กระทู้ที่ 162756: {กระทู้ฝากบุญจากญี่ปุ่น}ขอเชิญเพื่อนๆ นมัสการขอพรสุดยอดหลวงพ่อโต 3 องค์ของญี่ปุ่น และ Unseen เจ้าแม่กวนอิมและพระพุทรูปกลางแจ้ง เนื่องในวันสงกรานต์ครับ
โดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 22:42 น.
ขอขัดตาทัพการรีวิวการถ่ายรูปเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่น ด้วยการฝากบุญสงกรานต์มากับสิ่งศักสิทธิ์ 5 องค์ ของญี่ปุ่น สำหรับเพื่อนๆ ทุกท่านนะครับ

ทริปการถ่ายรูปที่ญี่ปุ่นของผมครั้งนี้ หนึ่งในความตั้งใจนอกจาก ซากุระและ กำแพงหิมะแล้วก็คือ การถ่ายรูปสุดยอดหลวงพ่อโต 3 องค์ของญี่ปุ่น และ อีกทั้งเจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธรูปแบบพุทธที่เหมือนบ้านเราเลย ทั้งหมด 5 องค์

บุญจากหลวงพ่อโตองค์แรก ........

คงไม่ต้องอธิบายถึงความโด่งดัง ไม่ว่าโปสเตอร์ หนังสือท่องเที่ยว หรือ ตารางบริษัททัวร์ นอกจากภูเขาฟูจิแล้ว ต้องไม่พลาด หลวงพ่อโต คามาคุระ

หลวงพ่อโต แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu) นี้มีชื่อจริงๆ ว่า พระอมิตตาพุทธ นิโอยุราอิ (Amida Nyoyurai) ตั้งอยู่ภายในวัดโคโตกุอิน องค์ปัจุบันสร้างจากสำริด ความสูงรวมฐาน 13.35 เมตร เฉพาะตัวองค์พระนั้นสูง 11 เมตร น้ำหนักราว 122 ตัน

มีวิธีแนะนำว่าการชมว่า ถ้าจะดูองค์พระให้สมส่วนและสวยงามนั้นต้องยืนห่างจากองค์พระประมาณ 4-5 เมตร แล้วเงยหน้าขึ้นมอง

หลวงพ่อโตองค์นี้ ข้างในสามารถเข้าไปชมได้ ผมเมียงๆ มองๆ มันเล็กๆ คนเข้าไปเยอะมาก ก็เลยไม่ได้เข้าไป ....

ประวัติของหลวงพ่อโตนั้น เดิมองค์พระสร้างจากไม้มีความสูงถึง 24 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่เมื่อเกิดพายุใต้ฝุ่น ทำให้วิหาร กับองค์พระได้รับความเสียหายเกินกว่าจะซ่อมได้ บรรดาพุทธศาสนิกชนจึงเรี่ยไรเงินสร้างใหม่ ต่อมาได้เกิดภัยธรรมชาติอีกหลายครั้งทำให้วิหารที่สร้างครอบองค์พระเสียหายไปหมด แม้จะสร้างขึ้นมาใหม่อีกหลายครั้งก็เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายได้เกิดคลื่นซึนามิ พัดถล่มกวาดวิหาร และบ้านเรือนไปหมดเหลือแต่องค์พระ ตั้งแต่นั้นมาองค์พระจึงอยู่กลางแจ้งมาตลอด

นอกจากนี้กองทัพมองโกลได้เข้ามารุกรานคามาคุระถึงสองครั้ง แต่ต้องถอยกลับ เพราะเกิดเหตุภัยธรรมชาติ กล่าวกันว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ดังนั้นหลวงพ่อโตองค์นี้จึงเป็นที่เคารพ เลื่อมใสศรัทธาของชาวญี่ปุ่นมาก แม้กระทั่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

แม้ว่าหลวงพ่อโตที่  Nara นั้นจะเป็นองค์ที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นก็ตาม ผมมองว่า หลวงพ่อโตที่ Kamakura ดูจะมีคนรู้จักมากกว่า อาจจะเป็นเพราะใกลัโตเกียว  ความสวยงามที่องค์พระอยู่กลางแจ้ง ถ่ายรูปองค์ท่านกับธรรมชาติรอบข้างได้อย่างสวยงาม อีกทั้งค่าเข้าชมถูกกว่ากันมาก ....อิอิ...

