กระทู้ที่ 182469: ฉันควรทำอย่างไร ..... กับเรื่องราวระหว่างเรา
โดย: Guest_คนใจสลาย.. เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 14:31 น.

...ฉันคบกับเขามานานตั้งแต่ปี 46 ....

แต่เราสองคนรักๆ เลิกๆ กันมาตลอดในช่วงปลายปี 51 จนถึงปัจจุบัน

 แต่ตอนนี้ก็กลับมาคบกัน และคุยว่าปีใหม่นี้ให้แม่ของเขามาคุยทาบทามกับทางบ้านฉันให้เป็นเรื่องเป็นราว

 แต่แล้วปัญหาเดิมๆก็เกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น ไม่ช่ายว่าเขามีคนอื่น หรือฉันจะมีคนใหม่นะ

 มันคงเป็นคำพูด และการกระทำที่ทำให้ฉันไม่พอใจ

 ฉันเคยบอกเขาว่า สินสอดนะ พี่ออกเงินค่าสินสอดนะ ฉันออกค่าทองเอง และสินสอดแม่ก็บอกว่าจะไม่เอา ยกให้

แต่พอฉันลองคุยเล่นๆกันแม่ ๆก็บอกว่า เรื่องสินสอดเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ตัดสินใจเอง เพราะไม่ใช้ว่าลูกสาวแม่จะไม่มีสมบัติอะไร อีกอย่างแม่เลี้ยงมา ก็เลี้ยงมาดี ไม่ใช่ว่าอยากจะได้สินสอด แต่ไงแม่ขอตัดสินใจเองว่าจะคืนให้ หรือจะยกให้เราทั้งสอง

 และเมื่อฉันมาเล่าให้เขาฟัง คำพูดแรกที่เขาพูดคือ " ไหนว่าไม่เอาสินสอดไง แบบนี้เขาก็เป็นหนี้เพิ่มอีกนะ " เสียใจมากที่ได้ยินคำนี้จากปากเขา ถึงเขาจะพูดเล่นหรือพูดจิงก็ตาม แต่สักพักเขาก็บอกฉันว่า " ก็แล้วแต่แม่น้องละกัน ยังไงก็ได้ให้ได้อยู่กับน้องพี่ยอม (ถึงแม้จะเป็นหนี้เพิ่ม)"

 และเมื่อคืนก็โทรคุยกัน เขาก็พูดว่าอีกไม่นานก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ เดี๋ยวพี่เอาเงินสินสอดไปให้นะ ฉันก็เลยเซ็ง แล้วพูดว่า อะไร มีค่าทองด้วย เขาก็ตอบกับมาว่า ไหนน้องบอกว่าออกค่าทองเองไง มันทำให้ฉันเบื่อหน่ายเขามากก

 อีกเรื่องที่พึ่งเกิดเมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันโทรไปโม้เขาว่า "แม่พึ่งซื้อรถและโอนรถเป็นชื่อฉันแล้ว (รถมือ2 ไม่กี่บาท) "  เขาก็พูด เล่นมั่ง ว่า "ดีเลย เอามายืมจำนำก่อน" มันทำให้ฉันเสียความรู้สึกมาก เบื่อๆๆๆๆ

 ทะเลาะกันเรื่องเงินก็เซ็งแล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายเกินจะอดทนแล้ว

ฉันเหนื่อยเกินที่จะเล่าให้ใครฟังไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ถึงสิ่งที่ไม่ดีระหว่างฉันและเขา ไม่อยากเล่าเพราะถ้าเล่าทุกคนจะมองเขาให้แง่ไม่ดี และฉันก็อาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทิ้งเขาไป 

เมื่อคืนมันอึดอัดและเกินอดกลั้นไว้ฉันจึงเล่าให้แม่ แม่ก็เลยบอกว่าแล้วแต่ลูกตัดสินใจ เพราะต้องนี้ลูกสับสนอยู่ ลองคิดทบทวนดูเองว่า "ถ้ามีเขาเป็นไง และถ้าเลิกกันไปไม่มีเขาเป็นไงทำใจได้ไม" 

