กระทู้ที่ 105855: USA: Alaska: The Last Frontier: ปฐมบทปราการด่านสุดท้าย ฉบับแบกเป้ล่องเรือโดยสาร มิใช่เรือสำราญ
โดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 00:40 น.

สวัสดีครับ เพื่อนทุกคน

ผมมาเปิดกระทู้ ไว้อีกหนึ่งทริปครับ ก่อนที่จะปล่อยให้ผ่านไปจนหมดความสดไปเสียก่อน

ทริปนี้ เป็น ทริปในฝัน ครับ เป็นหนึ่งใน ห้าที่ ที่อยากไปมากที่สุดในตอนนี้

ถ้าเรียงลำดับแล้ว อลาสก้า อาจจะรั้งท้ายอันดับที่ห้า สำหรับที่ที่อยากไปมากที่สุด

แต่ว่าความเป็นไปได้ นั้นมากที่สุด

ผมจึงรีบฉวยโอกาสที่ผมยังอยู่ที่สหรัฐ เดินทางไปอลาสก้า สะเลย

มีกระทู้ก่อนหน้านี้เป็นกระทู้ทักทาย ครับ

ชื่อว่า

รายงานสภาวะโลกร้อน Alaska

แต่ก่อนไปกันต่อ มาสรุปกระทู้ที่ผมลงไว้แล้ว ในใกล้ๆกันนี้นะครับ

เรียงทริปตามลำดับเดือนครับ

 

 


ความเห็นที่: 34 ตอบโดย: แพท เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 09:57 น.

ในที่สุด คุณ Pine Tree ก็ได้ไปเยือนอลาสก้า ...  แซงเราไปซะแล้ว

ของเรา สงสัยขอเวลาหยอดกระปุกอีกซัก 2 ปี ...  เจอกันปี '52 นะ อลาสก้า (หวังว่า อิอิ..)


ความเห็นที่: 28 ตอบโดย: Peerapat Chantaratta เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 23:43 น.

 ทำบุญมาด้วยอะไรหนอ เจอแต่สิ่งสุดยอด สุดยอด นะครับคุณ pine tree


ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 11:35 น.

ผมได้เข้าคิวเป็นคนที่สองครับ

เลยถึงก่อน ได้เลือกทำเลตามใจชอบ ที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเรา

ตามที่ผมอ่านข้อมูลมา ประกอบกับความชอบ

คือ เลือกที่ติดริมขอบกาบเรือ จะได้นอนชมวิวจากเต็นท์

เลือกที่ติดกับ ห้อง Solarium หรือเป็นห้องเปิดโล่ง ที่ติดเครื่องทำความร้อน เราจะได้ไออุ่นเข้าสู่เต้นท์ เพราะกลางคืนหนาวมาก

เลือกติดกับห้อง Solarium เพราะจะมีเสาให้เราใช้เชือกผูกยึดติดกับเต็นท์ ลมแรงมากครับ เต็นท์อาจปลิวได้

เลือกติดกับห้อง Solarium เพราะจะสามารถวางของสัมภาระ ไว้ใกล้ตัวได้เลย กั้นฝนได้ด้วย

เลือกติดกับห้อง Solarium เพราะหลังคาของ Solarium จะชวนกำบังฝนให้ได้ในระดับหนึ่ง ถ้าไม่แน่ใจว่าเต้นท์เรากั้นฝนได้ร้อยเปอร์เซ้นต์ หรือไม่

และนี่คือ เต็นท์คู่ใจของผม ไม่มีปัญหาให้รำคาญใจเลย


ความเห็นที่: 33 ตอบโดย: MNP เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 09:45 น.

แหล่มสุดๆ เลยคร๊าฟ...........น่าไปเดินเล่นจัง...............


ความเห็นที่: 36 ตอบโดย: เอ้ เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 11:19 น.

คุณแพทแล้วเจอกันนะค่ะ

คุณต้นสนได้ไปดูแสงเหนือที่ Fairbanks หรือเปล่าค่ะ แผนที่แอบคิดไว้เคร่าๆเราตัด Inside Passage ไปแล้ว เดี๋ยวลองแอบเปลี่ยนดู นั่งเรือโดยสารก็เข้าท่าดีค่ะไปที่ Juneau

รอชมต่อค่ะ


ความเห็นที่: 35 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 10:47 น.

ทางที่สอง

ไปด้วยการโบกรถ หรือขออาศัยรถนั่งท่องเที่ยวคนอื่นๆไป

อันถูกสุดแน่นอน แต่ว่าต้องใช้เวลานาน และ ก็ทำกันเป็นเรื่องปกติ ในช่วงฤดู ร้อนครับ

ระหว่างทางจะเห็นนักท่องเที่ยวโบกรถเป็นระยะๆ ในจุดใกล้ๆเมือง

ซึ่งผมก็ทำครับ แต่ไม่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้าโบกนะครับ เรียกว่าขออาศัยรถคนแปลกหน้าที่กลายเป็นเพื่อนใหม่

 

คือผมใช้ประโยชน์จากการนั่งเรือนานๆ ด้วยการพูดจาพูดคุย กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

โชคดีได้พบคนที่ นำรถขึ้นเรือมาด้วยครับ (เรือโดยสาร Ferry ใหญ่มากนะครับ นำรถขึ้นมาได้ด้วยและหลายๆสิบคันเลยครับ)

แล้วก็คุยเรื่องเส้นทางที่จะไปเที่ยว

พอดีไปเหมือนกัน เลยขออาศัยติดรถไปด้วย

ผมเลยประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะเลยละครับ

ภาพประกอบ ล่องเรือยาง ที่เมือง Talkeetna ทาวคีตน่า ชมเทือกเขาอลาสก้า และ ยอดเดนาลี ที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ


ความเห็นที่: 24 ตอบโดย: มิ-มู่ เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 15:26 น.
 สวยเหลือเกิน..

ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:04 น.

แต่ก่อนอื่นขอมาสรุป ทริป ที่ได้ โพสต์ไปแล้วนะครับ โดยเป็นการสรุปการเดินทางคร่าวๆ

เริ่มที่  

ชีพจรลงเท้าเดือนมีนาคม ในแผนที่คือเส้นสีแดง  

USA: PacNW: A Flake of Snow, a Pour of Rain, a Grain of Sand 

ปฐมบทแห่ง เกล็ดหิมะ ชะสายฝน บนเม็ดทราย

ชีพจรลงเท้าเดือนพฤษภาคม ในแผนที่คือเส้นสีม่วงอ่อน

USA: Southwest: Havasu Canyon – The Shangri-La of Grand Canyon 

ปฐมบทแห่งธารน้ำสีฟ้าโตรกผาสีแดง

ชีพจรลงเท้าเดือนมิถุนายน ในแผนที่คือเส้นสีน้ำเงิน

USA: Mid Atlantic States: NY: Niagara Falls: The episode 3:

น้ำตกไนแองการ่ายกสาม

ชีพจรลงเท้าเดือนกรกฏาคม ในแผนที่คือเส้นสีเขียว

USA,Washington; Canada, British Columbia: Flowering meadow, Blooming Valley

ปฐมบทแห่งทุ่งดอกไม้ป่า หุบผาผลิบาน

ส่วน ชีพจรลงเท้าเดือนสิงหาคม ก็คือ กระทู้ในวันนี้ครับ ทริปอลาสก้านั้นเอง จะเห็นเป็นเส้นสีน้ำตาลนะครับ


ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:08 น.


ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:15 น.

