กระทู้ที่ 26922: เมื่อกลุ่มดูนก TKT เข้าร่วมโครงการ Bird come first

โดย: TKT BIRD CLUB เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 00:40 น.
ขอแจ้งสมาชิกครับ ว่าทางTKT BIRD CLUB ของเราจะเข้าร่วมโครงการ Bird come first ที่ริเริ่มโดยกลุ่มเพื่อนของเรา Save bird ลองอ่านดูนะครับ

ปกตินกจะเลือกที่ที่ปลอดภัยเพื่อการสร้างรัง โดยขึ้นอยู่กับลักษณะและที่อยู่อาศัยของนกแต่ละชนิด บางชนิดก็อาจจะอยู่ตามที่โล่ง บางชนิดก็อยู่ในที่มิดชิด บ้างก็อยู่เป็นกลุ่มใหญ่ บ้างก็อยู่โดดเดี่ยว บ้างก็อยู่กับพื้น บ้างก็อยู่สูงลิบ แต่ที่เหมือนกันคือความปลอดภัย เพราะไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์ต่างก็คิดถึงความปลอดภัยของลูกเป็นหลัก ดังนั้นรังจึงต้องมีความปลอดภัยก่อน ลูกถึงจะปลอดภัย
การที่เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรัง จึงมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของลูกนกอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถ้าเหตุการณ์เลวร้ายมาก อาจจะทำให้ลูกนกตายได้ ทั้งจากการอดอาหาร หรือการพบเห็นจากนักล่า แต่ถึงแม้ลูกนกจะไม่ตาย การรบกวนอาจจะส่งผลให้ลูกอ่อนแอกว่าที่ควรจะเป็น หรือสภาพจิตที่ผิดปกติ ซึ่งก็อาจจะมีผลในระยะยาวกับนกได้เช่นกัน

ดังนั้นในสภาพที่อ่อนไหวมาก อย่างช่วงที่นกทำรัง เลี้ยงลูก เราทั้งนักดูนกและนักถ่ายภาพนก ควรจะคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คิดถึงอนาคตของสัตว์ คิดว่าเค้าเป็นเพื่อนร่วมโลกที่มีจิตใจ มีความรู้สึก ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราว่าถ้าเป็นเราจะรู้สึกอย่างไร เรามาหยุดรบกวนที่รังกันเถอะครับ ไม่ว่าจะเป็นการดูนก หรือจะถ่ายภาพก็ตาม เพื่อให้เค้าได้เลี้ยงลูกให้ดีที่สุด จะได้ลูกนกที่แข็งแรง และดำรงเผ่าพันธุ์ เพิ่มจำนวนให้เราได้ชื่นชมไปอีกนานๆ

จะทำอะไรอย่าลืมนึกคำว่า " นกต้องมาก่อน Birds come first " นะครับ

http://www.savebird.com/


ความเห็นที่: 1 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 00:58 น.
โดยส่วนตัวผมเองปกติผมจะไม่ไปดูนกที่ทำรังอยู่แล้ว เคยไปดูรังนกปีกแพรสีเขียวครั้งเดียวก็รู้สึกผิดครับ จากนั้นก็ตั้งใจว่าจะไม่ไปดูนกทำรังที่ไหนอีกแล้ว รวมถึงการจัดทริปของTKTด้วย

เชื่อผมเถอะ เรามาลดละกิเลสความอยากเห็นนกลงกัน โอกาสที่เราจะเห็นในธรรมชาติขณะที่เขาไม่ได้ทำรังยังมีอยู่มากครับ

เลิกกันทีนะครับ ถึงเราไม่เห็นนกที่เราต้องการเห็นแต่เราจะภูมิใจและสุขใจมากกว่าได้เห็นครับ


ความเห็นที่: 2 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:01 น.
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=savebird&topic=749&page=2

จากกระทู้นี้จะเห็นภาพหน้าปกหนังสือ อสท.เล่มใหม่ที่มีรูปนกแซวสวรรค์ป้อนลูกในรังเป็นปก


ความเห็นที่: 3 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:04 น.
ถ้าลองมองให้ดีจะเห็นร่องรอยการตัดแต่งกิ่งไม้อย่างชัดเจน (จากกระทู้เดียวกันที่savebird.com)


ความเห็นที่: 4 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:07 น.
การกระทำเยี่ยงนี้เลวหรือถูกต้อง เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยาก นะครับ

ข้อความจากคุณ ชมส.ครับ

พอดีได้เห็นวารสาร อ.ส.ท. เล่มใหม่ หน้าปกเป็นรูปนกตัวโปรด อย่างนกแซวสวรรค์ และสันปกมีคำว่า ดูนก ก็เลยรีบเปิดดู แต่พอเห็นภาพด้านใน แล้วก็อึ้ง มีแต่รูปนกที่ถ่ายรังจากรังล้วนๆ แม้จะไม่รู้ว่าภาพเหล่านี้จะได้มาอย่างไร ได้มีการป้องกันการรบกวนขนาดไหน แต่ก็ถือว่ายังมีการรบกวนนกที่รังอยู่ดี ผมก็เลยวางกลับไปที่เดิม เป็นหนังสือที่มีเรื่องเกี่ยวกับนกเล่มแรกที่ผมไม่ได้ซื้อ แต่ก็หวังว่าจะไม่มีเล่มต่อๆ ไปอีก

ผมว่าถ้าพวกเราไม่สนับสนุนหนังสือที่มีภาพรังนก ภาพนกคาบเหยื่อ น่าจะทำให้ความต้องการภาพเหล่านี้ลดลง เพราะถึงจะถ่ายมาก็ไม่มีใครสนับสนุน ถึงจะลงในเนต ก็ไม่มีคนชื่นชม การถ่ายภาพที่รังก็น่าจะลดลงบ้าง



ถ้ารักนก ก็ไม่ควรสนับสนุนภาพนกที่ถ่ายจากรังครับ


แต่ทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าจะแบนหนังสือเล่มไหน หรือช่างภาพคนไหน แบบถาวรนะครับ ถ้าเล่มไหนมีภาพเหล่านี้ หรือมีการแสดงภาพจากใครก็อยากให้เป็นแบนเป็นคราวๆ ไป และอย่างไรก็ดีก็ขอให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเพื่อนๆ เองนะครับ




ความเห็นที่: 5 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:24 น.
ดังนั้น ก่อนจะมีมาตราการใดๆออกมาจากโครงการ Bird come first นะครับ ขอร้องให้พื่อนๆชาวTKT และผู้ผ่านเข้าพยายามปฎิบัติดังนี้ไปก่อนนะครับ

1.ไม่สนับสนุน ไม่ซื้อ หนังสือใดๆที่ลงภาพนกอันเกิดจากการถ่ายภาพที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

2.ไม่สนับสนุน ไม่เขียนข้อความในกระทู้ใดๆที่มีภาพนกและรังนกหรือมีข้อความใดๆที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

3.ไม่ตั้งใจไปดูนกขณะที่นกทำรังอยู่

4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดๆที่จะไปรบกวนนก

5.เมื่อพบรังนกโดยบังเอิญไม่ควรบอกผู้อื่น ยกเว้นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูลการทำรังของนก

6.ช่วยกันสนับสนุนโครงการ Bird come first ไม่ว่าการช่วยกันซื้อสินค้า ขายสินค้า บริจาค ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ เพื่อรวบรวมเงินทุนเพื่อใช้ในกิจการครับ


ปฎิบัติตามน้ไปก่อนจะมีมาตาการอย่างเป็นทางการออกมานะครับ



ความเห็นที่: 7 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:27 น.
Rare breeding birds. If you discover a rare bird breeding and feel that protection is necessary, inform the appropriate RSPB Regional Office, or the Species Protection Department at the Lodge. Otherwise it is best in almost all circumstances to keep the record strictly secret in order to avoid disturbance by other birdwatchers and attacks by egg-collectors. Never visit known sites of rare breeding birds unless they are adequately protected. Even presence may give away the site to others and cause so many other visitors that the birds may fail to breed successfully. Disturbance at or near the nest of species listed on the First Schedule of the Wildlife and Countryside Act 1981 is a criminal offence.