*** ตอนนี้มันสับสนและเครียดมาก**** ใจอยากจะให้มันจบๆไป แล้วไม่อยากจะกลับมาคบกันอีกแล้ว มันเหนื่อยใจมากมายเกิดอดทน ทั้งเรื่องราวระหว่างเรา ทั้งความไม่ใส่ใจ และเรื่องที่ได้บรรยายออกมา 


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: ผู้หญิงของกาลเวลา เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 17:47 น.

ใจเย็นๆสิคะ

กว่าที่คนสองคนรักกัน   และได้อยู่ด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ

อุปสรรคมันมักจะมาท้าทายเราอยู่เสมอ  ให้เราและเค้าพิสูจน์รักแท้

มันเหมือนบททดสอบก่อนการใช้ชีวิตคู่   ทดสอบเรา  ทดสอบเค้า

ลองใจเย็นๆอยู่เฉยๆก่อน  ปัญหาเรื่องเงินทองก็เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตคู่   ทั้งสองฝ่ายต่างก็เครียด

ต่างคนต่างต้องการกำลังใจจากกันและกัน  เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้นกับตัวคุณเอง  เพราะไม่เจอกับใคร  ก็ไม่มีใครเข้าใจแทนได้


ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: วชิระปิลันท์ เมื่อ: 12 ต.ค. 2552 เวลา 11:00 น.

สำหรับผมว่านะ..

มันก็ใช้อยู่เรื่องเงินทอง..แต่ที่สำคัญกว่านั้น ทั้งสองคนรักกันมากแค่ใหน รักกันดีหรือเปล่า เข้าใจกันดีแน่เหรอ


ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: วุฒิ วิงโฟร์ เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 06:44 น.

จะรักหรือเลิก ? อยากให้ถามใจตัวเองก่อนว่า "เขา" มีความดีติดตัวบ้างไหม...?
เขาเป็นคนที่ชอบพูดเล่น.. แล้ว ชอบทำอย่างที่พูดเล่นหรือเปล่า  และเรา  ชอบคิดมากไปมั๊ย

ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กัน หายไปเพราะอะไร อยากให้ลองไปคิดทบทวนดู ครับ
คงไม่มีใครตอบได้  เท่า กับตัวเราเอง

ครั้งหนึ่ง ผมเองก็เคยเจอกับปัญหาแบบนี้  กว่าจะผ่านมาได้ ก็มีเรื่องมากมายให้คิด และแก้ปัญหา
ฝ่ายหญิงมักชอบให้ความหวัง  ว่าสินสอดหรือทองหมั้นจะคืนให้ฯ
ด้วยภาวะเศรษกิจ  ด้วยความยากจนของฝ่ายชาย  จนกลายเป็นความหวัง
ที่จะสร้างครอบครัว  แล้วเป็นไง

 ฉันเคยบอกเขาว่า สินสอดนะ พี่ออกเงินค่าสินสอดนะ ฉันออกค่าทองเอง และสินสอดแม่ก็บอกว่าจะไม่เอา ยกให้

แต่พอฉันลองคุยเล่นๆกันแม่ ๆก็บอกว่า เรื่องสินสอดเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ตัดสินใจเอง เพราะไม่ใช้ว่าลูกสาวแม่จะไม่มีสมบัติอะไร อีกอย่างแม่เลี้ยงมา ก็เลี้ยงมาดี ไม่ใช่ว่าอยากจะได้สินสอด แต่ไงแม่ขอตัดสินใจเองว่าจะคืนให้ หรือจะยกให้เราทั้งสอง

คนไม่เคยจน คงไม่รู้หรอกว่า  การหลอกให้ความหวังมันเจ็บปวดแค่ไหน?
...หรือว่าผู้ชาย  ไม่ได้ถูกเลี้ยงมา...


ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: Navigator45 เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 22:46 น.
เฮ้อ....อ่านแล้วเศร้าแทน ไงก็ขอให้เคลียร์กันให้ลงตัวนะครับ รักกันต้องเข้าใจกัน

ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: seed2524 เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 18:14 น.

บางครั้ง เรื่องเงิน จะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ คนที่ไม่มี

แต่เมื่อผ่านจุดนั้นมาแล้ว คุณจะพบว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

อย่าลืมตอนรักกัน อย่าลืมตอนหลังจาก จากลา เซ็งเป็ดเหมือนกันหมด

สิ่งที่ทำได้คือ อย่าพยายามคิด และใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด.....


ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: aor400d เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 18:48 น.
ด้วยความเคารพเจ้าของกระทู้ อันนี้เอามาจากประสบการณ์จริงของชีวิตออเอง  "อดทนกับกล้ำกลืนต่างกันนะคะ"  เรื่องบางเรื่องอดทนแล้วดี แต่บางเรื่องก็ไม่มีประโยชน์ เฮ้อ....เป็นกำลังใจให้นะคะ

ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: Guest_เจ้าของกระทู้ เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 19:03 น.

....ก็ขอบคุณทุกความเห็นนะคะ ....

- ที่จริงฉันก็มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ยังกังวลว่าถ้าตัดสินใจเลิกกับเขาแล้ว คือยังเป็นห่วงเขาว่าเขาจะอยู่ยังไง

- ที่จิงเมื่ออ่านแล้ว ก็เห็นว่าคุณ aor400d ก็เคยเจอปัญหาคล้ายๆกัน แล้วคุณทำไงในเรื่องเล่านั้น ตัดสินใจยังไรเหรอคะ ไม่แน่ใจว่าจะถาม หรือล่วงเกินความเป็นส่วนตัวคุณเกินไปหรือเปล่านะคะ ถ้าตอบไม่ได้ไม่เป็นไรคะ แค่บ้างครั้งมันก็ทุกข์และจนปัญญาจิงๆ 


ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: aor400d เมื่อ: 10 ต.ค. 2552 เวลา 20:19 น.
แอดmsnมาเลยคะ

ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: ผู้หญิงของกาลเวลา เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 09:36 น.

จะโทษผู้ชายก็ไม่ถูกใช่มั้ยคะ   ก็เห็นด้วยนะคะ

ว่าฝ่ายหญิงเองก็ให้ความหวังฝ่ายชายเหมือนกัน  ถ้าเราไม่เคยพูดก็ว่าไปอีกอย่าง

แต่นี่เราพูดทั้งค่าสินสอดจะคืนให้  ทองเราจะออกเอง   พอเราบอกเค้าไป  ให้เค้ายอมรับเค้าก้ต้องลำบากใจเช่นกัน

ถ้าเราบอกเค้าไปตั้งแต่แรกว่าให้เค้าจัดหาทุกอย่าง  ผู้ชายก็คงต้องรอวันที่พร้อมถึงจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณี

จะโทษเค้าฝ่ายเดียวได้มั้ย  ในเมื่อเรื่องมาไกลถึงขนาดมาสู่ขอกันแล้ว  ก็ดูเหมือนผู้ชายเค้าก็ทำในส่วนที่คุยกันไว้แล้วนี่นา  คือหาเงินค่าสินสอดให้แล้ว   เราไม่ชัดเจนในคำพูดของเรารึเปล่า


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: aor400d เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 11:19 น.