หลังจากทำบุญที่คามาคุระแล้ว ... เราพาไปนมัสการหลวงพ่อโตองค์ต่อไปกันเลยครับ ...

ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: tiamsanit เมื่อ: 3 พ.ค. 2552 เวลา 00:04 น.
ลืมองค์นี้ไปรึปล่าวครับ

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: ningnaja เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 11:58 น.

พระองค์สุดท้าย ไม่เหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆด้วยค่ะ โดยเฉพาะตรงฐาน เหมือนไทยหรือแถวอินเดียเลยนะคะ


ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: tetsunosuke เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 12:44 น.

มาแอบเสริมให้ครับ  (ขอยืมพื้นที่กระทู้คุณ ติวเตอร์ตู่นะครับ)

1. อย่างที่คุณติวเตอร์ตู่บอกไว้, สามารถรองน้ำกินจากก๊อกได้เลย แต่จะมีกลิ่นคลอรีนอยู่บ้าง
(แค่บางเมืองนะครับ พวกเมืองท่องเที่ยวแถบชนบทอย่างเช่น ทาคายาม่า ไม่มีกลิ่นคลอรีนเลย)

และหากไม่สะดวกจริงๆก็ซื้อตามร้านสะดวกซื้อเช่น newday จะมีน้ำแร่ยี่ห้อนึงขวด 2 ลิตร 200 เยน น่าจะยี่ห้อ volvic ก็ใช้ได้ครับอร่อยดี, ถ้าเป็นตามตู้กดน้ำก็มักจะแพงหน่อย แนะนำให้กดเป็นน้ำชาหรือพวก pocari sweet แทนครับ

2. ผัก...ไข่...ราคาก็ตามคุณติวเตอร์ตู่บอก
ถ้ารู้แหล่งซื้อก็หาของถูกๆได้เช่นกันครับ เช่นร้านขายผักแบบ localๆ
ถ้าซื้อตามร้านสะดวกซื้อ, ซุปเปอร์ก็คงแพงแหงๆ เช่น กระหล่ำปลีก็หัวละราวๆ 150-180 เยน, กล้วย 3-4 ใบราว 100-130 เยน ถ้าไปซื้อตามร้านขายผักโดยตรงก็จะถูกลงมาอีกครับ (แต่อย่าเผลอไปซื้อตามพวกซุปเปอร์ไฮโซนะครับ พวกผัก,ไข่,อาหาร ต่างๆจะเป็นแบบของคัดคุณภาพเกรดเอ รสเยี่ยม พันธุ์ดังๆ ซึ่งแพง)

3. พวกของกินมาม่า หมูหยองเอาไปได้ครับ แต่ที่ไม่ควรนำไปก็พวกของมีกลิ่นแรงเช่นปลาร้า
และพวกผลไม้บางชนิดเช่น มะม่วง มังคุด เป็นต้นครับ

ถ้าไปเที่ยวแล้วทำอาหารทานเองจะตกมื้อละประมาณ 150-300 เยน ซึ่งถูกกว่าทานข้างนอกพอสมควร หากไปทานข้างนอกตามร้าน franchise ก็เริ่มที่ 350 เยนขึ้นไป


ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 13:32 น.
ขอบคุณครับ เก็บเข้าเป็นข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ...... ไว้จะไปแวะนมัสการและถ่ายรูปบ้างครับ

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 10:37 น.

