดาบกับฝักมาเทียบกัน ฝักจะต้องยาวกว่าประมาณ 3-4นิ้วมือเราทาบ (4-6 cm ปรกติฝักต้องยาวกว่าประมาณนี้) 

4.เส้นหวายเล็กดูแล้วละเอียด ไม่หยาบ

5.เมื่อใส่ฝักแล้วดูกลมกลืน สมบูรณ์  และเพื่อให้รู้ว่าใบกับฝักชุดเดียวกัน

5.ใบดาบอธิบายยาก และก็ปลอมง่ายด้วย ให้ลองนึกว่าเหล็กเก่า อายุเกิน 80ปี เหล็กจะเป็นแบบไหน 4-5ข้อถ้ามีครบจะดีมาก  

**ดาบเก่าเกิน 80ปี หมายถึงดาบที่ยังใช้อยู่จริงในสมัยนั้น ทางล้านนาผู้ชายเกือบทุกคน หรือทุกบ้านต้องมีดาบประจำตัว นั้นหมายถึงไว้ใช้เป็นอาวุธในการป้องกันตนเอง และคนในครอบครัว ถ้าดาบไม่ดีบางเกินไป ในการรบหรือการป้องกันตัวนั้น ถ้าดาบเกิดหักนั้นหมายถึงชีวิต คนสมัยก่อนจึงทำอาวุธอย่างปราณีต / ขอบคุณครับ 


ความเห็นที่: 1432 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 11:23 น.

ยอดเยี่ยมเลยครับพี่  สมาชิกเราอาจมีไม่มาก แต่พื้นฐานความคิดตรงกันครับ เท่านี้ก็ "เพียงพอแล้ว" ละครับ 


แล้วเดี๋ยวถ้าได้หลักในการเลือกมองเลือกซื้องานสะสม ดาบเมือง ดาบไทยภาคกลาง ของแต่ละท่านแล้ว เราจะได้นำมารวบรวมกันครับ  


ความเห็นที่: 1440 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 19:04 น.

งานนี้ คล้ายลวดลายบนด้ามดาบงานบุดุนทองเหลืองของทางนครฯเลยครับคุณตั้ม
ผสานแรงบันดาลใจได้ยอดเยี่ยมมากครับ

ขอบพระคุณทุกข้อมูลของทุกท่านเลยครับ ได้ประโยชน์ในการศึกษามากๆครับ   
อ่านเพลินเลยครับผม

พูดถึงหวายสามปอบ ผมเคยเห็นพี่ท่านหนึ่งในเว๊ปแห่งนี้ถักหวายรัดฝักมีด
เหมือนจะห้าเส้นหรือเปล่าไม่ทราบครับ แต่ หวายนั้นเส้นเล็กและถักได้ละเอียดมากๆครับ
น้ำหนักการดึงหวายแต่ละเส้นดูเท่ากันมากๆเลยครับ น่าสนใจมากๆครับ
แต่ผมลืมไม่รู้พี่ท่านอยู่ที่กระทู้ไหนน่ะครับ

ความเห็นที่: 1441 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 19:55 น.
ฝากรูปให้คุณธงชาติดูครับ ดาบหลูบเงินที่เชียงใหม่ครับราคาแรง  เล่มนี้พ่อค้าเขาว่าเป็นของเจ้าทางลำพูนครับ ช่วงกลางฝักลงรักไว้ ส่วนท้ายดาบเป็นทองแดงหรือทองเหลืองไม่แต่ใจครับ

ความเห็นที่: 1493 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 22:47 น.
ดีครับน้องตั้ม ผมไม่รู้จะขยายภาพอย่างไรเหมือนกันครับ

ความเห็นที่: 1444 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 21:44 น.

เพิ่มเติมภาพเก่า ๆ ให้ชมครับ เป็นดาบของน้องเจ้ครับ คราวก่อนไม่ได้ลงภาพไว้ครับ เล่มนี้ใบดาบเด่นมากครับ เป็นสันจั่วแต่ยกจั่วสูงมาก ๆ  (คล้าย... A.....)ไล่จรดปลายดาบเลยครับ บางท่านเรียกว่าสันจั๋วอกไก่ครับ ภาพอาจดูเห็นไม่ค่อยชัดเจนมากครับ 


ความเห็นที่: 1445 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 30 พ.ย. 2553 เวลา 22:43 น.

