กระทู้ที่ 133259: ตำนาน NIKON เอาใจคนแถวนี้หน่อย
โดย: doang เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:14 น.
วันที่ 25 ก.ค. ค.ศ. 2008 นี้ ว่ากันว่าเป็นวันที่ Nikon จะเริ่มปล่อยกล้อง Nikon D700 กล้อง FX รุ่นล่าสุดออกจำหน่ายจริงในร้านค้าในประเทศต่าง ๆ เช่น ญึ่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฯลฯ ทำไม Nikon จึงเลือกเอาวันนี้เป็นวันแรกของการส่งมอบ Nikon D700 ให้กับกลุ่มลูกค้าของตน คงไม่ใช่เหตุบังเอิญครับเพราะวันนี้คือวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Nikon Corp.

วันนี้ของเมื่อ 91 ปีที่แล้วก็คือวันที่ 25 ก.ค. ค.ศ. 1917 เป็นวันที่ Nikon Corporation ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ชื่อ Nippon Kogaku K.K. ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Japanese Optical Company ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Mitsubishi Group และ กองทัพเรือแห่งจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น (the Imperial Japanese Navy) คำว่า Nikon ที่เป็นตราสินค้าในปัจจุบันเกิดจากการนำอักษรนำของชื่อบริษัท คือ NIppon KOgaku มารวมกัน โดยในการก่อตั้งได้มีการนำบริษัทที่ทำด้าน Optical ขนาดเล็กๆ หลายบริษัทฯมาควบรวมกันอยู่ภายใต้การลงทุนของ Nippon Kogaku และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1918 เพื่อผลิตกล้องส่องทางไกลทั้ง telescope และ binocularให้กับกองทัพญี่ปุ่นในขณะนั้น หลายปีต่อมา Nippon Kogaku ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพ Optic ให้กับสินค้าของตน ต่อมา Nippon Kogaku ได้ขยายธุรกิจเพิ่มเติมโดยการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคทั่วไปเหมือนในปัจจุบันนี้ เริ่มจากการผลิตกล้องจุลทรรศน์ภายใต้ชื่อสินค้าของตนเองคือ Nikko ในปี 1925

ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: Am+ เมื่อ: 25 ส.ค. 2551 เวลา 10:14 น.

คนใช้ นิค หน้าตาดี


ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: คนเก็บหลัว เมื่อ: 10 ก.ย. 2551 เวลา 18:45 น.
 

ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: สุระง้วง เมื่อ: 10 ก.ย. 2551 เวลา 20:40 น.

  ไม่ทราบ ว่าทันหรือเปล่า...  ผมแนะนำว่าซื้อ ในเมืองไทยดีกว่า ถ้าราคเปิดมาเท่านั้น สำหรับ Nikon D40+AFS 18-55 ED  ราคา 18,900 บาท ผมให้ไปดู ที่นี้ดีกว่า

http://www.fotofile.net/product.php?id=11696

D40x + AFS 18-55 ED ราคา 19,900  บาท แถม ประกันศูยน์ นิคอนไทยแลนด์ อีกซึ่ง ดีกว่า กล้องหิวครับ จะไม่มีประกันจากศูนย์ในประเทศไทยครับ


ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: thayutk เมื่อ: 10 ก.ย. 2551 เวลา 21:57 น.
ขอบคุณมากครับ...

ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: Guest_ภา เมื่อ: 11 ก.ย. 2551 เวลา 00:08 น.