คงต้องให้เพื่อนๆ ท่านอื่นมาช่วยๆ กันนะครับ

1. ผมดื่มน้ำประปาในโรงแรมครับ แรกๆ ก็ตะขิตะขวงใจเรื่องมีกลิ่นคลอรีน แต่ใช้วิธีแก้ด้วยการใส่ลงในขวดชาเขียว เพื่อให้กลิ่นชาเขียวออกมา แล้วแช่ในตู้เย็นครับ ....สดชื่นเลย

2. ไข่ไก่ ผมซื้อไข่ต้มแล้วที่ 7-11 ที่นี่นิยมแบบไข่ยางมะตู ตกอยู่ที่ 80 เยน ก็ประมาณ 20 กว่าบาท ... ถ้าขายตามร้านราเมงที่ผมกินที่โยโก ฯ ก็ 110 เยนครับ ....แพงขนหัวลุก ....อิอิ

3.พวกต้องห้ามไม่รู้ครับ เพราะไม่ค่อยขนอะไรไป มันจะมีร้านขายของกินแบบถูกๆ เยอะครับ เป็นร้านแบบข้าวหน้าหมูแล่บางๆ ...เริ่มต้นก็ประมาณ 200-300 เยน ก็ตกมื่อประมาณ 100 บาท .....

ให้เพื่อนท่านอื่นมาช่วยต่อครับ  


ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 09:18 น.
อาจจะที่บล๊อกเนชั่น กับ เวปถ่ายรูป etcfoto หรือเปล่าครับ

ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: Ma-De-Na เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 10:31 น.

ถ่ายรูปได้ใจจริงๆฮะ แต่ขอถามด้วยความอยากรู้จริงๆ เพราะกำลังวางแผนไป japan ตามรอยอยู่ฮะ

1 น้ำประปา ตามเมืองต่างๆ ของ japa  สะอาดดื่มได้ไม่ต้องกลัว   รองน้ำกินได้เลย หรือไม่      ถ้าต้องซื้อน้ำกิน จะไปรอดไหม

2 ค่าครองชีพ รู้ว่าสูงมากๆ แต่อยากรู้  ไข่ไก่    ฟองละเท่าไหร่    ผักต่างๆที่กินกัน   ตามตลาด ราคาประมาณเท่าไหร่ฮะ

3 สิ่งของต้องห้าม นำเข้า japan ที่ต้องระวัง โดยเฉพาะ พวกของกิน มีอะไรบ้างฮะ และ อาหารที่นำเข้าไปได้มีอะไรบ้าง นอกจาก ม่ามา แล้ว หมูหยองได้หรือไม่ฮะ

เพื่อจะได้ช่วยลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง ขอพี่ติวเตอร์ และพี่ๆ กูรู  ช่วยให้ข้อมูลด้วยครับ ล่วงหน้า


ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: taekomkrit เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 08:53 น.
มากราบนมัสการพระ และพระโพธิสัตย์ครับ   ผมคุ้นว่าเคยเห็นรูป avatar คุณติวเตอร์ในเวบไหนหน๊อ? พันทิปหรือเปล่าครับ

ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: kosamer เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 10:24 น.

ขอแวะมา   ธุ ๆๆ หลวงพ่อองค์โตฯ ด้วยคนค่ะ   องค์ฯ ที่นาโงย่า  งามอย่างที่คุณติวเตอร์ตู่บอกเลยค่ะ

เสียดายจังที่ตอนนั้นไปค้างที่เมืองนี้ตั้งหลายวัน   แต่ไม่มีโอกาสได้ไปกราบท่านฯ รอบหน้าต้องไม่พลาด

ขอบคุณมากค่ะ  รูปก็สวย  แถมมีข้อมูลให้อีกตั้งแยะ  


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: ..แพรวา... เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 07:32 น.

..อ้อ..D90  ถ่ายได้แจ๋วอย่างนี้เลย??เหรอคะ

    ของแพร    ถ่ายแต่ดอกไม้...องค์พระแทบไม่มี


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 22:43 น.
หลวงพ่อโต แห่ง วัด Todaiji นารา

วัดโทไดจิ สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.1286 ศาลาหลังใหญ่เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อสำริดพระไวโรจนะ ที่รู้จักกันดีในชื่อพระใหญ่แห่งเมืองนาระ

ความสูงขององค์พระ 16 เมตร
ความสูงของพระพักตร์ : 5.33 เมตร
ความสูงของตา : 1.02 เมตร
ความสูงของจมูก : 0.5 เมตร
ความสูงของหู : 2.54 เมตร