อย่างนี้ก็ชอบดรับ ต่ำลงนิตโดนใจเลยครับ ความชื่นชอบเป็นปัจเฉกนิยมแต่ละบุคคลในรายละเอียดแต่สิ่งหนึ่ง

ไม่ควรมองข้ามก็เรื่องฝักดาบว่าเป็นชุดเดียวกันหรือเปล่าตามที่คุณธงชาติว่าไว้ในข้อ3 และ 5 เว้นแต่จะมา

อย่างไม่สมบูรณ์มาก่อนโดยรู้แต่ราคาถูถใจ ภาพโดยรวมใช้ได้ก็รับได้ครับ

ฝากสวัสดีคุณThiravutด้วยตรับ


ความเห็นที่: 1492 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 22:46 น.
พี่เหมครับ ภาพเล็กจัง ไม่ต้องคลิกแสดงเป็นภาพย่อก็ได้ครับ เอาเต็มๆเลยครับชอบๆ  อิอิ 

Photobucket

Photobucket

Photobucket

ความเห็นที่: 1512 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 3 ธ.ค. 2553 เวลา 10:47 น.

ทำเองครับ  เอาแค่ปีกไม้สักตามร้านวัสดุก่อสร้างมาทำ กับอุปกรณ์ง่ายๆที่พอหาได้ ตามในภาพเลยครับ ที่จริงถ้าได้ไม้โมกมันจะดีมาก  

เพราะจะไม่กินคม สำคัญคือน้ำหนักเบา เหลาขึ้นรูปได้ง่ายครับ  แต่ถ้าเป็นงานชิ้นที่รักมากๆ หรืออยากได้ไม้เนื้อดี ต้องส่งให้มืออาชีพทำครับ 


ความเห็นที่: 1450 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 15:57 น.

วันนี้พาเล่มนี้มาครับ ได้จากพี่ชายใจดี (อิอิ)  มาดูกันว่าเข้ากับข้อไหนได้บ้าง ดาบเมืองเล่มนี้โดยรวมสภาพดีครับ ประมาณ 70% งานหวายละเอียดเล็ก

เส้นหวายที่ด้ามและฝักเป็นชุุดเดียวกัน หวายที่ฝักหายไปมากหน่อย เขี่ยวเงินบางมากๆ มีเส้นไข่ปลารัดเอาไว้ (ตอนแรกมาดำมาก) ตัวปิดเขี่ยว ทำจากทองแดง

ตีขึ้นรูปงานเงินที่ส้นด้าม หลุดหายหรือเจ้าของเดิมอาจถอดขายไปครับ  ปากฝักแตกหักชำรุด ยังไม่มีเวลาซ่อมแซม จึงนำหนังปลากระแบนรองแล้วพัน

สายสะพายดาบทับไว้ครับ สภาพโดยรวมภายนอกสีเนื้อไม้เก่าดี งานดูเก่าพอประมาณ ประเมินอายุ คร่าวๆ"จากภายนอก" ประมาณ 50 - 80 ปี ครับ  


ความเห็นที่: 1554 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 6 ธ.ค. 2553 เวลา 21:24 น.

น้องตั้มภาพทหารม้าสวยมากครับ ทวนคอยาวดีจริงๆ เห็นแล้วชอบมัก มาก ผมมีภาพขณะไม่ได้อยู่

บนหสังม้า กระบี่ก็เท่ห์จริงๆโดยเฉพาะกระบี่ชนิดใช้ได้จริงใบใหญ่ต่างจากของนายทหารทั้วไป

แฉ่งของคุณธงชาติถ่ายได้ชัดดี ผมขอเก็บไว้เป็นแบบนะครับ

คุณThiravutเข้าใจถูกต้องแล้วครับ ลองคุยกับพี่เค้าเป็นเรื่องเป็นราว บางทีพี่เขาจะใจอ่อนบ้าง


ความเห็นที่: 1446 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 14:59 น.