อลาสก้า อยู่ตรงไหน

อลาสก้าอยู่ทางทิศเหนือด้านตะวันตกสุด ของทวีปอเมริกาเหนือครับ

เป็นรัฐหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาครับและเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา

อลาสก้าตั้งอยู่บนผืนทวีปเดียวกับ แผ่นดินเดียวกัน แต่ว่าไม่มีอาณาเขตส่วนใหนติดกับ รัฐใดๆของสหรัฐเลยแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของสหรัฐเลย แต่ทว่ามีอาณาเขตเชื่อมต่อกับ แคนาดา ดังนั้น การเดินทางจากรัฐต่างๆบนผืนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐไปยัง รัฐอลาสก้า ไม่ว่าจะทางเรือ ทางอากาศทางบก จะต้องดินทางผ่านน่านน้ำ น่านฟ้า และผืนแผ่นดินของแคนาดา

แผนที่ประกอบจากเวปไซด์

www.map-of-canada.org

ส่วนแผ่นที่ด้านบนจากเวปไซด์

www.sitesatlas.com


ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:27 น.

ภาพประกอบ

ภาพเปิดกระทู้

ลานกางเต็นท์บนดาดฟ้าเรือโดยสาร ขณะล่องเรือผ่านเทือกเขาหิมะในแถบเมือง Petersburg ภูมิภาค Inside Passage หรือ ตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสก้า

ภาพ คห ที่ สอง

จากศูนย์บริการนั่งท่องเที่ยว มองลงไปยัง ทะเลสาปและธารน้ำแข็งเม็นเด็นฮอล์ Mendenhall ที่เมือง Juneau เมืองหลวงของรัฐ ภูมิภาค Inside Passage หรือ ตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสก้า

ภาค คห ที่สี่ หรือ คห ที่เพื่อนอ่านอยู่

บรรยากาศยามเช้า บริเวณ รอยต่อน่านน้ำ ระหว่างประเทศแคนาดา และสหรัฐ ก่อนจะเข้าเมือง Ketchikan ในเขต Inside Passage หรือ ตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสก้า อีกเช่นกัน


ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:34 น.

อลาสก้าใหญ่แค่ ไหน ก็ลองดูแผ่นที่ประกอบนะครับ

ถ้าไม่รวมอลาสก้า เพื่อนๆคงทราบกันเป็นอย่างดีว่า รัฐเท็กซัสคือรัฐที่ใหญ่ที่สุด

อลาสก้านั้น ใหญ่ว่า เท็กซัสมากครับ มากขนาดที่ว่า ถ้าแบ่งครึ่งอลาสก้าเป็นสองรัฐอย่างเท่าๆกัน

ขนาดของเท็กซัสก็ยัง มีขนาดเป็นที่สาม เป็นรองจากทั้งสองรัฐนั้น

 

เอาสามพี่ใหญ่ในแง่พื้นที่ของสหรัฐมารวมกัน ไม่ว่าจะ รัฐเท็กซัสเอง รัฐมอนทาน่า และรัฐแคลิฟอเนีย ก็ยังมีขนาดเล็กกว่าอลาสก้า

 

ประเทศไทย มีขนาดใกล้เคียงกับ เท็กซัส ครับ

ดังนั้น อลาสก้า นั้น ใหญ่กว่าประเทศไทย ประมาณสองเท่ากว่าๆ ครับ

 

แต่ถ้าพูดถึงประชากรแล้ว

ด้วยที่มีสภาพอากาศที่กันดาร มีฤดูหนาวที่ยาวนาน

เป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูก และการดำรงชีวิต

ตามสถิติปี ๒๕๔๙ มีประชากร เพียงแค่ หกแสนเจ็ดหมื่นห้าสาม คนเท่านั้นเองละครับ

ในขณะที่ประชากรทั้งประเทศมีเกือบๆ สามร้อยล้านคนเข้าไปแล้ว

แผ่นที่ประกอบจากเวปไซด์

http://www.yachtalaska.com/photos/maps/ASA_usa_alaska.jpg


ความเห็นที่: 6 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 01:49 น.

ประชากรส่วนใหญ่ของอลาสก้าจะเกาะกลุ่ม ตั้งบ้านเรือนอยู่ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Inside Passage

ซึ่งอยู่ด้านใต้สุดของรัฐ และมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นมากกว่าส่วนอื่นๆของรัฐ

แต่เมืองเหล่านี้ จะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่โดดเดียว โดยไม่มีถนนเชื่อมกับเมืองอื่นๆ

ต้องเดินทางด้วยเรือ หรือ เครื่องบิน ไม่ว่าจะแบบพานิชย์หรือส่วนตัว

ในภาพคือ เมืองเล็ก ที่งดงาม เมืองแวรงเกลล์ Wrangell ในเขต Inside Passage

ถ้ามาด้วยเรือสำราญ มักจะไม่แวะนะครับ ต้องมาแบบผม มากับเรือโดยสารประจำทาง แวะแถบจะทุกๆเมือง

มีประวัติที่น่าสนใจมากครับ เป็นเมืองเพียงเมืองเดียว ในอลาสก้า ที่เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสี่ชนชาติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คลิงกิต รัสเซีย อังกฤษ และสุดท้ายคือ สหรัฐอเมริกา

ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 02:07 น.

อีกเมืองหนึ่ง ที่งดงามมากๆๆๆ ในยามฟ้าใส

ผมยกให้เมืองนี้Petersburgเป็นเมืองที่มีทำเลที่ตั้งที่สวยที่สุด

อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แตกต่างจากเมืองอื่นๆ

เพราะว่า ก่อตั้งโดยชาวนอร์เวย์ Peter Buschmann ในปี คศ ๑๘๙๗ ที่เข้ามาหาทำเลสร้างโรงงานทำปลาแซลมอนบรรจุกระป๋อง

และชนพื้นเมืองก็ยังพยายามที่จะรักษากลิ่นอายของวัฒนธรรมชนชาติไวกิ้งให้คงอยู่

เป็นที่น่าเสียดาย ถ้ามากับที่เรือสำราญ นั้น โอกาสที่จะแวะเที่ยวแวะชมเมืองนี้น้อยมาก

นี่เป็นอีกผลหนึ่งที่ทำให้ผม เลือกที่จะมากับเรือโดยสาร ไม่ใช่เรือสำราญ

Wrangell ก็ไม่แวะ Petersburg ก็ไม่แวะ ไม่มาด้วยดีกว่า


ความเห็นที่: 8 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 02:46 น.

และเมืองที่มีทำเลที่ตั้งสวยมากที่สุด ไม่แพ้ Petersburg เลย

นั้นคือเมือง Yakutat ยาคคะห์ทัต เมืองแห่งคนรักการโต้คลื่นและพายเรือแคนู

เมืองนี้อยู่กึ่งกลางอ่าวอลาสก้า เป็นจุดที่เชื่อมระหว่าง แผ่นดินใหญ่ ของอลาสก้าด้านเหนือ และ เขต Inside Passage ที่อยู่ด้านใต้

เมืองที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่า เรือสำราญไม่แวะพาลงเที่ยวแน่นอน

เมืองนี้ ตั้งอยู่ใกล้ กับกลุ่มภูเขา ที่มีขนาดความสูงใหญ่จากฐานจรดยอด เป็นอันดับต้นๆของโลก

เป็นกลุ่มภูเขาที่อยู่ในเขตอุทายานแห่งชาติ Wrangell-St Elias

ยอดที่เห็นคือยอดเซนต์ อิลายอัส ที่สุดที่เป็นอันดับสามของ ทวีปอเมริกาเหนือ

ระดับความสูง ๕๔๙๒ เมตร

และยังอยู่ใกล้กับ ธารน้ำแข็งฮับเบิด Hubbard ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในโลกครับ กระผม

สามารถเห็นได้ชัดจากเรือโดยสารเลยละครับ

เมืองเด่นๆ ตั้งสามเมือง เรือสำราญ ไม่แวะ อย่างนี้ ผมยอมลำบากหน่อยสะพายเป้ไปกับเรือโดยสาร ของรัฐ ดีกว่าครับ

มันส์กว่าเยอะ แถมเจาะลึกกว่าด้วย


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 02:54 น.