มาทันเวลาพอดีค่ะคุณพี่   จำเป็นต้องรอคำตอบเพราะค่อนข้างแพง

แต่ตอนนี้สบายใจแระ   เอ่อ! แล้วกล้องหิว กะ กล้องหิ้ว ต่างกันยังไงค่ะ  อิ-อิ


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: doang เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:15 น.
ในปี 1932 Nippon Kogaku ได้ผลิตเลนส์ถ่ายภาพภายใต้ชื่อ Nikkor เป็นครั้งแรก และยังคงใช้ชื่อนี้ต่อมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ Nikkor เป็นชื่อของเลนส์สำหรับกล้องถ่ายภาพโดยตั้งมาจากการเติมตัว “R” ต่อจากชื่อ “Nikko” ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ในระยะแรก Nikkor ผลิตเลนส์เพื่อใช้กับกล้องถ่ายภาพหลายๆ ยี่ห้อ เช่น Leica และ Contax ต่อมาในปี 1937 Nikkor ก็ได้รับผลิตเลนส์ Nikkor 5cm(50mm) ให้กับบริษัทเกิดใหม่ในขณะนั้นคือ Seiki Kogaku Precision Optical Research Institure ซึ่งต้องการเลนส์คุณภาพดีสำหรับใช้กับกล้องถ่ายภาพ 35มมยี่ห้อ “Hansa Kwanon” ของตนเอง ภายหลังบริษัทนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Canon และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Nikon ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: doang เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:16 น.
สำหรับการผลิตกล้องถ่ายภาพนั้น Nippon Kogaku ได้ตัดสินใจเลือกพัฒนากล้องถ่ายภาพแบบ Rangefinder ภายใต้ชื่อ Nikon ของตนเองและเริ่มออกจำหน่ายกล้อง Nikon I เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1948. ต่อมาได้ออกจำหน่ายกล้อง SLR ตัวแรกคือ Nikon F ในปี ค.ศ. 1959 และได้ออกเลนส์ NIKKOR เมาท์ F ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเมาท์ขนาด 44 มมสำหรับใช้กับกล้อง SLR ของตนเองและเมาท์เลนส์ F ก็กลายเป็นมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน ก.ค. 2007 Nikkor ประกาศว่าได้ผลิตเลนส์สำหรับกล้องถ่ายภาพ SLR ครบ 40 ล้านตัว

ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: doang เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:16 น.
ในปี ค.ศ. 2008 นี้ บริษัท Nikon Corporation มีอายุเข้าสู่ปีที่ 91 ถ้าเป็นคนเราอายุขนาดนี้ต้องบอกว่าอยู่ในวัยชราภาพไร้เรี่ยวแรง แต่สำหรับ Nikon นั้นอาจเป็นปีสำหรับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ถ้าดูจากผลประกอบการในรอบหลายปีที่ผ่านมา Nikon สามารถปรับตัวให้เป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพทั่วโลกได้ดีขึ้น หลังจากที่เสียความเป็นผู้นำในตลาดกล้องถ่ายภาพให้แก่ Canon มานานหลายปี ในปี ค.ศ. 2007 Nikon ทั่วโลกมีส่วนแบ่งตลาดของกล้อง SLR เทียบเคียงกับ Canon คงต้องดูกันต่อไปว่า Nikon จะสามารถแทนที่ตำแหน่งผู้นำตลาด SLR ของ Canon ได้หรือไม่

ปัจจุบัน Nikon มีบริษัทในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ดูแลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพและสินค้าเกี่ยวเนื่อง 36 บริษัท (ไม่รวมบริษัทฯที่ดูแลสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ) และมีตัวแทนจำหน่ายอีกกว่า 75 บริษัททั่วโลก

ในประเทศไทย Nikon ได้แต่งตั้งให้ บริษัท นิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ นิคส์ (ไทยแลนด์) ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพอื่นๆ อีกกว่า 9 ตราสินค้าในปัจจุบันด้วย

ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: doang เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:19 น.

แถมข่าวสารทางการตลาด นิดหน่อย

ว่ากันว่า NIKON จะเปิดตัว D90 อาทิตย์หน้า  ช่วงเดียวกับที่ CANON จะเปิดตัวกล้องตัวใหม่  ดังนั้นสำหรับคนที่สนใจ  D80 ก็รอช้อนมือสองหรือว่าซื้อใหม่ได้ราคาที่เร้าใจนะครับ  ตอนนี้ D80 ประกันศูนย์อยู่ประมาณ 27000 บาท  ส่วนของหิ้วผมเพิ่งไปซื้อมาเมื่อต้นเดือนที่ 19800 บาท แถม SD 2 G นะครับ   


ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: ช.ช้าง เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 11:29 น.
-ไปซื้อดี80บ้างดีกว่า อยากเป็นโปรด้วยคน....เกลียดหนอนแล้ว เดินช้าอยู่นั้นล่ะ

ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: สุระง้วง เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 12:01 น.