วิธีของพี่ๆ ดีมากเลยครับ เดี๋ยวขอนำมาเรียบเรียงไว้ เพราะเริ่มมีผู้คนหันมาสนใจดาบเมืองกันบ้างแล้วครับ จะได้เป็นประโยชน์โดยรวม แก่ผู้สนใจและสมาชิกเราด้วยครับ 


ความเห็นที่: 1447 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 15:13 น.
รอชมของงามๆ ครับ

ความเห็นที่: 1449 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 15:40 น.

เลือกเล่มที่...............................................................................พอมีเงินซื้อได้น่ะครับ ดีที่สุดๆๆๆๆๆๆๆ

อิๆๆ  ล้อเล่นครับ  พี่เขาก็ลงกันไว้หมดแล้วนี่ครับ  ของผมช่างทำฝัก/ด้าม ผมก็จะดูที่ด้ามก่อนครับ 

ว่าเป็นของเดิมหรือเปล่า ดูร่องรอยการเข้าด้ามครับ ว่ามันเก่าหรือใหม่   ดูหวายว่าเส้นเล็ก หรือใหญ่

ฝักพอดีตัวหรือเปล่า  และดูทรงของด้ามด้วยครับ   เอาไว้นึกออกเดี๋ยวมาลงให้อีกครับ


ความเห็นที่: 4211 ตอบโดย: ต้าวโอริท เมื่อ: 7 มิ.ย. 2555 เวลา 17:36 น.
โอโห   พี่เหม หายไป พอกลับมา 
  เล่นสร้าง ง้าวเลย  สวยงามมากครับผม 
 ซุ่มบรรเจิดของแท้  ทราบมาว่า ยังแอบสร้างอะไรอีกมากมายเลยนะครับผม
 คงจะมีอะไรดีๆ สวยๆ งามๆ ออกมาให้ได้ชมกันอีกแน่นอนเลย
 ติดตามชมครับผม

ความเห็นที่: 2181 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 12 เม.ย 2554 เวลา 11:38 น.

ไอยะ น้าเม่นก็แหลงตรงไป ....แต่ผมชอบนะ....อิอิอิ  น้าเม่นเป็นต้นกล้ารุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาค้นคว้า ในศิลปะวิทยาวัฒนธรรมหลายสิ่งอย่าง

ที่เป็นของไทยเรา (เรื่องความมุ่งมั่นค้นคว้าข้อมูลและความแน่นในข้อมูลนี่ ผมเองเทียบไม่ติดเลยละครับ น่าชื่นชมจริงครับ)  ผมชอบแนวคิดและ

ความตรงของน้าเม่น คิดตรงพูดตรงแบบคนใต้แท้ๆ ถ้าได้ลงมาสัมผัสจะเข้าใจครับ คนทางนี้เราตรงไปตรงมา เป็นอะไรที่ส่วนอื่นของเมืองไทย

เราไม่มี เป็นเสน่ห์ของภาคใต้เราทีเดียว  น้ำคำอาจฟังดูแรง....แต่หยัดใจด้ายยครับ  ฉะนั้นเมื่อได้พบเห็นอะไรประมาณว่า (อุบอิบ มุบมิบ)

อะไรทำนองนั้น จึงมีความรู้สึกรุนแรง ผมเข้าใจจุดนี้อาจด้วยอยู่ที่ภาคใต้มากว่า 10 ปีแล้ว  ลองมองดีๆ ซิครับ ประเทศไทยเรานี้ ภาคใต้เรายังคง

รักษาสืบทอดรูปแบบวัฒนธรรมและองค์ความรู้ไว้ได้ดีมาก.......เพราะอะไร?  ผมไม่ได้มีเจตนามาแยกไทยเราออกเป็นส่วน เพราะไทยก็คือไทย