เมืองยาคคะห์ทัต ก็อยู่ตรง อ่าวที่เป็นรอยยักเข้าไป ทางด้านซ้ายของ Glacier Bay National Park ครับ

พอเริ่มพูดถึง ภูมิภาคต่างๆของอลาสก้าขึ้นมา

เดี๋ยวเพื่อนจะไม่เห็นภาพ ดังนั้น มากทำความรุ้จักภาคต่างของอลาสก้ากันดีกว่าครับ

อลาสก้าเแบ่งออกได้เป็น ห้าภูมิภาคใหญ่ ครับ ดูตามแผ่นที่ได้เลย

นอกเหนือจาก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ South East หรือที่เรียกว่า Inside Passage เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงJuneau จูโน่

ภาคกลางด้านใต้ South Central เป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ เมือง แองคอเรจ Anchorage

ภาคตะวันตกเฉียงใต้ South West ที่รู้จักกันดีในส่วนนี้คือ อุทยานแห่งชาติแคทมาย Katmai ที่ไปดูหมีที่รอจับหรืองับปลาแซลมอนกลางอากาศ บริเวณน้ำตก

ภาคเหนือ หรือ Far north ก็คงจะเป็นรู้จักกันว่าเป็นส่วนที่มีบ่อขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

และภูมิภาคส่วนใน หรือ Interior เป็นที่ตั้งของเมือง แฟร์แบงส์ Fairbanks และ อุทยานแห่งชาติเดนาลี Denali ภูเขาที่สุดที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

ภาพแผ่นที่จากเวปไซด์

http://www.bestlodging.com/maplinks/alaska-united-states.gif


ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 03:25 น.

นอกเหนือไปจากความงดงามความบริสุทธิ์ของธรรมชาติที่คนทั่วไปรู้จักแล้ว

อลาสก้านั้น มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

คำว่า อลาสก้า Alaska มาจากภาษาของชนเผ่าพื้นเมือง Alut หรือ อาห์ลุต คำว่า alaxsxaq

อาห์ล็อกช็อก ซึ่งแปลว่า แผ่นดินใหญ่

 

คนกลุ่มแรกที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในรัฐอลาก้าเป็นกลุ่มแรกก็คือ พวกเราชาวเอเชียนี่เองครับ

ก็ข้ามตั้งแต่ช่วงยุคน้ำแข็งเมืองประมาณ สามหมื่นสี่หมื่นปีที่แล้ว

ข้ามได้อย่างไงนะเหรอครับ ก็ ที่น้ำแข็งในยุคนั้น ใด้เชื่อมต่อให้ไซบีเรียบและอลาสก้า ที่ห่างกันกว่า ๑๔๔๐ กิโลเมตร เป็นแผ่นดินเดียวกันนะสิครับ

ภาพถ่ายชาว คลิงกิต ที่เคยปกครองเหนือเขตตะวันตกเฉียงใต้ของอลาสก้า ก่อนพ่ายแพ้ต่อ กองทัพรัสเซีย ในปี คส ๑๘๐๔

ภาพถ่ายจาก ศูนย์จัดแสดงวัฒนธรรมคลิงกิต ภายใน อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติเมืองซิตก้า Sitka

ถ้ามาโดยเรือสำราญ ก็อาจจะได้แวะเมืองซิตก้า แล้วแต่โปรแกรม บางลำ ก็ไม่แวะ แต่ ก็คงให้เวลาน้อย แค่เดินจับจ่ายของที่ระลึกภายในตัวเมือง

เพราะอุทยานประวัติศาสตร์ อยุ่ห่างออกมาจากตัวเมือง ต้องใช้เวลาพอสมควรถึงจะเดินได้ทั่ว

แบกเป้มากับเรือโดยสาร จะเหมาะสมที่สุดถ้าต้องการเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อลาสก้า


ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 03:49 น.

กลุ่มแรกที่มาก็คือกลุ่ม คลิงกิต Tlingit และ กลุ่ม ไฮดาห์ Haida ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงหลักปักฐานสร้างบ้านเรือนชุมชนอยู่ตามชายฝั่งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ รัฐอลาสก้า และจังหวัดบริติชโคลัมเบียของ แคนาดา โดยเฉพาเกาะควีนส์ชาห์ลอต


ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 09:34 น.

กลุ่มแรกๆอีกกลุ่มที่ข้ามมาจาก เอเชียคือ กลุ่มอัททะห์บาสกัน Athabascan ถือว่าเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในเขตทวีปอเมริกาเหนือฝั่งตะวันตก

แต่ว่า อาศัยอยู่แถบ ภูมิภาคส่วนใน Interior ของผืนแผ่นดินใหญ่ ของอลาสก้า

กลุ่มนี้ ยังขยายถิ่นฐานลงไปยังประเทศแคนาดาด้วย ตั้งแต่จังหวัดยูคอนทางเหนือ ลงไปตามเทือกเขาแคเนเดียนร็อกกี้ และ จังหวัดบริติชโคลัมเบีย


ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 10:41 น.

ภาพประกอบ ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ยอดเดนาลี Denali

ท่ามกลางป่าทุนดรา อันกว้างใหญ่


ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 10:47 น.

เทือกเขาอลาสก้า ในม่านหมอก

ที่อุทยานแห่งชาติเดนาลี


ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 11:14 น.

เส้นทางการเดินทางของผม ก็เป็นตามเส้นสีฟ้าเข็มที่เห็นในแผนที่ครับ

การเดินทางในรัฐอลาสก้านั้น มีการเดินทางหลายแบบ ทั้งเรือโดยสารประจำทาง ทั้งโบกรถ ทั้งปั่นจักรยาน ทั้งรถโดยสาร ทั้งรถไฟ

เกือบจะครบทุกรูปแบบ


ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 11:24 น.

เริ่มจากแบกเป้ลงเรือที่ ท่าเรือโดยสารประจำทางของรัฐอลาสก้าที่เมือง เบลลิ่งแฮม Bellingham รัฐวอชิงตัน

เรือโดยสารที่จะพาเราไปชมความงามของอลาสก้า คือ เรือมาลาสปิน่า Maslaspina

ก่อนออกเดินทางสองชั่งโมงก็มีนั่งท่องเที่ยวแบกเป้มารอต่อคิวขึ้นเรือกันแล้วนะครับ

ถ้ามีห้องพักจองไว้ ก็ต้องต่อคิว

แต่อย่างผมและอีกหลายๆคน ที่มีงบประมาณจำกัด เลือกแบบประหยัด

คือ เลือกที่จะกางเต้นท์นอนบนดาดฟ้าเรือ ก็รีบมาต่อคิวครับ

เพราะทำเลกางเต้นท์ที่ดีๆ นั้น มีจำกัด ใครถึงก่อน ได้จองที่กางก่อน มีชัยไปกว่าครึ่ง


ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 11:45 น.

ล่องเรือไปเรื่อยชมความงามตามธรรมชาติสองข้างทาง Inside Passage ที่มีสภาพเป็นฟยอร์ด

แวะเมือง เค็ทชิแคน Ketchikan

เมือง แวรงเกล Wrangell

เมือง ปีเตอร์สเบอรก์ Petersburg

เมืองซิตก้า Sitka

เมือง จูโน่ Juneau เมืองหลวงของรัฐ


ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 11:53 น.


ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 12:32 น.

ต่อจากนั้น ก็ล่องเรือโดยสารข้ามอ่าวอลาสก้าเพื่อไปยังแผ่นเดินใหญ่

ระหว่างทางแวะเมือง ยาคคะท์ทัต Yakutat

ไปถึงฝั่งที่เมือง วิททิเออร์ Whittier


ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 12:42 น.

ระหว่างที่นั่งอยู่บนเรือ ก็ได้ผูกมิตร กับชาวสหรัฐและแคนาดา ที่นำรถขึ้นเรือมาเที่ยวอลาสก้า

ทั่งสองชวนผมนั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน ผมเลยได้นั่งรถไปเที่ยวฟรีตลอด

ตั้งแต่เมือง ซวด Seward

เที่ยวคาบสมุทรคีนาย Kenai

เทียวขึ้นเหนือไปเรื่อยผ่านเมือง แองคอเรจ Anchorage

เมืองทาวน์คีตน่า Talkeetna

ไปจนถึง เที่ยวอุทยานแห่งชาติเดนาลี


ความเห็นที่: 22 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 12:47 น.