หนักราว 500 ตัน

หลวงพ่อโตองค์นี้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 1295 ก่อนพระใหญ่แห่งคามาคุระที่สร้างต่อมา ปัจจุบันองค์พระได้รับการบูรณะใหม่โดยการเสริมด้วยทองแดงและปิดด้วยทองจึงดูสวยงาม

วิหารที่ตั้งของหลวงพ่อโต ตั้งอยู่ในบริเวณวัดได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก


ประวัติเมื่อครั้งแรกเริ่มสร้าง

ในสมัยเทมเปียว มีผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติและโรคระบาดอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งปี พ.ศ. 1286 จักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศว่า
ประชาชนควรจะร่วมกันสร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากภัยพิบัติ

เนื่องจากทรงมีความเชื่อว่าพระพุทธรูปจะช่วยคุ้มครองประชาชนได้
ตามบันทึกที่เก็บรักษาอยู่ในวัดโทไดได้กล่าวว่า มีคนมาช่วยสร้างพระพุทธรูปและหอที่ประดิษฐานมากกว่า 2,600,000 คน การสร้างพระพุทธรูปเริ่มต้นครั้งแรกที่เมืองชิงะระกิ แต่หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็ได้ย้ายสถานที่สร้างมายังเมืองนาราใน พ.ศ. 1288 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 1294

ต่อมาใน พ.ศ. 1295 ได้มีการจัดพิธีเบิกพระเนตรเพื่อฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ โดยมีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อว่า Bodai-senna เป็นผู้ประกอบพิธี ตามบันทึกมีผู้มาร่วมพิธีราว 10,000 คน หลังจากนั้นจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดทั่วอาณาจักร

เอาแบบพอหอมปากหอมคอนะครับ ....เราไปต่อกันเลยยังวัดต่อไป

ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 22:44 น.
หลวงพ่อโตแห่ง Takaoka จังหวัดโทยะม่า

หลวงพ่อโตแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในแผนแรกของผม เพราะตอนแรกผมต้องค้างที่คะนะซะว่า แต่ผมเปลี่ยนแผนทีหลังมานอนโทยะม่า ก็เลยเสิร์ชจากเน็ตว่าที่นี่มีที่เที่ยวอะไรบ้าง แล้วเหมือนกับว่าการเปลียนแปลงตารางครั้งนี้ ทำให้ผมสามาถถ่ายภาพ 3 หลวงพ่อโตแห่งญี่ปุ่นได้ครบ ... ดีใจจังครับ

หลวงพ่อโตที่นี่ ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวมาก อาจจะเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่มากเมื่อเทียบกับที่คามาคุระและนารา

แต่ถ้าเทียบความงามแล้ว ความงามของหลวงพ่อโตที่ทาคาโอกะ งามมากครับ พระพักตร์ดูอ่อนวัย และ ใจดี แถมมีรัศมีสวยงาม

ส่วนสูงของหลวงพ่อโต คือสูง 16 เมตร และมีน้ำหนัก  65 ตัน  

ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมครับ ...   เป็นวัดที่ผมนั่งนานที่สุดเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะต้องรอพระอาทิตย์ให้คล้อยก่อนถ่ายรูป......

นั่งรถไฟไปเกียวโตต่อกันเลยครับ

ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 22:46 น.
สององค์สุดท้ายเป็น Unseen องค์พระกลางแจ้งที่สวยงามมาก ก็เลยนำมาฝาก

Ryozen Kannon  หรือ องค์เจ้าแม่กวนอิมแห่ง อนุสรณ์สถานแห่งทหารญี่ปุ่นและทหารฝ่ายสัมพันธมิตร ที่เกียวโต

วัดแห่งนี้  ตั้งอยู่ระหว่างย่านกิยง และ วัดน้ำใส ตอนแรกผมก็หาไม่เจอ แต่ก็คลำทางไปเรื่อยๆ พอถึงวัด ก็ดีใจมาก นอกจากความสวยงามแล้วที่ผมชอบอีกอย่างก็คือ ความสงบ เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยพลุกพล่าน ขนาดตั้งอยู่กลางเมือง

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ สร้างในปี 1955 เพื่อเป็นเกียรติต่อทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สอง ประมาณ 2 ล้านนาย และ ทหารนิรนามของฝ่ายพันธมิตรที่เสียชีวิตในประเทศญี่ปุ่นหรือในเขตยึดครองของญี่ปุ่นอีกประมาณ 5 หมื่นนาย

องค์เจ้าแม่กวนอิมสร้างด้วยคอนกรีตสุงประมาณ 24 เมตรครับ .....