แต่คนไทยที่มีหัวใจไทยแท้ๆ หายากขึ้นทุกวันครับ 


ความเห็นที่: 1452 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 17:02 น.
ด้ามถักหวายลายสาม เส้นเล็ก ผิวมัน มีร่องรอยของ ยางรัก ที่ทาไว้ยังหลงเหลืออยู่ตามร่อง ตามช่องว่างของหวาย หวายของด้ามชุดนี้ เส้นเล็กละเอียดมากๆครับ มีแบบถ่ายเทียบกับเล่มอื่นๆด้วย จะได้เห็นว่าที่คุยกันว่าหวายเล็กหวายใหญ่นั้น มันเป็นยังไงครับ 

ความเห็นที่: 1453 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 17:12 น.
เขี่ยวเงินบางมากๆครับ ดูจากรอยชำรุด ขอบบางเชียว  ส่วนสันดาบเรียบ ไม่ยกจั่ว ไม่ฝั่งตอง หนา 8 มิลครับ ตีไล่ปลายบาง บางจนจับใบดัดได้ แต่ก็สปริงตัวกลับมารูปเดิมครับ มาดูกันต่อว่า ดัดได้จริงๆครับ 

ความเห็นที่: 1454 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 17:16 น.
ลองดัดดูให้รู้ว่าดัดได้พอครับ  ไม่อยากดัดมากครับ เดี๋ยวพลาด 

ความเห็นที่: 1457 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 19:19 น.

คันหอกส่วนใหญ่มีท้ายด้ามแบบของคุณเหมครับแต่ก็มีแบบหัวขุนด้วย   ส่วนทวนท้ายด้ามมักเป็นปลายแหลม

ใช้เป็นคมอาวุธได้ดุดเดียวกันครับ อาจใช้ยันม้าข้าศึกให้เสียหลักชะงักเปิดโอกาสให้โจมตีได้  ผมคลายสงสัย

เรื่องลูกแก้วทวนลาวแล้วครับ ลองเคาะดูเป็นเงินกลวงๆเหมือนท้ายดาบหลูบน่าเป็นเพียงเครื่องประดับ ทีแรก

คิดว่าเป็นศูนย์ถ่วงอะไรทํานอนนั้น ส่วนของไทยลูกแก้วน่าจะทึบๆตันๆอาจทําจากโลหะหรีอไม้และหุ้มทอง

ประดับหลายรูปแบบ อย่างน้องตั้มว่าบ้างเล่มก็ไม่มีครับ


ความเห็นที่: 1458 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 21:04 น.

ขอบคุณครับภาพตัวอย่าง

ผมอยากรู้จังครับว่า ต้นไผ่ชนิดนี้จริงจริงเป็นอย่างไร


ความเห็นที่: 1455 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 18:37 น.

วันนี้มีโอกาสแวะไปวังหน้ามา สิ่งแรกก็รีบเดินไปห้องแสดงศาสตราวุธโบราณของเราทันทีแต่ผิดหวังนิดๆ จําได้ว่า

ครั้งแรกที่ไปเยือนสมัยเรียนมัธยมศึกษาภาพต่างๆยังฝังอยู่ในความทรงจํามาครั้งล่าสุดนี้ก็ยังเหมือนอย่างเดิมไม่

เคยเปลี่ยนแปลงเลย น่าจะทําการบูรณาการอย่างรีบด่วน เพื่อเป็นแหล่งความรู้แก่ชาวเราและชาวเทศต่อไปอย่าง

สมบูรณ์ กรมศิลปากรณ์น่าระดมสมองจากผู้มีความรู้และเชียวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าได้

จริงๆ ผมมีรูปมาฝากบ้างครับ


ความเห็นที่: 1456 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 18:53 น.