และเลนส์ ที่ทำด้วยมือ 100 % โดยการนำแก้วชินเลนส์มาขัดเพื่อให้ได้ความโค้ง และรัศมีการรับแสงที่ต้องการ คือ

เลนส์มือหมุน NIKON AIS  NOCT-Nikkor 58mm f/1.2 Aspherical lens
Focal length: 58mm Maximum aperture: 1:1.2
Lens construction: 7 elements in 6 groups
Picture angle: 40° 50' at infinity
Exposure measurement: Automatic

Distance scale: Graduated both in meters / feet closes at 0.5m and 1.7 ft to infinity (OO);
Aperture scale: f/1.2 - f/16; Aperture diaphragm: Fully automatic;

Meter coupling prong
: Via full aperture method; meter coupling ridge provided for Al cameras and meter coupling shoe for non-Ai cameras;
Filter Attachment size
: 52mm (P=0.75); Filter: 52mm screw-in;
Dimensions
: 74mm dia. x 63mm long (overall); 51.5mm extension from flange; Weight: 480g
Accessories
: Snap-On Snap-On (HS-7); Rubber screw-in (HR-2); Lens case: CL-34A hard leatherette, No. 61 soft pouch, or CP-8 plastic

ซึ่งเป็นเลนส์ ที่มีความสามารถในการเก็บรายละเอียด ของdim-light  ได้ดีเหมาะ สำหรับ การถ่าย แนว  candids, travel photography, sports, or weddings. และ B&W ซึ่งเป็นเลนส์อีกตัวหนึ่งที่แฟนพันธุ์แท้ Nikon ใฝ่หากัน

ตัวอย่างภาพ


ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: คนแบกกล้อง เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 13:20 น.
อื้อน่าสนใจ

ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: kof เมื่อ: 22 ส.ค. 2551 เวลา 15:55 น.



ขอบใจจ้า....นู๋โด่ง


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: kim เมื่อ: 23 ส.ค. 2551 เวลา 07:56 น.
รอดูต่อไป จากรุ่น D90 แล้ว ต่อไปจะเป็นรุ่นรหัสอะไร 100 ก้ไม่ได้ 5 5 5

ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: taron เมื่อ: 24 ส.ค. 2551 เวลา 20:10 น.
มาแอบดูพี่ช้างปันใจ

ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: สุระง้วง เมื่อ: 25 ส.ค. 2551 เวลา 22:25 น.

ทำความรู้จักกับประเภทของเลนส์ Nikkor

ผมมาว่าต่อเกี่ยวกับประวัติของเลนส์ ค้าย Nikon ซึ่งยังคงรักษารูปแบบ ที่เรียกกันว่า เมาท์ F มาตั้งแต่เริ่มลายการผลิต แต่จะมีรายละเอียดปลีกย่อยดัง รูปตาราง

จากผังจะสังเกตุเห็นว่าเลนส์ Nikkor ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม และในแต่ละกลุ่มก็ยังมีแบ่งแยกย่อยออกไปอีก เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เลนส์ตัวใด ใช้กับกล้องเราได้หรือไม่ ผมขอเก็บผังข้างบนนั้นไว้ก่อนนะครับ ขอกล่าวถึงเลนส์ที่เก่ากว่านี้สักหน่อยก่อนเผื่อจะทำให้หลายท่านๆได้นึกภาพออกบ้าง

เลนส์แมนนวลโฟกัส (Manual Focus Lenses)