ส่วนตัวออแล้วมองเรื่องนี้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเงิน ทะเลาะกันเรื่องสินสอดแต่ สิ่งที่คาใจและเสียกันไปคือความรู้สึก และเรื่องราวพวกนี้มันย่อมมีเบื้องลึก และอะไรลึกๆที่อยู่ในใจคนทั้งคู่ หากยังไงเคลียร์หัวใจยังคงไม่กระจ่าง อย่าตัดสินใจ แต่งๆไปเพื่อให้ทุกสิ่งจบ  เพราะมันจะไม่จบ ด้วยความเคารพ หากอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ต้องคุยปรับความเข้าใจกัน สิ่งไหนที่รับได้และไม่ได้ บางเรื่องต้องอยู่กันที่ตรงกลาง  และผู้ใหญ่บางครั้งเขาคงไม่ได้คิดจะอยากได้เงินหรืออะไรหรอกคะ แต่เค้าคงคิดบางสิ่งเพื่อคุณอยู่นั่นหละคะ เรื่องพวกนี้พูดยาก แต่ยังไงคุยกันไปตรงๆ แต่พูดกันดีดี หากปัญหามีแค่เรื่องนี้ ออมองว่ามันไม่หนักหนาอะไรมากคะ เพราะคุณรักกัน..ใช่หรือไม่คะ เป็นกำลังใจให้


ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: coo เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 12:33 น.

ระยะเวลาที่เนิ่นนาน ไม่ได้เกี่ยวกับเรือ่งที่จะทำให้เรารักกันมากขึ้น

เพราะ บางทีระยะเวลาที่เนิ่นนาน สิ่งที่เพิ่มมากขึ้นก็เพียงแค่ ตัวเลขปีที่คบกันเท่านั้น

เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องแรกของชีวิตคู่ แต่เป็นเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตคู่

และสุดท้าย เมื่อ "เรารู้จักที่จะรักด้วยสมอง มากกว่า รักด้วยหัวใจ" เราจะมองเห็นอะไรได้มากขึ้น

ตอบจากปสก.ส่วนตัว งัยซะเป็นกำลังใจให้มากกกนะคะ


ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: นาย tee เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 13:12 น.

หัวใจจะแข็งแรง และเป็นสุขได้ต้องใช้ปัจจัยทั้ง 2 อย่าง

อย่างแรกคือปัจจัยภายใน

หมายความรวมถึงความเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น  การให้อภัย

และอื่นๆ อีกมากมายที่เราจะเป็นผู้กำหนดอารมณ์ของเราเอง

ส่วนปัจจัยอย่างที่ 2 คือ ปัจจัยภายนอก

หมายความรวมถึงสิ่งต่างๆ ที่จะมากระทบกับใจเรา

เช่นเรื่องชาวบ้าน, เพื่อนที่ทำงาน, ครอบครัว  ภาวะเศรษฐกิจ

การเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเราสามารถควบคุมได้น้อย

ปัจจัยภายนอกที่สำคัญ และที่พบเจอบ่อยๆ คือเรื่องเงิน

เพราะมันส่งผลต่อการดำรงชีพโดยตรง

หลายคนอาจมองว่าความรักสามารถชนะอุปสรรคทุกอย่างได้

จริงผมเห็นด้วย

แต่ถ้ามีปัญหาจากปัจจัยภายนอกมากเท่าไร

คุณต้องต้องมีกำลังใจจากปัจจัยภายในมากเท่านั้น

วันนี้คุณมีมากแค่ไหน

เรื่องสินสอด ทองมั่นนั้น อาจเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อน

กลัวว่าลูกสาวของตนจะลำบาก เมื่อลูกสาวออกจากอกพ่ออกแม่ก็อยากให้สบาย

อะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าลูกของตนจะสบายล่ะ

ง่ายที่สุดคือการแสดงฐานะเรื่องเงินๆ ทองๆ

ถ้าพร้อมก็ OK

อาจเพราะคนสมัยก่อนฝ่ายชายเป็นคนทำงาน

ฝ่ายหญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน

แต่วันนี้ต่างไปกันแล้ว

ฝ่ายหญิงก็ออกมาหางานทำเหมือนกัน

ซึ่งหลายคนสามารถทำงานได้ดีกว่าฝ่ายชายเยอะแยะ

ถามว่าวันนี้ใครจะหาสินสอด

ผมว่าคงไม่แปลกอะไรถ้าจะช่วยกันหา

เพราะจุดประสงค์ของเรื่องสินสินยังคงเหมือนเดิมคือ

คุณทั้งสองสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ดังนั้นสินสอดอาจไม่ใช่หน้าที่ของใคร

แต่เป็นหน้าที่ของเรา

และอยากจะบอกให้รู้อย่างหนึ่ง

หลังแต่งงานคุณจะมีภาระต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ

ยิ่งถ้ามีลูกแล้วล่ะก็

...............