ถ้าเราพบการทำรังวางไข่ของนกหายาก และคิดว่าจำเป็นต้องมีการป้องกัน ควรแจ้ง RSPB (เป็นองค์การเพื่อการอนุรักษ์นกของอังกฤษ ซึ่งถ้าทางเป็นของเราก็คงเป็นสมาคมฯ) แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเรื่องรังนี้เป็นความลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากนักดูนก และนักเก็บสะสมไข่นก (อันนี้โชคดีที่เมืองไทยไม่มี) การป้องกันรังนกที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ อย่างแรก คือ ไม่ควรเข้าไปใกล้รังนกอีก และไม่ควรนำข่าวนี้ไปบอกคนอื่นๆ เพราะจะทำให้มีคนเข้ามาดูนกรังนี้กันมากขึ้น และส่งผลให้การทำรังวางไข่ของนกไม่ประสบผลสำเร็จได้ การรบกวนนกหรือเข้าใกล้รังนกตามรายการ First Schedule of the Wildlife and Countryside Act 1981 ถือว่าเป็นความผิดอาญา


ความเห็นที่: 9 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:28 น.
เพิ่มเติมโดยพี่วอมแบทครับ

Nest photography of birds is excluded. Photographing birds in the vicinity of a nest is dissuaded.
By not photographing birds nests in general we avoid inducement of making nest photography of birds that are more sensitive to disturbance.
Species which tolerate the presence of man (eventually depending on place and time) can be photographed in the vicinity of the nest, but only with due regard to the basic rules ( e.g. cliff birds).

ไม่ถ่ายภาพนกที่รัง และไม่ควรถ่ายภาพรอบ ๆ รัง
การห้ามถ่ายภาพนกที่รังโดยไม่มีการยกเว้นไม่ว่าจะเป็นนกชนิดใดก็ตาม ก็เพื่อป้องกันการรบวนนกที่ไวต่อการถูกรบกวนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นกชนิดที่ไม่ค่อนตื่นคน อาจถ่ายภาพรอบ ๆ รังได้ในบางกรณี เช่นนกที่ทำรังตามหน้าผา



ความเห็นที่: 10 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:40 น.
ขอบคุณสำหรับโครงการดีๆอย่างนี้ครับ พวกเราที่นี่ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ฝากโครงการต่อไป The cage not my home โครงการต่อต้านการเลี้ยงนกในกรงขังและการจับนกป่าในธรรมชาติมาเลี้ยงในกรงกันครับ

ลงชื่อแสดงพลังหน่อยดีไหมครับ


02 02 02 02 02 02 02 02 02 02 02 02 02


ความเห็นที่: 11 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 01:45 น.
ย้ำๆๆๆ

ดังนั้น ก่อนจะมีมาตราการใดๆออกมาจากโครงการ Bird come first นะครับ ขอร้องให้พื่อนๆชาวTKT และผู้ผ่านเข้าพยายามปฎิบัติดังนี้ไปก่อนนะครับ

1.ไม่สนับสนุน ไม่ซื้อ หนังสือใดๆที่ลงภาพนกอันเกิดจากการถ่ายภาพที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

2.ไม่สนับสนุน ไม่เขียนข้อความในกระทู้ใดๆที่มีภาพนกและรังนกหรือมีข้อความใดๆที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

3.ไม่ตั้งใจไปดูนกขณะที่นกทำรังอยู่

4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดๆที่จะไปรบกวนนก

5.เมื่อพบรังนกโดยบังเอิญไม่ควรบอกผู้อื่น ยกเว้นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูลการทำรังของนก

6.ช่วยกันสนับสนุนโครงการ Bird come first ไม่ว่าการช่วยกันซื้อสินค้า ขายสินค้า บริจาค ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ เพื่อรวบรวมเงินทุนเพื่อใช้ในกิจการครับ


ปฎิบัติตามนี้ไปก่อนจะมีข้อปฎิบัติอย่างเป็นทางการออกมานะครับ

ความเห็นที่: 12 ตอบโดย: นกแว่นสีทอง เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 02:23 น.
หนับหนุนคับ sayyes
ปกติผมก้อเห็นนกน้อยอยู่แล้น แต่การไม่ดูนกทำรัง ก้อไม่ได้ทำให้ตัวเองเห็นนกน้อยลงเท่าใดเลย
เพราะ ไม่ค่อยดูนกทำรัง แบบตั้งใจไปดูอยู่แล้น ยกเว้นกรณีเจอโดยบังเอิญ อย่างเช่น พญาปากกว้างอกเงิน แก่งกระจาน งัยคับ 12
มักจะได้ดูแบบผ่านตา แล้วรีบเดินผ่านไป หาที่อ่นดูซะมากก่า 24

กรณีภาพปก อสท. เล่มนี้ ดีใจและเห็นด้วยที่เพ่มือเก่า เอารูปมาให้ดูเป็นตัวอย่าง
นักดูนกที่เคยเข้าใจพฤติกรรมนกทำรัง ย่อมเข้าใจดีว่า
คงไม่มีนกตัวไหน
+ + + ทำรัง ตามง่ามกิ่งไม้ ที่มีเพียง 2 กิ่ง เป็นแน่ + + +

+ + + ย่อมบอกได้ว่า มีคนเจตนาทำ + + +
แต่จะเป็นใครคนไหนก้อไม่รู้ ดูจากรูป รังเริ่มห้อยเอียง จนเกือบตกแล้ว saysorry
เรื่องน่าเศร้าจิงๆ bawling เกิดจากพฤติกรรมคนไม่สนใจจะเข้าใจธรรมชาติ ก้อเงี้ยแหละคับ
มักจะมีคนจำนวนน้อยที่ทำอย่างเงี้ย angry
ถ้าใครรู้ ก้อน่าจะช่วยกันกระซิบบอกไว้คับ ว่าเป็นใครที่หนาย
วันหน้าวันหลังเจอ จะได้ช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตาในวงการดูนก อันเป็นที่รักของเรา เพื่อช่วยหาทางยกระดับ และส่งเสริมให้ดีขึ้นคับ

clap clap clap clap clap clap clap clap

ความเห็นที่: 13 ตอบโดย: นกแว่นสีทอง เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 02:28 น.
ไม่รู้ว่ากรณ๊ หนังสือ อสท.

น่าจะมีใครเป็นตัวแทน ลองส่วจดหมายส่งไปหา ทาง บก. เพื่อสร้างความเข้าใจ และขอความร่วมมือเพิ่มเติม ก้อน่าจะดีนะคับ
เพราะหนังสือใหญ่ คนทั่วๆไป ที่ยังไม่ใช่นักดูนกอ่านมีอีกมาก
น่าจะมีโอกาส สร้างความเข้าใจ และสิ่งดีๆ ให้ประชาชนมากกว่านี้

เพ่ มือเก่า ลองดูดิคับ 26

ความเห็นที่: 14 ตอบโดย: เจี๊ยบ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 07:20 น.
ขอสนับสนุน รับทราบ และจะปฏิบัติตาม ครับผม sayyes sayyes sayyes

ความเห็นที่: 15 ตอบโดย: Un.K เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 08:55 น.
ขอลงชื่อแสดงพลังด้วยคนค่ะ cool

เหตุการณ์หลายครั้ง ที่กิเลสเข้าครอบงำจิตใจ ด้วยความอยากเห็น อยากได้นกใหม่ นกหายากซักตัว โดยไปดูตอนเขาป้อนลูก แล้วก็เป็นความรู้สึกผิด ที่ติดตัวติดใจ มาจนถึงปัจจุบัน 19

สัญญาว่า จะไม่มีครั้งต่อไป ที่จะตั้งใจไปดูนกที่ทำรังเลี้ยงลูก 11

ความเห็นที่: 16 ตอบโดย: ป๋ากบ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 09:17 น.
เห็นได้ชัดเจนว่า บรรณาธิการอนุสาร อสท. เอง (ไม่ต้องพูดถึงนักถ่ายภาพคนนี้) ก็ไม่เข้าใจและไม่ระวังว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนแค่ไหน ถึงปล่อยให้มีรูปแบบนี้ลงในวารสารที่ขายดีติดอันดับและเคยได้รับรางวัลต่างๆมากมาย น่าผิดหวังกับระดับความเป็นมืออาชีพมาก
ในประเทศที่เจริญแล้ว มีประชาชนที่ตระหนักในผลกระทบข้อนี้มากๆการประกวดภาพถ่ายธรรมชาติของเขาจะมีกฎเหล็กว่าไม่รับภาพนกทำรังเลี้ยงลูกเด็ดขาด ที่แน่ๆก็เคยเห็นของญี่ปุ่นที่นึงแหละ

ความเห็นที่: 17 ตอบโดย: Black-capped เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 09:29 น.
ติดตามข่าวคราวโครงการจากเวบเซฟเบิร์ดมาได้ซักพักแล้ว มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง 01

แต่ถึงยังไง ผมก็...