เอาภาพคันทวนและหอกมาให้ชมครับเห็นพวกเราทําการเข้ากันเองหลายท่านและคุณธงชาติกําลังมองหาคันหอกอยู่พอดี

รูปนี้ต้องยืนถ่ายจากหน้าประตูครับzoomเต็มที่ได้แค่นี้ครับ เล่มขวาสุดเป็นไม้เนี้อแข็งครับแต่ทําเรียนธรรมชาติแบบ

ไม้ไผ่ ใครพอทราบไหมครับไม้ไผ่อะไรครับข้อใหญ่ๆถี่ๆสวยแกร่งจริงๆ ชอบมาก


ความเห็นที่: 1472 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 23:16 น.
อีกมุมครับ

ความเห็นที่: 1468 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 22:59 น.
น้าศรครับ ดู ๆ แล้วคิดว่าเป็นชนิดเดียวกันกับไผ่เลี้ยงที่ผมใช้ทำด้ามหอกครับ ไผ่แบบนี้ต้องหาในเมืองครับ ในป่าธรรมชาติบ่มีครับ นิยมปลูกเพื่อความสวยงาม

ความเห็นที่: 1697 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 19 ธ.ค. 2553 เวลา 23:01 น.
พึ่งเป็นเจ้าของเมื่อเย็นนี้เองครับ ผมเองก็พึ่งเคยเห็นดาบเมืองสั้นก็เล่มนี้แหละครับ มีตราลาง ๆ คล้ายตราเต่ากรุลำปางครับ 

ความเห็นที่: 1469 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 23:12 น.
ถ่ายภาพเทียบกับเล่มอื่นๆครับ หวายเล็กหวายใหญ่นั้นเป็นแบบนี้ครับ (นับจากซ้ายนะครับ) การเลือกดาบจากด้าม ส่วนประกอบของด้าม ก็เป็นส่วนสำคัญมากเช่นกันครับ  ต้องอาศัยหลายอย่างในการตัดสินใจครับ เหมือนเช่นที่พี่เหมว่าไว้จริงๆ ครับ จะดูหวายอย่างเดียว ก็ไม่ได้ จะดูสันอย่างเดียวก็ไม่ได้ หรือจะดูเขี่ยว ก็ไม่ได้อีกครับ ต้องอาศัย การเทียบเคียงจากภาพถ่ายและวิจารณญาณ (รวมถึงความชอบส่วนตัวครับ)  ซึ่งภาพถ่ายก็มีให้ชมน้อยมากครับ แนะนำผู้ที่เริ่มสนใจว่า  ค่อยๆเป็น ค่อยๆไปครับ ใจเย็นๆครับ ถ้าไปพบเจอหรือ มีมาให้เลือก อย่าใจร้อนครับ  มาชมภาพกันดีกว่าครับ 

ความเห็นที่: 1470 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 23:14 น.

แจ่มเลยครับน้องตั้ม ลงด้ามหวายให้ดูเปรียบเทียบ แบบนี้สมาชิคที่กำลังจะเริ่มสะสมคงเข้าใจง่ายขี้นครับ เห็นสันดาบพ่อทันเมื่อ 5 ปี กับ ปัจจุบัน มาตรฐานไม่เปลี่ยนเลยครับ 


ความเห็นที่: 1471 ตอบโดย: tamusung เมื่อ: 1 ธ.ค. 2553 เวลา 23:14 น.
เล่มแรก ไม่น่าจะใช่หวายครับ (ได้ยินพ่อสล่าพูดถึงวัสดุที่จะนำมาแทนหวาย ถ้าเกิดหมดไป วัสดุนั้นเรียกว่า แหน =  แน๋ ครับ) ซึ่งก็คือวัสดุในการถักสานด้าม
ดาบเล่มนี้นั่นเองครับ ถักสานค่อนข้างหยาบ สันหนา 4 มิล สันหลังเต่า  เขี่ยวเป็นทองเหลือง แต่แปลกที่ตีพับลงไม่ตีพับขึ้นเป็นทรงถาด งานดูไม่เก่ามากไม่
เกิน 30 ปี และอาจเป็นดาบฟ้อน ใบดาบยาวประมาณ 19 นิ้ว ขาวจั้ว มีสนิมผิวนิดหน่อยครับ 

เล่มที่ 2 เป็นงานใหม่ของพ่อสล่า สันหนา 4 หุน (1.3 เซน ) สันจั่ว สันหนามากครับ ตีไล่ไปจรดปลาย  "หวาย" เส้นใหญ่แล้ว เพราะหวายทอง หายากแล้ว