Aเป็นเลนส์ใช้เมาท์แบบสลักเขี้ยว (Bayonet mount) รุ่นดั้งเดิมที่ Nikon คิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 1959 สำหรับกล้อง Nikon F และสำหรับกล้อง Nikkormat (หรือ Nikomat) โดยจะสังเกตุเลนส์อนุกรมนี้ได้จาก บริเวณแหวนสวมฟิลเตอร์ ที่มีสีเงิน (สีโครเมี่ยม)
Cเลนส์อนุกรมนี้ได้ปรับปรุงโดยการเพิ่มเทคโนลียีเคลือบผิวชิ้นเลนส์และภายในกระบอกเลนส์ของนิคอนที่เรียกว่า "Nikon Integrated Coating" เข้าไปด้วย โดยจะสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงได้จาก แหวนสวมฟิลเตอร์ ที่มีสีดำและตัวอักษร "C" ต่อท้ายรุ่นของเลนส์ อยู่ในสายการผลิตในช่วงสั้นๆตั้งแต่ 1967-1970 เท่านั้น
Kรุ่นนี้ได้ปรับปรุงแหวนปรับโฟกัสเป็นแบบยางหุ้ม (จากเดิมที่เป็นแบบโลหะ) มีเลนส์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่ถูกนำมาปรับปรุงให้อยู่ในอนุกรมนี้
เลนส์ในรหัส A, C และ K นี้ถือว่าอยู่ในอนุกรมของเลนส์ Pre-AI เท่านั้น คือไม่ใช่ AI เต็มตัว สำหรับกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการความสามารถเทียบเท่าเลนส์อนุกรม AI สำหรับความเข้ากันได้กับระบบวัดแสงบางระบบอย่างเช่น F5 และ F100 สามารถวัดแสงได้ด้วยโหมดเฉพาะจุดและหนักกลางสำหรับเลนส์อนุกรม AI, AI-S, E จะไม่สามารถวัดแสงทั้ง 2 แบบกับเลนส์ Pre-AI นี้ได้... ก็แหงหล่ะ เก่าเหลือเกินนี่นา
N
ป็นเลนส์กลุ่มแรกที่นิคอนได้ออกแบบมาให้อยู่ในอนุกรม AI (Automatic Maximum Aperture Indexing) และได้มีการเพิ่มเสกลที่เรียกว่า "ADR = Aperture Direct Readout" เข้าไปที่ด้านหลังแหวนปรับรูรับแสงด้วย มีประโยชน์มากสำหรับบอดี้ที่มีหน้าต่าง ADR นี้ ทำให้เราสามารถมองเห็นค่าของรูรับแสง ที่กำลังปรับเปลี่ยน อยู่ได้โดยตรง จากภายในช่องมองภาพ (สำหรับกล้องออโต้โฟกัสของนิคอนมีเพียง 2 บอดี้ที่มีหน้าต่าง ADR นี้คือ F4 และ F5) และนอกจากนี้เลนส์ AI นี้ยังได้เพิ่มเขี้ยว 1 เขี้ยวไว้ตรงเมาท์เลนส์(ด้านใน)สำหรับส่งข้อมูลรูรับแสงไปยังบอดี้ FA และ F4 สำหรับการวัดแสงแบบ Matrix อีกด้วย (FA เป็นกล้องแมนนวลโฟกัส ตัวแรก และตัวเดียวที่มีระบบ วัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพมาด้วย โดยมีชื่อเรียกระบบนี้ว่า Automatic Multi Pattern : AMP metering ซึ่งเป็นต้นแบบระบบวัดแสงแบบ Matrix ในบอดี้รุ่นปัจจุบัน) และนอกจากนี้ยังทำให้บอดี้อย่าง FA และ FG สามารถใช้งานได้ในโหมด P และ S ด้วย เลนส์ในกลุ่มนี้เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1977 และหยุดการผลิตไปในปี 1982
AI-S
สังเกตุได้ง่ายจากรูรับแสงแคบสุดที่สเกลแสดงรูรับแสงและสเกล ADR ที่เป็นสีส้ม และที่แปลนเมาท์ของเลนส์ยังถูกควัก หรือควั่นออกไปให้เป็นหลุมเว้า หรือรอยบากสำหรับส่งข้อมูลเกี่ยวรูรับแสงไปยังกลไกของตัวกล้อง ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะเจ้าหลุมนี้จะส่งค่าของรูรับแสงได้แบบเป็นเชิงเส้นมากกว่า เลนส์ในอนุกรม AI-S นี้เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1982 ซึ่งผมใช้อยู่เป็นเลนส์กลุ่มที่ผมชอบ
E
เป็นเลนส์ราคาถูกที่นิคอนผลิตออกมาหมายจะให้จับคู่กับบอดี้ EM เพราะตัวเล็กๆ จึงได้เรียกว่า "Nikon Series E" โครงสร้างเลนส์ ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกจึงทำให้มีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับเลนส์ AI และ AI-S ทั่วไป แต่ก็ถือได้ว่าอยู่ในอนุกรม AI-S
P
นิคอนออกตัวเลนส์ในอนุกรมนี้ตัวแรกเมื่อปี 1988 ด้วย AI-P 500 mm f/4 ED-IF ถือเป็นเลนส์ในอนุกรม AI-S ที่มี CPU ในตัว ทำให้สามารถส่งข้อมูลต่างๆไปยังกล้องได้ครบและใช้กับกล้อง AF ได้เต็มระบบยกเว้นแต่ต้องโฟกัสแบบแมนนวลเท่านั้น ที่ดัง ก็
จะเป็น Nikkor 45mm f/2.8P หรือเจ้าเลนส์แพนเค็ก

 

เลนส์ออโต้โฟกัส (Auto Focus Lenses)