หลังจากนั้น ผมก็แยกกับ เพื่อนชาวสหรัฐ เพราะว่า ผมจะขึ้นเหนือและเข้าแคนาดา

ส่วน เพื่อนจะย้อนกลับลงใต้

ผมนั่งรถประจำทาง ต่อไปยัง เมือง แฟร์แบงส์Fairbanks

ข้ามเข้าเมือง เดลต้าจังชั่น Delta Junction

เมือง Tok ต็อก

ข้ามเข้าสู่ประเทศแคนาดา

เข้าเมือง ไวท์ฮอส Whitehorse


ความเห็นที่: 23 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 12:53 น.

ต่อจากนั้น ก็นั่งรถไฟ สายไวท์พาส และยูคอน

ข้ามเขตแดนกลับเข้าสู่อลาสก้า ประเทสสหรัฐอีกครั้งที่เมือง สแก็กเวย์ Skagway

ต่อจากนั้น ผมก็นั่งเรือย้อนกลับมาตาม Inside Passage

แล้วมาปิดท้ายที่ท่าเรืองเมือง Bellingham อีกครั้ง

เป็นอันจบทริปการเดินทางแบบคร่าวๆ

พักยกไว้เท่านี้ก่อนนะครับ แล้ว เดี๋ยวจะมาต่อ เรืองข้อมูลการเดินทาง ที่พัก และจิปาถะอื่นๆ

 


ความเห็นที่: 27 ตอบโดย: rook เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 23:15 น.
ดูหิมะมากๆ แล้วจามค่ะ (เกี่ยวมั๊ย) เข้ามาติดตามชมต่อค่ะ

ความเห็นที่: 25 ตอบโดย: คนเดินช้า เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 19:11 น.

เข้ามาชมเป็นบุญตาค่ะ


ความเห็นที่: 26 ตอบโดย: kantalak เมื่อ: 4 พ.ย. 2550 เวลา 22:04 น.

สวยม๊ากมาก รูปคห.ที่2ทั้งสวยมากและน่ากลัวมากเหมือนกัน อึ๋ยย     ส่วนรูปคห.ที่20 มองยังไงๆส่วนบนกับส่วนล่างไม่น่าเป็นวิวเดียวกันได้เลย โห ธรรมชาติในบางแห่งมันช่างน่าอัศจรรย์เสียนี่กระไร


ความเห็นที่: 29 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 05:04 น.

ขอบคุณ คุณมิมู่ คุณคนเดินช้า คุณKantalak คุณ Rook คุณPeerapat Chantaratta ที่แวะมาทักทายกันครับ

ไปต่อกันนะครับ

ถ้าเพื่อนๆจะวางแผนแบกเป้มาเที่ยวอลาสก้า โดยไม่ซื้อทัวร์กับเรือสำราญนั้น ก่อนที่จะเลือกว่าจะเดินทางไปอย่างไร

ให้เลือกก่อนว่าจะเริ่มต้นเที่ยวตรง หรือ จะเจาะแค่เฉพาะภูมิภาคไหน

ส่วนใหญ่ แล้ว จะแบ่ง จุดเริ่มต้นเที่ยว เป็นสองจุดใหญ่ๆ ครับ ดูแผนที่ประกอบจะเห็นภาพชัดขึ้น

คือ หนึ่ง ส่วนที่เป็นติ่งเป็นหาง ทอดลงมาทางใต้หรือ Inside Passage

หรือ สอง คือ ส่วนแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่เหนือด้านบน

 

ถ้าเพื่อนๆเริ่มต้นจากเมืองไทย โดยเน้นที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูกประหยัด

ก็ต้อง บินมาลงที่ เมือง Anchorage เมืองที่ใหญ่ ที่สุด ซึ่งอยู่ในส่วนของแผ่นดินใหญ่

ถ้าจะไปเที่ยว ส่วนของ Inside Passage ก่อนซึ่ง เมืองที่ใหญ่สุด ก็คือเมืองหลวง Juneau

เครื่องบินจากเมืองไทย ราคาสูงกว่าลงที่ Anchorage มากครับ

ภาพประกอบ ยอดเขานิรนามที่แทงยอดโผล่พ้น ธารน้ำแข็งเลอ กองเต Le Conte

ในส่วนของ Inside Passage ระหว่างเมืองแวรงเกล และ ปีเตอร์สเบิร์ก

 


ความเห็นที่: 30 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 05:15 น.

ถ้าจากเมืองไทยมาลง Anchorage

เพื่อนๆน่าที่จะเที่ยวส่วนของแผ่นดินใหญ่ก่อน แล้ว ปิดทริปไปก่อน

แต่ถ้ามีเวลาและเงินตราพอเพียง

ผมก็อยากแนะนำให้เที่ยวในส่วนของ Inside Passage ด้วย

เพราะถือเป็นจุดที่มีทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เที่ยวชม ให้ศึกษามากที่สุดในอลาสก้า

สำหรับการเดินทางจาก Anchorage มายัง ในส่วน Inside Passage การเดินทาง มี สามแบบ ครับ

หนึ่ง บินจาก Anchorage มาลง Juneau แล้ว นั่งเรือเที่ยวเมืองต่างๆใน Inside Passage หรือจะบินไปยังเมืองต่างๆก็ย่อมได้ แต่ คงไม่ได้ชมฟยอร์ด ระหว่างเมือง

สอง นั่งเรือโดยสารจาก เมือง Whittier เป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้ Anchorage ที่สุด มาลง Juneau หรือ เริ่มแวะเที่ยวเมืองอื่นๆได้เลย

สาม ขับรถหรือนั่งรถโดยสารข้ามไปยัง แคนาดา ไปเมือง Whitehorse แล้ว มาลงที่เมือง Skagway ของอลาสก้า แล้ว นั่งเรือเที่ยวเมืองต่างๆ ของ Inside Passage

ภาพประกอบ ทิวทัศน์ระหว่างนั่งเรือผ่าน ใกล้เขตอนุรักษ์ Misty Fjords National Monuments

ซึ่งอยู่ใกล้ๆเมือง Ketchikan เค็ทชิแคน เมืองหน้าด่านเมืองแรก ใต้สุดของของอลาสก้า (ภูมิภาค Inside Passage)


ความเห็นที่: 31 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 07:01 น.

แต่ถ้าเพื่อนๆจะเที่ยวอลาสก้า โดยเริ่มเที่ยวในสหรัฐ

เพื่อง่ายต่อการเปรียบเทียบ

สมมุตว่าเริ่มที่เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน

มีทางเลือกอยู่สามทางครับ

ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

การเดินทางโดยทางบก มีสามทางให้เลือกครับ

ทางแรก

ไปด้วยรถประจำทาง

เหมาะสำหรับคนที่มีเวลามาก เที่ยวไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง แวะเมืองต่างๆ ในแคนาดา ก่อนไปยังจุดหมายปลายทางที่อลาสก้า

ส่วนราคาค่าใช้จ่ายก็แตกต่างถูกบ้างแพงบ้าง ตามทางเลือกต่อไปนี้

ซื้อ Discovery Pass ของบริษัทรถ Greyhound แบบ ตั๋วครึ่งเดือน หรือเดือนจะถูกสุด

แล้วแวะไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ Seattle เข้า Vancouver แล้ว เพื่อนจะแวะที่ไหนก็ได้ระหว่างทาง และไปให้สิ้นสุดทางที่เมือง Whitehorse ของ แคนาดา ซึ่งเป็นปลายทางสถานีสุดท้ายของ Greyhound

ต่อจากนั้น ต้องซื้อ ตั๋ว ของบริษัทรถประจำทางของ Alaska จาก Whitehorse ไปยังเมืองต่างๆ ของ Alaska เช่น Anchorage, Fairbanks, Tok หรือ ที่อื่นๆ แล้ว แต่ว่าจะแผนแต่ละคนจะเริ่มเที่ยวจุดไหนก่อน

เวปไซด์ ที่สำคัญ

เวปไซด์ ตั๋ว  Discovery Pass ของ Greyhound

http://www.discoverypass.com/products.asp

เบอร์โทร บริษัทรถอลาสก้า ที่จะต่อไปยังเมืองอลาสก้าต่างๆ และต่อระหว่างเมือง

เบอร์โทรจากในสหรัฐครับ บริษัท Alaska Direct

907-277-6652, 800-770-6652

เวปไซด์จองออนไลน์ยังไม่มีนะครับ แต่ว่าโทรจองก่อนล่วงหน้าสัก สามสี่วัน ก็ได้ครับ

เพราะผมก็ทำแบบนั้น

ภาพประกอบ มิตรภาพ ของชาวเต็นท์บนดาดฟ้าเรือ


ความเห็นที่: 32 ตอบโดย: Guest_ratta เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 07:16 น.
เคยอ่าน เขาบอกว่าอเมริกาซื้ออลาสก้าจากรัสเซียไม่กี่ดอลเอง ตอนนี้รัสเซียจะเสียดายรึเปล่าไม่รู้เนอะ

ความเห็นที่: 37 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 11:48 น.