ขอให้มีความสุขนะครับ เป็นกำลังใจให้

(ปล. เป็นความเห็นจากคนยังไม่แต่งงาน)


ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: Guest_เจ้าของกระทู้ เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 17:25 น.

..... ขอบคุณทุกความคิดเห็น จากใจจริง....

** ฉันคงจะพูดยากว่าจะจบปัญหานี้อย่างไร คงเพราะฉันไม่อธิบายเขาให้เขาใจ และอีกอย่างที่ฉันไม่เปิดใจพูดตรงๆกับเขาคงเพราะ กลัวเขาจะคิดมาก และเสียใจ **

- ที่จริงก็อยากจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น  แต่ถ้าคิดแล้วว่าปล่อยให้นานไป ก็จะยิ่งเลิกกันยาก ทำใจยาก

*** ทุกครั้งที่เลิกฉันก็มักจะใจอ่อน กลับมาคบกันอีกทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ตั้งใจไว้คงจะเลิกขาด ไม่ใช้ว่าไม่เสียใจ เสียใจมาก แต่ก็ดูแล้วว่าเรื่องระหว่างเราคงจะยากเกินเยี่ยวยา ยิ่งอยู่ความรักที่มีให้เขามันก็ยิ่งน้อยลง จากปัจจัยต่าง ๆ รอบๆตัว


ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: aor400d เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 18:22 น.
 ออชอบจัง  รักด้วยสมองดีที่ซู๊ดดด

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: aor400d เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 18:23 น.
เป็นกำลังใจให้  

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: gothzilla เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 18:31 น.
ตอบในฐานะที่เป็นผู้ชายที่กำลังอยู่ในช่วงแบบเดียวกัน

เรื่อง บางอย่างสำหรับผู้ชายถือว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่  เพราะอย่าลืมว่านอกจากค่าสินสอดแล้ว   เขาต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายสำหรับจัดงานแต่งและอื่นๆอีกจิปาถะ   ยิ่งหากจะต้องไปยืมเงินคนอื่นเพื่อสิ่งนี้แล้ว  ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดไว้ก่อนเลยน่ะครับ  (อันนี้เจอมาแล้ว  จะเอาของชำร่วยอย่างหรู  แต่ม่ะช่วยออกตังค์)

จากเนื้อหาในกระทู้บาง ประโยค  อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึง การกดดัน (เรื่องของรถใหม่) , การปัดความรับผิดชอบ (สินสอดส่วนที่เป็นทอง) น่ะครับ  เราอาจพูดแบบสนุกหรือไม่คิดอะไร  แต่ต้องเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายนึงด้วย   ลองคิดว่าถ้าเราต้องเป็นฝ่ายหาสินสอดเอง  จะรู้สึกอย่างไร  หากอีกฝ่ายไม่จริงใจในการช่วยเหลือ  เพื่อให้สามารถได้อยู่ร่วมกันในอนาคต

บาง ครั้งการที่ผู้ใหญ่พูดเรื่องสินสอด  ว่าอาจจะคืนหรือไม่คืน  เข้าใจว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่    อันนี้อยู่ที่ตัวเรา  ว่าจะมีวิธีพูดอย่างไร  ให้คนที่เป็นแฟนเราเข้าใจและยอมรับในเรื่องนี้  (ปล. ส่วนตัวของผม  ปลง!! อย่างเดียวครับ ถือว่ามอบเงินให้สำหรับพ่อแม่ฝ่ายหญิง  ยอมแก่ชรา) ไม่งั้นระวังอาจมียืดงานแต่งด้วยข้อหาไม่พร้อมน่ะครับ