เห็นด้วยและสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ : 3:


ความเห็นที่: 18 ตอบโดย: เจ้าการเวกเสียงหวาน เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 09:32 น.
เคยเห็นรูปนกทำรัง เลี้ยงลูกในเนทที่เขามาโชว์กัน
เคยคิดอยากไปดู อยากไปเห็นแบบนั้นบ้าง
โชคดี..ที่ไม่เคยมีโอกาสนั้น
ไม่งั้นคงรู้สึกแย่..ถ้าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รังนั้นมีอันเป็นไป 19 19

ลงชื่อด้วยคน

รับทราบ + สนับสนุน + และจะปฏิบัติตามเจ้าค่ะ

sayyes sayyes sayyes sayyes sayyes

ความเห็นที่: 19 ตอบโดย: wing เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 09:48 น.
ไม่แน่ใจว่ารังนกในรูปมีการผ่าแบะรังหรือไม่?
เพราะดูคล้ายๆเป็นเช่นนั้น โดยปกติรังนกจะต้องมีขอบรัง และไม่น่าจะมองเห็นตัวลูกนกในระดับช่วงล่างของตัวได้ขนาดนี้ยกเว้นกรณีลูกนกโตมากๆ
ประกอบกับส่วนของผนังรังด้านในถูกเผยให้เห็นเป็นกระเปาะซึ่งน่าจะใช่
ลองพิจารณาให้ด้วยนะครับว่าอาจเป็นได้หรือไม่

ความเห็นที่: 20 ตอบโดย: Aชมเพลิน เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 10:13 น.
หนับหนุนด้วยคนค่ะ ขอสัญญาด้วยเกียรติว่าต่อไปจะไม่มีการดูนกที่รัง ทั้งใกล้และไกล และจะไม่สนับสนุนการซื้อหนังสือที่ถ่ายรูปนกที่รังเป็นอันขาด คร๊าบ...เอ้ย...ค่ะsayyes

ความเห็นที่: 21 ตอบโดย: borndecember เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 11:06 น.
sayyes ขอบพระคุณแทนนกน้อยทำรังทุกตัวมากๆ ครับ

คงจะได้ขอรับความกรุณาจากทุกท่านในเวลาอันใกล้นี้ครับ

ความเห็นที่: 22 ตอบโดย: TTA เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 11:38 น.
มายกมือสนับสนุนครับ
และรอเรื่องโครงการต่อไปด้วยครับ

ความเห็นที่: 23 ตอบโดย: คนล่าตะวัน เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 12:22 น.
มายกมือสนับสนุนด้วยคนครับ

clap

ความเห็นที่: 24 ตอบโดย: ฟ้าเวิ้ง เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 14:31 น.
สนับสนุนเต็มที่ครับ

ความเห็นที่: 25 ตอบโดย: yokning เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 14:55 น.
ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้คนริเริ่ม campaign ด้วยคนค่ะ

เราน่าจะเผยแพร่เรื่องนี้ไปสู่คนที่ไม่ได้เป็นนักดูนกด้วย เพราะว่าเค้าอาจจะทำไปเพราะขาดความรู้ก็ได้นะคะ

ใต้ตึกเรียนของหนู มีการจัดนิทรรศการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าเมืองไทยของ true ..มีภาพถ่ายนกที่รังได้รับรางวัลด้วย น่าจะมากกว่า 1 ภาพนะคะ เท่าที่ดูคร่าวๆ

01 แล้วถ้าเค้าใช้ digiscope เราจะรู้ได้ไงคะ หรือว่าเหมาหมดเลย digiscope ก็ไม่สนับสนุนเหมือนกัน


โครงการ the cage not my home น่าสนใจมาก แต่คงต้องรวมพลังกันเยอะมากๆๆๆๆ แต่ยังไงหนูก็สนับสนุนด้วยคนเช่นกันค่ะflower

12

ความเห็นที่: 26 ตอบโดย: เก่ง ดอยอินฯ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 16:31 น.
มาลงชื่อเข้าร่วมมือด้วยคนครับ 12

ความเห็นที่: 27 ตอบโดย: Secretary Bird เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 16:59 น.
หนับหนุน หนับหนุน และยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่เลยค่ะ sayyes

และขอสัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ยืนจ้องหน้าแม่นกที่รังอีกแล้ว stop (...แค่รังพญาปากกว้างริมถนนครั้งเดียวก็รู้สึกผิดมากแล้วค่ะ)


ความเห็นที่: 28 ตอบโดย: คุณเล็ก เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 18:44 น.
ถ้ารูปหน้าปก อสท. เกิดจากการเข้าไปตัดแต่งกิ่งละก้อ แย่จริงๆ คนที่ถ่ายภาพนี้มา ผมเลยคิดต่อไปว่าแล้วลูกนกรังนี่จะรอดไหม สักกี่ตัว
วันนี้ผมเห็นนกปรอดบ้านที่สวนกำลังกกไข่ ดู*งๆ 10+เมตร แต่อยู่สูง ต้องแหงนคอมากหน่อย ต้นมะขามเทศ ไม่สังเกตดีๆจะไม่รู้ 12
อ้อ ผมซื้อมาแล้ว อสท.เล่มที่ว่า มันชัดจนน่ากลัว !!!

ความเห็นที่: 29 ตอบโดย: เดินดง เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 20:09 น.
Copy มาจากพาดหัวของ www.birdforum.net.

ATTENTION GALLERY USERS
Please do not post any photos of NESTS, EGGS OR NESTING BIRDS
PLEASE DO NOT POST PHOTOS OF CAPTIVE, ZOO OR COLLECTION BIRDS

ผมว่า อสท. ทำเพราะความไม่รู้ มีหลายคนไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ ทางแก้ปัญหาควรจะเป็นการสอน น่าจะได้ผลมากกว่า ที่อสท.โฆษณาความงามของป่า ทะเล ฯลฯ ก็ได้ทำลายธรรมชาติของเมืองไทยมามากแล้ว ผมก็ยังเชื่อว่าเขาทำเพราะความไม่รู้ น่าจะให้อภัยและหาทางสอนเขาให้รู้ ดีกว่าที่จะไปโกรธเขา

พูดง่าย ทำยาก แต่ก็น่าจะพยายาม 02

ความเห็นที่: 30 ตอบโดย: นกเหนือ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 20:58 น.
ผมเอาด้วยคนครับ

คุณภาพของภาพถ่ายหน้าปก อสท ไม่ใช่กระจอกนะครับ ต้องมาจากอุปกรณ์และประสพการณ์ที่ไม่ใช่มือใหม่ไร้เดียงสา.....โปรดพิจารณาจุดนี้ตามด้วยนะครับ21

ความเห็นที่: 31 ตอบโดย: ฟ้าเวิ้ง เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 21:01 น.
น้อง yokning เรียนอยู่วนศาสตร์หรือครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่าจะเข้าไปดูพอดี

นอกจาก อสท.แล้ว Exposure เล่มใหม่ก็มีเรื่องกระเต็นสร้อยคอสีน้ำตาล เห็นเหยื่อเป็นงูที่มันคาบมาป้อนลูกแล้ว เลยคิดว่า เพราะความเครียดจากตากล้องส่วนนึง ที่ทำให้แม่นกพลาดพลั้งถูกสัตว์มีพิษกัด (ตามข่าว)ซึ่งก็อาจจะเป็นเหยื่อที่แม่นกจะนำมาป้อนลูกก็เป็นได้

คนเขียนบทความในหนังสือเล่มดังกล่าว บอกว่ามีการย้ายบังไพร หลังจากที่ด้านนั้น ถ่ายรูปได้ไม่ชัด
ผมว่าตานี่ก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ต้องหานะครับ เสียดายหลักฐานไม่แน่น

หนังสือดังกล่าวผมเช่ามาดูครับ ไม่ซื้อ ไม่สนับสนุน แต่ก็จำเป็นต้องรู้ไว้เป็นข้อมูลบ้างนะครับ

ความเห็นที่: 32 ตอบโดย: ป้า อ. เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 21:08 น.
ปลื้มใจเกินพรรณนา
ขอบคุณมากๆๆๆๆ
สิ่งที่คุณ yokning บอกก็น่าคิดนะคะ
Target ใน phase 2 ของเราก็อาจเป็นคนนอกวงการ เช่นองค์กรที่จัดการประกวดถ่ายภาพ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป

นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มโครงการจริงจัง แนวคิดนี้ก็เป็นที่ยอมรับและเข้าใจในหมู่นักดูนกขนาดนี้แล้ว... ท่าทางเราจะเจริญก้าวหน้ากว่าวงการดูนกฝรั่งอีกนะเนี่ย
12

ความเห็นที่: 33 ตอบโดย: คนล่าตะวัน เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 21:37 น.
อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้ถ่ายภาพรังหรือรบกวนรังนกก็คือ พฤติกรรมการดูนกครับ เช่น การใช้เหยื่อล่อนก หรือ การใช้เสียง

ผมว่าประเด็นพวกนี้ควรต้องมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันว่าควรทำอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าบางคนทำไปเพราะความไม่รู้ หรือ เลียนแบบต่อๆกันมา

08 08

ความเห็นที่: 34 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 22:33 น.