ครั้งต่อไป เพื่อนๆ ไปเที่ยวเกียวโต อย่าลืมไปแวะเที่ยวด้วยนะครับ

ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 22:48 น.

องค์สุดท้าย ที่ภูมิใจนำเสนอก็คือ วัด TOGANJI ที่นาโงย่า

วัดนี้ผมได้พบโดยบังเอิญตอนเสิร์ชหาข้อมุลของนาโงย่า ซึ่งมีฝรั่งถ่ายรูปเอาไว้ ผมเห็นแรกๆในรูปถ่ายของเขา ดูไม่งามเลย ดูท่านดุๆ ไงไม่รู้

แต่พอไปถึงวัด TOGANJI และมององค์พระด้วยตาตนเอง ไม่น่าเชื่อครับ ว่าท่านงามมาก งามแบบพระไทยเลยทีเดียว วัดนี้เป็นวัดเล็กๆ ถูกสร้างโดย Oda Nobuyuki เพื่อเป็นการสร้างบุญให้แก่บิดาของตนที่ล่วงลับไปแล้ว

ส่วนองค์พระนั้นสร้างในปี 1987 ด้วยโลหะสูง 10 เมตร .....

ผมรู้สึกมีความสุขเพราะองค์พระท่านจีวรงามมาก จีบสวย ส่วนรูปปั้นองค์สาวกเนี่ยวเห็นแล้วคิดถึงบ้านเลย แต่ที่สำคัญครับ คือ รูปปั้นช้างครับ ..... ไม่ค่อยเห็นช้างในญี่ปุ่น ... ก็เลยถ่ายรูปไว้หลายมุมมากเลย

วัดแห่งนี้เป็นวัดเล็กๆ เงียบสงบมาก มีตุ๊กตาแขวนเต็มต้นไม้เลย ไว้ตอนรีวิวเรื่องนาโงย่า จะนำมาให้ชมนะครับ .....

ซึ่งผมคิดว่าอีกไม่นาน วัดแห่งนี้จะต้องเป็นที่นิยมของคนไทยในไม่ช้าแน่นอนครับ .... ฟันธง ....

ส่วนเรื่องการเดินทางไปของแต่ละสถานที่นั้น จะรีวิวบอกในการท่องเที่ยวของแต่ละเมืองนะครับ ...

วันนี้แค่มาฝากบุญแก่เพื่อนๆ ในวันสงกรานต์ ขอให้มีความสุขกายสบายใจตลอดไป ....

อุปกรณ์การถ่ายรูปในเซ็ตนี้คือ Nikon D90 + 18-200 VR

แล้วพบกันใหม่ครับ  

ปล. บางภาพที่แต่งท้องฟ้า เพราะว่าสีท้องฟ้ากลืนเข้ากับสีองค์พระ ผมก็เลยใส่ฟิลเตอร์สีเข้าไปครับ


ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: X-ray gun เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 02:55 น.
มีรูปงาม ๆ ให้ดูอีกแล้ว อยากไปเห็นหลวงพ่อโตแห่ง Takaoka จังหวัดโทยะม่า และหลวงพ่อวัด TOGANJI ที่นาโงย่า

ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: tetsunosuke เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 02:40 น.