ประเด็นจากเรื่องงานแต่ง  จะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นความตั้งใจหรือความไม่ตั้งใจ  ในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเลยล่ะครับ

ยังไงก็ขอให้เคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เพื่อให้ได้อยู่คู่กันตลอดไปน่ะครับ


ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: คำเอื้อยกะคำอ้าย เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 19:26 น.

ไม่รู้จะช่วยยังงัย..เอาว่าเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วกัน..ฉันคิดอยู่เสมอว่าความรักของเราต้องไม่มีผลประโยชน์..ไม่เคยคิดว่านี่เงินฉันนี่เงินเธอ..เพราะว่าสุดท้ายนั่นจะกลายเป็นเงินของเรา..ฉันตระหนักอยู่เสมอว่าการใช้ชีวิตคู่ไม่ได้หมายความแค่ว่าเราสองคนอยู่ด้วยกันแต่สำหรับฉันหมายความถึงสังคมของเราทั้งสองกำลังเชื่อมโยงกัน....ฉันไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีชิตของเขา.ซึ่งเช่นเดียวกันฉันไม่ได้ให้เขาเข้ามาวุ่นวายกับโลกส่วนตัวของฉัน...แต่เราก้อยังมีโลกของเราร่วมกัน..ตอนที่เราจะแต่งงาน..นั่นเป็นเพราะเรามั่นใจแล้วว่า..เราจะมาแชร์ทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน...เราเปิดใจและยอมรับว่าตัวตนระหว่างเราเป็นอย่างไร..ครอบครัวของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร..นอกจากเราจะรักกันด้วยหัวใจแล้ว..แล้วก้อไม่ปิดกั้นที่จะใช้สมองประคับประคองความรักของเรา...ทุกวันนี้แม้เราจะผ่านการใช้ชีวิตคู่มานานสิบกว่าปีแต่เราก้อยังใช้คอนเซ็ปเดิมในการใช้ชีวิตคู่ค่ะ..

ขอให้เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวตนและความรักของคุณนะคะ..ไม่มีใครตอบคุณได้ดีกว่า..ตัวของคุณเอง...สู้และตัดสินใจด้วยสติและความรู้สึกนะคะ..เป็นกำลังใจให้ค่ะ


ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: Guest_เจ้าของกระทู้ เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 19:46 น.

... ต่อนี้กำลังใช้สติ ใช้สมอง คิดทบทวนเรื่องราวระหว่างเรา ว่าจะมีทางออกทางอื่นไหม เพื่อที่จะได้คงคำว่า "เรา"

ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย กะว่าจะลองคุยกันปรับความเข้าใจกัน และคงจะมีทางออกที่ดีกว่าการหนี้ปัญหาอย่างนี้คะ


ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: เชาเชา ณ บางกอก เมื่อ: 11 ต.ค. 2552 เวลา 19:58 น.

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ต่างก็คาดหวังและแสวงหา ความมั่นคงกันทั้งนั้น

เหตุต่างๆอาจจะเป็นไปว่า...เพราะให้ความหวัง..แต่บังเอิญว่ามันไม่เคลียร์

เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก..โดนบอกกรอกหูเกิน2ครั้ง ในการคบหาใครคนนึง นั่น..ไม่น่ารักเลย

มั่นใจเหรอถ้าเราดึงดันจะลงเอยกับคนคนนั้น ที่เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวรัก ทำให้สับสน

หรือเป็นเพราะตัวเราหรือเปล่า..เอะอะไม่พอใจก็เอาคำว่า "แบบนี้เลิกกันไปเลยดีกว่า" ตามประสาอารมณคนชอบประชดประชัน

การพูดเล่นแหย่แรงมากเกิน ทำให้เกิดรอยร้าวได้เร็วเกินกว่าจะสมานฉันท์

หรือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นกันเพราะว่า..ใส่ใจกันมากเกินไปใช่รึเปล่า


ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: yuy yuy เมื่อ: 12 ต.ค. 2552 เวลา 17:03 น.
ความคิดเห็นที่ดีๆทั้งนั้นคะ

ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: Guest_ข้าวขาว เมื่อ: 12 ต.ค. 2552 เวลา 17:22 น.