ทางที่สาม

ไปด้วยเช่ารถขับไป

ถ้ารวมกลุ่มกันได้สี่ หรือห้า คน ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี เที่ยวได้ตลอดทาง

แต่ต้องมีเวลามากพอสมควร ประมาณ สามอาทิตย์หรือเดือน น่าจะกำลังดี

ด้วยการเช่า รถจาก เมือง ซีแอตเติลหรือ แวนคูเวอร์

แล้วค่อยๆขับไป แวะ จุดต่างในแคนาดาไปเรื่อยๆ

เช่นแวะอุทยานแห่งชาติ บัฟ และ แจสเปอร์

แล้ว ก็ตัดเข้าสู่  อลาสก้าไฮเวย์ หรือชื่อเล่นว่า อัลคัน

ที่เริ่มกิโลเมตรที่หนึ่ง ที่เมือง ดาวซันครีก จังหวัดบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

แล้วก็แวะเที่ยวเมืองต่างๆทั้งในแคนาดาและสหรัฐไปเรื่อยๆ แล้วอาจจะเอารถขึ้นเรือโดยสาร เฟอร์รี่

เปลี่ยนบรรยากาศกลับมายัง เมืองซีแอตเติล

 

วิธีนี้ ผมได้พบกลุ่มนักเรียนชาวจีนสี่คน ที่อยุ่สหรัฐ เช่ารถขับ จากกรุงนิวยอร์ค

แวะเที่ยวมาเรื่อยๆ ทั้งสหรัฐและแคนาดา จนถึงอลาสก้า

ขากลับก็กลับอีกเส้นทาง แวะไปเรื่อย ไปปิดท้าย ที่กรุงนิวยอร์ค

 

ยอมรับเลยว่า ขับรถกันได้ทนมากๆ

 

ภาพประกอบ เส้นทาง อัลคันหรืออลาสก้าไฮเวย์ ในช่วงที่ผ่านอุทยานแห่งชาติ คลัวอะห์นี่

ในเขตจัวหวัด ยูคอน ประเทศแคนาดา


ความเห็นที่: 38 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 12:00 น.

ทางที่สี่

 

ไปด้วยการวิธีการ autodriveaway.com

อันนี้เหมาะสำหรับคนที่อยู่สหรัฐมีใบขับขี่  ไปฟรี แล้วยังได้เงินค้างจ้างด้วย

 

แต่ต้องศึกษาดีๆ นะครับ ต้องมั่นใจจริงๆแล้วค่อยตอบตกลง

บริษัท autodriveaway เป็นตัวแทนหาคนขับรถเพื่อนำรถไปส่งยังที่หมายตามที่ลูกค้าต้องการ  โดยเราจะได้เงิน และสามารถแวะระหว่างทางได้ แต่ต้องไปให้ถึงเป้าหมายตามกำหนดที่กำหนด หรือตกลงไว้

 

วิธีนี้ผมไม่ได้เคยทำนะครับ แต่ว่าได้ข้อมูลจากเพื่อนใหม่ร่วมทางบนเรือโดยสารที่เคยทำ

โดยการขับรถไปส่งเจ้าของที่เมืองใดเมืองหนึ่งในอลาสก้า

ก็ลองเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับที่เวปไซด์ด้านล่างนี้

http://www.autodriveaway.com/

 

ภาพประกอบ  ทะเลสาบมรกต Emerald Lake หนึ่งในทะเลสาบงดงามมากมายที่อยู่ใกล้ๆกับเมืองไวท์ฮอส Whitehorse จังหวัดยูคอน ประเทศแคนาดา


ความเห็นที่: 39 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 13:32 น.

ทางบกมีด้วยกันสี่แบบ คราวนี้มาดูอีกทางเลือกหนึ่งครับ

ทางอากาศ

เหมาะสำหรับ คนที่มีเวลาน้อย อยากที่จะมุ่งตรงไปยัง อลาสก้าทันที โดยที่ ไม่เน้นที่เที่ยวเบี่ยงบายรายทาง

ราคาก็แตกต่างแล้วแต่เมืองที่จะลง

ถ้าเป็นเมืองหลวง Juneau ปกติ ราคาจะแพงกว่า บินไปลง Anchorage ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจที่ใหญ่กว่า

ก็มีสายการบินต่างๆหลากหลาย

แต่ผมให้เวปไซด์สายการบินประจำรัฐไว้แล้วกันครับ

Alaska Airlines www.alaskaair.com

ที่มีเส้นทางบินเชื่อมต่อทุกเมืองและแหล่งท่องเที่ยวหลักๆสำคัญๆ

ภาพประกอบ  เครืองบินขนาดเล็กแบบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ที่พบเห็นได้ตามทั่วไป

ที่ใช้เดินทางเชื่อมต่อในส่วนๆต่างเมืองต่างๆของรัฐ ที่อยู่ห่างไกล และไม่มีถนนเข้าถึง

 


ความเห็นที่: 40 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 14:39 น.

ทางน้ำ

ก็แบ่งออกเป็นสองทางเลือกครับ

หนึ่งโดยเรือสำราญ Cruise เหมาะสำหรับ คนที่มีเวลาไม่มาก และม่ต้องวางแผนเดินทางใดๆ เลย ลากกระเป๋าขึ้นเรือ แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่ทางเรือเตรียมการไว้เป็นอย่างดี

ไม่ต้องคิดคำนวณเรื่องเงินค่าใช้จ่ายให้ปวดหัว จ่ายที่เดียว ก็เที่ยวตามแผนที่ทางเรือจัดวางไว้ให้

ก็จองผ่านบริษัทัวร์ ทั่วๆไป หรือผ่านเวปไซด์เช่น

www.orbitz.com

www.expedia.com

www.cheaptickets.com

สอง โดยเรือโดยสาร Ferry ของทางรัฐ หรือ เรือประจำทาง นั้น เอง เหมาะสำหรับคนมีเวลาไม่จำกัดมาก และอยากจะแวะตามเมืองต่างๆ ที่ถนนเข้าไม่ถึง ต้องวางแผนการเดินทางเอง ทำอาหารกินเอง หรือสามารถซื้ออาหารกินในเรือได้

สามารถจองห้องพักได้ แต่ประหยัดสุดคือ กางเต็นท์แบบผม หรือ นอนที่ห้อง Solarium บนดาดฟ้า มีเบาะรองนอน มีถุงนอน ก็พอแล้ว

มีห้องสุขา และห้องอาบน้ำให้ สะดวกมากๆครับ

สำหรับเวปไซด์ จองเรือโดยสารเฟอรี่ คือ

Alaska Marine Highway

www.ferryalaska.com

หรือ

http://www.dot.state.ak.us/amhs/index.html

ภาพประกอบ เรือสำราญ จอดเทียบท่าที่เมือง เค็ทชิแคน Ketchikan


ความเห็นที่: 41 ตอบโดย: noiris เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 15:50 น.
ช่วงเดือนไหน เป็นช่วงที่สวยและค่าใช้จ่ายไม่แพงบ้างครับ

ต้องขอชมว่านำเสนอข้อมูลได้ดีมากครับ ใจชอบอันที่ 3 ขับรถเที่ยวเอาเอง

สำหรับที่พัก(ไม่นอนเต๊นท์)ไม่ต้องจองไปหาเอาดาบหน้ายากไหมครับ มีพวกคูปองลดราคาห้องพักตามจุดหยิบไหมครับ

ขอบคุณนะครับ

ความเห็นที่: 47 ตอบโดย: เอ้ เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 08:50 น.
คุณต้นสน อาชีพแม่ คงไปเที่ยวได้ตอนเด็กๆปิดเทอมแค่นั้นแหละค่ะ กำลังลุ้นว่าจะมีช่องว่างตอนช่วงกลาง May หรือเปล่า เพราะหลายๆแห่งเปิด 15 May พอดีเลย ค่ะ

ความเห็นที่: 42 ตอบโดย: Guest_AM เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 19:42 น.