เข้ามาไหว้พระครับ
ชอบองค์พระที่โทยาม่ามากครับดูท่านมีความลงตัวและสวยงาม

ภายในองค์พระไดบุตซึที่คามาคุระ เสียค่าเข้าชม 20 เยน
ภายในจะมีแผ่นป้ายบอกคร่าวๆถึงวิธีการสร้างองค์พระและเทคนิคที่ใช้ ออกจะค่อนข้างแคบ
สามารถขึ้นบันไดภายในองค์พระไปบริเวณด้านหลังขององค์พระที่มีหน้าต่างอยู่ 2 บานเพื่อชมวิว
และสามารถมองขึ้นไปได้ถึงบริเวณเศียรของพระได้ด้วยครับ


ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: Ano เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 23:38 น.

เข้ามากราบพระค่ะ สาธุๆๆ

ขอบคุณคุณตู่มากค่ะ  ที่นำมาให้ชื่นชมกัน หลวงพ่อองค์สุดท้าย งามค่ะ มีฐานที่งดงามต่างจากที่เคยเห็น


ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: uthailand เมื่อ: 23 เม.ย 2552 เวลา 23:28 น.

ถ่ายรูปได้แนว  (ถูกใจ)....วัยรุ่นมากค่ะ  ดูขลัง มีพลังและยิ่งใหญ่


ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: ติวเตอร์ตู่ เมื่อ: 25 เม.ย 2552 เวลา 09:35 น.

ฉี่มะเสีย ห้องน้ำสะอาดมาก ........ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่คุณควรกังวลมากกว่า ก็คือการเดินทาง และ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ

- การเดินทางนั้น ค่ารถเมล์ บัส รถไฟ นั้น เริ่มต้นที่ ร้อยกว่าเยน ต้องศึกษาการใช้ฟรีพาส เจอาร์ หรือ เดย์พาส ให้เข้าใจ ประกอบแผนให้แตก ไม่งั้นคุมลำบาก

- ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ เริ่มตั้งแต่ฟรี ก็คือกลุ่มศาลเจ้า  ส่วนกลุ่มวัด วัง สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ ฯ ส่วนมากเริ่มตั้งแต่ 200 เยน  อันนี้แหละที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายบานแพง เพราะแพงมาก เอาแค่เกียวโต เที่ยว 3-4 วัดต่อวัน วัดละ 200-500 เยน ก็โดนไป เกือบพันบาท ต่อวันแล้วนะครับ  หรืออย่างที่นิกโก้ แค่นั่งรถบัสไปเที่ยวน้ำตก ก็ตก 1000 เยนนิดๆ 300 กว่าบาทแล้วนะครับ ต่อเที่ยว นี่แค่นั่งรถอย่างเดียว .....

พอเป็นข้อมูลนะครับ


ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: Ma-De-Na เมื่อ: 25 เม.ย 2552 เวลา 08:52 น.

ขอบพระคุณ พี่ ติวเตอร์ ตู่ , พี่ tetsunosuke และพี่ๆ กรูรู ทุกท่านที่ช่วยให้ข้อมูล

เป็นประโยชน์มากๆในการวางแผนการเดินทาง ที่เน้น การประหยัด เพราะคิดว่า ครั้งเดียวคงไม่พอ

อีกอย่างที่ไม่เคยมีใครให้ข้อมูล คือ การเข้าห้องน้ำ (ฉี่ )ในสถานที่ต่างๆ ที่ไป มีการเก็บค่าใช้บริการ  เหมือน

ทางแถบ EU หรือ ไม่ ต้องเสีย ขอความรู้พี่ๆด้วยครับ  เรื่อง กิน ถ่าย หลับนอน มันเรื่องใหญ่

ขัดข้องคงเที่ยวไม่สนุก  คงต้องรบกวนพี่ๆ กูรู ขอคำปรึกษาในโอกาสต่อไป ถ้าทำโปรแกรมเดินทางแล้วเสร็จ

    ตกลง ฉี่ เสียตังหรือไม่ เสีย ครับ


ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: stingray เมื่อ: 24 เม.ย 2552 เวลา 12:57 น.
ผมขอแชร์รูป  อีกองค์ครับ
เห็นว่าหลังๆ  คนไทยไปทางแถว  Aomori  กันมากขึ้น
องค์นี้  นามท่านคือ  "Showa Daibutsu"  อยู่ชานเมืองครับ   มีรถบัสผ่าน