ก่อนที่จะถามว่าทำไมเขาเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้

เคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่า....ทำไมพูดไม่เป็นคำพูด

แฟนคุณนะ  เขาเคงอยากพูดมาตรงๆว่า  ทำไมคำพูดคุณมันเชื่อไม่ได้เลย
ดีแต่อ้างโน่นนี่  เรื่องที่แม่ไม่คืนค่าสินสอด  ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นบอกว่าจะคืน
มันเป็นความผิดของแฟนคุณหรือเปล่าที่เขากลับมาย้อนถามคุณ
หลายๆคำพูดเขาก็คงอดทน  และกล้ำกลืนกับความเป็นคุณอยู่ไม่น้อยนักหรอก
คุณน่ะ...เจ้าอารมณ์โครตๆ  ความอดทนก็ต่ำกว่าปกติ  ขอโทษที่จะพูดตรงๆ 
เพราะคุณไม่รู้ตัว  และไม่เคยมองดูตัวเองเลยแม้แต่น้อย
และกำลังโมโหที่มีใครก็ไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับคุณ  ไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจคุณ
นั่นแหละที่เรียกว่า  ไม่รู้จักตัวเอง  และความอดทนต่ำ

รัก....มันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตร่วมกันก็จริง
แต่มันก็เหมือนภาพวาด  วาดหัวสวยๆ  แต่วาดตัวไม่เป็น  วาดภาพรวมอื่นๆไม่ได้
มันจะเป็นภาพที่สวยไม่ได้  ชีวิตต้องมีความรักเป็นน้ำหล่อเลี้ยง
แต่ใช่ว่าสิ่งอื่นๆจะไม่สำคัญ  คุณมีให้เขามากพอหรือยัง
เพราะเมื่ออยู่ด้วยกัน  ไม่ใช่มีแค่คุณกับเขา  ยังมีอีกหลายชีวิตที่คุณต้องดูแลหล่อเลี้ยง
ถ้าดูแลคนหนึ่งคนไม่ได้  ยังมองเห็นแต่สิ่งที่ตัวเองอยากได้  ชีวิตแบบนี้น่าเป็นห่วง

อีกเรื่องที่ไม่กล้าพูดกับเขาตรงๆ  กลัวเขาเสียใจ
ไม่ต้องกลัวเลย  เพราะเขาเสียใจกับคุณเหมือนกันนั่นแหละ
คนจะอยู่ด้วยกัน  เคลียร์กันไม่ได้ในเรื่องหนักๆ  รับรองว่าพัง
ไม่พังวันนี้ก็พรุ่งนี้แบบไม่ต้องมีใครแช่ง

จริงๆคุณน่ะพลาดเรื่องที่ไปออกตัวว่า  ผู้ใหญ่จะคืนสินสอดให้
ต่อให้ผู้ใหญ่ทางคุณจะเคยพูดก็ตาม
มีเพื่อนหลายคนพ่อแม่เขาก็พูดอย่างนี้  แล้วฝ่ายหญิงไม่คืน
เพราะเขาจะลองถือเงินสินสอดนั้นไว้พักใหญ่  เพื่อดูว่าเจ้าผู้ชายคนนั้นมันออกอาการอะไรบ้าง
เลี้ยงดูลูกสาวเขาได้ไหม  โกรธผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงไหม  เกาะลูกสาวเขาหรือเปล่า
ฝ่ายผู้หญิงก็หน้าแตกแบบคุณนี่แหละ  เพราะบอกว่าคืนแล้วไม่คืนให้
และผู้หญิงก็ช่วยออกค่าสินสอดตัวเองด้วย  ไปขอพ่อแม่ตัวเองคืน พ่อแม่ก็ไม่ให้
มันเป็นการทดลองอย่างหนึ่งของผู้ใหญ่  รอดไม่รอด  ไม่กี่เดือนก็รู้ผล
วิธีนี้ดูได้ทั้งฝ่ายชายและลูกสาวตัวเอง  ว่ามีวิธีแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร

ส่วนใหญ่เขาจะถือเอาไว้เป็นปีๆ  รอว่าวันไหนที่ครอบครัวของลูกมีเรื่องเดือดร้อนจริงๆ
มีความจำเป็นจริงๆก็คืนให้  แต่ถ้าอยู่กันไม่นานแล้วมีเรื่องต้องเลิกกัน
สินสอดมันจะกลายเป็นค่าเสียหาย

ส่วนเรื่องที่ว่าถ้าฝ่ายชายก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนักหนา
ผู้หญิงก็ต้องคิดก่อนแล้วว่า  ถ้าเราไปอยู่ด้วยต้องช่วยอะไรเขามากน้อยแค่ไหน
มันควรจะตกลงกันก่อนที่จะอยู่ด้วยกัน
หรือถ้าคิดว่าความรักมีพลังเหนือสิ่งอื่นใดในโลกหล้า.....ก็คงต้องลองดู

ไม่เคยแต่งงาน 
แต่เห็นมาหลายคู่ที่เขาช่วยกันลงหลักปักฐาน  เห็นรอดกันมาด้วยดี
เพราะช่วยกันทำมาหากินจนขี้เกียจจะเสียเวลาทะเลาะกัน
ส่วนคู่ที่เกี่ยงกันเรื่องสินสอด  มักจะมาจบกันที่แบ่งทรัพย์สิน

ถามว่าทำอย่างไรดี   ถามใครตรงนี้ไม่ได้หรอก
มันเรื่องของคน 2 คนที่ควรจะคุยกัน  ตกลงกัน
อย่าลืมว่าเรื่องที่ไม่คาดคิดในชีวิตคู่มีมากมาย
คุณต้องมีความอดทน และเรียนรู้ความประณีประนอมต่อกัน


ความเห็นที่: 22 ตอบโดย: คำเอื้อยกะคำอ้าย เมื่อ: 12 ต.ค. 2552 เวลา 20:25 น.
จขคห ที่ 21ตรงได้ใจจริง ๆ ค่ะ..ซู้ดยอด..นี่ยังโสดอยู่จิงเหยอ... ปรมาจารย์ชีวิตคู่เลยนะเนี่ย..

ความเห็นที่: 23 ตอบโดย: เชาเชา ณ บางกอก เมื่อ: 12 ต.ค. 2552 เวลา 21:16 น.

เจ้าแม่เราน่าบูชายิ่งนัก


ความเห็นที่: 24 ตอบโดย: Mr.Wat เมื่อ: 14 ต.ค. 2552 เวลา 12:24 น.

คนเราสำคัญตรงที่คำพูด พูดแล้วทำได้ตามที่พูดก็ไม่มีปัญหาใดๆ ลองคุยกันตกลงกันใหม่ให้ดีๆ ครับ

และเรื่องเงินก็สำคัญในชีวิตคู่ ความรักอย่างเดียวไม่พอ หากยังต้องใช้เงินอยู่ เงินก็ยังมีความสำคัญอยู่

มันอาจเป็นเรื่องของจิตใจ แต่การเงินก็มีส่วนในการตัดสินใจอะไรต่ออะไรอยู่เหมือนกัน


ความเห็นที่: 25 ตอบโดย: mr.john เมื่อ: 26 ต.ค. 2552 เวลา 17:27 น.
  ใช้ชีวิตร่วมกัน