AF,

AF ไม่มีD

เป็นเลนส์ออโต้โฟกัสชุดแรกที่นิคอนประกาศตัวออกมาพร้อมกล้อง F501 ซึ่งเป็นกล้อง AF ตัวแรกในปี 1986 (ไม่นับ F3AF) โดยอาศัยพื้นฐานของเลนส์อนุกรม AI-S ดังนั้นเลนส์ AF ยุคเก่าจึงเป็นเลนส์ในอนุกรม AI-S ทั้งหมด เพียงแต่เป็น AI-S ที่ไม่ต้องโฟกัสมือและได้รวมเอา CPU เข้าไปไว้ในตัวเลนส์ด้วย ส่วนใหญ่ผิวการเคลือบผิวชิ้นเลนส์แบบ ที่เรียกว่า "Nikon Integrated Coating (NIC)" ซึ่งจะให้สีสันที่จัดจ้านกว่า
AF-Iเป็นเลนส์ AF ที่มีการจับมอเตอร์ไร้แกน (Coreless motor) รวมเข้าไปด้วยภายในตัวเลนส์ (Integrated ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของตัวอักษร "I") มีเฉพาะในเลนส์ telephoto ระดับ high-end อย่าง 300/2.8 400/2.8 500/4 600/4 เท่านั้น เพราะเลนส์เหล่านี้มีโครงสร้างใหญ่ ชิ้นเลนส์หนักทำให้โฟกัสได้ช้า นิคอนจึงใส่มอเตอร์เข้าไปเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการโฟกัส เปิดตัวเมื่อปี 1992
AF-Sเป็นเลนส์ที่นิคอนจับเอามอเตอร์ทำงานที่คลื่นความถี่เสียง (Ultra Sonic Motor) ใส่เข้าไปด้วย โดยนิคอนเรียกมอเตอร์ประเภทนี้ของตัวเองว่า Silent Wave Motor: SWM ซึ่งเป็นที่มาของตัวอักษร S สำหรับเลนส์ในอนุกรมนี้ ทำให้เลนส์ประเภทนี้หาโฟกัสได้เร็วและเงียบมาก เปิดตัวพร้อมกับ F5 ในปี 1996
AF-Dจากเดิมที่ CPU สามารถส่งข้อมูลรูรับแสงสำหรับใช้ในการวัดแสงเท่านั้น นิคอนได้คิดค้นระบบวัดแสงแบบ 3 มิติขึ้นโดยนำเอาระยะทางมาคำนวณด้วย จึงได้ใส่ฟังก์ชั่นการสั่งข้อมูลระยะทาง (Distance = D) เข้าไปใน CPU ของตัวเลนส์ด้วย เปิดตัวพร้อมกับ F90/N90 ที่มาพร้อมกับระบบวัดแสง 3D Matrix 8 ส่วนในปี 1992 โดยเลนส์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ผิวการเคลือบผิวชิ้นเลนส์แบบ ที่เรียกว่า "Super Nikon Integrated Coating (SIC)" ซึ่งกันแสงแฟรได้ดี และการทีมี การให้ข้อมูล ระยะทาง (Distance = D)  มาด้วยช่วยให้สามารถใช้ แฟรสที่มีการประมวลผลที่เกี่ยวข้องกับระยะที่โฟกัส หรือที่เรียกกันติดปากว่า ITTL ที่เกิดมาในยุคของ ดิจิตอล
Gเป็นเลนส์ AF รุ่นปรับปรุงให้ไม่มีวงแหวนปรับรูรับแสงที่ตัวเลนส์ เป็นผลมาจากบอดี้นิคอนได้เกิดการพัฒนาขึ้นมา แต่เดิมผู้ใช้กล้องนิคอนจะต้องปรับเลือกรูรับแสงที่ตัวเลนส์ในโหมด M: Manual และ A= Aperture priority automatic exposure ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูรับแสงได้ละเอียดคราวละ 1-stop เต็มเท่านั้น และยังทำให้ผู้ถ่ายต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งในการควบคุมรูรับแสงควบคู่ไปกับการควบคุมกล้องอื่น หลังจากบอดี้รุ่นใหม่ อย่าง F5 ได้ถูกผลิตออกมาพร้อมกับแหวนปรับรูรับแสงที่ตัวบอดี้ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยน เลือกรูรับแสงได้ละเอียด มากขึ้นกลายเป็นคราวละ 1/3 stop จึงทำให้เกิดการเบนเข็มการพัฒนาบอดี้รุ่นหลังๆ เป็นแบบเดียวกันหมด คือมีปุ่มสำหรับปรับรูรับแสงที่ตัวบอดี้ และเป็นผลให้นิคอนหยุดการใส่แหวนปรับรูรับแสงที่ตัวเลนส์ เนื่องจากไม่มี แหวนปรับรูรับแสงนี้เอง เลนส์ในอนุกรม G จึงไม่ได้จัดอยู่ในอนุกรม AI เพราะว่าไม่มีกลไกสำคัญในการส่งข้อมูล รูรับแสงที่อยู่ตรงแหวนปรับรูรับแสงมาที่บอดี้อีกต่อไป ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งผ่านทางจุดสัมผัสไฟฟ้าเท่านั้น