สุดยอดค่ะ รอชมต่อค่ะ 

ดี๋ยวรอเพื่อนๆมาช่วยกันโหวตดีกว่าว่าให้เอาปฐมบทอันนี้มาลงต่อเป็นอันดับหนึ่งเถิด   อยากดูต่ออออออออออค่ะ


ความเห็นที่: 43 ตอบโดย: supmanee เมื่อ: 5 พ.ย. 2550 เวลา 22:02 น.
โห...พระเจ้า...ยอมรับว่าสุดสุด จริงๆ ครับ.....อย่างนี้สิ ทริปในฝัน เลยครับ...ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ดีมากมาก ครับ.....
หวังไว้ว่า ซักวัน คงมีโอกาส ได้เดินตามรอยทาง ของคุณนะครับ........
เยี่ยมครับ....นับถือ...
... นายต๋อ ...

ความเห็นที่: 44 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 07:02 น.

ขอบคุณครับเพื่อนทุกคนที่แวะมาทักทายครับ ขอทักทายและตอบคำถามเพื่อนๆด้วยครับ

คุณRatta ครับ ผมว่ารัสเซียต้องเสียดายแน่ๆเลย เพราะว่าตอนขายนั้นเมื่อปี ๑๘๖๗ ขายไปในราคาแค่ ๗.๒ ล้านดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้นเอง

ตกๆแล้วราคา เอเคอร์ละ สอง เซนต์ เองครับ ถูกมากๆ

ถ้าพูดเป็นไทยก็  ๒.๕ ไร่ เท่ากับ หนึ่งเอเคอร์  

ก็ประมาณ ไร่หนึ่ง ก็มีราคาแค่ ๓๔ สตางค์กว่าๆ เท่านั้นเอง

(คิดเล่นๆ ตามอัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้นะครับ สามสิบสี่เหรียญเท่ากับหนึ่งดอลล่าร์)

 

ที่เสียดายมากคงไม่ใช้แค่ ธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น แต่อลาสก้า เป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะน้ำมัน ครับ

 

คุณ MNP ขอบคุณครับ เดินเล่นที่นี่เพลินจริงๆละครับ

คุณ แพท ครับ ขอให้ได้เดินทางมายังดินแดนในฝันนี้ สมความตั้งใจนะครับ

ภาพประกอบ ยังสามารถพบเห็น สถาปัตยกรรมของรัสเซีย ได้โดยทั่วไป โดยเฉพาะแถบ Inside Passage เช่น โบสถ์ St Michale's Cathedral ที่เมือง ซิตก้า Sitka โบสถ์แห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี ๑๘๔๔ อยู่ยืนยาวมามากกว่า ร้อยปี แล้วครับ ถือเป็นโบสถ์Orthodox แบบรัสเซียที่เหลืออยู่ ที่งดงามที่สุดในอลาสก้าครับ


ความเห็นที่: 45 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 07:51 น.

คุณเอ้ครับ ผมไปถึง เมืองแฟร์แบงส์ครับแต่ไม่เห็นเลยครับ เพราะผมไปช่วงเดือนสิงหาคม ครับ ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูร้อนครับ เป็นช่วงที่มีพระอาทิตย์เที่ยงคืน มีช่วงกลางวันที่ยาวนาน และอากาศอบอุ่น

ดังนั้น จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พบเห็น แสงเหนือ หรือ Aurora Borealis ได้ยากมากในช่วงฤดูร้อน 

ที่ต้องการช่วงกลางคืนที่มืดสนิท และยาวนานสักหน่อย

 

ถ้าคุณเอ้อยากไปชม ต้องไปช่วงใบไม้ร่วงหรือหน้าหนาวครับ ประมาณกลางๆเดือนกันยายนเป็นต้นไป

ก็จะได้ชมป่าเปลี่ยนสีไปพร้อมกันเลย แต่ก็ต้องเตรียมรับกับความหนาวสักหน่อยครับ

 

แต่ ช่วงนั้น อาจจะไม่ค่อยเห็นฝูงปลาแซลมอนนับร้อยนับพันตัวที่ว่ายทวนน้ำไปวางใข่ หรือหมีที่ลงมาจับปลากินตามลำธาร

ซึ่งจะพบเห็นได้ง่ายกว่าในช่วงฤดูร้อนประมาณ กรกฎาคม และสิงหาคม (ช่วงที่ผมไป)

 

ภาพประกอบ ฝูงปลาแซลมอนจะมารวมตัวกัน อยู่ปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล เตรียมตัวว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ยังต้นแม่น้ำที่เป็นบ้านเกิดของพวกมัน  ไม่รู้ว่าพวกมันดีใจจะที่ได้กลับมาบ้านเกิดหรือเปล่า กระโดดน้ำเล่นกันใหญ่เลยครับ เป็นภาพที่ผมประทับใจมากๆเลย ไม่เสียแรงที่ตื่นเช้ามาดูพวกมันเล่นน้ำ


ความเห็นที่: 46 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 08:36 น.

คุณ Noiris ครับขอบคุณครับ ช่วงที่ดีที่สุด ผมว่าก็คือช่วงหน้าร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ฟ้าแจ่มใสมากที่สุด กลางวันยาวนานมากครับ เที่ยวได้คุ้มค่า ผู้คนชาวเมืองออกมาทำกิจกรรม มีงานรื่นเริงต่างบ้านเมือง มีชีวิตชีวา

แต่ก็เป็นช่วงที่มีราคาแพงที่สุด และ ถ้าคุณไม่นอนเต้นท์ ก็อาจจะต้องจองที่พักล่วงหน้าไปก่อนครับ มีโอกาสเต็มได้สูง

 

แม้จะห่างไกล และราคาแพง แต่ว่าทั้งชาวสหรัฐและนักท่องเที่ยวต่างๆจากทั่วทุกมุมโลก ไปเที่ยวอลาสก้าเยอะมากๆๆ จนคุณนึกไม่ถึงเลยละครับ ดังนั้นจุดที่เป็นแหล่งดึงดูดสำคัญๆ จึงเต็มไปด้วยผู้คน

 

ช่วงที่ราคาถูกลงมาหน่อย ก่อนและหลัง หน้าร้อน เดือนพฤษภาคม และ เดือน กันยายน ครับ

แต่กลางวันก็จะยังสั้นลง อากาศแปรปรวน อาจมีหิมะ และฝนตกฉุก บางเส้นทางอาจปิด เพราะหิมะยังไม่ละลาย หรือ หิมะเริ่มตกปิดเส้นทาง

คุณ AM ครับ ขอบคุณครับ  ผมก็อยากจะรีบเขียนกระทู้ให้เสร็จครับ แต่เวลาก็ไม่ค่อยจะอำนวยเลย

คุณ Supmanee ครับ ขอบคุณมากครับ

ภาพประกอบ เรือหาปลาและ ยอดเขา Devil's Thumb ที่เมือง Petersburg เขต Inside Passage ฤดูกาลอื่นฝนจะตกชุกครับ ทำให้เห็นความงามของธรรมชาติได้อยาก แม้ว่าจะมีฝนในหน้าร้อนเหมือนกัน แต่ว่าโอกาสฟ้าใส มีมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ ครับ


ความเห็นที่: 48 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 13:41 น.