ปลื้มใจ ภูมิใจในเพื่อนๆทุกคนครับ ใครเห็นด้วยอ่านแล้วช่วยลงชื่อแสดงพลังกันเถอะครับ

อย่าให้ความเกรงใจของเราต่อผู้ที่รบกวนนกทำลายความสุขของนกมากไปกว่านี้เลย

สู้ๆๆๆๆๆ


ป้า อ. <------- YOU NEVER WALK ALONE 03


ความเห็นที่: 35 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 22:45 น.
อ้ออออ ลืมบอกไปครับว่าช่างภาพที่ถ่ายภาพนี้ขึ้นปก อสท.ชื่อ นายสมาน คุณความดี

ส่วนหมาเอ๊ยใครที่ไหนตัดแต่งกิ่งไม้ที่รังนก ผมไม่ทราบครับ

12

ความเห็นที่: 36 ตอบโดย: นกกระจอก เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 23:04 น.
เจ๋งที่สุดเลยค่ะ 02

ความเห็นที่: 37 ตอบโดย: ป้า อ. เมื่อ: 23 มิ.ย. 2548 เวลา 23:32 น.
โห... คห 33 ของคุณคนล่าตะวันโดนเข้ากลางใจเลยค่ะ เห็นด้วย 100 % แล้วยังมีเรื่องเลี้ยงนกในกรง และนกกรงหัวจุกอีก
เอาทีละอย่างละกันนะ ... 12

02 02 เชื่อแล้วจ้า... we never walk alone ลุงมือเก่า ขอบคุณมาก
เมื่อก่อน ก็มีกันไม่กี่คน ปรึกษา ปลอบใจกันไปมา (ส่วนใหญ่จะโดนปลอบ24 ) วันนี้...TKT อีกเพียบเลย... พันธมิตรแห่งวงปีก Lord of the Wings!!!! (สำนวนป๋า ชมส เค้า) อิอิ 12
...สู้ว้อย...sayyes

ความเห็นที่: 38 ตอบโดย: คุณเล็ก เมื่อ: 24 มิ.ย. 2548 เวลา 03:34 น.
ผมกลับไปดูมาแล้ว ทีแรกสงสัยแต่เพียงว่าทำไมรังนกมันชูลอยเด่นแบบนั้น ตอนนี้เห็นชัดว่าลิดกิ่งไม้ออก
ผมแนะนำว่าอย่าส่งเข้าประกวดที่ไหนในนามประเทศไทยเลยนะครับ (อสท.) จะถูกถล่มยับเยินกลับมาหน้าตาดูไม่ได้ 09

ความเห็นที่: 39 ตอบโดย: toto เมื่อ: 24 มิ.ย. 2548 เวลา 08:38 น.
บังเอิญไปทำกาแฟหกรด อสท. เล่มที่ว่าด้วย เลยต้องซื้อมา
เดี๋ยวจะกลับไปส่องดูหน้าปกให้ชัดชัดอีกที 04

ความเห็นที่: 40 ตอบโดย: ผ่านมาอ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 12:54 น.
ผมอ่านดูจากรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ก็คิดว่าเห็นด้วยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด เพราะอะไรน่ะหรือ บางสิ่งบางอย่างคุณก็ต้องมีข้อยกเว้นเหมือนกัน
คุณคิดว่าการเข้าป่าเพื่อดูนกนั้นมิใช่เป็นการรบกวนนกหรือ หรือแม้แต่เมื่อพวกคุณเดินลุยน้ำ เดินเข้าไปที่นาเกลือเพื่อดูนกชายเลน คิดว่าไม่เป็นการรบกวนนกหรือ นักดูนกที่มีประสบการณ์มานานแล้วคงจะทราบดีว่าหากคุณไปดูนกตามทุ่งนาคุณจะเห็นว่านกกระแตแต้แว๊ดมันจะส่งเสียงร้องและบินหนีขึ้นฟ้า แสดงว่ามันก็คิดว่ามีคนมาบุกรุกมันแล้ว พวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุขจู่ ๆ ก็ต้องมาระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายมันทั้งที่จริงเรามันก็แค่มาถ่ายภาพนกหรือมาชื่นชมความงามของนก
ไม่ได้มองว่าการดูนกที่รังหรือถ่ายภาพรังนกจะเป็นการรบกวนทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ต้องการทำอะไร ถ้าหากใช้ในการวิจัย สังเกตการณ์พฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เป็นข้อมูลสำคัญเพื่อที่ให้นกชนิดเดียวกันแต่เป็นตัวอื่นอยู่รอดปลอดภัย ผมว่าเรื่องนั้นน่าจะเป็นข้อยกเว้น พฤติกรรมนก อุปนิสัยนก ระยะการเจริญเติบโต ข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องอาศัยการสังเกตการณ์จากนกที่อาศัยอยู่ที่รังนกด้วย ถ้าอย่างนั้นคนที่ไปดู Wallace Hawk Eagle ที่กรุงชิงก็มีสภาพไม่ต่างจากจำเลยซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
นักดูนกบางคนที่เคยไปกับคุณฟิลด์ทำการใส่ห่วงขานก ก็ลองถามตัวเองว่านกตัวที่ถูกสวมห่วงนั้นมันถูกเบียดเบียนหรือถูกรบกวนหรือไม่ แน่นอนว่านกมันก็มีสัญชาตญาณที่จะเอาตัวรอด มันอาจจิกมือผู้สวม แล้วทำไมไม่มีต่อว่าคุณฟิลด์ว่ากำลังรบกวนนก
พวกคุณ ๆ ที่กำลังออกความเห็นในกระทู้นี้ผมไม่เชื่อหรอกว่าไม่เคยรบกวนนก การไปดูนกขัติยาทำรังที่เฟรเซอร์ฮิลล์นั้นไม่ใช่การรบกวนนกหรือ
นักดูนกส่วนใหญ่ต่างก็แห่กันไปดูนกซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องปกติ ถ้าอย่างนั้นเมื่อมีข่าวนกหายาก นกที่ไม่ค่อยได้เห็นมาปรากฎตัวขอให้พวกคุณ ๆ ก็อย่าแห่กันไปดูก็แล้วกัน พอมีคนเห็นแล้วไม่บอกก็ถูกกล่าวหาว่าหวงไว้ดูคนเดียวอีก ไม่แบ่งให้คนอื่นชื่นชมบ้าง เอาใจยากจังกับนักดูนก
ถ้าจะเหมาเอาว่าการถ่ายภาพนกหรือดูนกทำรังเป็นการรบกวน ผมว่ามันก็ไม่ต่างจากการที่คุณเข้าป่าดูนกแล้วก็เปิดเทปล่อหรือผิวปากเรียกมันออกมาให้คุณดู การเปิดเทปล่อนั้นบรรดาเกจินกหลายคนต่างก็ทำกันมีใครกล้าหาญไปต่อว่าหรือเปล่า
จึงอยากบอกว่าไม่ใช่ว่าพวกคุณจะไปเหมาเอาว่าดูนกที่รังถ่ายภาพนกที่รังเป็นเรื่องผิดทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ทำด้วย ทุกอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับความพอดี เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัวทั้งนั้นแหละ ว่ากันไปว่ากันมาทุกคนนั่นแหละก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แค่เดินเข้าป่าหรือเดินไปบริเวณที่นกอาศัยมันก็เป็นการรบกวนนกแล้ว เปรียบเสมือนคุณกำลังบุกรุกบ้านของคนอื่น
ถ้าพวกคุณคิดว่า อย่างนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ ผมว่าพวกคุณอยู่บ้านดูภาพนกจาก Bird Guide เถอะไม่ต้องออกภาคสนามดูนกหรอก เพราะมันดูไม่ได้เดี๋ยวเป็นการรบกวนนก
5555555 02 08 12 blur 01

ความเห็นที่: 41 ตอบโดย: seks@n เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 14:04 น.
เห็นด้วยกับ คห. ของคุณมือเก่าครับ .....
แต่ คห.33 และ คห.40 ถูกใจและตรงใจมาก .....

ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นดาบสองคม มีทั้งคุณทั้งโทษ !!
เดินสายกลางกันดีกว่าครับ ...... ท่านอนุรักษ์ทั้งหลาย notalk

ความเห็นที่: 42 ตอบโดย: คนล่าตะวัน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 20:22 น.
เห็นด้วยครับว่าแค่การที่เราเข้าไปในป่ามันก็ถือว่าเป็นการรบกวนนก แต่ผมว่าสิ่งสำคัญคือการจำกัดพฤติกรรมการรบกวนให้อยู่ในระดับหนึ่งเพราะบางพฤติกรรมมันเกินจากการรบกวนนกไปแล้วครับ

การที่เรามาคุยกันเพื่อหาข้อสรุปของพฤติกรรมที่ยอมรับได้(อาจจะไม่ใช่ของคนทั้งหมด)เพื่อที่จะเป็นข้อปฏิบัติสำหรับกลุ่มนักดูนกใช้ยึดถือครับ


16 16 16

ความเห็นที่: 43 ตอบโดย: นายสบาย เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 21:05 น.
เห็นด้วยครับผม เดือนนี้เจอถึงสามเล่ม ในการถ่ายภาพนก
ทั้ง อสท exposure และ shutter photography
ผมคิดว่า ไม่ค่อยเหมาะสมที่จะนำมาเผยแพร่ ผมเองก็เป็นคน
ที่ถ่ายภาพนก แต่การถ่ายจากรัง หรือ ช่วงเลี้ยงลูก ผมไม่เห็นด้วย
เท่าไหร่ครับ รักน้องนก อยากให้น้องนกอยู่กับเราไปนาน ๆ
มาช่วยกันดูแลน้องนกเถอะครับ 08

ความเห็นที่: 44 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 21:11 น.
คุณผ่านมาอ่านครับ

ผมว่าคุณยังไม่เข้าโครงการBird come first เท่าไรนัก เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงเราเพียงต้องการจำกัดพฤติกรรมการรบกวนให้อยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาทำรังวางไข่ของนก การไปเฝ้าดูมันหรือเฝ้าถ่ายรูป เป็นการรบกวนที่เสี่ยงต่อการสูญเสียครับ

การที่คุณว่าไปเฝ้าดูรัง Wallace Hawk Eagle นั้นผมว่าการเฝ้าดูนั้นต้องอยู่ในระยะที่*งมากจนเกินระยะระแวดระวังภัยของแม่นกแล้ว การเฝ้าดูรังแบบนี้ ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนนกจนเกินไป นกยังคงดำเนินชีวิตประจำวันของเขาได้ตามปกติครับ อันนี้เป็นข้อพึงระลึกส่วนบุคคลครับว่ากวนหรือไม่กวน ถ้าผมเห็นรังเหยี่ยวซักรัง อยู่บนยอดไม้สูงๆ โดดเดี่ยว การเข้าไปดูที่โคนต้นก็ลำบากเพราะต้องแหงนกันคอตั้ง จำต้องต้องกล้องคอยสังเกตอยู่*งๆ เป็นผมผมก็ดูครับ

ผมว่าคุณคงยังไม่เคยเห็นมหกรรมเฝ้าดูรังนกแบบติดขอบรังหรือเฝ้าถ่ายภาพชนิดเช้ายันเย็นหมุนเวียนกันไม่เว้นวัน แถมดูหรือถ่ายไม่ถนัดยังมีตัดแต่งกิ่งไม้ที่รกขวางทางออกเสียอีก ดังภาพที่ลงไว้เป็นตัวอย่างคงสะท้อนอะไรได้ดีกว่าคำพูดครับ นี่แหละครับพฤติกรรมที่เราควรรังเกียจและเป็นเจตนาของโครงการนี้ที่จะต้องการลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าวทั้งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และตั้งใจกระทำ คุณว่าจุดประสงค์อย่างนี้ดีไหมครับ

การเข้าไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยของนกย่อมเป็นการรบกวนนกบ้างครับ การที่เราเข้าไปดูนกยังบ้านของเขาแล้วเรามีความอ่อนโน้มถ่อมตนกับบ้านและเจ้าของบ้านโดยเราควบคุมพฤติกรรมเราเองให้รบกวนเขาน้อยที่สุด เป็นเรื่องที่น่าส่งเสริมใช่ไหมครับ

ส่วนการที่นักวิชาการจับนกมาใส่ห่วงขานั้น ถ้าตอบแบบตรงๆก็คือ เป็นการรบกวนทางตรงเลยครับ แต่เราก็ได้มาซึ่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์มหาศาลในการดำเนินการออกมาตราการใดๆในการอนุรักษ์นกได้อย่างถูกต้องนะครับ

ส่วนข้อควรปฎิบัติชั่วคราวที่ออกมาขอร้องนั้น เป็นข้อควรปฎิบัติชั่วคราวครับ เอาแบบกว้างๆและครอบคลุม การที่จะออกกฎใดๆออกมาไม่มีประโยชน์หรอกครับ ถ้าเราไม่ปรับปรุงจิตสำนึกของคน ที่ผ่านมาเรามีตัวอย่างการสูญเสียมากมายที่ไม่ควรเกิดแต่ต้องเกิดขึ้น

เราไม่เคยจัดทริปไปดูนกนกขัติยาทำรังที่เฟรเซอร์ฮิลล์เลยครับ

เราเลยจัดทริปโดยเลือกเดือนเมษายนแทนเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนไงครับ เพราะสองเดือนดังกล่าวเป็นเดือนที่นกขัติยาที่เฟรเซอร์ฮิลล์ทำรังเลี้ยงลูกครับ ผมบอกเพื่อนๆที่นี่เสมอครับ ว่าTKTจะไมมีการจัดทริปไปดูนกทำรัง และก็ปฎิบัติอย่างนี้มานานแล้วครับ

อนึ่ง การผิวปากหรือเปิดเสียงเรียกนก ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่มากเลยครับ คงต้องมาว่ากันอีกที อย่างว่าแหละครับ อะไรที่มันไม่พอดีมันก็มักเกิดปัญหาทั้งนั้น คงขึ้นอยู่กับสำนึกรับผิดชอบของแต่ละคนครับ


ที่นี้ผมว่าคุณคงเข้าใจโครงการนี้มากขึ้นนะครับ



ความเห็นที่: 45 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 21:32 น.

1.ไม่สนับสนุน ไม่ซื้อ หนังสือใดๆที่ลงภาพนกอันเกิดจากการถ่ายภาพที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

อันนี้เพื่อเป็นการประท้วงแบบสุภาพว่าถ้าคุณถ่ายภาพแบบรบกวนนกก็ยังมีคนที่ไม่พอใจอยู่นะ

2.ไม่สนับสนุน ไม่เขียนข้อความในกระทู้ใดๆที่มีภาพนกและรังนกหรือมีข้อความใดๆที่เป็นการรบกวนนกหรือรังนก

อันนี้เหมือนข้อ1. แต่จะรวมถึงพฤติกรรมการเข้าไปกวนนกหรือรังนก ไม่จำเป็นต้องเป็นการถ่ายภาพครับ การดูนกแบบไม่ควรก็รวมอยู่ในข้อนี้ด้วย เช่นบรรยายว่าตัวเองบุกเข้าไปเพื่อเฝ้าดูรังนกใกล้ๆจนพ่อแม่นกกระเจิงเป็นต้น


3.ไม่ตั้งใจไปดูนกขณะที่นกทำรังอยู่

อันนี้เป็นการลด ละ เลิก โอกาสการเข้าไปกวนรังนกครับ

4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดๆที่จะไปรบกวนนก

5.เมื่อพบรังนกโดยบังเอิญไม่ควรบอกผู้อื่น ยกเว้นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูลการทำรังของนก

[bสองข้อนี้เป็นการลด ละ เลิก การดูนกแบบรบกวนนกครับและลดโอกาสในการรบกวนนกครับ


6.ช่วยกันสนับสนุนโครงการ Bird come first ไม่ว่าการช่วยกันซื้อสินค้า ขายสินค้า บริจาค ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ เพื่อรวบรวมเงินทุนเพื่อใช้ในกิจการครับ

ข้อหกนี่ไม่ต้องอธิบายนะครับ

ทั้งหมดเป็นข้อควรปฎิบัตินะครับ ไม่ใช่ข้อบังคับ

จะเห็นได้ว่าข้อควรปฎิบัติที่ออกมาชั่วคราวนี้ผมว่าล้วนส่งผลดีกับนกทั้งนั้นนะครับ แต่ยังว่าแหละครับ การที่จะทำให้โครงการนี้ได้ผลมันขึ้นอยู่กับสำนึกของคนมากกว่ากฎหรือข้อควรปฎิบัติใดๆอย่างที่คุณบอกมานั่นแหละ แต่อย่างน้อยให้เรามีข้อควรปฎิบัตืไว้เป็นแนวทางและปลุกจิตสำนึกสักหน่อยก็ยังดี คุณว่าไหม