เล่มที่ 3 เล่มที่ลงวันนี้ครับ สันหนา 8 มิล หวายละเอียดกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มนี้ครับ  สันเรียบเสมอ

เล่มที่ 4 ของเก่า เป็นดาบหัวบัว ด้ามสั้นประมาณ 10 นิ้ว สันดาบหนา 1 เซน สันจั่วเช่นกัน แต่เตี้ยๆครับ เนื้อเหล็กดำ หวายเส้นใหญ่

เล่มที่ 5 เป็นงานใหม่ของพ่อสล่าทัน สันดาบหนา 4 หุน สันจั่ว หวายเส้นเล็กสานละเอียด

ความเห็นที่: 1473 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 00:38 น.
    

บรรยายไม่ถูกแล้วครับ สันดาบพ่อทันดึงดูดมากครับ

ขอบคุณพี่เหมด้วยครับ
ผมได้ยินมาว่า มีการใช้ไผ่ตันด้วยครับ น่าสนใจครับ
ผมนึกว่าเป็นเพียงไม่กี่ลำของกอที่ไหนได้ เป็นพันธุ์ของมันเลย ยังมีพวก ไผ่ตะเข้ขบฟันอีก


ความเห็นที่: 1474 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 00:45 น.
ถูกต้องครับน้องตั้ม เชื่อว่าสมาชิคใหม่ที่ยังไม่เคยได้สัมพัสดาบเก่าจริง ๆ คงได้ความรู้ไว้เลือกหาดาบคู่ใจบ้างครับงานนี้มีประโยชน์ครับ น้องตั้มครับพี่ว่าการทายางรักทับอุดร่องหวายไว้มีส่วนทำให้หวายดูเรียบสวยงามดูกลมกลืนได้เช่นกันครับ

ความเห็นที่: 1475 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 00:52 น.

น้าศรครับ ถ้าได้ไม้ไผ่ตันก็สุดยอดเลยครับ ด้ามหอกขอผมที่มีท้ายหอกคล้ายเสียมเล่มนั้น ผมอยากรู้ว่าเป็นไผ่อะไรครับ ลำไผ่ใหญ่กว่านิ้วชี้นิดเดียวครับ ด้ามมีการแตกลั่นตามยาวแต่ก็ยังแข็งแรงดีอยู่ เนื้อไม้แน่นแกร่งมากครับ

เอ..น้าศรไม้ตะเข้ขบผันเป็นยังไงครับ สนใจอีกแล้ว..


ความเห็นที่: 1476 ตอบโดย: เหมราช เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 01:10 น.
หารูปมาให้เห็นว่าชอบไม้ตะพตด้วย เล่มนี้หยอดตะกั่วเลียนตาไม้ไผ่ครับ

ความเห็นที่: 1477 ตอบโดย: ศรศิลป์ เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 01:11 น.



เป็นแบบนี้ครับพี่เหม
ผมได้อ่านข้อมูลมาว่าตรงข้อมันจะเฉียงๆสลับกันไปมาครับ ผมได้ข้อมูลเท่านี้เองครับ  ไว้มาต่อยอดกันครับ


แถม งานเงินที่จังหวัดน่านครับ  ได้มาจาดเว๊ปหมูหินครับ ลองตามอ่านกันดูนะครับ 
คลิ๊กที่ตัวที่มีเส้นใต้ได้เลยครับ


ความเห็นที่: 1478 ตอบโดย: โยเดีย001 เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 04:52 น.