คราวนี้มาเรื่องที่พักกันบ้างนะครับ

นอกจาก จะใช้ดาดฟ้าเรือ เป็นที่กางเต้นท์นอนค้างอ้างแรม แล้ว

ผมก็ยังติดใจใช้บริการ Hostel อยู่ครับ

ในอลาสก้า มี Hostel ตามจุดสำคัญๆ แถบจะทุกที่เลย

ดังนั้น ถือเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่ทำให้การเที่ยวในอลาสก้าไม่แพงจนเกินไปนัก

แต่ ต้องจองก่อนล่วงหน้า ในบ้างจุดที่นิยมมากๆ เช่น

Hostel ที่ อุทยานแห่งชาติ เดนาลี ที่เมืองจูโน่ เมืองหลวง และที่เมือง สแก็กเวย์

นอกนั้นก็ไม่จำเป็นเท่าใดนัก

สำหรับ ที่ไหนเมืองไหนมี Hostel บ้าง

ราคาเท่าไร จองอย่างไร ก็เข้าไปดูที่เวปรวมทุก Hostel นี้ได้เลยครับ

มีองค์การบ้านพักเยาวชนเป็นของอลาสก้าเอง

 

www.alaskahostelassociation.org

 

ภาพประกอบ ร่วมกิจกรรม ร่วมวงสนทนารอบกองไฟ ที่ทาง บ้านพักเยาวชน Denali Mountain Morning Hostel จัดขึ้นทุกๆคืน

Hostel นี้ มีทำเลที่ตั้งที่อยุ่ติดกับอุทยานแห่งชาติเดนาลี จึงทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจนักแรมทางยิ่งนัก แต่เป็นHostel เล็กๆ เป็นกันเอง รับรองนักท่องเที่ยวได้ไม่มากนัก จึงต้องจองไปก่อนล่วงหน้า เนิ่นๆ ครับ

ผมถูกใจที่นี้มากๆ ครับ ราคา ๒๗ เหรียญต่อคืน


ความเห็นที่: 49 ตอบโดย: คนชอบเที่ยว-kris เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 14:26 น.

ขอบคุณคุณ Pine Tree ที่มีทริป Alaska มารีวิว เพราะกำลังอยู่ระหว่างเตรียมแผนจะไปช่วง ส.ค - ก.ย 2009 ค่ะ แม้ว่าจะดูว่าไกลไปสักหน่อยแต่วางแผนเที่ยวไว้ 1 เดือนเต็ม ๆ ก็เลยกะว่าเตรียมไปเรื่อยๆ จะอุ่นใจกว่า

ตอนนี้อยู่ระหว่างทางเลือกว่าจะไปเรือสำราญ หรือ ไปเรือโดยสารดี เหมือนกับที่คุณ Pine Tree กล่าวถึงเลยค่ะ

โปรแกรมจะเป็นดังนี้ค่ะ

บินจาก BKK - Ancourage และขับรถจาก Ancourage - Fairbank  ช่วงขับรถประมาณ 7 วัน

จาก Fairbank - Ancourage โดยรถไฟสายประวัติศาสตร์

จาก Ancourage - Vancuver โดยเรือสำราญ หรือ เรือโดยสาร (ยังไม่ได้ข้อสรุป)

มีคำแนะนำบ้างไหมคะ ขอบคุณล่วงหน้าและรอติดตามชมตอนต่อๆ ไปค่ะ


ความเห็นที่: 50 ตอบโดย: kantalak เมื่อ: 6 พ.ย. 2550 เวลา 22:14 น.

รูปใหญ่ดีคะ มองดูแล้วเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเลย  เห็นแล้วก็ได้แต่จินตนาการตามไป เพราะความเป็นจริงก็ได้แต่ฝันเท่านั้นเอง


ความเห็นที่: 52 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 13:19 น.

ส่วนที่พักในอีกแนวทางหนึ่งที่ผมได้ใช้บริการมาแล้ว ทั้งประหยัดสุดๆ แล้วยังได้เพื่อนใหม่ ด้วยครับ

คือ การเป็นสมาชิก ที่ www.couchsurfing.com

และ www.hosptialityclub.org

ซิ่งมีจุดประสงค์สร้างมิตรภาพให้เกิดโดยทั่วโลก ด้วยการหยิบยืนน้ำใจ เอื้อเฟื้อแผ่ให้ที่พักอาศัยแก่คนชาติเดียวกัน หรือต่างชาติ ที่รักการเดินทางท่องเที่ยว

ถ้าเพื่อนสนใจ ก็ต้องเริ่มจากการสมัครเป็นสมาชิกของเวป ก่อนนะครับ

หาเพื่อนใหม่ที่อยู่ประเทศหรือเมืองนั้นที่เราจะเดินทางไป แล้วก็สอบถามว่าเราสามารถจะพักกับเพื่อนใหม่นั้นได้หรือเปล่า

 

ซึ่ง ผมได้สมัครเป็นสมาชิกมานานแล้ว

แล้วได้เข้าไปศึกษา ผ่านการพูดคุย สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่นั้นๆ

และได้มีประสบการณ์ไปพักกับเพื่อนใหม่ที่อยู่ในประเทศนั้นๆมาแล้ว

ตั้งแต่สมัยที่ไปเที่ยวประเทศ เม็กซิโก กัวเตมาลา และฮอนดูรัส

และอีกครั้งคือ ครั้งนี้ ตอนที่ไปเที่ยว อลาสก้ามานี่ละครับ

 

ผมได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆครับกับการได้ไปพักกับเพื่อนใหม่

สำหรับผม คิดว่าปลอดภัยดีครับ

เพื่อนใหม่มีน้ำใจ

ถ้าชาว TKT ต้องการเที่ยวประหยัด

โดยที่ไม่สนว่าจะต้องนอนพื้น นอนโซฟา หรืออาจกางเต้นท์บนลานหญ้านอกบ้าน  หรืออาจโชคดีได้นอนในห้องนอนสำหรับแขก

www.couchsurfing.com และ http://www.hospitalityclub.org/ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีครับ

ภาพประกอบ รถที่ใช้บริการนักท่องเที่ยวที่พาเที่ยวชมส่วนใน ของ อุทยานแห่งชาติเดนาลี


ความเห็นที่: 51 ตอบโดย: Don Rome de Madrid เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 05:36 น.

ว๊า มาอยุ่หน้าสองซะแล้ว

อะลาสก้าสวยจริงๆครับ หากมีโอกาสต้องไปให้ได้ 

ขอบคุณที่มาโพสต์ต่อครับ


ความเห็นที่: 53 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 13:54 น.

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายครับ ทั้งคุณ คนชอบเที่ยว-Kris คุณKantalak และคุณ Don Rome de Madrid

ขอตอบคำถามคุณ คนชอบเที่ยว-Kris ก่อนนะครับ

ผมว่าช่วงที่คุณคนชอบเที่ยว-Kris จะไปนั้น เป็นช่วงที่เหมาะสมมากๆ ครับ เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย

ให้ทำกิจกรรมต่างๆได้เต็มที่

ตามแผนแล้ว ผมว่าหนึ่งเดือนกำลังดีครับ

ขอตอบเป็นข้อๆเรียงตามแผนที่คุณให้ไว้นะครับ

ภาพประกอบ ในวันฟ้าใสของฤดูร้อน สามารถมองเห็นยอดเดนาลีได้จากเมือง Anchorage เลยครับ ที่อยู่ห่างจากยอดเขาประมาณ ๔๔๐ กว่า กิโลเมตร

ด้วยเป็นยอดเขาที่สูงตั้งตระหง่านอยู่เพียงยอดเดียว จึงทำให้เห้นได้ในระยะไกลขนาดนี้

ประมาณว่า ถ้ายอดเขาตั้งอยู่ที่กรุงเทพ ก็สามารถมองเห็นได้จากแถวพิษณุโลก พิจิตร ประมาณนี้เลยละครับ


ความเห็นที่: 54 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 14:02 น.