ขอขอบคุณคุณผ่านมาอ่านมากครับ (จากใจจริง ไม่ใช่ตามมารยาทหรือประชดประชันนะครับ) ที่เสนอแง่คิดในอีกมุมออกมาครับ



ความเห็นที่: 46 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 22:33 น.
แล้วอีกอย่างครับ โครงการนี้ผมว่าไม่ได้มีจุดปรสงค์ที่จะกล่าวว่าหรือเพ่งโทษไปยังกลุ่มใดหนึ่ง ไม่จะเป็นนักถ่ายภาพ หรือนักดูนก ผมเชื่อว่าในกลุ่มคนทุกกลุ่มย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันอยู่บ้าง

หากเพียงเรายังมีกิจกรรมใดๆอันเกี่ยวข้องกับนกอยู่ต่อไป อยากให้เพียงพึงระลึกเสมอครับ ว่า Bird come first

ความสุขของนกต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

เท่านั้นเองครับ

ความเห็นที่: 47 ตอบโดย: ผ่านมาอ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 23:03 น.
ตอบคุณมือเก่าครับ

ผมก็ไม่ได้บอกว่าคัดค้านโครงการนี้ แต่ผมกำลังมองว่าคุณ Post กระทู้นี้โดยใช้อารมณ์ส่วนตัวที่มากเกินไป มันผิดวิสัยพฤติกรรมของคุณ โดยปกติดูคุณไม่น่าจะเป็นคนเคร่งเครียดหรือตึงจนเกินไป ผมว่าคุณความเห็นที่ 41 และ 42 นั้นเขาพูดถูกต้องนะครับว่า ทุกอย่างเป็นดาบสองคมคือต้องมีความพอดี ความพอดีมันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตัวบุคคลนั้นเอง สำหรับตัวผมนั้นผมก็ยอมรับว่าเป็นกลุ่มดูนกที่ชอบแห่กันไปดูนกเมื่อได้ทราบข่าว เรื่องนี้ผมว่าจะไปห้ามใครก็ไม่ได้เพราะอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นขึ้นอยู่ว่ามันจะมากหรือน้อย แต่ขณะที่ดูหรือชื่นชมนกตัวนั้นก็ขอให้ทำตามกติกามารยาทและคำนึงถึงความพอดีก็น่าจะโอเคแล้ว
คุณก็เป็นคนพูดเองว่าการนำห่วงใส่ขานกก็เป็นการรบกวนโดยตรง แต่ก็ได้ข้อมูลกลับมามหาศาล ซึ่งข้อความนี้มันก็ขัดแย้งกับโครงการนี้อยู่แล้ว เพราะโครงการนี้พูดถึงผลเสียของการรบกวนนกที่รังด้านเดียวแต่ไม่ได้พูดถึงด้านบวกของการถ่ายภาพนกหรือดูนกที่รัง เช่นว่าถ้าสังเกตการณ์หรือถ่ายรูปที่รังนกเพื่อทำการวิจัย เพื่อเก็บข้อมูลมันคือด้านบวก แต่ในโครงการนี้ไม่ได้กล่าวถึง พูดแต่เพียงว่าถ้าดูนกหรือถ่ายภาพนกที่รังเป็นการรบกวนตลอด
ถ้าบอกว่าการดู Wallace Hawk Eagle นั้นดูในระยะที่ไกลพอสมควร นกไม่ได้ระแวง ผมว่าอาจมีการเข้าใจผิดบางอย่าง ที่จริงแล้วสายตาของนกล่าเหยื่อนั้นดีกว่าของมนุษย์ เพราะนกล่าเหยื่อมองเห็นวัตถุในระยะไกลได้มากกว่ามนุษย์ถึง 3 เท่า ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกที่ Wallace Hawk Eagle ตัวนั้นจะไม่เห็นคนที่ส่องดูมัน
ผมได้ทราบข่าวมาว่านกขัติยาที่เฟรเซอร์ฮิลล์ชุดนั้นมันได้ทิ้งรังไปแล้ว แต่ก็ฟังหูไว้หูนะครับ เพราะผมก็ฟังเขาเล่ามาอีกที
สำหรับเรื่องที่ไปเปิดเผยชื่อของคนถ่ายภาพนกแซวสวรรค์ว่าเป็นใคร ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนะ เพราะรูปนี้ทาง อสท.ได้มานานหรือยัง ถ้านานมาแล้ว และปัจจุบันนักถ่ายภาพนกท่านนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีแล้วหรือเปล่า หากเปลี่ยนแล้วในทางที่ดีก็ไม่เห็นด้วยที่จะไปพาดพิงถึง เพราะเขาอาจฟ้องร้องกลับได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาท
ผมก็ฝากไว้เพียงเท่านี้ละกัน ผมไม่ได้จงใจเข้ามาสร้างความขัดแย้งในกระทู้นี้ เพียงแต่ต้องการเสนอความเห็นให้ผู้อ่านลองไตร่ตรองดูในทุก ๆ ด้าน เพราะอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กว้าง เพราะไม่มีใครดีหรือเลวไปทั้งหมดครับ 08 08 08 12 12 12

ความเห็นที่: 48 ตอบโดย: ผ่านมาอ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 23:07 น.
โทษทีนะครับเพราะในขณะที่ผมกำลัง Post กระทู้อยู่คุณมือเก่าชิง Post ไปก่อน ทำให้ความเห็นของผมตกหล่นเป็นอันถัดไป

ความเห็นที่: 49 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 26 มิ.ย. 2548 เวลา 23:36 น.
ผมได้ทราบข่าวมาว่านกขัติยาที่เฟรเซอร์ฮิลล์ชุดนั้นมันได้ทิ้งรังไปแล้ว แต่ก็ฟังหูไว้หูนะครับ เพราะผมก็ฟังเขาเล่ามาอีกที

ย้ำอีกที ผมไม่เคยเห็นนกขัติยาทำรังเลยครับ ทุกวงการนี้มีการใส่ร้ายนินทา ใส่ความกันอยู่บ้างเป็นเรื่องปกติครับ ขอยืนยันว่าผมไม่เคยเห็นนกขัติยาทำรังสักครั้งเดียวในชีวิต ถ้าคุณได้ยินมาอย่างนั้นว่านกทิ้งรังเพราะพวกผม คุณเข้าใจคลาดเคลื่อนครับ สมาชิกที่ไปด้วยทุกครั้งน่าจะสามารถออกมายืนยันได้

หากเพียงเรายังมีกิจกรรมใดๆอันเกี่ยวข้องกับนกอยู่ต่อไป อยากให้เพียงพึงระลึกเสมอครับ ว่า Bird come first

ความสุขของนกต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

เท่านั้นเองครับ


ประโยคนี้คงแทนคำตอบทั้งหมดของคำถามคุณได้ ว่าอะไรที่ควรกระทำหรือไม่กระทำ รายละเอียดปลีกย่อยมันเยอะและละเอียดอ่อนมาก เถียงกันยังไงก็ไม่จบ

ส่วนเรื่องช่างภาพ จะฟ้องผมเรื่องอะไรเหรอครับ 03


จริงๆแล้วคุณใช้ชื่อที่เคยโพสประจำก็ได้นะครับ ผมคุ้นเคยมากกว่า เพราะตามอ่านกระทู้ที่คุณเขียนเป็นประจำ


ความเห็นที่: 50 ตอบโดย: ฟ้าเวิ้ง เมื่อ: 27 มิ.ย. 2548 เวลา 02:36 น.
Bird come first ความสุขของนกต้องมาก่อน

ผมว่าเรื่องการใส่ห่วงขานก ถ้าทำโดยนักวิจัย หรือผู้ชำนาญเพื่อการศึกษา ผมก็ว่ามันคุ้มค่ากับการแลกอยู่นะ
แต่การที่ไปรุมถ่ายรูป เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ ได้อวดว่าของข้าสวยกว่าของเอ็ง ผมว่ามันมักง่ายเกินไปหน่อย

ถ้าใครอ่านNational Geographic ฉบับภาษาไทย คิดว่าเป็นของเดือนนี้ จะมีเรื่องการวิจัยนกแซวสวรรค์ มาดากัสการ์ ถ้าใครบอกว่าการรุมถ่ายรูปนกเป็นการรบกวน เจอเรื่องนี้เข้าไป รับรองต้องหลบกันหมด มีทั้งการสำรวจรัง การวัดขนาดลูกนก การดูตัวพ่อที่เข้าผสมพันธุ์ ผมว่าถ้าเป็นเรื่องที่เกิดในประเทศ ต้องมีเสียงสวดออกมาแน่