มาถึงตรงนี้ คิดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปยังผังน่าจะทำให้ท่านผู้อ่านพอจะแยกแยะเลนส์ แต่ละตัวว่าอยู่ในอนุกรมใดได้บ้างแล้ว... ตอนต่อไปผมจะทำตาราง มาให้ดูว่าเลนส์ในแต่ละอนุกรมนั้น เมื่อนำมาใช้กับบอดี้ในแต่ละรุ่น ที่เรามีอยู่แล้ว จะสามารถวัดแสงหรือใช้งานอะไรได้บ้างและมีข้อจำกัดอย่างไร
                                                                                                 

                                                                                                     ขอขอบคุณภาพมูลและบทความโดย.. ริมกรุงเทพ


ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: ช.ช้าง เมื่อ: 25 ส.ค. 2551 เวลา 22:38 น.
-คนใช้นิคนี้น่าจริงๆ โดยเฉพราะเจ้ง้วนเนี่ย

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: สุระง้วง เมื่อ: 25 ส.ค. 2551 เวลา 23:19 น.

และในยุค ของ Digital ยังมีเลนส์เพิ่มอีก 2 อนุกรม ก็คือ

DX -Format  เป็นเลนส์ที่ มีการเผื่อค่า FOV 1.5X หรือเรียกว่าค่าตัวคูณ ของ CCD คือ 1.5 เท่าเมื่อเที่ยบ

                        กับขนาดของฟิลม์ 135 หรือ Full Fram ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตออกมาเป็นเลนส์  ตระกลู AF-S G 

                       ซึ่งถ้านำไปใช้กับกล้อง ฟิลม์ก็จะเกิดอาการขอบมืด... แต่ถ้าใช้กับ DSLR ก็จะไม่มีปัญหา ตั้งแต่ D40

                       ,D40x ,D50 ,D70 ,D70s ,D80 ,D100,D200,D300,D1 , D2

       

          

N-Format     เป็นเลนส์ที่มีการใช้เทคโนโลยี่ Nano Crystal Coat  t โค๊ทชิ้นเลนส์พิเศษลดการเกิดแสงสะท้อน

                      ในกระบอกเลนส์เพื่อป้องกันแสงแฟลร์ และ Nikon Super Integrated Coating (SIC)โค๊ทชิ้น

                      เลนส์พิเศษให้สีสันอิ่มตัว และลดการเกิดแสงแฟลร์ เพื่อให้ภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้น

   


ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: ผู้ชายสีน้ำทะเล เมื่อ: 28 ส.ค. 2551 เวลา 10:01 น.
มาอ่านเอาเรื่องครับ

ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: sillygirl เมื่อ: 6 ก.ย. 2551 เวลา 09:53 น.

ว้าววว...ว๊าวววว....ลึกซึ้ง......


ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: Guest_ภา เมื่อ: 7 ก.ย. 2551 เวลา 00:29 น.

...รบกวนนิดค่ะ  กำลังจะซื้อกล้อง วันนี้ไปดูกล้องโซนี่ DSC-T77 ตัวใหม่ ราคา 280 ยูโร

 แต่ว่าทางร้านบอกยังมาไม่ถึง จึงเดินดูกล้องอื่นๆ เห็น NIKON D40 kit+18-55 M  ราคา 379 ยูโร 

(ประมาณ 18900 บาท) ลองไปจับๆดู ก็น่าสน  อยากถามว่าราคานี้เป็นไง หรือว่ากลับไปซื้อ

ที่เมืองไทยดีกว่า  ขอคำแนะนำด้วยค่ะ  การใช้งานก็แค่ถ่ายรูปกันเล่นๆ และตอน

ไปท่องเที่ยวแค่นั้นเอง  แต่ชอบโซนี่เพราะใส่กระเป๋าพกง่าย  แต่อยากเป็นสาวกนิกรด้วย อิๆ