ข้อหนึ่ง

บินจาก BKK - Ancourage และขับรถจาก Ancourage - Fairbank  ช่วงขับรถประมาณ 7 วัน

ผมเห็นด้วยที่จะขับรถและแวะไปเรื่อยๆ ระหว่าง Anchorage และ Fairbanks เมืองที่ไม่ควรพลาดระหว่างทางคือ Talkeetna มีจุดชมเทือกเขาอลาสก้าที่งดงาม มีกิจกรรมมันส์ให้ทำเยอะ ปั่นจักรยาน ล่องแพยาง

ควรมีเวลาที่อุทยานแห่งชาติเดนาลี อย่างน้อยๆ สามถึงสี่วัน เพราะว่ากว้างใหญ่มากๆ ครับ มีจุดเที่ยวเยอะ

เวลาเที่ยวภายในต้องจอดรถทิ้งไว้ แล้ว ใช้บริการรถของอุทยานที่จะนำเที่ยว

ตลอดทั้งเส้นทางใช้เวลา ไปกลับ สิบเอ็ด ชั่วโมง โดยไม่ลงจากรถเลย

แต่ผมแนะนำว่า ให้ลงเดินเล่น ตามจุดต่างๆ สักช่วงโมงสองชั่วโมง แล้ว ค่อยนั่งรถคันต่อไป เที่ยวต่อ

จะเห็นความงามของเดนาลี แบบเจาะลึก


ความเห็นที่: 55 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 14:16 น.

ข้อสอง

จาก Fairbank - Ancourage โดยรถไฟสายประวัติศาสตร์

เห็นด้วยครับที่จะนั่งรถไฟ เพราะสวยมากๆ

 

แต่ที่ผมอย่างจะแนะนำก็คือ เส้นทางสายรถไฟจาก Anchorage ลงมายัง Seward นั้นงดงามกว่า Fairbanks – Anchorage มากครับ คุ้มค่าเงินตรากว่าครับ

และจะได้ เช่ารถขับเป็นวงกลม เริ่มที่ Anchorage และนำรถมาส่งคืน ที่Anchorage เหมือนเดิมครับ ค่าเช่ารถประหยัดว่า ด้วย เพราะรับรถและคืนรถ ที่เดียวกัน

 

แต่ควรจองล่วงหน้าสักหน่อย เพราะช่วงที่คุณไป อาจเต็มได้ครับ

อาจไปถึงที่ Anchorage แล้วเที่ยวสักสองสามวัน แล้ว ก็ค่อยโทรไปจองก็ได้ ครับ จะได้ ดูสภาพอากาศด้วยว่าอำนวยหรือเปล่า

เพราะถ้าฟ้าปิด ผมว่าขับรถเที่ยวดีกว่า ประหยัดกว่า เพราะเข้าใจว่า คุณKris น่าจะไปกันหลายคน

 

แต่ถึงแม้รถไฟเต็ม ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะวิวขับรถระหว่าง Anchorage ลงมายัง Seward นั้นก็งามไม่แพ้ รถไฟครับ

เพราะเท่าที่ผมสังเกตเห็น เส้นทาง ถนนและรางรถไฟ นั้น ขนานกันไป เป็นส่วนมาก มีแยกกันบางเป็นระยะ

และอีกอย่างจะได้ ขับรถเที่ยว คาบสมุทรคีนาย ให้ทั่วด้วย เพราะมีหลายจุดที่น่าสนใจมาก เช่น อุทยานแห่งชาติคีนายฟยอร์ด

จะได้ไม่ต้องมาหาเช่ารถที่ Seward อีกหลังจากลงรถไฟ


ความเห็นที่: 56 ตอบโดย: Pine Tree เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 14:37 น.

ข้อที่สาม

จาก Ancourage - Vancuver โดยเรือสำราญ หรือ เรือโดยสาร (ยังไม่ได้ข้อสรุป)

สำหรับทางเลือกในการเดินทางจาก Anchorage ลงมายัง Vancouver

ถ้ามีปัจจัยดังต่อไปนี้รวมกัน

ไปกันหลายคน

ไม่ต้องการแวะเมืองต่างๆมากนัก แค่สองสามชั่วโมงพอ

ต้องการชม College Fjords และ Glacier Bay

เมาเรือง่าย

 

 

ผมแนะนำว่าให้มากับเรือสำราญครับ

เพราะถ้าหมั่นดูหมั่นเช็ค อาจจะได้ห้องสองคน ที่ราคาถูกกว่ามาเรือโดยสาร

เรือสำราญ ขนาดใหญ่กว่าเรือโดยสาร เวลาออกทะเลใหญ่ช่วงล่องข้ามอ่าวอลาสก้า จะไม่ค่อยโคลงเคลง เหมาะสำหรับคนเมาเรือง่าย

 

ตอนแรกผมก็อยากจะลองลงเรือสำราญตอนขากลับบ้าง

เพราะขามา มาเรือโดยสาร แล้ว

แต่เพราะผม เดินทางคนเดียว

มาเรือสำราญ ก็ต้องจ่ายห้องเท่ากับสองคน

ราคาแพงกว่าเรือโดยสารแน่นอน

 

ถ้ามาเรือสำราญ มักต้องไปขึ้นที่ต้นทาง เมือง Seward ปลายทาง Vancouver

 

แต่ถ้ามาเรือโดยสาร ต้องไปขึ้นเรือที่เมือง Whittier ปลายทาง ที่เมือง Bellingham รัฐ Washingtion

แล้วสามารถต่อรถไฟ ไปเมือง Vancouver ได้ ใช้เวลาประมาณ หนึ่งถึงสองชั่วโมง


ความเห็นที่: 58 ตอบโดย: เอ้ เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 17:40 น.

คห.53 ดูยิ่งใหญ่จริงๆเลยค่ะ


ความเห็นที่: 57 ตอบโดย: คนชอบเที่ยว-kris เมื่อ: 7 พ.ย. 2550 เวลา 17:31 น.

มาขอบคุณคำตอบจากคุณ Pine Tree ค่ะ ได้รายละเอียดดีจัง จะได้ลองกลับมาทบทวนแผนดูอีกทีว่าควรปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง

รูปคุณ Pine Tree เนี่ยดูแล้วอิ่ม มีมิติสวยมาก ๆ เลยค่ะ เหมือนมีส่วนร่วมไปกับการเดินทางครั้งนี้เลยค่ะ

ความเห็นที่: 59 ตอบโดย: nath เมื่อ: 11 พ.ย. 2550 เวลา 10:38 น.
สวยงาม ยิ่งใหญ่มากครับ...

ความเห็นที่: 60 ตอบโดย: แต้วแล้วท้องขาว เมื่อ: 19 พ.ย. 2550 เวลา 12:07 น.

โมเด็มที่บ้านเสีย เลยไม่ได้เข้ามาอ่าน2สัปดาห์

สวยมากๆ ข้อมูลแน่น ฝีมือถ่ายรูปมืออาชีพจริงๆ ขอติดตามดูรูปทุกที่แหละค่ะ


ความเห็นที่: 61 ตอบโดย: Guest_fonka เมื่อ: 26 พ.ย. 2550 เวลา 11:54 น.
  wow!

ความเห็นที่: 62 ตอบโดย: american เมื่อ: 30 มี.ค. 2551 เวลา 13:59 น.

อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับอลาสก้า

แผนที่เมืองด้วยนะคะขอบคุณคะ


ความเห็นที่: 63 ตอบโดย: หนอนน้อยท่องโลก เมื่อ: 7 เม.ย. 2551 เวลา 12:11 น.
ดูแล้วสวยจนลืมหายใจเลยค่ะ