น่าจะเป็นเหตุผลทั้งสองอย่างที่คุณเหมว่าละครับ  อันนี้เอามาฝากน้องตั้มครับต้องแอบถ่ายโดยไม่ใช้แฟลตครับ

ภาพออกมาไม่ดีเท่าที่ควร  ผมเดินในห้องศาสตราวุธอยู่นานครับเสียดายมีเวลาจํากัด เห็นตู้แสดงดาบอยากเก็บ

ภาพมาให้ชมแต่หมดโอกาสครับพยามขอเจ้าหน้าที่อยู่เหมีอนกันครับ เขาก็เข้าใจครับแต่ภายในห้องมีกลัองวงจร

ปีดเขาคงกลัวหัวหน้าตําหนิครับ  ตู้แสดงดาบไม่แยกว่าเป็นดาบล้านนาดาบภาคไหนๆครับจะบอกว่าเป็นดาบไทย

ดาบลาว ดาบแขกเท่านั้น  พบอันนึงบอกว่าเป็นดาบเชลยแต่มองขึ้นไปดาบไม่อยู่ซะแล้ว คงปล่อยไปแล้วมังครับ


ความเห็นที่: 1479 ตอบโดย: คนเมืองเก่า เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 09:01 น.
รูปนี้น่าจะเป็นไม้เป็งครับ  เป็นชื่อไผ่ชนิดหนึ่งครับ 
เห็นช่างมีดรุ่นเก่าบอกว่าเนื้อเหนียว ขนาดกำลังดีเหมาะทำด้ามมีดหวด กับทำคันเบ็ดตกปลา
ผมกำลังหาพันธ์มาปลูกอยู่เหมือนกันครับ

ความเห็นที่: 1480 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 10:22 น.

ไฝ่ลักษณะนี้ละครับที่ต้องการ เอาไว้ทำด้ามหอก

แต่ดูลักษณะแล้วไม่น่าจะแก่จัด ไฝ่น่าจะหนากว่านี้อีกหน่อย และความยาวสัก 2เมตรไม่รู้จะเจอเมื่อใด

คืออย่างนี้ครับ ใบหอกของผม ที่เป็นหอกปลายอยุธยาต้นรัตนะ ผมต้องการใส่ด้ามหอก และทำให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างหนึ่งคือ หอกลักษณะนี้มีคุณค่ามาก และที่สำคัญคือเมือใดที่มีคนมาดูจะได้เทียบเคียงของจริงมากที่สุด กลัวพิดเพี้ยนไปจากเดิมมากครับ

ถ้าพี่ท่านได เจอไผ่รวกข้อสั้นลักษณะนี้ ขอยาวหน่อย ช่วยชี้เป้าแนะนำเพื่อนๆด้วยนะครับ หลายคนคงกำลังตามหา


ความเห็นที่: 1481 ตอบโดย: ธงชาติ เมื่อ: 2 ธ.ค. 2553 เวลา 10:37 น.

แนวคิดแบบนี้ดีมากเลยครับเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ

แบบทำเป็นกระทู้ วิธีดูดาบเมือง, หลูบเงิน, แยกอาวุธแต่ละประเภทเท่าที่มีข้อมูล แล้วเอาไว้เปรียบเทียบลักษณะของเก่า ของใหม่ เพื่อประโยชน์ กับผู้ศึกษาร่วมทั้งตัวผมด้วย บางสิ่งผมเองก็ยังไม่ชัดในบางเรื่อง แล้วผู้ริ่มต้นอยากมีไว้ในครอบครอง จะยิ่งยากใหญ่ จะแท้จะปลอมไม่เป็นไร เอาสิ่งที่สมาชิกมี มาทำเป็นข้อมูลไว้ศึกษา อย่างน้อยใครจะหลอกขายให้ก็มีความรู้อยู่บ้างในการพิจารณา

ใครจะเอาไปเป็นข้อมูลในการทำการค้าหรือเพื่อสะสมก็ไม่เป็นไร อยากน้อยก็มีผู้รู้จักอาวุธไทยมากขึ้น ผมเองมีความรู้แค่น้อยนิด แต่ถ้าไม่เอาความรู้น้อยนิดที่มีอยู่นี้ไปใช้ประโยชน์ ตายไปแล้วใครจะต่อยอด / ข้อย้ำนะครับนี่คือความคิดเห็นส่วนตัว ดีไม่ดีอย่างโปรดพิจราณา


ความเห็นที่: 1482 ตอบโดย: นายนนท์ เมื่อ: 2 ธ.ค. 25