ด้วยมาตรฐานที่บางคนคิดว่าเป็น Double Standard ทำไมคนนั้นทำได้ ทำไมคนนี้ทำไม่ได้ ผมว่าในระดับคนดูนก และถ่ายภาพนก น่าจะมีการตกลงเป็นขอบเขตร่วมกันเลยดีกว่าว่าอะไรที่ทำได้ และอะไรที่ทำไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้สิครับ ที่ผมได้เจอมานี่ ทั้งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มีหมดทุกอย่าง ขาดอยู่อย่างเดียว
จิตสำนึกครับ หลายสิ่งหลายอย่างในสังคม จึงมีความแตกต่างกัน

นักดูนก นักถ่ายภาพนก นักวิจัย คุณคิดว่าแตกต่างกันไหมครับ

แต่สำหรับผม แน่นอนครับ

Bird come first




ความเห็นที่: 51 ตอบโดย: นกเหนือ เมื่อ: 27 มิ.ย. 2548 เวลา 07:55 น.
Bird come first
ช่วงที่นกจับคู่ทำรังเลี้ยงลูกถ้าจะเปรียบเทียบเหมือนกับระยะห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ของชาวประมงซึ่งนั้นเป็นอาชีพของเค้าเลยทีเดียว ส่วนความนิยมในเรื่องนกโดยมากจะเป็นงานอดิเรกที่มาจากใจรักมากกว่าเป็นอาชีพและนักวิชาการ, นักศึกษา ดังนั้นกรณีที่ผมเป็นกังวลก็คือเมื่อความนิยมเกี่ยวกับนกมีมากขึ้นๆในวงกว้าง การกระทำต่างๆที่เป็นการรบกวนเค้าจะยิ่งมีความถี่และผลเสียต่างๆมากขึ้นตามไปด้วย(ในที่นี้ยังไม่ขอกล่าวถึงการค้าสัตว์ป่าและการกักขังสัตว์ในกรง) ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างยากต่อการควบคุมในอนาคต จึงอยากวิงวอนทุกๆท่าน(โดยเฉพาะครูบาอาจารย์, ผู้รู้, สมาคมอนุรักษ์นกทั้งหลาย,นักดู-ถ่ายภาพนกรุ่นพี่)โปรดช่วยกันย้ำเตือน บอกกล่าว ประชาสัมพันธ์ แสดงทัศนะ เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มาก และชัดเจนจนเกิดเป็นกฏ กติกา มารยาทและเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับทุกๆคน เพราะเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะปล่อยให้เป็นรูปแบบเฉพาะบุคคลต่อไปเรื่อยๆดังในอดีตที่ผ่านมา มิเช่นนั้นผมเชื่อว่าอนาคตของกิจกรรมชนิดนี้จะประสพกับความมืดมนต์เหมือนกับวงการอื่นๆหลายวงการ ยกตัวอย่างเช่นกล้วยไม้ป่าและสัตว์ป่าหลายชนิดที่สูญหายไปจากสภาพธรรมชาติแล้ว ภาพถ่ายนกให้สีสวยชัดเจนยังไงก็สู้ภาพที่เห็นเค้าใช้ชีวิต และตายไปตามวิถีทางในธรรมชาติไม่ได้ครับ
ปล.ฝากเรื่องการค้า การกักขังสัตว์ป่าไว้ด้วยครับอันนี้ก็สำคัญมากอย่างยิ่ง
Bird come first

ความเห็นที่: 52 ตอบโดย: Headbanger เมื่อ: 27 มิ.ย. 2548 เวลา 11:00 น.
ดีใจที่โครงการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักดูนกครับ เป็นนิมิตรหมายอันดีต่อวงการอนุรักษ์ของบ้านเรา แต่ทุกๆ อย่างก็ควรดำเนินไปตามทางสายกลางครับ

สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าการรบกวนนกที่รัง คือการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าและการจับนกไปขายครับ นั่นเป็นสาเหตุใหญ่โดยตรงที่ทำให้นกลดจำนวนลง เรื่องนี้นักดูนกน่าจะทำอะไรให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ได้ ลองช่วยกันคิดดูนะครับ

อ้อ อีกอย่างนึงที่อยากบอกคือ รังนกแซวสวรรค์และนกจับแมลงจุกดำทุกรังที่ผมเคยเห็นมา เขาทำตามง่ามไม้สองง่ามโล่งๆ แบบนี้ละครับ เพียงแต่กิ่งใกล้ๆ จะโล่งแค่ไหนเท่านั้นเอง จริงๆ ถ้ารังรกไปนิดไม่ถูกใจ ก็ไปถ่ายรังอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปตัด ไปแต่ง ซึ่งตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยเต็มๆ ครับ

ความเห็นที่: 53 ตอบโดย: yokning เมื่อ: 27 มิ.ย. 2548 เวลา 16:14 น.
ยกมือค่ะ ขอคิดด้วยคน 01

คนที่ใช้ประโยชน์พื้นที่อนุรักษ์หรือแหล่ง มีหลายประเภทใช่ไหมคะอย่างเช่น นักท่องเที่ยว นักวิจัย เจ้าหน้าที่ นายทุน ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น หนูคิดว่า โครงการ birds come first ของพี่ๆ savebird เนี่ย คงจะมุ่งเน้นไปที่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักดูนก

หนูเห็นด้วยว่าการตัดสินพฤติกรรมของแต่ละบุคคลว่าดีหรือไม่ดี เราควรดูที่วัตถุประสงค์ของการแสดงพฤติกรรมนั้น อย่างเช่น การใส่ห่วงขานก ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ดีถึงแม้ว่าจะเป็นการรบกวนนก เนื่องจากว่ามีวัตถุประสงค์มุ่งไปที่การศึกษาวิจัยซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่งของการอนุรักษ์นกชนิดนั้น

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถใส่ห่วงขานกและอ้างว่าเป็นการส฿กษาวิจัยได้ เพราะสังคมเรา assume ว่าผู้ที่สามารถจับนกมาศึกษาได้ควรจะเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตรงและมีความรู้ความเชี่ยวชาญมากพอ

เช่นเดียวกับพฤติกรรมอื่นๆที่เกี่ยวกับนก เช่น การถ่ายภาพนกที่รัง จริงอยู่ที่นักถ่ายภาพบางท่านอาจจะถ่ายไปด้วยเจตนาที่ดี อาจจะมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาหาความรู้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีวัตถุประสงค์แบบนี้ใช่ไหมคะ 14 และในเมื่อปริมาณนักท่องเที่ยว (นักดูนก นักถ่ายภาพนก ฯลฯ) มีปริมาณมากขึ้น (มากกว่านกซะอีก) เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าแต่ละคนมีเจตนาอย่างไร

ดังนั้น สิ่งที่ง่ายกว่าการเข้าไปนั่งอ่านใจคนทีละคนก็คือ การกำหนดกฎเกณฑ์ กติกามารยาทบางอย่างในการปฏิบัติตัว เพื่อสวัสดิภาพของนก ...ซึ่งก็หมายถึงความสุขของตัวเราที่จะได้ดูนกต่อไปเรื่อยๆ

นักวิจัย ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญยังต้องขออนุญาตเข้าไปทำวิจัยในพื้นที่เลยนะคะ ใช่ว่าอยู่ดีๆเค้าจะไปจับนกมาถ่ายรูปได้เลย

อีกอย่างถ้าเลิกดูนกไปเลย แล้วมาดูเบิร์ดไกด์ที่บ้านแทนคงไม่ดีแน่ๆค่ะ เพราะว่าซื้อไบนอคมาแล้ว เดี๋ยวจะเปลืองตังค์ไปเปล่าๆ เบิร์ดไกด์ก็เก๊าเก่ามากแล้วคะ ดูไม่ชัดเหมือนนกตัวจริง อีกอย่างการท่องเที่ยวก็ถือเป็นการอนุรักษ์อย่างนึงนี่คะ ถ้าไม่มีนักดูนกอย่างพวกเรา ชาวบ้านก็อาจขาดรายได้ เค้าจะมีโอกาสลักลอบเข้าไปเก็บของป่า ยิงนก ตกปลาได้นะคะ

แต่ พี่มือเก่าคะ หนูขออนุญาตไม่เห็นด้วยในประเด็นนึงที่พี่บอกว่าพฤติกรรมที่ไปเฝ้าดูรังควรจะเป็นพฤติกรรมที่ถูกรังเกียจ .. เราอย่าไปรังเกียจเค้าเลยนะคะ คนแต่ละคนให้ความสำคัญกับสิ่งๆนึงแตกต่างกัน อย่างเช่น เราไปดูนกและอยากให้นกอยู่รอดปลอดภัย เพราะเราให้ความสำคัญกับชีวิตนก ในขณะที่คนบางกลุ่มไปดูนก ถ่ายรูปนกที่รัง เป็นเพราะเค้าให้ความสำคัญกับความสุขส่วนตัว หรือชื่อเสียง หรือเงินที่ได้มาจากการขายภาพ การให้ความสำคัญอย่างนี้เราเรียกกันว่า ค่านิยมใช่ไหมคะ มันเป็นสิ่งที่เค้าโดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก และที่สำคัญคือมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ยาก ...

ดังนั้นการรังเกียจหรือการประนามการกระทำของเขาไม่น่าจะเป็นวิธีที่เปลี่ยนพฤติกรรมของเค้าได้ เค้าอาจจะไม่ทำต่อหน้าเรา แต่ไปทำรับหลัง ซึ่งก็ส่งผลเสียแก่นกอยู่ดี มันอาจจะส่งผลเสียได้มากกว่าด้วยซ้ำใช่ไหมคะ

หนูคิดว่า แทนที่เราจะใช้เวลาในการโทษคนนู้นคนนี้ แต่มาใช้เวลาในการรวบรวมกำลังคนที่เห็นด้วยกับเรา ให้มีพลังขึ้นเยอะๆจะดีกว่า ไม่แน่ กลุ่มที่มีค่านิยมแตกต่างจากเราอาจจะได้ยินเสียงเราดัง และหันมามองด้วยความสนใจ และอยากเปลี่ยนมาเป็นเหมือนเราก็ได้นะคะ 12


ส่วนที่พี่ headbanger บอกในประเด็นการบุกรุกทำลายป่าและการจับนกไปขายก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน แต่อย่างที่บอกอ่ะค่ะว่าการเปลี่ยนแปลงคนอื่นนั้นยากกว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเอง กฎหมายยังบังคับเค้าไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เราน่าจะค่อยๆเริ่มด้วย birds come first นี่แหละคะ ดีกว่าไหมคะ ถ้า birds come first ล่ม หนูว่าคงต้องคิดหนักถ้าจะเริ่มทำโครงการอื่นๆ

12

ความเห็นที่: 54 ตอบโดย: ฟ้าเวิ้ง เมื่อ: 28 มิ.ย. 2548 เวลา 00:54 น.
เห็นด้วยกับคุณyokningที่ว่าเราควรจะรวมกันเพื่อให้เสียงมันดังมากขึ้นนะครับ
เพราะผมว่าคนที่ถ่ายรูปนกนี่ส่วนนึงก็เป็นคอลัมน์นิสต์ในนิิตยสาร แล้วเรื่องราวที่พวกเขาเอามาเล่า อาจเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าดี แต่กลับส่งผลกระทบกับแหล่งที่อยู่อาศัย หรือตัวแบบที่พวกเขาไปถ่ายมา อย่างคาดไม่ถึง แต่กลับคนที่อ่านเรื่องราวเหล่านั้นล่ะครับ ถ้าเกิดคนอ่านเข้าใจผิดคิดว่าพฤติกรรมที่คนอ่านได้รับรู้ เป็นเรื่องที่ดี หรือสนุกแล้วนำไปปฏิบัติตาม อะไรจะเกิดขึ้น

จากข้อความด้านบนเห็นว่าคุณyokningเรียนอยู่วนศาสตร์ (คิดว่าใช่นะ) ส่วนผมก็เรียนอยู่ที่เกษตร อยู่ที่ชมรมอนุรักษ์ ว่างๆคุณyokning เข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดกันบ้างก็ได้นะครับ เผื่อพวกเราอาจจะได้ข้อคิดเห็นดีๆนำมาเสนอพี่ๆกัน หรืออาจจะเริ่มรณรงค์โ๕รงการนี้ในเกษตรก่อนก็ได้

โดยเฉพาะโครงการต่อมาที่เสนอ คือ the cage not my home นี่ แถวทุ่งนาฝั่งโรงสูบ ชอบดักนกกัน บางทีฝั่งสถานีวิจัยข้าวก็มีคน(คนงานนั่นแหละ) ไปขึงตาข่ายดักนก ทั้งๆที่มีป้ายห้ามจับอยู่ เคยไปเจออยู่ครั้งนึงเป็นนกเขาไฟติดตาข่ายอยู่ แกะยังไงก็แกะไม่ออก สุดท้าย ตัดตาข่ายเลยครับ แล้วก็รีบเผ่น กลัวเจ้าของจะมาเจอ

ความเห็นที่: 55 ตอบโดย: มือเก่า เมื่อ: 28 มิ.ย. 2548 เวลา 06:48 น.
ผมว่านิสิต นักศีกษา นักวิชาการที่อยากทำวิจัยเรื่องนี้ ให้มันเป็นบทสรุปไปเลย จะลองมาคุยกันก็ได้นะครับ จะใช้ทุนเท่าไร อย่างไร น่าจะคุยกันได้นะครับ อยากได้ผลวิจัยเรื่องการรบรวนรังนกมากเลย เพราะที่ออกมาวิจารณ์ป่าวๆๆๆ ก็ต่างดูนก ถ่ายภาพนกมาเมื่อไม่กี่ฝนนี่เอง พวกมีประสบการณ์มากกว่าพูดเท่าไรก็ไม่ฟัง ถือว่าตัวข้าแน่ ไม่ฟังกันเองต้องให้คนอื่นมาบอกกล่าวถึงจะเชื่อ......อ่อนใจครับ ต้องให้เกิดการสูญเสียอีกเท่าไรกันถึงจะยอมรับกัน ทั้งที่มันหลีกเลี่ยงได้เห็นๆครับ

โอกาสที่คุณจะได้ภาพหรือเห็นนกนั้นขณะที่เค้าไม่ได้ทำรังยังมีอีกมาก ถามตัวเองก่อนว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูนกหรือถ่ายภาพนกทำรังแค่ไหน ถ้ามีแต่กิเลสเหนือความจำเป็นก็หลีกเลี่ยงเสียเถอะครับ


ความเห็นที่: 56 ตอบโดย: คุณเล็ก เมื่อ: 28 มิ.ย. 2548 เวลา 17:16 น.
ชักจะเห็นว่าการถ่ายภาพนกในรัง ก็ยังเป็นที่ต้องการของหลายคน
อีกหลายคนไม่อยาก เอาเป็นกลางๆไหม ว่าควรมีข้อแนะนำอย่างไรถ้าจะให้ทำแบบคนกลุ่มแรก คนกลุ่มที่สองอาจมีคำแนะนำดีๆ ลองเสนอดูก็ได้นี่ครับ แล้วทั้งหมดของคนดูนกก็จะสบายใจกันทุกคน 12

ความเห็นที่: 57 ตอบโดย: นกเหนือ เมื่อ: 29 มิ.ย. 2548 เวลา 20:02 น.
มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าโลกครับ เสพใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่บันยะบันยั้งเอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่เห็นแก่ตัวมั่กๆ เรื่องนี้ในความเห็นส่วนตัวผมคือทำเพื่อนกครับ ย้ำทำเพื่อนกนะครับไม่ใช่เพื่อความสบายใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่มีกลางๆครับ ละเว้นก้อคือละเว้น เลิกก็คือเลิกครับ ทำวันนี้เสียก่อนที่วันข้างหน้าจะผิดเพี้ยนบานปลาย

ความเห็นที่: 58 ตอบโดย: นาย บุรินทร์ พันธุวงษ์ เมื่อ: 7 ก.ค. 2548 เวลา 14:52 น.
ขอที่อยู่อศทครับผมอยากไปฝึกงานด้วยครับ ชอบครับลักรุ่นพี่อ่านหนังสือมาหลายครั้ง ถ่ายรูปสวยมาก ขอที่อยู่นะครับ ถ้า ยังติดต่อมา 01-181-5135หรือ 09-839-8517 ขอความกรุณาด้วยครับ

ความเห็นที่: 59 ตอบโดย: กระจอก เมื่อ: 8 ก.ค. 2548 เวลา 20:21 น.
พูดกับหมา หมาเลียปาก

ความเห็นที่: 60 ตอบโดย: กระจอก เมื่อ: 8 ก.ค. 2548 เวลา 20:24 น.
อ่านเนื้อหาดีแล้วเหรอครับคุณฟ้าเวิ้ง.....

ความเห็นที่: 61 ตอบโดย: ฟ้าเวิ้ง เมื่อ: 17 ก.ค. 2548 เวลา 23:04 น.
เห็นด้วยกับข้อความ59 นะครับ
ผมถึงไม่อยากจะพูดกับคุณ กระจอกหรอก กลัวจะโดนเลียปาก